เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 241 - กองกำลังหญิง!

บทที่ 241 - กองกำลังหญิง!

บทที่ 241 - กองกำลังหญิง!


บทที่ 241 - กองกำลังหญิง!

บิเจินมองบิฮองผู้เป็นพี่ชายด้วยแววตาน้อยใจพลางเอ่ยขึ้น

"ท่านพี่ไม่เปิดโอกาสให้ข้าได้อธิบายเลยสักนิด..."

สีหน้าของบิฮองพลันซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด

หากรู้แต่แรกว่าน้องสาวออกไปข้างนอกกับท่านอุ่นโหว เขาคงดีใจจนเนื้อเต้น จะกล้าลงไม้ลงมือสั่งสอนนางได้อย่างไร

บิฮองรีบหมอบกราบลงแทบเท้าลิโป้เพื่อขอขมาอีกครั้ง

"ท่านอุ่นโหว... เป็น เป็นข้าน้อยเองที่ใจร้อนเกินไป ไม่ยอมสืบสาวราวเรื่องให้แน่ชัด จึงได้เข้าใจน้องสาวผิดไป ขอท่านอุ่นโหวโปรดลงโทษด้วยเถิด!"

เมื่อเห็นว่าบิฮองสำนึกผิดแล้ว ประกอบกับมีบิเจินคอยพูดจาขอร้องให้ ลิโป้จะใจดำลงโทษเขาต่อไปได้อย่างไร

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิด ลุกขึ้นเถิด วันหน้าจงดูแลฮูหยินที่ยังไม่ได้เข้าหอของเปิ่นโหวให้ดี"

"หากเปิ่นโหวรู้ว่าเจ้ามีพฤติกรรมรังแกบิเจินอีก เปิ่นโหวจะไม่มีวันให้อภัยเจ้าเป็นอันขาด!"

บิฮองราวกับได้รับการปลดปล่อยจากโทษประหาร เขารีบโขกศีรษะคำนับติดๆ กัน เลือดสดๆ ยังคงไหลซึมจากหน้าผาก

"นายท่านโปรดวางใจ ข้าน้อยจะดูแลน้องสาวประดุจมารดาบังเกิดเกล้าเลยขอรับ!"

ลิโป้โบกมือด้วยความรำคาญ

"เอาล่ะๆ ถอยไปทำแผลเถอะ"

บิฮองลุกขึ้นประสานมือคารวะอีกครั้ง ก่อนจะยกมือหุมกุมศีรษะแล้ววิ่งจู๊ดกลับเข้าจวนไปอย่างรวดเร็ว

ลิโป้ประคองบิเจินให้ลุกขึ้นจากพื้น ลูบคลำใบหน้าที่บวมแดงของนางพลางเอ่ยด้วยความปวดใจ

"หากเจ้าไม่ห้ามไว้ เปิ่นโหวอยากจะชักกระบี่ฟันมันให้ตายเสียเดี๋ยวนี้เลย!"

หัวใจของบิเจินอาบไล้ไปด้วยความอบอุ่น แต่นางก็ส่ายหน้าด้วยท่าทีจริงจัง

"ท่านพี่ก็ทำไปเพราะหวังดีต่อข้า... การที่ข้าแอบหนีออกจากจวน ข้าเองก็มีความผิดอยู่ก่อนแล้ว"

"ท่านอุ่นโหวก็ได้สั่งสอนเขาไปแล้ว อย่าได้ลงโทษเขาอีกเลยนะเจ้าคะ?"

เมื่อลิโป้เห็นว่าบิเจินกลัวตนจะผูกใจเจ็บพี่ชายของนาง เขาจึงลูบศีรษะนางเบาๆ แล้วปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"วางใจเถอะ รอให้เจ้าแต่งงานกับเปิ่นโหว เขาก็จะกลายเป็นพี่เมียของเปิ่นโหว"

"ตราบใดที่เขาไม่ทำเรื่องทรยศหักหลัง เปิ่นโหวก็ย่อมไม่ไปหาเรื่องเขาอีกแน่นอน"

บิเจินค่อยวางใจลงได้ นางกะพริบตาปริบๆ ด้วยความสงสัย

"จริงสิ เหตุใดท่านอุ่นโหวจึงจู่ๆ ย้อนกลับมาล่ะเจ้าคะ?"

