- หน้าแรก
- ตัวร้ายยิ่งลูกดกยิ่งโชคดี เหล่านางเอกดวงตั้งครรภ์ทะลุหลอด
- บทที่ 311: บังคับจูบเจียงเยว่ ทำเอาทุกคนตกตะลึงกันทั้งสนาม!
บทที่ 311: บังคับจูบเจียงเยว่ ทำเอาทุกคนตกตะลึงกันทั้งสนาม!
บทที่ 311: บังคับจูบเจียงเยว่ ทำเอาทุกคนตกตะลึงกันทั้งสนาม!
บทที่ 311: บังคับจูบเจียงเยว่ ทำเอาทุกคนตกตะลึงกันทั้งสนาม!
​หูตงเว่ย, หลิวเคอ และ เจิงเซี่ยนหง ต่างก็ยืนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแทบจะยัดไข่เป็ดเข้าไปได้ทั้งใบ พวกเขาอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กันราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ
​หัวหน้าครูฝึกเจียงเยว่สุดโหดคนนั้นน่ะนะ... เป็นแฟนของพี่ใหญ่?
​วินาทีต่อมา หลังจากดึงสติกลับมาได้ ทั้งสามคนก็ส่ายหน้าพรืดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ราวกับได้ยินเรื่องตลกที่ไร้สาระที่สุดในโลก
​"พี่ใหญ่ พี่อย่ามาอำพวกเราให้ยากเลย" หูตงเว่ย แค่นหัวเราะพลางตบไหล่ฉีหลิน "ครูฝึกเจียงเยว่เป็นเหมือนดอกกุหลาบอาบยาพิษที่เต็มไปด้วยหนามแหลมคมขนาดนั้น แค่ปรายตามองก็ทำเอาคนเสียวสันหลังวูบแล้ว นอกจากราชันย์ทหารระดับตำนาน ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีใครบนโลกนี้ปราบเธออยู่ได้!"
​"ล้อเล่นอะไรกันเนี่ยพี่ใหญ่" หลิวเคอ เสริมด้วยสีหน้าจริงจัง "มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าครูฝึกเย่เกาแอบชอบครูฝึกเจียงเยว่จนออกนอกหน้า ถ้าพี่เป็นแฟนของเธอจริงๆ ป่านนี้เขาคงพุ่งเข้ามาฟาดปากกับพี่ไปแล้ว ไม่ยอมยืนทนดูอยู่เงียบๆ หรอก"
​เจิงเซี่ยนหง ถอนหายใจยาวก่อนจะพูดปิดท้ายอย่างติดตลก "ถ้าเทียบกับเรื่องหลุดโลกแบบนี้... ฉันยอมเชื่อว่าพี่ใหญ่คือจิ๋นซีฮ่องเต้กลับชาติมาเกิดยังจะดูสมเหตุสมผลกว่าอีกนะ"
​ฉีหลิน: "........."
​พูดความจริงออกไปกลับไม่มีใครยอมเชื่อซะงั้น?
​ชายหนุ่มได้แต่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ท่าทีของเขาผ่อนคลายและเยือกเย็นตามสไตล์ของตัวเอง ในเมื่อพูดไปแล้วพวกนี้คิดว่าเป็นเรื่องล้อเล่น งั้นก็ช่วยไม่ได้แล้วล่ะ ปล่อยให้เวลาเป็นตัวพิสูจน์ก็แล้วกัน
​หลังจากการฝึกยืนท่าระเบียบพักอันแสนทรมานภายใต้แสงแดดแผดเผาจบลง นักศึกษาใหม่ต่างก็ล้มตัวลงนั่งหอบหายใจกันระงม
​ฉีหลินเดินล้วงกระเป๋าอย่างสบายอารมณ์กลับมาหาพวกรูมเมต แต่แล้วเขาก็ต้องเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อพบกับภาพเหตุการณ์ที่น่าสนใจและวุ่นวายสุดๆ ภาพหนึ่ง
​ทังอินเสวียน น้องสาวบุญธรรมผู้แสนงดงามของเขา กำลังถูกกลุ่มนักศึกษาใหม่ชายรุมล้อมเป็นวงกลมแน่นขนัด ไม่ใช่แค่นักศึกษาปีหนึ่งเท่านั้น แม้กระทั่งพวกรุ่นพี่ปีสองปีสามที่ว่างจัด ก็ยังทำเนียนมาร่วมวงแจกขนมจีบด้วย
​"น้องอินเสวียนครับ เหนื่อยไหม หิวน้ำหรือเปล่า? นี่พี่ตั้งใจวิ่งไปซื้อน้ำสาลี่ตุ๋นน้ำตาลกรวดมาให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ ดื่มให้ชื่นใจหน่อยสิ!"
"น้องอินเสวียน อากาศร้อนๆ แบบนี้ กินแตงโมแช่เย็นไหม? พี่หั่นมาให้พอดีคำเลย!"
"น้องอินเสวียนครับ ขอแอดวีแชตหน่อยได้ไหม? พี่มีชีทสรุปข้อสอบของปีที่แล้วเพียบเลยนะ!"
"น้องอินเสวียน งานเลี้ยงรับน้องใหม่คืนนี้ เธอมีคู่เต้นรำหรือยัง? ถ้ายอมตกลง รุ่นพี่คนนี้ยินดีสอนสเต็ปเต้นให้เธอแบบตัวต่อตัวเลยนะ"
​เมื่อเห็นภาพการรุมทึ้งของเหล่าชายหนุ่มที่หิวโหย หูตงเว่ย ก็เดินเข้ามาใกล้ฉีหลินแล้วหัวเราะเบาๆ
​"พี่ใหญ่ พี่ยังไม่รู้เรื่องล่ะสิ น้องอินเสวียนน่ะเพิ่งได้รับการโหวตจากบอร์ดมหาลัยให้เป็น 'ดาวมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงคนใหม่ประจำปี' อย่างเป็นทางการแล้วนะ! ด้วยหน้าตาที่สวยหวานหยดย้อยขนาดนั้น พอฝึกทหารเสร็จพักเบรกทีไร ก็จะมีฝูงผู้ชายมารุมตอมเต็มไปหมดราวกับแมลงวันเห็นน้ำหวานเลยล่ะ"
​หลิวเคอ พูดกลั้วหัวเราะพลางส่ายหน้า "เวลานี้แหละ ที่ฉันรู้สึกโชคดีสุดๆ ที่ตัวเองไม่มีน้องสาวสวยๆ ระดับนางฟ้าแบบนั้น ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องประสาทกิน คอยเป็นห่วงทุกวันว่าน้องสาวจะถูกพวกผู้ชายหน้าหม้อหลอกฟันเอาไปกิน"
​เจิงเซี่ยนหง พยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วยอย่างยิ่ง "ใครว่าไม่จริงล่ะ การมีแฟนสวยระดับดาวมหาลัยมันเป็นความรู้สึกแบบไหนกันนะ? แค่คิดฉันล่ะก็เป็นห่วงตลอดเวลาเลยว่าแฟนจะถูกไอ้หนุ่มที่ไหนมาแย่งไป"
​"ไปไกลๆ เลยไอ้ขี้อวด!"
​เมื่อเห็นเจิงเซี่ยนหงเริ่มวกกลับมาโอ้อวดเรื่องแฟนสาวของตัวเอง หลิวเคอกับหูตงเว่ยก็พร้อมใจกันสบถออกมาและแจกนิ้วกลางให้ทันที
​"บอกแล้วไงคะ ว่าฉันเตรียมน้ำของตัวเองมาแล้ว! ไม่ต้องเอามาให้ฉันหรอก พวกนายช่วยถอยไปห่างๆ หน่อยได้ไหม อากาศมันร้อน ฉันหายใจไม่ออก!"
​เสียงหวานที่เต็มไปด้วยความรำคาญดังแหวกวงล้อมออกมา
​"พวกนายเลิกยุ่งกับฉันสักทีได้ไหม ฉันจะเอาน้ำไปให้พี่ชายฉันแล้ว!"
​เวลานี้ ทังอินเสวียนถึงกับเบ้ปาก ใบหน้าสวยหวานฉายแววหงุดหงิดระคนจนใจอย่างเห็นได้ชัด คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
​เมื่อได้ยินทังอินเสวียนพูดประกาศกร้าวออกมาแบบนี้ เหล่าบรรดาผู้ชายที่กำลังแข่งกันทำคะแนนตามจีบก็ถึงกับสตั๊น อึ้งแดกกันไปเป็นแถบ
​เดี๋ยวนะ... ดาวมหาวิทยาลัยคนสวยมีพี่ชายเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยเจียงเฉิงด้วยเหรอ?
