- หน้าแรก
- เหนือเซียน ซ่อนเทวะ
- บทที่ 19 ดินแดนเซียนลอยเด่น
บทที่ 19 ดินแดนเซียนลอยเด่น
บทที่ 19 ดินแดนเซียนลอยเด่น
บทที่ 19 ดินแดนเซียนลอยเด่น
ถนนเมืองมืดช่างยาวไกลเหลือเกิน...
ทำไมถึงเดินไม่สุดทางสักทีนะ
ใบหน้าของเจ้าลิงซีดเซียวลงเรื่อยๆ แต่สายตากลับแน่วแน่และมุ่งมั่นยิ่งกว่าเดิม
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเดินมานานแค่ไหนแล้ว การหนีออกจากถนนเมืองมืดกลายเป็นความยึดติดเพียงอย่างเดียวของเขา
จนกระทั่งก้าวพ้นเขตถนนเมืองมืด ความกดดันในใจก็มลายหายไป เขาล้มพับหมดสติลงไปกองกับพื้นในที่สุด
แต่ถึงกระนั้น ภายในใจของเขาก็ยังคงเบิกบาน!
โลกภายนอกไม่เหมือนกับถนนเมืองมืด โลกภายนอกมีคนใจดีเยอะแยะ!
เดี๋ยวก็ต้องมีคนพาเขาไปส่งโรงพยาบาลแน่ๆ!
ตัวเขา...
รอดตายแล้ว!
ในความสลัวราง เขาเหมือนได้ยินเสียงเด็กหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไปอย่างสมบูรณ์
"เอ๊ะ"
"ลุงซานโก่ว มีคนบาดเจ็บครับ!"
ทงทงที่หอบหิ้วถุงยาพะรุงพะรังวิ่งเหยาะๆ เข้ามาหาเจ้าลิง แล้วร้องอุทานด้วยความตกใจ
"อย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านเลย"
ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แขนข้างหนึ่งของเขาห้อยต่องแต่งไร้เรี่ยวแรง แถมยังมีผ้าพันแผลพันเอาไว้อยู่
"แต่จะเห็นคนตายแล้วไม่ช่วยก็ไม่ได้นี่ครับ!"
ทงทงพูดพร้อมรอยยิ้ม เขาพยายามพยุงเจ้าลิงขึ้นมาอย่างสุดความสามารถ โดยไม่ได้รังเกียจคราบเลือดบนตัวอีกฝ่ายที่จะเปื้อนเสื้อผ้าของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านจริงๆ!"
"นิสัยแบบนี้ สักวันมันจะทำให้แกตายนะรู้ไหม!"
โจวซานโก่วพูดอย่างรำคาญใจ แต่ก็ยังยื่นมือข้างที่ยังดีอยู่ไปช่วยพยุงเจ้าลิงมา "แกห้ามออกกำลังกายหนักๆ นะ"
"ใครๆ ก็บอกว่าลุงซานโก่วหน้าเงิน เห็นแก่ตัว พวกเขาพูดจาเหลวไหลทั้งนั้นเลย"
"ลุงซานโก่วใจดีที่สุดเลย!"
ทงทงพูดอย่างร่าเริง จากนั้นก็ก้มมองดูใบหน้าที่แสนจะน่าเวทนาของเจ้าลิง "เอ๊ะ หน้าคุ้นๆ จังเลย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนนะ"
ในตอนนี้ บนท้องฟ้าก็มีเสียงฟ้าร้องดังครืนๆ ขึ้นมาอีกครั้ง
ในเสี้ยววินาทีที่แสงสว่างวาบขึ้นมา มองเห็นภาพเงาลางๆ ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ไม่รู้ทำไม จู่ๆ โจวซานโก่วก็รู้สึกกระวนกระวายใจขึ้นมา
"เลิกมองได้แล้ว!"
"รีบกลับกันเถอะ รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดียังไงก็ไม่รู้"
พูดจบ โจวซานโก่วก็ใช้แขนข้างที่ยังดีอยู่ หิ้วร่างผอมโซของเจ้าลิงเดินกลับเข้าไปในถนนเมืองมืด
"อ้อ อ้อ!"
"โอเคครับ"
"เอาไปส่งที่คลินิกของพี่ซูหยางก็พอนะครับ"
ทงทงวิ่งเหยาะๆ ตามหลังไป
โจวซานโก่วพูดเสียงเรียบ "ฉันไม่กล้าไป"
ทงทงเบ้ปาก "เขาไม่ฆ่าลุงหรอก เขาคอยสัญญากับผมแล้วว่าจะไม่ฆ่าคนอีก!"
โจวซานโก่วแค่นหัวเราะ "หึหึ..."
ทงทงพยายามเถียงแทนซูหยาง "จริงๆ นะครับ!"
โจวซานโก่วแค่นหัวเราะอีกครั้ง "หึหึ..."
ทั้งสองคนเดินตามกันไป นำพาเจ้าลิงผู้เต็มไปด้วย 'ความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่' กลับไปสู่ฝันร้ายที่เขาไม่อยากจะจดจำอีกครั้ง
คฤหาสน์หรู สาวสวย โลกใต้ดิน ในเวลานี้ ทุกสิ่งมลายหายไปราวกับหมอกควัน
ณ คลินิก
"มานอนหลับข้างนอกอีกแล้ว เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก!"
"ทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย"
ทงทงพยุงเจ้าลิงเข้าไปในบ้านอย่างยากลำบาก วางเขาลงบนเตียงผ่าตัด จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในห้องนอน หยิบผ้าห่มออกมาห่มให้ซูหยาง
"ต้องแอบทำการทดลองตอนที่ผมไม่อยู่แน่ๆ เลย!"
"ฝ่ามือไปโดนอะไรบาดมาอีกล่ะเนี่ย..."
เขาเหมือนจะมีเรื่องให้บ่นไม่จบไม่สิ้น ปากก็บ่นพึมพำไปเรื่อย มือก็ทายาฆ่าเชื้อที่ฝ่ามือของซูหยางอย่างเบามือ พันผ้าพันแผลให้เสร็จสรรพ จากนั้นก็คว้าผ้าขี้ริ้วมาเช็ดคราบเลือดสดๆ แถวเตียงผ่าตัดจนสะอาดเอี่ยม
สุดท้าย เขาก็จัดการทำแผลที่ปริแตกของเจ้าลิง และใส่ยาฆ่าเชื้อให้แบบลวกๆ
กว่าเขาจะยุ่งเสร็จ ท้องฟ้าก็เริ่มสางแล้ว
แต่ทงทงกลับไม่บ่นเลยสักคำ เขาเดินออกไปหน้าคลินิก สูดอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดลึกๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มแห่งความพึงพอใจ
"เป็นอีกหนึ่งวันที่สดใส!"
"แถมยัง!"
"ยังมีชีวิตอยู่!"
"ดีจังเลย!"
เขาดูเหมือนจะพอใจกับอะไรง่ายๆ เสมอ
เขานั่งลงบนขั้นบันไดหน้าประตู มองดูซูหยางที่ยังคงหลับสนิท ในที่สุดทงทงก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้า เขาเอนตัวพิงเก้าอี้โยกของซูหยาง แล้วผล็อยหลับไป
ทั่วทั้งถนนเมืองมืด ไม่มีใครไม่กลัว 'คลินิกน้ำพุเหลือง' แต่ในเวลานี้ ที่นี่กลับอบอวลไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเงียบสงบ
บางทีในสายตาของคนนอก ที่นี่อาจจะเต็มไปด้วยความมืดมิด หนาวเหน็บ เป็นสัญลักษณ์ของความน่าสะพรึงกลัว
แต่สำหรับทงทงแล้ว ที่นี่... กลับทำให้เขารู้สึกอบอุ่นใจ
คลินิกน้ำพุเหลืองเป็นอย่างไร ถนนเมืองมืดก็เป็นอย่างนั้น
เขาที่ไร้ซึ่งหนทางไปในโลกภายนอก กลับได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งรวมของคนเลวทรามแห่งนี้
ถึงแม้ชีวิตของเขาจะยังคงนับถอยหลังอยู่ แต่ทุกๆ วันของเขาก็ผ่านไปอย่างคุ้มค่า
คลินิกช่างเงียบสงบ แต่ทว่าโลกภายนอกในเวลานี้ กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ในเช้าวันนี้ ทุกคนต่างก็ได้เห็นภาพที่ชาตินี้ไม่มีวันลืม
ดวงอาทิตย์ทอแสง
สาดส่องไปทั่วท้องฟ้า
เหนือหมู่เมฆเหล่านั้น จู่ๆ ก็ปรากฏภาพสิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนซากปรักหักพังให้เห็นลางๆ!
ถึงแม้จะดูทรุดโทรมไปมาก แต่ก็ยังสัมผัสได้ถึงความรุ่งเรืองในอดีตของสิ่งปลูกสร้างเหล่านี้
เสาหินสีทองล้มระเนระนาดอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง
ป้ายชื่อที่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว แขวนเอียงๆ อยู่บนที่สูง
พอมองออกลางๆ ว่ามีตัวอักษรสามตัวเขียนอยู่บนป้ายนั้น
'ประตูหนานเทียน'
และนี่ เป็นเพียงแค่ส่วนเล็กๆ ของภาพลวงตาบนท้องฟ้าเท่านั้น ฉากอื่นๆ ของโลกใบนั้นยังคงซ่อนตัวอยู่ในม่านหมอก!
มีเพียงไม่กี่สิ่งเท่านั้นที่พอมองออก!
ท่อนเหล็กขึ้นสนิมตั้งตระหง่านอยู่บนขอบฟ้า มีเศษผ้าคลุมสีแดงขาดรุ่งริ่งพันอยู่ ถึงแม้จะอยู่ไกลแสนไกล แต่ก็ยังสะดุดตา!
โคมไฟดอกบัวส่องแสงนวลตา
ยักษ์ไร้หัวกำลังเดินย่ำอยู่บนผืนดินแห้งแล้ง!
ลึกเข้าไปในม่านหมอก แว่วเสียงสวดมนต์ดังมาให้ได้ยินลางๆ
เพียงชั่วข้ามคืน โลกใบนี้...
ก็เปลี่ยนไป
มันเปลี่ยนแปลงกะทันหันเสียจนผู้คนตั้งตัวไม่ติด
ผู้คนเริ่มจากความตื่นตระหนก ก้มกราบไหว้บูชา จากนั้นก็เริ่มสงสัย คาดหวัง และอยากจะค้นหาความจริงของสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าให้กระจ่าง
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้น ภาพโลกที่เคยชัดเจนก็ค่อยๆ เลือนรางหายเข้าไปในหมู่เมฆอีกครั้ง กลายเป็นเพียงภาพลางๆ เหมือนกับภาพฉายโปรเจกเตอร์จากที่ไกลแสนไกล
ดูเหมือนจะใกล้ชิดกับโลกใบนี้ แต่ก็ห่างไกลเหลือเกิน
"ตำนานปรัมปรา!"
"นี่มันเป็นฉากและสิ่งของในตำนานปรัมปราสมัยโบราณทั้งนั้นเลย!"
"เซียน... มีอยู่จริงเหรอ"
"ในเมื่อเซียนมีอยู่จริง งั้นพวกเราก็สามารถบำเพ็ญเพียรเป็นเซียนได้เหมือนกันใช่ไหม"
สิ่งต่างๆ ที่เคยมีอยู่แค่ในจินตนาการ จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นในโลกแห่งความเป็นจริงอย่างง่ายดาย
ในชั่วพริบตา ความบ้าคลั่งของชนชั้นรากหญ้าก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
และเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก 'เซียนจุติ' โฆษณาจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกโพสต์ลงในเว็บบอร์ด เพื่อเกาะกระแสความนิยมระลอกแรกนี้
บำเพ็ญเพียรเป็นเซียนได้หรือไม่ค่อยว่ากัน แต่ขอฉวยโอกาสนี้หาเงินก่อนก็แล้วกัน
"คอร์สเรียนบำเพ็ญเพียรเร่งรัด เปิดรับสมัครแล้ว! สอนโดยอาจารย์ผู้เฒ่าที่ศึกษาคัมภีร์เต๋ามานานนับสิบปี มีความเข้าใจในวิถีแห่งเซียนอย่างลึกซึ้ง จะมาช่วยสานฝันให้คุณ การบำเพ็ญเพียรเป็นเซียน จะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!"
"นม ต้องดื่มนมวารีกระจ่างเท่านั้น! นมวารีกระจ่าง ก้าวแรกสู่การเป็นเซียน!"