เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 23 ข้าชูธูปสูงบูชาเทพ

ตอนที่ 23 ข้าชูธูปสูงบูชาเทพ

ตอนที่ 23 ข้าชูธูปสูงบูชาเทพ


เมื่อหลี่โจวฉวน นายอำเภอเมืองซงเจียงเข้ามาในห้อง สีหน้าดูเอาใจใส่และเป็นมิตรอย่างยิ่ง จากนั้นก็จงใจจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย พลางพร่ำกล่าวไม่ขาดปากว่า “วันนี้ในตลาดเกิดเรื่องขึ้น โชคดีที่ท่านสยงพาคนออกมาช่วยเหลือ ซาบซึ้งใจยิ่งนัก!”

สยงจิ่วซานประสานมือกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ท่านหลี่กล่าวเกินไปแล้ว ข้ามีความสามารถเพียงน้อยนิด เรื่องที่จัดการได้ล้วนเป็นเพราะใต้เท้าควบคุมสถานการณ์และบัญชาการอย่างเหมาะสม!”

สยงจิ่วซานรู้ว่าอีกฝ่ายมิได้มาเพื่อตนเอง เมื่อเสร็จพิธีรีตองกันแล้ว จึงวกเรื่องไปที่เซี่ยอวี้ชวน

หลี่โจวฉวนย่อมรู้จักเซี่ยอวี้ชวน

เขารู้เรื่องวีรกรรมของคุณชายผู้นี้ดีเสียยิ่งกว่าใคร

ตระกูลเซี่ยจะนับเป็นตระกูลธรรมดาได้อย่างไร

คนทั้งตระกูลล้วนเป็นแม่ทัพนายกอง สร้างความดีความชอบไว้มากมายในต้าเหลียง!

พูดตามจริงแล้ว หลี่โจวฉวนค่อนข้างเคารพท่านฮู่กั๋วกงผู้เฒ่าซึ่งกรำศึกมาทั้งชีวิต แต่ต่อหน้าเซี่ยอวี้ชวนในยามนี้ ท่าทีของเขาก็มิได้หยามเหยียดอันใด เพียงแต่ด้วยฐานะที่ต่ำต้อยและวาจาไร้น้ำหนัก จึงไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากเท่านั้น

คืนนั้น สยงจิ่วซานมารายงานตัวที่ว่าการ เขาก็คร้านจะออกหน้า เพียงส่งนายอำเภอรองไปอำนวยความสะดวกให้สยงจิ่วซาน

ก็เป็นเพียงขั้นตอนตามระเบียบเท่านั้น

เขาได้รับข่าวมานานแล้วว่าในขบวนผู้ถูกเนรเทศมีคนจากตระกูลเซี่ย

เรื่องเล่าของตระกูลเซี่ยในหมู่ชาวตลาดมีมากนัก เขาจึงรู้สึกใคร่รู้ต่อคนตระกูลเซี่ยอยู่บ้าง แต่ต่อให้ใคร่รู้เพียงใด ก็สำคัญไม่เท่าตำแหน่งขุนนางบนศีรษะของตน

ที่ปรึกษาในที่ว่าการเตือนเขาว่าตระกูลเซี่ยถูกฮ่องเต้รังเกียจ จึงเกิดเคราะห์ครั้งนี้ขึ้น หากท่านไม่อยากพัวพันกับเรื่องคาว ๆ ก็ควรอยู่ให้ห่าง จะได้ไม่พลอยแปดเปื้อนไปด้วย

หลี่โจวฉวนเห็นว่าที่ปรึกษาพูดมีเหตุผล ในใจจึงหวังให้ขบวนผู้ถูกเนรเทศนี้รีบออกจากเมืองไปเสียโดยเร็ว

ใครจะคาด พอถึงกลางคืนในเมืองก็โกลาหลอึกทึกขึ้นอีก ครั้นเขาเพิ่งออกไปจัดการเสร็จ กลับมาเห็นสยงจิ่วซานทั้งแบกคนเจ็บและมัดตัวผู้ต้องสงสัยมาถึงที่ว่าการเสียแล้ว

หลี่โจวฉวนช่าง...

ยิ่งกลัวสิ่งใด ก็ยิ่งได้สิ่งนั้น

เขาให้คนจัดที่พักให้พวกเขา สยงจิ่วซานยังอยากรายงานเขา เขาก็โบกมือทันที ไม่คิดจะฟังโดยสิ้นเชิง

ออกไปพาคนของตนไปเดินตรวจรอบหนึ่งแล้วกลับมา หลี่โจวฉวนก็มิใช่คนโง่ เรื่องวิวาทวุ่นวายอะไรนั่น ที่แท้ก็เป็นการอาศัยพื้นที่ในเขตปกครองของเขาก่อเรื่องชัด ๆ

เขาจึงแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น อย่างไรสยงจิ่วซานก็เป็นเจ้าหน้าที่คุมตัวนักโทษ หากนักโทษเกิดเรื่องก็เป็นความรับผิดชอบของเขา ที่ว่าการของเขาเพียงมีหน้าที่ประทับตราให้ขบวนที่ผ่านทาง จะไปยุ่งเรื่องจุกจิกเหล่านั้นทำไม

ขณะที่กำลังหวังจะหลบให้ไกลอยู่แท้ ๆ ก็มีคนมารายงานว่า คนตระกูลเซี่ยอยากขอใช้สถานที่ของที่ว่าการทำพิธีจุดธูปเชิญเทพ

หลี่โจวฉวนร่างท้วมพลันลุกพรวดจากเก้าอี้เอน!

เซี่ยอวี้ชวนจะเชิญเทพ?!

ตระกูลเซี่ยมิใช่ว่าทำลายป้ายเทพอันเลื่องชื่อนั้นไปแล้วหรอกหรือ

หลี่โจวฉวนอยู่ในห้องทำงานลังเลเพียงครู่เดียว ก็ลุกขึ้นมา

โอกาสหายากในรอบพันปีเช่นนี้ เขาจะต้องดูเสียหน่อยว่าตระกูลเซี่ยเชิญเทพกันอย่างไร

ระหว่างทาง บ่าวรับใช้ได้เล่าคำของหมอเฒ่าผู้ตรวจอาการให้เขาฟังแล้ว

“หมอบอกว่าคนนั้นไม่มีทางรอดแล้ว”

หลี่โจวฉวนถามว่า “เจ้าแน่ใจหรือว่าหมอบอกว่าคนนั้นอยู่ไม่รอดแล้ว”

“แน่ใจขอรับ ข้าน้อยยังดักถามอยู่นอกห้องจนแน่ใจแล้วด้วย”

เช่นนั้นหลี่โจวฉวนยิ่งสนใจเข้าไปใหญ่

ข่าวลับในเมืองหลวงแพร่ออกมาว่าตระกูลเซี่ยไม่มีทางรอดแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าเป็นจริงหรือเท็จ

เมื่อเข้ามาในห้อง เขายังจงใจเดินลึกเข้าไปอีกหลายก้าว ฝืนความรู้สึกไม่สบายใจแล้วมองดูสวีซู่ที่หมดสติอยู่

ถูฮวายืนอยู่ข้างเตียงมองเขาแวบหนึ่ง หลี่โจวฉวนมิได้สังเกตเลยว่า ในห้องนี้ ที่จริงยังมี “คน” อีกคนหนึ่งอยู่

เขามองเซี่ยอวี้ชวนแล้วถามว่า “ได้ยินว่าท่านจะเชิญเทพหรือ”

เซี่ยอวี้ชวนพยักหน้า “รบกวนท่านอำนวยความสะดวกด้วย”

หลี่โจวฉวนกลอกตา แล้วถามอีกว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องที่ตระกูลเซี่ยบูชาเทพมาบ้าง ไม่ทราบว่าท่านอยากให้ข้าอำนวยความสะดวกเช่นไร”

“ขอรบกวนท่านให้เวลาข้าจุดธูปสามดอก”

“เพียงธูปสามดอกก็พอแล้วหรือ ไม่ต้องเตรียมเครื่องสังเวยอื่นอีกหรือ” หลี่โจวฉวนถามอย่างใคร่รู้

“ไม่แน่ว่าจะสำเร็จ แค่ท่านยอมมอบธูปสามดอกให้ ข้าก็ซาบซึ้งมากแล้ว”

หลี่โจวฉวนฟังแล้วรู้สึกชื่นใจไม่น้อย

เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้หลี่โจวฉวนลำบากใจ เขาจึงสั่งให้คนไปหยิบธูปสามดอกมาทันที แม้เซี่ยอวี้ชวนจะบอกว่าไม่จำเป็น แต่เขาใคร่รู้เหลือเกินว่าเรื่องเล่าของตระกูลเซี่ยเป็นจริงหรือไม่ จึงสั่งให้คนเตรียมเหล้าใสและผลไม้สำหรับบูชามาด้วยเล็กน้อย ในจวนมิได้ขาดของสำหรับไหว้พระ

มารดาของหลี่โจวฉวนก็ไหว้พระที่หอพระในเรือนหลังทุกวัน แต่ไหว้มาหลายปีแล้ว ก็ไม่เห็นยศตำแหน่งของเขาเลื่อนสูงขึ้น หรือมีลูกหลานเต็มบ้าน

เมื่อได้รับอิทธิพลจากมารดามานาน ในใจหลี่โจวฉวนจึงค่อนข้างเชื่อเรื่องเหล่านี้

ไม่นาน ของบูชาก็ถูกนำมาส่ง

เซี่ยอวี้ชวนหารือกับเทพประจำตระกูลไว้แล้ว รู้ว่าถูฮวาอยากได้พื้นที่เป็นส่วนตัว เพื่อรักษาสวีซู่

ดังนั้น เขาจึงอ้างว่าเทพชอบความสงบ พาผู้ไม่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากห้องของสวีซู่

สยงจิ่วซานไม่ค่อยวางใจ แต่เซี่ยอวี้ชวนกลับยืนกรานหนักแน่น หลี่โจวฉวนก็เกรงว่าความดื้อดึงของเขาจะทำให้เรื่องเชิญเทพกลายเป็นหมัน จึงพาคนของสยงจิ่วซานไปอีกด้านหนึ่งด้วยถ้อยคำอ้อมค้อม

ห้องสองฝั่งเชื่อมถึงกัน แต่จากฝั่งนี้มองเห็นห้องอีกด้านได้เพียงมุมหนึ่ง จึงมองไม่เห็นสวีซู่ที่อยู่ข้างใน

เซี่ยอวี้ชวนเอ่ยในใจว่า 「เทพประจำตระกูลโปรดตามสบาย ทางนี้ไม่ต้องเกรงใจ」

ถูฮวาตอบเขาว่า “หากอาการดีขึ้นแล้วข้าจะบอกเจ้า ข้าจะพยายามยื้อเวลาไว้”

เพราะนางเองก็ไม่รู้ว่า ด้วยความสามารถของตนและอาการของสวีซู่ในตอนนี้ นางต้องใช้เวลานานเท่าใด

เซี่ยอวี้ชวนอยู่ในห้องข้าง ตั้งเครื่องบูชาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ก่อนจุดเตาและถวายธูป

หลี่โจวฉวน สยงจิ่วซาน และคนอื่น ๆ ต่างยืนเงียบกริบอยู่ด้านข้าง

เรื่องเซ่นไหว้เทพย่อมต้องทำอย่างเคร่งครัด จะได้ไม่ผิดธรรมเนียม

สยงจิ่วซานเป็นเพียงนักรบ มิได้ศรัทธาเรื่องเหล่านี้ของตระกูลเซี่ยมากนัก ทว่าชาวต้าเหลียงกลับเคารพเรื่องเทพเจ้ามาแต่ไหนแต่ไร

หากสาวถึงต้นเหตุ เรื่องนี้ก็น่าจะเกี่ยวโยงกับตระกูลเซี่ยอยู่บ้าง

ในพงศาวดารปฐมจักรพรรดิยังมีเรื่องเทพประจำตระกูลเซี่ยเชิญทหารสวรรค์และแม่ทัพสวรรค์มาช่วยองค์จักรพรรดิ อีกทั้งทุกปีตั้งแต่ต้นปีจนปลายปีก็ยังมีงานบวงสรวงพื้นบ้านหลากหลาย การบูชาเทพจึงเป็นธรรมเนียมที่แพร่หลายในหมู่ชาวต้าเหลียง