ไม่เห็นเคยได้ยินประวัติส่วนตัวเธอระบุไว้ หรือมีใครพูดถึงเรื่องนี้มาก่อนเลยนี่นา!
​แต่เมื่อเห็นว่าทังอินเสวียนเริ่มจะโกรธจนหน้าแดงก่ำจริงๆ พวกเขาก็ไม่กล้าตื๊อต่อ ทำได้เพียงค่อยๆ แหวกทางให้เธอเดินออกไปอย่างเสียดาย
​ถึงกระนั้น แม้จะเปิดทางให้ แต่พวกที่ตามจีบเธอก็ยังคงเดินตามทังอินเสวียนมาต้อยๆ เป็นพรวนอยู่ด้านหลัง ภาพที่สาวน้อยหน้าตาน่ารักกำลังกระทืบเท้าเดินด้วยความหงุดหงิด ช่างดูน่าเอ็นดูจนทำให้หัวใจของหนุ่มๆ ที่มองตามแทบจะละลายกองไปกับพื้น
​ในที่สุดเธอก็ฝ่าวงล้อมอันน่ารำคาญนั้นออกมาได้สำเร็จ
​ทังอินเสวียนวิ่งเหยาะๆ ตรงดิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้า ฉีหลิน ใบหน้าหวานแดงระเรื่อจากทั้งความร้อนและความเหนื่อย เธอยื่นกระติกน้ำของตัวเองให้ชายหนุ่ม พร้อมกับปรับเปลี่ยนน้ำเสียงจากที่หงุดหงิดเมื่อครู่ กลายเป็นเสียงหวานหยดย้อยและออดอ้อน
​"พี่คะ พี่ไม่ได้พกกระติกน้ำมาใช่ไหม? หนูเอาน้ำมาให้พี่แล้วค่ะ ดื่มสิคะ"
​เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจนี้ บรรดาฝูงชนที่เดินตามจีบเธอต่างก็หยุดชะงักและตกตะลึงจนตาค้าง
​ฉีหลิน คือคนดังระดับท็อปของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิงในเวลานี้ ทั้งความหล่อเหลาและความเก่งกาจ ใครๆ ก็รู้จักเขากันทั้งนั้น แต่ไม่มีใครคาดคิด หรือจินตนาการออกเลยว่า พี่ชายสุดที่รักของดาวมหาวิทยาลัยคนใหม่ จะเป็น 'ท่านจอหงวนสายวิทย์ระดับประเทศ' คนนี้ไปได้!
​แต่เดี๋ยวก่อน... มันเป็นไปไม่ได้นี่นา!
​"น้องอินเสวียน! พวกนายสองคนเตี๊ยมกันหลอกพวกเราเล่นใช่ไหม? เธอแซ่ 'ทัง' ส่วนพี่ชายเธอคนนี้แซ่ 'ฉี' แซ่ก็ไม่เหมือนกันแล้ว จะเป็นพี่น้องกันได้ยังไง!"
​นักศึกษาชายใจกล้าคนหนึ่งตะโกนถามเสียงดังขึ้นมาทันที ราวกับจับผิดได้ รูมเมตของฉีหลินทั้งสามคนก็หันมามองหน้ากันด้วยความงุนงงเช่นกัน
​นั่นสิ... มีพี่น้องแท้ๆ ที่ไหนที่ใช้แซ่ไม่เหมือนกันบ้างล่ะ?
​ทังอินเสวียนชะงักไปเล็กน้อย เธอมองไปที่ฉีหลินตาแป๋วอย่างขอความช่วยเหลือ ไม่รู้ว่าจะตอบคำถามแก้ตัวนี้ยังไงดีให้เนียนที่สุด
​ฉีหลินกลับไม่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน เขาหัวเราะร่วนออกมาเบาๆ พร้อมกับยื่นมือไปโอบไหล่บางของทังอินเสวียนเอาไว้อย่างเป็นธรรมชาติและปกป้อง
​"นี่มันแปลกตรงไหนกัน? ฉันกับน้องสาวเป็นลูกคนละพ่อคนละแม่กัน ครอบครัวเราแต่งงานใหม่น่ะ ต่างคนก็เลยต่างใช้แซ่ของพ่อตัวเองไง มีปัญหาอะไรไหม?"
​ข้ออ้างนี้... ถ้ามองให้ลึกมันโคตรจะแถและฟังดูทะแม่งๆ แต่ถ้าคิดดูแบบผิวเผินตามหลักความเป็นจริงของสังคมสมัยนี้ มันก็ยังพอฟังขึ้นอยู่บ้าง
​เมื่อได้ยินคำอธิบายที่มั่นใจของฉีหลิน ทุกคนก็เลยถอนหายใจโล่งอกไปเปลาะหนึ่ง
​บรรดาหนุ่มๆ ที่ตามจีบเธอต่างก็พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส พวกเขาคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็วว่า นี่คือ 'ว่าที่พี่เขย' ในอนาคตของพวกเขา แววตาของพวกเขากลับมาเป็นประกายวิบวับอีกครั้ง และคราวนี้เป้าหมายเปลี่ยนไป รีบพุ่งเข้ามาล้อมหน้าล้อมหลังเอาอกเอาใจฉีหลินแทนทันที
​"พี่ใหญ่ครับ! อากาศร้อนๆ แบบนี้ ดื่มน้ำของผมไหมครับ ผมเพิ่งซื้อมาใหม่ๆ เลย ดื่มน้ำของผมเถอะ!"
"พี่ฉีครับ! รับพัดลมมือถือของผมไปเป่าคลายร้อนหน่อยไหมครับ!"
​เมื่อเห็นสถานการณ์พลิกกลับตาลปัตรแบบนี้ ทังอินเสวียนก็เม้มปากแน่น พยายามกลั้นหัวเราะออกมาอย่างสุดกำลัง เธอรู้ดีว่าพี่ชายตัวแสบจงใจรับสมอ้างให้เธอเป็นน้องสาวเพื่อหาเรื่องป่วนและแกล้งเธอเล่นแน่ๆ ตอนนี้เธอเลยต้องมาปวดหัวกับการโดนพวกแมลงวันพวกนี้ตอมเช้าตอมเย็นยิ่งกว่าเดิม
​แต่ในความเป็นจริงแล้ว... สถานการณ์ของตัว ฉีหลิน เอง ก็ไม่ได้ดูดีไปกว่าทังอินเสวียนสักเท่าไหร่เลย
​"ฉ...ฉีหลินคะ พวกเราเป็นเพื่อนกันได้ไหม? นี่น้ำแร่เย็นๆ ของนายนะ ฉันตั้งใจซื้อมาให้"
​เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่งเดินบิดไปบิดมา หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึง เข้ามาส่งขวดน้ำให้ฉีหลิน แถมใต้ขวดน้ำนั้นยังมีจดหมายรักสีชมพูพับเป็นรูปหัวใจแนบมาด้วยอย่างโจ่งแจ้ง
​"ท่านจอหงวนคะ! ฉันเรียนอยู่คณะนิติศาสตร์นะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ชานมไข่มุกแก้วนี้ฉันเลี้ยงนายเอง รับไปสิคะ"
"ฉีหลินสุดหล่อ ขอแอดวีแชตหน่อยได้ไหมคะ? เผื่อมีเรื่องอยากปรึกษาเรื่องเรียนน่ะค่ะ!"
​เพียงไม่นาน เขาก็ถูกกลุ่มนักศึกษาหญิงหน้าตาค่อนข้างดี รุมล้อมเอาไว้แน่นขนัดไม่แพ้กัน
​ก็นั่นสินะ... ผู้ชายที่ทั้งเป็นแชมป์สายวิทย์อันดับหนึ่ง ทั้งหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แถมยังมีออร่าความอบอุ่น(ที่แสร้งทำ) แผ่ซ่านออกมาตลอดเวลา ผู้ชายที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติขนาดนี้ ใครบ้างล่ะจะไม่อยากได้มาครอบครอง
​เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ความวุ่นวายแบบเดียวกันเป๊ะ ฉีหลินกับทังอินเสวียนก็ทำได้เพียงหันมามองหน้ากันท่ามกลางฝูงชน
​"พรืด~"
"ฮ่าฮ่าฮ่า~"
​ทั้งสองคนประสานเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกันอย่างอดไม่ได้ให้กับความฮอตระดับปรอทแตกของพวกเขาทั้งคู่
​การฝึกทหารอันแสนน่าเบื่อและเหน็ดเหนื่อยในช่วงกลางวันจบลงไปในที่สุด
​เมื่อตกกลางคืน บรรยากาศของลานกว้างก็เปลี่ยนไป งานเลี้ยงรอบกองไฟที่นักศึกษาใหม่ทุกคนรอคอยก็มาถึง เปลวไฟสีส้มแดงลุกโชนสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นและรอยยิ้ม
​ช่วงเวลานี้... ถ้าพูดกันตามตรง จริงๆ แล้วมันก็คืองาน 'หาคู่ดีๆ' นี่เอง ถ้าใครอยากจะหาแฟนหรือสร้างคอนเนคชั่น ก็ต้องกล้าที่จะก้าวออกมากลางวง เพื่อแสดงความสามารถที่ตัวเองถนัดที่สุด หวังดึงดูดความสนใจจากเพศตรงข้าม
​ทังอินเสวียน ในฐานะที่สวมมงกุฎดาวมหาวิทยาลัยคนใหม่ของปี อย่างไม่เป็นทางการ ย่อมหนีไม่พ้นที่จะถูกเพื่อนๆ ในห้องพร้อมใจกันผลักดันและส่งเสียงเชียร์ให้ออกมาแสดงเป็นคนแรก
​เธอถูกบังคับให้ออกมายืนอยู่กลางวงแสงไฟแบบงงๆ ใบหน้าสวยหวานแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย เธอกัดริมฝีปากเบาๆ ก่อนจะเหลือบสายตามองมาที่ฉีหลินราวกับขออนุญาต
​เมื่อเห็นฉีหลินพยักหน้าเบาๆ ให้กำลังใจพร้อมกับรอยยิ้มอบอุ่นมุมปาก เธอถึงได้สูดหายใจลึกและยอมแสดง 'การเต้นรำแบบโบราณ' ออกมา
​ในฐานะคุณหนูบ้านรวยตระกูลใหญ่ ทังอินเสวียนย่อมต้องได้รับการฝึกฝนทักษะและศิลปะชั้นสูงมาอย่างเข้มงวดตั้งแต่ยังเด็ก เธอไม่ได้เก่งแค่เล่นเปียโน หรือเต้นบัลเลต์ตะวันตกเท่านั้น แม้แต่การเต้นรำแบบโบราณดั้งเดิมของจีน เธอก็ยังทำได้ดีเยี่ยมจนหาตัวจับยาก
​ท่วงท่าร่ายรำที่งดงามอ่อนช้อยราวกับสายน้ำ เรือนร่างที่บอบบางอรชรพลิ้วไหวไปตามจังหวะ ลีลาการขยับตัวที่เต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ดึงดูดสายตา ทำเอาเหล่านักศึกษาชายรอบกองไฟหลงใหลจนตาค้างแทบลืมหายใจ แม้กระทั่งรุ่นพี่ปีสองปีสามที่แอบมาส่อง ก็ยังมารุมดูด้วยความตื่นเต้นและส่งเสียงฮือฮาไม่หยุด
​เมื่อการแสดงจบลงพร้อมกับการโค้งคำนับอย่างงดงาม
​"เฮ้!!!"
​เสียงปรบมือและเสียงโห่ร้องชื่นชมดังกึกก้องสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลานกว้างของมหาวิทยาลัยเจียงเฉิง
​เวลาฝึกทหารตามปกติในตอนกลางวัน ทุกคนต่างก็เกรงกลัวและตัวสั่นเวลาอยู่ต่อหน้าครูฝึก แต่พอมาถึงช่วงเวลางานเลี้ยงกลางคืน บรรยากาศที่ผ่อนคลายทำให้นักศึกษาใหม่เริ่มจะทำตัวเป็นกันเองและกล้าหยอกล้อมากขึ้น
​"ครูฝึกเจียงเยว่ครับ! นักศึกษาทุกคนก็ผลัดกันออกมาแสดงกันจนเกือบหมดแล้ว ในฐานะหัวหน้าครูฝึก คุณจะไม่แสดงอะไรให้พวกเราดูเป็นขวัญตาหน่อยเหรอครับ?" นักศึกษาชายใจกล้าคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา
​ใบหน้าคมสวยของ เจียงเยว่ แดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อถูกพุ่งเป้า เธอรู้สึกอายอยู่บ้างจึงรีบโบกมือปฏิเสธ "เรื่องแสดงโชว์นี่คงจะไม่ได้หรอกนะ ปกติชีวิตฉันเอาแต่ฝึกฝนแล้วก็วิ่งไล่จับโจรจนยุ่งไปหมด จะไปมีเวลาหัดเต้นรำหรือทำอะไรอ่อนช้อยแบบนั้นได้ยังไงล่ะ ฉันทำไม่เป็นหรอกจริงๆ..."
​"ถ้าเต้นไม่เป็น งั้นร้องเพลงก็ได้นี่ครับครูฝึก!"
"ใช่แล้วๆ! นักศึกษาฉีหลินก็เป็นถึงแชมป์สายวิทย์ระดับประเทศ น่าจะมีโชว์หรือความสามารถพิเศษอะไรมาให้พวกเราดูบ้างนะ ฉันเสนอว่า... ให้ฉีหลินกับครูฝึกเจียงเยว่ออกมาร้องเพลงคู่กันก็ดีเหมือนกันนะ! แบบนี้สิถึงจะไม่น่าเบื่อและเป็นไฮไลท์ของคืนนี้!"
​พวกนักศึกษาที่ถูกเจียงเยว่สั่งทำโทษวิ่ง 20 รอบเมื่อตอนกลางวัน และพวกที่ถูกเธอใช้กำลังอัดจนน่วม ต่างก็สบโอกาสพากันออกมาส่งเสียงเรียกร้องและกดดันให้เจียงเยว่แสดงเพื่อเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ
​"เฮ้!!!"
"ผมเห็นด้วย ร้องเพลงคู่เลย!"
"เอาเลย! เอาเลย! เอาเลย!"
​ไอเดียสุดบรรเจิดนี้ ได้รับการสนับสนุนจากทุกคนอย่างเป็นเอกฉันท์ เสียงเชียร์ดังกะหึ่ม
​เจียงเยว่หันไปมองฉีหลินด้วยแววตาสื่อความหมาย อยากจะรู้ว่าเขาจะเอายังไง จะปฏิเสธหรือเล่นตามน้ำ
​ฉีหลินยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองฝูงชนก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงดังฟังชัด "เพลงป๊อปยุคใหม่หรือเพลงฮิตอื่นๆ ฉันร้องไม่ค่อยเป็นหรอกนะ ฉันร้องเป็นแต่เพลงลูกทุ่งเก่าๆ อย่างเพลง 'ความรักของคนลากเรือ' ถ้าครูฝึกเจียงเยว่ไม่รังเกียจที่จะเสียหน้าล่ะก็... ก็มาร้องเพลงนี้คู่กันสักเพลงเถอะ!"
​"ความรักของคนลากเรือ!?"
​สิ้นประโยคนี้ ทั้งสนามก็ฮือฮากันยกใหญ่เบอร์แรงกว่าเดิม
​ใครบ้างจะไม่รู้จักเพลงนี้! นี่มันคือเพลงคลาสสิกของพานฉางเจียงที่มีท่อนฮิตติดหูร้องว่า: "น้องสาวเธอนั่งอยู่บนหัวเรือ~ พี่ชายฉันเดินลากอยู่ริมฝั่ง~ ความรักความผูกพันดั่งสายน้ำไหลเอื่อยๆ~"
​นี่มันเป็นเพลงจีบสาวและบอกรักที่เร่าร้อนและโจ่งแจ้งสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง!?
​ท่านจอหงวนของเราจะใจกล้าและบ้าบิ่นเกินไปแล้วมั้ง? ถึงกับกล้ามาหยอกล้อและเต๊าะหัวหน้าครูฝึกเจียงเยว่จอมโหดต่อหน้าสายตาคนตั้งเยอะตั้งแยะขนาดนี้!
​ทุกคนต่างก็กลั้นหายใจ รอดูว่าเจียงเยว่จะโกรธจนเตะฉีหลินปลิว หรือจะมีปฏิกิริยายังไง
​แม้แต่เจียงเยว่เองก็ไม่คิดเหมือนกัน ว่าฉีหลินจอมเจ้าเล่ห์จะงัดมุกนี้มาเล่นต่อหน้าสาธารณชน แต่ด้วยความที่เธอเป็นผู้หญิงที่ห้าวหาญ รักศักดิ์ศรี และไม่เคยยอมแพ้ใครอยู่แล้ว เลือดนักสู้จึงสูบฉีด
​"ร้องก็ร้องสิ! ใครถอยหรือไม่กล้าร้องคนนั้นเป็นหมานะ! เดี๋ยวมาดูกันว่าใครจะร้องได้ดีกว่ากัน!"
​เจียงเยว่เชิดหน้าขึ้น ยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย ภายนอกเธออาจจะดูเป็นตำรวจหญิงที่เย็นชาและหยิ่งยโส แต่ที่แท้ตอนสมัยเรียน เธอก็แอบเป็น 'ตัวแม่ KTV' ที่กวาดไมค์มาร้องคนเดียวไม่แบ่งใครเหมือนกันนะเนี่ย~
​ภายใต้ใบหน้าที่ดำทะมึนมืดครึ้มจนแทบจะบีบน้ำหมึกออกมาได้ของ เย่เกา ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ทั้งสองคนก็ก้าวขึ้นไปยืนเคียงคู่กันบนเวทีชั่วคราวกลางลาน และเริ่มร้องเพลงคู่จีบกันไปมาอย่างสนุกสนานและเข้าขากันสุดๆ
​เมื่อการดวลเพลงจบลง ท่ามกลางเสียงหัวเราะและปรบมือรัวๆ
​เจียงเยว่ก็หันไปถามนักศึกษาใหม่ทุกคนด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจและผู้ชนะ "เอาล่ะ! พวกนายว่าเมื่อกี้ใครร้องเพราะและคุมจังหวะได้ดีกว่ากัน!?"
​นักศึกษาใหม่ด้านล่างที่เป็นงานและรู้ทิศทางลม ต่างก็ตะโกนตอบกลับมาด้วยความตื่นเต้นอย่างพร้อมเพรียง "ครูฝึกเจียงเยว่ครับ/ค่ะ!!"
​"ฮ่าๆ งั้นก็แปลว่าฉีหลินแพ้! ให้ฉีหลินแสดงอีกรอบทำโทษ!"
"ใช่ๆๆ ให้ฉีหลินแสดงอีกรอบ! เอาโชว์เด็ดๆ เลย!"
​ต้องยอมรับว่าถ้าเป็นเรื่องเทคนิคการร้องเพลงและการเอนเตอร์เทน ฉีหลินสู้ความเป็นตัวแม่ของเจียงเยว่ไม่ได้จริงๆ
​เมื่อเห็นเจียงเยว่ยกมือกอดอก มีสีหน้าภาคภูมิใจจนจมูกแทบจะเชิดทะลุฟ้า ฉีหลินก็ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและเจ้าเล่ห์
​"โชว์ความสามารถพิเศษอย่างอื่นฉันก็ทำไม่เป็นแล้วหรอกนะ..." ฉีหลินลากเสียงยาว นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเจียงเยว่ "แต่ถ้าให้ โชว์ความหวาน ล่ะก็... อันนี้ฉันว่าฉันพอจะถนัดอยู่"
​"ความหวาน?"
​ทุกคนในลานกว้างต่างก็ขมวดคิ้วงุนงง มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จะเอาลูกอมมาแจกหรือไง?
​แต่สำหรับเจียงเยว่ ทันทีที่ได้สบตากับเขากับคำพูดนั้น ใบหน้าของเธอก็พลันแดงก่ำขึ้นมาถึงใบหู สัญชาตญาณตำรวจและเซนส์ของผู้หญิงบอกเธอว่า มีลางสังหรณ์แปลกๆ และอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา
​เธอรู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร เธอเบิกตากว้างและตั้งใจจะหมุนตัวหนีลงจากเวที
​แต่ทว่า... ปฏิกิริยาของฉีหลินนั้นรวดเร็วดั่งสายฟ้าแลบ
​เขาเอื้อมมือออกไป คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็กๆ ของเธอไว้อย่างแม่นยำ แล้วออกแรงดึงเพียงกระตุกเบาๆ
​"ว้าย!"
​ร่างบางของเจียงเยว่หมุนคว้างกลับมาตามแรงดึง สูญเสียการทรงตัว และวินาทีต่อมา เธอก็ตกเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดที่แข็งแกร่งของฉีหลินอย่างพอดิบพอดี มือหนาของเขาประคองท้ายทอยเธอไว้อย่างนุ่มนวลแต่หนักแน่นไม่ให้หนี
​"อื้อ~!"
​ยังไม่ทันที่เธอจะตั้งตัวหรือส่งเสียงประท้วงใดๆ วินาทีต่อมา เธอก็ถูกฉีหลินก้มลงประทับริมฝีปาก บังคับจูบ อย่างดูดดื่มและเร่าร้อน
​ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมลานกว้าง สายตาของผู้คนนับพันคู่ที่เบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มองภาพตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา: ".........”