"อ้อ! ย่อมเป็นเพราะคิดถึงเจ้า จึงกลับมาดูหน้าอย่างไรเล่า" ลิโป้หยอกเย้าด้วยหน้าตาทะเล้น

บิเจินค้อนขวับใส่ชายหนุ่ม อดไม่ได้ที่จะต่อว่าอย่างเอียงอาย

"รบกวนท่านอุ่นโหวช่วยทำตัวให้จริงจังหน่อยสิเจ้าคะ"

ลิโป้หัวเราะลั่น ก่อนจะค่อยๆ อธิบายเหตุผล

"อีกไม่กี่วันก็ถึงเทศกาลวันที่เก้าเดือนเก้าแล้ว เปิ่นโหวตั้งใจจะพาครอบครัวไปปีนเขาเสียบยอดจูอวี๋ ก็เลยอยากจะชวนเจ้าไปด้วย ไม่รู้ว่าเจ้าจะรังเกียจหรือไม่?"

เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายตั้งใจย้อนกลับมาเพื่อเชิญนางโดยเฉพาะ ใบหน้าจิ้มลิ้มพริ้มเพราของบิเจินก็เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดี

"ท่านอุ่นโหวอุตส่าห์มาเชิญด้วยตัวเอง มีหรือที่ผู้น้อยจะไม่เต็มใจเจ้าคะ?"

ลิโป้ช่วยจัดปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางให้เข้าที่

"ถ้าเช่นนั้น ในวันเทศกาล เปิ่นโหวจะมารับเจ้าด้วยตัวเอง"

บิเจินตอบรับคำเบาๆ ด้วยความอ่อนโยน

ลิโป้อ้าแขนออกโอบกอดหญิงสาวไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะโบกมืออำลาท่ามกลางสายตาอาลัยอาวรณ์ของบิเจิน

...

เมื่อกลับมาถึงจวน

ลิโป้ได้ยินเสียงตะโกนใสๆ ของบุตรสาวดังมาจากลานบ้าน เขาจึงได้เห็นภาพของลิหลิงฉีที่กำลังฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงเฉกเช่นทุกวัน

ความพ่ายแพ้ต่อจูล่งในครั้งก่อน แถมยังเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ได้ทิ้งบาดแผลในใจที่ยากจะลบเลือนให้แก่ลิหลิงฉี

หลังจากกลับมา นางจึงมุ่งมั่นฝึกฝนหนักยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า!

เมื่อเห็นผู้เป็นพ่อเดินเข้ามา ลิหลิงฉีไม่พูดพร่ำทำเพลง ง้าวหยกสลักกางเขนในมือก็พุ่งแหวกอากาศราวกับงูเขียวฉกเหยื่อ พุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของพ่อทันที!

ลิโป้เห็นดังนั้นจึงใช้ทักษะโยกหลบแบบลูกตุ้ม หลบการโจมตีนี้ได้อย่างง่ายดาย

ลิหลิงฉีขมวดคิ้วมุ่น มือหลังออกแรงหมุนด้ามง้าว ส่งให้คมง้าวกวาดฟาดเข้าใส่หัวไหล่ของลิโป้รวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ!

ลิโป้หยั่งเท้าทั้งสองข้างลงบนพื้น ตั้งท่าม้าอย่างมั่นคงเพื่อยึดช่วงล่างให้แน่นหนา

ส่วนช่วงบนก็หงายหลังหลบอย่างรวดเร็ว ทำมุมเก้าสิบองศากับช่วงล่างโดยไม่เสียการทรงตัว สามารถหลบการฟาดกวาดของลิหลิงฉีได้อย่างสบายๆ!

แววตาของลิหลิงฉีทอประกายความเลื่อมใส

ยังคงเป็นท่วงท่าที่คุ้นเคย และยังคงเป็นแรงกดดันที่คุ้นเคยไม่เปลี่ยน!

ต่อให้ผู้เป็นพ่อจะไม่ออกอาวุธ แค่ทักษะการหลบหลีกเหล่านี้ก็เพียงพอให้นางศึกษาไปได้อีกนานแสนนานแล้ว

ลิหลิงฉีชักง้าวหยกกลับมาและหยุดการโจมตี นางเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอด

"ท่านพ่อจะยอมให้ข้าตีโดนสักครั้งไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ?"

ลิโป้ยืดตัวขึ้นยืนตรง สีหน้าดูจริงจังขึ้นมา

"หากพ่อยอมอ่อนข้อให้เจ้า ครั้งหน้าที่เจ้าก้าวเข้าสู่สนามรบ เจ้าจะต้องเผชิญกับอันตรายถึงชีวิตแน่!"

เมื่อได้ยินชายหนุ่มจี้จุดอ่อนของตน ลิหลิงฉีก็ทำแก้มป่องด้วยความไม่พอใจ

ทว่าในตอนนั้นเอง ลิโป้ก็เปลี่ยนเรื่องคุยอย่างกะทันหัน

"เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบคราวก่อนขึ้นอีก พ่อมีความคิดอย่างหนึ่ง... เจ้าอยากจะก่อตั้งกองกำลังหญิงขึ้นมาสักกองหรือไม่?"

"กองกำลังหญิงงั้นหรือ?"

ลิหลิงฉีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตระหนักได้ว่าสามคำนี้มีความหมายเช่นไร ความยินดีก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนล้นอก

"ท่านพ่อหมายความว่า หลิงฉีสามารถรวบรวมกองกำลังเป็นของตัวเองได้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ?!"

ลิโป้เอ่ยเตือน

"ความหมายก็คืออย่างนั้นแหละ แต่จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นนะ"

"เจ้าสามารถไปติดประกาศรับสมัครในเมือง หรือจะไปเดินหาคนที่มีหน่วยก้านเข้าตาตามท้องถนนด้วยตัวเองก็ได้"

"รับได้สูงสุดหนึ่งพันคน แต่แน่นอนว่าต้องมีข้อแม้คือเจ้าต้องหาผู้หญิงที่เข้าเกณฑ์ได้ครบหนึ่งพันคนเสียก่อนนะ"

ผู้หญิงในยุคเกษตรกรรมนั้นมีพละกำลังไม่น้อยเลยทีเดียว

หากเทียบกับยุคปัจจุบัน พวกนางก็คงแข็งแกร่งระดับหญิงเหล็กแห่งแดนอีสานแน่นอน!

แต่หากเทียบกับผู้ชายแล้ว พละกำลังก็ยังคงมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง

ทว่าในเวลานี้ จำนวนประชากรหญิงกลับมีมากกว่าผู้ชาย

ด้วยฐานประชากรที่มากพอ การจะรวบรวมผู้หญิงที่มีร่างกายแข็งแรงผ่านเกณฑ์สักหลายร้อยหรือหนึ่งพันคนก็ยังพอเป็นไปได้

ยิ่งมีลิหลิงฉีเป็นผู้ฝึกสอนพวกนางด้วยตัวเอง อีกไม่นานก็คงจะสามารถสร้างกองกำลังหญิงที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีและสามารถสร้างความประหลาดใจให้แก่ศัตรูได้อย่างแน่นอน!

การจะยกระดับสถานะและสิทธิของสตรี ก็ต้องเริ่มจากการให้สิทธิพวกนางในการเข้าร่วมกองทัพนี่แหละ

เมื่อได้รับอนุญาตจากลิโป้ ลิหลิงฉีก็กระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ นางโผเข้ากอดคอลิโป้และเอาแก้มถูไถกับใบหน้าของชายหนุ่มอย่างแรงสองสามที

"ท่านพ่อดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ"

พูดจบนางก็วิ่งออกไปจากลานบ้านเพื่อตามหาเป้าหมายที่ถูกใจทันที โดยไม่สนใบหน้ามึนงงของลิโป้เลยสักนิด

ลิโป้ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะดึงสติกลับมาได้ เขาหัวเราะแห้งๆ พลางส่ายหัว

แม้ว่าเด็กผู้หญิงในยุคนี้จะดูเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่าปกติ

แต่ท้ายที่สุดแล้ว ลิหลิงฉีก็ยังคงเป็นเด็กหญิงวัยสิบสี่ปีที่ยังมีความไร้เดียงสาซ่อนอยู่

ไม่ต่างอะไรกับเด็กหญิงตัวน้อยที่คอยเกาะติดเขาแจในวันวานเลย

ลิโป้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาถอนหายใจยาวอย่างเหม่อลอย ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในเรือน...

อีกด้านหนึ่ง

เตียวเลี้ยวพาจิวยี่เดินทางกลับมาถึงอำเภออูเซี่ยน เมืองปาตง

พวกเขาปฏิบัติตามแผนการที่ซุนฮิวมอบให้อย่างเคร่งครัด โดยส่งสายลับจำนวนมากแทรกซึมเข้าไปในอำเภอต่างๆ ของเมืองปาจวิ้นที่ยังไม่ยอมจำนนเพื่อปล่อยข่าวลือ

ป่าวประกาศว่างันหงวนกำลังจะนำทัพกลับมาแสร้งยอมจำนนเพื่อลวงให้เปิดประตูเมือง

นายอำเภอของเมืองเหล่านี้ต่างก็ได้ยินข่าวลือกันมาบ้าง จึงสั่งให้ทหารรักษาการคุมเข้มทั่วทั้งเมืองทันที

พร้อมทั้งออกคำสั่งว่าหากพบกองทัพของงันหงวน จะต้องสกัดกั้นเอาไว้ที่นอกเมืองให้จงได้

นายอำเภอเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนเป็นคนของเล่าเจี้ยง

เมื่อข่าวเรื่องที่เจ้าเมืองงันหงวนยอมจำนนต่อทัพข้าศึกแพร่สะพัดออกไป พวกเขาจึงหมดสิทธิ์ที่จะเลือกข้าง และทำได้เพียงหันไปพึ่งพาอิทธิพลของเล่าเจี้ยงที่อยู่ใกล้เคียงที่สุดเท่านั้น...

หลังจากเตียวเลี้ยวเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น เขาก็มุ่งหน้าไปยังคุกหลวง และได้พบกับงันหงวนที่ถูกคุมขังมาเกือบสิบวันแล้ว

เนื่องจากเขาจงใจขังงันหงวนไว้ในห้องขังที่มีสภาพดีที่สุด ทั้งยังมีอาหารชั้นเลิศส่งให้ทุกวัน

แถมยังเอาใจใส่ส่งหมอมาดูแลบาดแผลที่หัวไหล่และแผ่นหลังให้อีกต่างหาก...

หลังจากได้พักฟื้นมาระยะหนึ่ง สีหน้าของงันหงวนก็ดูดีขึ้นมาก

เพียงแต่ใบหน้าบูดบึ้งนั้นยังคงตึงเครียด ไม่ต่างอะไรกับตอนที่เพิ่งถูกจับเข้ามาเลย

เมื่อได้ยินเสียงปลดล็อกประตูคุก งันหงวนก็หันขวับไปมอง

เมื่อเห็นว่าเป็นเตียวเลี้ยวมาด้วยตัวเอง เขาก็เดาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงจะมาพูดจาเกลี้ยกล่อมตนอีกแน่

เขาจึงส่งเสียงฮึดฮัดในลำคออย่างแรง ลุกขึ้นยืนหันหน้าเข้าหาผนัง โดยไม่ยอมปรายตามองเตียวเลี้ยวเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเผชิญกับท่าทีเช่นนี้ของงันหงวน เตียวเลี้ยวกลับไม่รู้สึกประหลาดใจเลยสักนิด

หากอีกฝ่ายยอมจำนนง่ายๆ สิ เขาถึงจะรู้สึกว่าคนผู้นี้ไม่คู่ควรแก่การนับถือ

แม้ว่าตอนที่คูเสงถูกชายชราผู้นี้สังหาร เขาเคยลั่นวาจาไว้ว่าจะแก้แค้นให้คูเสงให้จงได้

แต่หากสามารถแลกชีวิตของคูเสงที่เอาแต่บุกตะลุยอย่างบ้าบิ่น กับงันหงวนผู้เปี่ยมไปด้วยความซื่อสัตย์ กล้าหาญ และเชี่ยวชาญการศึกได้ เขาก็ยินดีที่จะยอมรับมัน

เมื่อคิดได้ดังนั้น เตียวเลี้ยวก็ประสานมือคารวะแผ่นหลังของงันหงวน ก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่ทำห้งันหงวนแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 241 - กองกำลังหญิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว