- หน้าแรก
- เหนือเซียน ซ่อนเทวะ
- บทที่ 60 - สถานที่ที่ลึกลับที่สุดในถนนเมืองมืด
บทที่ 60 - สถานที่ที่ลึกลับที่สุดในถนนเมืองมืด
บทที่ 60 - สถานที่ที่ลึกลับที่สุดในถนนเมืองมืด
บทที่ 60 - สถานที่ที่ลึกลับที่สุดในถนนเมืองมืด
กลางดึก
ทงทงตั้งใจเก็บกวาดขยะบนโต๊ะอาหาร ส่วนซูหยางก็กลับเข้าห้องไปพักผ่อนตั้งแต่หัวค่ำ ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก
จนกระทั่งประตูคลินิกปิดลง
เป็นอันจบไปอีกวัน...
ทว่าหลังจากที่ทงทงหลับไปแล้ว ประตูห้องของซูหยางก็เปิดออกอย่างไร้สุ้มเสียง
เขาเดินออกจากคลินิก มานั่งบนขั้นบันไดหน้าประตู เหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
"เมล็ดเซียน..."
"เมล็ดเซียนคุณภาพดี..."
"จะไปหาได้จากที่ไหนนะ..."
ในยามดึกสงัด มีเพียงเสียงพึมพำของซูหยาง ดังก้องอยู่ในอากาศ
"ที่นี่... คือคลาสเรียนอบรมจริงๆ เหรอครับ"
สวี่ซือกั๋วมองชายชราผอมบางตรงหน้า และมองถนนที่ยิ่งเดินยิ่งเปลี่ยว ก็อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัย
ชายชราไม่ได้หันกลับมา เพียงแต่ยังคงเดินหน้าต่อไปช้าๆ "ยอดคนย่อมซ่อนตัวอยู่ในเมือง ในเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูลของเจ้าอุตส่าห์ส่งเจ้ามาเรียนถึงถนนเมืองมืด ก็แสดงว่า ที่นี่มีอะไรที่แตกต่างจากสถานที่ทั่วไปข้างนอกนั่น"
"คนเสียสติ ชายขาเป๋ ไอ้โง่..."
"เคยได้ยินไหม"
เสียงแหบพร่าของชายชราในยามค่ำคืนที่มืดมิด ช่างฟังดูน่าขนลุก
สวี่ซือกั๋วพยักหน้าอย่างงุนงง "ชะ... เคยครับ"
"พวกเขา ล้วนเป็นยอดฝีมือที่เดินออกไปจากที่นี่"
"ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าโครงสร้างกระดูกของเจ้าเหมาะแก่การฝึกยุทธ์ล่ะก็ วันละหมื่นงั้นรึ"
"ต่อให้เจ้าเอาภูเขาทองมาวางตรงหน้า ข้าก็ไม่รับ"
ในเวลานี้ ชายชราดูราวกับยอดคนผู้ปลีกวิเวก แผ่กลิ่นอายของความหลุดพ้นจากโลกีย์
สวี่ซือกั๋วพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เดินตามหลังชายชราไปอย่างเงียบๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าลานบ้านแห่งหนึ่ง
"ถึงแล้ว"
ชายชราเอ่ยเสียงเรียบ ผลักประตูบ้านเข้าไป
ห้องโถงหลักหนึ่งห้อง ห้องปีกหนึ่งห้อง รวมกับลานบ้านขนาดประมาณยี่สิบตารางเมตร เรียกได้ว่า... มองปราดเดียวก็เห็นทะลุปรุโปร่ง
"นี่..."
สวี่ซือกั๋วเริ่มสงสัยอีกครั้ง
ชายชราไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่เอามือไพล่หลัง ยืนอยู่กลางลานบ้าน
โต๊ะหินหนึ่งตัว
ม้านั่งหินสี่ตัว
ตั้งอยู่ตรงกลางลานบ้าน
ชายชรายกมือขึ้นอย่างแผ่วเบา แล้วฟาดลงบนโต๊ะหินอย่างนุ่มนวล
เสียงดังเป๊าะ
รอยร้าวปรากฏขึ้นบนโต๊ะหิน
สวี่ซือกั๋วเบิกตากว้างทันที
ชายชราค่อยๆ หันกลับมา มองสวี่ซือกั๋วท่ามกลางแสงจันทร์ แล้วยิ้มบางๆ "เจ้า ทำได้ไหม"
"น่าจะไม่ได้ครับ"
สวี่ซือกั๋วส่ายหน้า เดินไปที่โต๊ะหิน สูดหายใจลึก กำหมัด อาศัยสัญชาตญาณดึงพลังเซียนอันน้อยนิดในร่างกายออกมา แล้วทุบลงไปเต็มแรง
'ปัง'
มุมโต๊ะหินแตกกระจาย
ชายชราที่ยืนอยู่ข้างหลังสวี่ซือกั๋วถึงกับคิ้วกระตุก ตาเบิกโพลงยิ่งกว่าสวี่ซือกั๋วเมื่อกี้เสียอีก
จนกระทั่งสวี่ซือกั๋วหันกลับมามอง ชายชราถึงได้กลับมาทำหน้าเรียบเฉยในเสี้ยววินาที ส่ายหน้าไปมา เหมือนจะพอใจ แต่ก็เหมือนจะเสียดาย "ปล่อยพลังน่ะง่าย แต่ควบคุมพลังน่ะยาก"
"เมื่อไหร่ที่เจ้าสามารถฟาดฝ่ามือลงไป แล้วโต๊ะหินร้าวแต่ไม่แตก เมื่อนั้นก็ถือว่าเริ่มต้นได้แล้ว"
"พรสวรรค์ดีนะ เสียดาย... พลังแข็งกร้าวเกินไปหน่อย..."
ท่ามกลางเสียงถอนหายใจ ชายชราเอามือไพล่หลัง เดินไปที่ห้องโถงหลัก ผลักประตูเข้าไป แล้วหยุดอยู่ตรงหน้าประตู "อ้อ จริงสิ อย่าลืมโอนเงินเข้าบัญชีข้าให้ตรงเวลาด้วยล่ะ พรุ่งนี้... กวาดลานบ้านให้สะอาดทุกซอกทุกมุมนะ การฝึกจิตใจต่างหากที่สำคัญที่สุด"
พูดจบ ประตูก็ปิดลง
ส่วนสวี่ซือกั๋วก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง
"ควบคุมพลัง..."
"เป็นวิชาที่ล้ำลึกมากจริงๆ..."
"สมกับเป็นค่ายฝึกอบรมที่ลึกลับที่สุดในถนนเมืองมืด"
เมื่อได้พบกับสถานที่ที่ลึกลับที่สุดตั้งแต่เพิ่งมาถึงถนนเมืองมืด สวี่ซือกั๋วก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เขากำหมัด ทุบลงบนโต๊ะหินอีกครั้ง เกิดเสียงดังปังๆ ราวกับมีพลังงานเหลือเฟือ
แต่เขาไม่รู้เลยว่า...
ในตอนนี้ ชายชราที่กลับเข้าห้องไปแล้ว และทำตัวลึกลับซับซ้อน ทุกครั้งที่ได้ยินเสียง 'ปัง' ร่างกายของเขาก็จะสะดุ้งเฮือก
"นี่ข้าหลอกตัวประหลาดอะไรมาวะเนี่ย..."
"นั่น... นั่นมันหินอ่อนสั่งทำพิเศษเลยนะ..."
"ถ้ามันรู้ว่าข้าหลอกมัน..."
ภาพสวี่ซือกั๋วยิ้มเหี้ยม ยกมือขึ้น แล้วฟาดลงมาที่หัวของเขาผุดขึ้นมาในหัว ทำเอาเขาขนลุกซู่
"ไม่สิ..."
"ข้าคือสิบแปดมงกุฎอันดับหนึ่งแห่งถนนเมืองมืดเชียวนะ"
"ไอ้การประทานพรบ้าบอนี่..."
"ทำไมข้าถึงไม่ได้รับการประทานพรบ้างวะ"
"ตอนนี้ทำมาหากินไม่ได้เลย... เดินอยู่บนคมมีดชัดๆ..."
ด้วยความแค้นใจอย่างสุดซึ้ง ชายชราผู้โชคร้ายขึ้นเตียง ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม ฟังเสียงตุ้บตั้บๆ ที่ดังมาจากลานบ้านเป็นระยะ นอนไม่หลับเลยทีเดียว
เมื่อก่อน ถึงคนจะโรคจิตแค่ไหน ก็ยังเป็นแค่คนธรรมดา
เขาก็พอมีวิชาติดตัวอยู่บ้าง ถึงจะพลาดโดนจับได้ ก็ยังมีโอกาสหนีรอด
แต่ตอนนี้...
พลาดทีเดียว คือตายสถานเดียว
ความกดดันมันสูงมาก
จนกระทั่งดึกดื่น เสียงในลานบ้านถึงได้เงียบลง ปล่อยให้ชายชราได้นอนหลับฝันดีเสียที
แต่ในความฝัน...
เขาก็ยังฝันเห็นสวี่ซือกั๋วเดินยิ้มเหี้ยมเข้ามาหา แล้วเอาปึกเงินฟาดหัวเขาอยู่ดี
ทั้งเจ็บปวด และมีความสุข
...
"ศูนย์บริหารเมืองมันจนตรอกแล้วหรือไง"
กลางดึก
หวังชิวเซิงแอบย่องกลับเข้ามาในหมู่บ้านอีกครั้ง มองดูสภาพตรงหน้าแล้วก็ต้องอึ้งไป
อย่าว่าแต่เก้าอี้สักตัวเลย...
บ้านทั้งหลังก็ถูกรถแบ็คโฮไถจนราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว
ตรงหน้านี้คือที่ดินรกร้างชัดๆ
ถ้าไม่ใช่เพราะเขาอยู่ที่นี่มาตั้งยี่สิบปี คงคิดว่าตัวเองหลงทางแน่ๆ
น่ากลัวมาก...
มืออาชีพสุดๆ...
อะไรที่มีมูลค่าเกินหนึ่งหยวน ขนไปหมด
แม้แต่กระโถนที่เขาใช้เงินแท้ตีขึ้นมา...
"แต่ที่ที่อันตรายที่สุด ก็คือที่ที่ปลอดภัยที่สุด"
"สร้างจุดติดต่อใหม่ไว้ใต้ซากปรักหักพังพวกนี้แหละ..."
"ต่อให้เป็นคนของศูนย์บริหารเมืองก็คงเดาไม่ถึงหรอก"
"เพราะพวกเขาค้นทุกตารางนิ้วไปหมดแล้วนี่นา"
หวังชิวเซิงพึมพำกับตัวเอง
เขาลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็เลือกที่จะปักหลักสร้างตัวในเมืองปราการสมุทรต่อไป
เส้นสายของทีมกำจัดแมลงทั้งหมดอยู่ที่นี่
ถ้าต้องย้ายไปเริ่มใหม่ที่อื่น ความยากจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ
เพียงแต่...
ในเมืองปราการสมุทร จะมีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องค้นหาเขาอยู่เสมอ
"สงสัยต้องหาลูกทีมในศูนย์บริหารเมืองเพิ่มอีกสักสองสามคนแล้วสิ"
"ไม่งั้นรู้สึกไม่ค่อยอุ่นใจเลย"
หวังชิวเซิงบ่นอุบอิบ เดินลัดเลาะไปตามซากปรักหักพัง สุดท้ายก็หยุดชะงัก ยกอิฐก้อนหนึ่งที่พังทลายลงมา ปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ อาศัยแสงจันทร์สังเกตลวดลายที่เหมือนจะถูกวาดขึ้นอย่างลวกๆ บนนั้นอย่างละเอียด
"อย่างที่คิดเลย"
"พวกนั้นคงไม่ตรวจดูอิฐทุกก้อนหรอก"
"ไม่รู้ว่า 'ของวิเศษ' ในคัมภีร์โบราณ จะแสดงอิทธิฤทธิ์ได้สักแค่ไหนนะ"
หวังชิวเซิงมีสีหน้ายินดี เหลียวซ้ายแลขวาอย่างมีพิรุธ ก่อนจะเก็บอิฐก้อนนั้นใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง แล้วรีบเดินจากไป
"ด้วยข้อมูลที่ฉันมีอยู่ตอนนี้ ทำให้ฉันนำหน้าคนอื่นไปก้าวหนึ่งเสมอ..."
"ก้าวแรกนำ ก้าวต่อไปก็นำ..."
"สักวันหนึ่ง ฉันจะเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกนี้"
ท่ามกลางแสงจันทร์ หวังชิวเซิงเผยรอยยิ้มซื่อๆ ออกมา