สยงจิ่วซานมีท่าทีเฉย ๆ ไม่ได้เห็นด้วยหรือคัดค้าน เขาเพียงจ้องมองเซี่ยอวี้ชวนเท่านั้น

ส่วนหลี่โจวฉวนกลับตื่นเต้นไม่น้อย

เขาจับตาทุกอิริยาบถของเซี่ยอวี้ชวนไม่วางตา แอบจดจำไว้ในใจ

เรื่องเล่าเกี่ยวกับเทพประจำตระกูลเซี่ยมีมูลความจริง คนนอกย่อมไม่รู้ว่าคนตระกูลเซี่ยปกติใช้วิธีใดบูชาเทพ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการได้มานั่งดูขั้นตอนการเชิญเทพของคนตระกูลเซี่ยกับตา

หลี่โจวฉวนรู้ว่าบ้านตนก็ไหว้เทพกันอย่างศรัทธายิ่ง ทุกปีก็ไปวัดหงฝ่าและบริจาคเงินทำบุญไม่น้อย

ทว่าสิ่งที่เขาหวังกลับไม่เคยสำเร็จสักอย่าง

บัดนี้มีตัวอย่างจริงวางอยู่ตรงหน้า

เขาจับตาทุกอิริยาบถ แม้กระทั่งตั้งใจฟังว่าปากของเซี่ยอวี้ชวนมีถ้อยคำสวดขอพรใด ๆ ตอนเชิญเทพหรือไม่

ยิ่งมองก็ยิ่งตื่นตาและอดชื่นชมไม่ได้

ดูเสียก่อน พิธีบวงสรวงของตระกูลผู้ดีเขาทำกันเช่นไร

นั่นไง เขาว่าแล้วว่าวิธีของมารดาตนที่เอาแต่จุดธูป โขกศีรษะ และพร่ำถ้อยคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา ย่อมไม่สำเร็จ

หันกลับมาดูการไหว้เทพของคนตระกูลเซี่ย

ตั้งแต่ลำดับการจัดเครื่องบูชา ท่วงท่า ไปจนถึงกิริยาขณะรินน้ำ ทุกอิริยาบถล้วนดูมีแบบแผน

เขาเห็นแม้แต่ท่าจุดธูปของเซี่ยอวี้ชวนก็ดูไม่ธรรมดา ยิ่งแอบมองอย่างตั้งใจ คิดว่าเดี๋ยวกลับไปจะลองทำที่หอพระบ้าง

หรือว่าพิธีแบบตระกูลเซี่ยนี้จึงเป็นวิธีบวงสรวงที่ถูกต้อง

เซี่ยอวี้ชวนรู้ดีว่ายามคับขันต้องผ่อนปรนตามสถานการณ์ ที่ทำเช่นนี้ก็เพียงเพื่อปกปิดการที่เทพประจำตระกูลช่วยรักษาคน

แต่เขาก็ไม่ยอมทำพิธีบูชาเทพอย่างลวก ๆ

ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่รู้ว่าตนเคยจุดธูปและคุกเข่าคำนับในศาลบรรพชนตระกูลเซี่ยมากี่ครั้งแล้ว แต่กลับไม่เคยเห็นเงาของเทพสักครั้ง

กระนั้น ในยามที่ตระกูลเซี่ยตกอยู่ในภยันตรายที่สุด

เทพประจำตระกูลก็มาจริง ๆ

บุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ ไม่อาจตอบแทนได้

ตั้งแต่ออกจากคุกจนถึงบัดนี้ เขายังมิได้จุดธูปให้แก่นางสักดอก หรือถวายเหล้าสักจอก

ยามนี้ เครื่องบูชาก็เรียบง่ายนัก

แต่เขายินดีถวายธูปด้วยใจอันจริงแท้!

(จบตอน)

จบบทที่ ตอนที่ 23 ข้าชูธูปสูงบูชาเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว