เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1560 กองรถขนส่งเล็กๆ (ฟรี)

บทที่ 1560 กองรถขนส่งเล็กๆ (ฟรี)

บทที่ 1560 กองรถขนส่งเล็กๆ (ฟรี)


สาเหตุที่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจียงซาช่ายังไม่เคยสร้างครอบครัว ก็มีความเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนั้นอย่างลึกซึ้ง

เพราะครั้งหนึ่งเธอเคยมีความสัมพันธ์กับผู้ชายที่ยอดเยี่ยมถึงเพียงนั้น จึงทำให้ทุกครั้งที่ได้พบผู้ชายคนอื่น ในใจของเธอก็มักจะเผลอเปรียบเทียบกับเขาโดยไม่รู้ตัว

ทว่าในจักรวรรดิหลงเซี่ยวทุกวันนี้ อย่าว่าแต่จะหาคนที่มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับผู้ชายคนนั้นเลย ต่อให้มีดีเพียงหนึ่งในสิบของเขา ก็ยังหาได้ยากยิ่ง

เพราะตอนนี้ผู้ชายคนนั้นได้กลายเป็นชายในฝันของหญิงสาวนับไม่ถ้วนไปแล้ว

ลำพังแค่ในละแวกที่เธออาศัยอยู่ ในบรรดาผู้หญิงสิบคน ก็มีถึงเก้าคนที่ชื่นชอบเขา ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้หญิงที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วด้วยซ้ำ

และที่น่าแปลกก็คือ สามีของพวกผู้หญิงเหล่านั้นกลับไม่ได้รู้สึกอิจฉาริษยาเลยแม้แต่น้อย

เพราะสำหรับความยอดเยี่ยมของผู้ชายคนนั้น พวกเขาที่เป็นผู้ชายด้วยกันต่างก็เคารพเลื่อมใสจากใจจริง

หากไม่ยอมรับ... ก็คงไม่ได้แล้ว

ด้วยเหตุนี้เอง เจียงซาช่าจึงไม่เคยพบผู้ชายคนไหนที่ทำให้เธอยอมเปิดใจได้อย่างแท้จริง

เมื่อเห็นสีหน้าของลูกสาว พ่อเจียงก็รู้ทันทีว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

เขาได้แต่ถอนหายใจ และไม่ได้พูดอะไรอีก

หลังจากนั้น ย่อมเป็นการตรวจสอบบัญชีรายรับรายจ่ายตามปกติ

“ถึงเที่ยวนี้พวกเราจะได้กำไรน้อยลงไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ยังไม่ขาดทุน

หลังจากพวกเรากลับไปคราวนี้ และจ่ายค่าจ้างของคนขับรถกับคนงานในเดือนนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเราก็ยังมีเงินเหลือพอที่จะซื้อรถขนส่งเพิ่มได้อีกคันหนึ่ง

หากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่เกินสามปี พวกเราจะต้องเปลี่ยนไปใช้ยานขนส่งระดับ T3 ได้แล้ว!” พ่อเจียงก้มหน้าคำนวณบัญชี พลางวาดฝันถึงอนาคต

ทันใดนั้นเอง ด้านนอกตัวรถก็มีเสียงฝีเท้าของคนจำนวนมากพากันวิ่งผ่านไป

สองพ่อลูกตระกูลเจียงต่างถูกดึงดูดความสนใจ จึงพากันเดินลงมาจากรถ

พ่อเจียงดึงตัวคนรู้จักเก่าแก่คนหนึ่งเข้ามาถาม “เหล่าจิน นายจะรีบวิ่งไปไหนน่ะ?”

“อ้าว เหล่าเจียง มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นนะสิ!

วันนี้ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทรัพยากรเหมืองแร่เป่ยฟางเดินทางมาตรวจงานที่ดาวทรัพยากรของพวกเรา

ได้ยินว่าพวกเขากำลังมองหาพันธมิตรร่วมมือ เพื่อจัดตั้งกองยานขนส่งของกลุ่มทรัพยากรเหมืองแร่เป่ยฟาง

แล้วผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาก่อน ก็คือกองรถขนส่งที่เคยร่วมงานกับกลุ่มทรัพยากรเหมืองแร่เป่ยฟางมาก่อน!” เหล่าจินเอ่ยจบ ก็รีบวิ่งนำหน้าไปทันที

ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มทรัพยากรเหมืองแร่เป่ยฟางต้องการหาพันธมิตรจัดตั้งกองยานขนส่งงั้นเหรอ?

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ทั้งพ่อเจียงและเจียงซาช่าต่างก็ดวงตาเป็นประกายขึ้นมาพร้อมกัน

วิธีที่เร็วที่สุดในการสร้างความมั่งคั่ง ก็คือการมีต้นไม้ใหญ่ให้พึ่งพา

ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ตระกูลเจียงไม่มีทั้งเส้นสายและผู้สนับสนุน จึงทำได้เพียงค่อยๆ สร้างตัวด้วยความพยายามของตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้ว การที่ใครสักคนจะยอมมาเป็นผู้หนุนหลังให้คุณ อันดับแรกคุณจำเป็นต้องมีความสามารถและพื้นฐานเดิมอยู่บ้าง

หากคุณเป็นเพียงคนสิ้นเนื้อประดาตัว ใครจะยอมมาเป็นที่พึ่งให้คุณกัน?

ทว่าในเวลานี้ มีโอกาสเช่นนี้มาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว

ไม่เพียงแต่สามารถเข้าสู่ธุรกิจขนส่งอวกาศด้วยต้นทุนที่ต่ำที่สุดเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสได้ผู้สนับสนุนรายใหญ่อีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นพ่อเจียงหรือเจียงซาช่าต่างก็รู้ดีว่า สำหรับพวกเขาแล้ว นี่คือโอกาสที่หาได้ยากยิ่ง

หากพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป ก็ไม่รู้โอกาสเช่นนี้จะปรากฏขึ้นมาอีกครั้งเมื่อไหร่

“ซาช่า รีบไปเร็ว! ไม่ว่ายังไงพวกเราก็ต้องไปดูสักหน่อย” พ่อเจียงรีบดึงมือลูกสาวของตน และฝากกองรถให้คนงานดูแล

จากนั้นก็เร่งฝีเท้าตามฝูงชนไปยังอาคารขนาดใหญ่ที่อยู่ไกลออกไป

อาคารแห่งนั้นเป็นสถานที่ใช้จัดการเรื่องสำคัญต่างๆ ของศูนย์ขนถ่ายสินค้าแห่งนี้

และมีเพียงที่นั่นเท่านั้น ที่สามารถรองรับคนจำนวนมาก เพื่อจัดการกิจการอันยุ่งเหยิงสารพัดได้

หากมีผู้บริหารจากเบื้องบนมาตรวจงาน ส่วนใหญ่ก็มักจะจัดขึ้นในอาคารแห่งนั้น

เนื่องจากสภาพแวดล้อมบนพื้นผิวดาวเคราะห์ดวงนี้ไม่ค่อยดีนัก

มันเต็มไปด้วยฝุ่นทราย และในบางครั้งก็รุนแรงถึงขั้นเกิดพายุทราย หรือพายุทอร์นาโด

ดังนั้น โดยทั่วไปแล้วจึงไม่มีใครยินยอมเดินไปมาท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายด้านนอก

ในระหว่างที่กำลังเร่งรีบเดินทาง เจียงซาช่าก็สังเกตเห็นลานจอดอากาศยานด้านหลังอาคาร ซึ่งมีกระสวยอวกาศลำหนึ่งจอดอยู่ และเพียงมองจากรูปลักษณ์ภายนอกก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา

แม้ตอนนี้เจียงซาช่าจะตกอับแล้ว แต่ครั้งหนึ่งเธอก็เคยเป็นนักศึกษาของสถาบันทหารยานอวกาศดาวเหนือ

แม้จะไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรมากมาย แต่อย่างน้อยก็พอจะมีสายตาอยู่บ้าง

สายตาของเธอทอดผ่านฝุ่นทราย และสำรวจกระสวยอวกาศลำนั้นอย่างถี่ถ้วน

ทันใดนั้น เธอพลันมองเห็นตราสัญลักษณ์บนกระสวยอวกาศลำนั้น

รูม่านตาของเจียงซาช่าหดตัวลงทันที ฝีเท้าของเธอพลันชะงักลงในวินาทีนั้น

เมื่อพ่อเจียงเห็นว่าลูกสาวไม่ได้ตามมา ก็รีบหันกลับมาฉุดดึงมือของเจียงซาช่าให้วิ่งไปข้างหน้าต่อ

“ลูกมาขืนตัวยืนเหม่ออะไรตรงนี้ โอกาสที่พวกเราจะได้เจอคนใหญ่คนโตแบบนี้มีน้อยมากนะ

เดี๋ยวไปถึงก็รีบเบียดเข้าไปข้างหน้า และหาทางยื่นนามบัตรของพวกเราส่งไปให้ได้

แม้อีกฝ่ายอาจจะไม่สนใจพวกเรา แต่ถ้าเกิดมีคำว่า 'เผื่อว่า' ขึ้นมาล่ะ?

นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่ตระกูลเจียงของพวกเราพลิกชะตาก็ได้!” น้ำเสียงของพ่อเจียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ราวกับว่าเขาคว้ารางวัลใหญ่มาได้แล้วจริงๆ!

แต่เจียงซาช่ากลับก้มหน้า และเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า “แต่... แต่ตราสัญลักษณ์บนกระสวยอวกาศลำนั้น มันคือตราประจำตระกูลหลีนะค่ะ”

“ตระกูลหลี? ตระกูลหลีไหน?

ตอนนี้พวกเราอยู่ในสภาพแบบนี้แล้ว ลูกยังจะไปสนใจอีกเหรอว่าเป็นตระกูลหลี ตระกูลจาง หรือตระกูลซ่ง?” พ่อเจียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์

“ตระกูลหลี... แห่งกลุ่มเป่ยเหยียนค่ะ” เจียงซาช่าเอ่ยเสียงแผ่ว

เมื่อได้ยินคำว่าเป็น ‘ตระกูลหลี’ นี้ ร่างของพ่อเจียงก็ชะงักค้างไปเช่นกัน

เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดขึ้นว่า “เอ่อ... บางที... อีกฝ่ายอาจจะไม่ใช่คนของตระกูลหลีไม่กี่คนนั้นหรอก

ยังไงผู้บริหารของตระกูลหลีก็มีตั้งมากมาย มันคงไม่บังเอิญขนาดนั้นหรอกมั้ง

อีกอย่าง ตอนนี้ระดับสูงของจักรวรรดิหลงเซี่ยวย่อมต้องมีตระกูลเหล่านั้นอยู่ หากพวกเราคิดจะปีนป่ายขึ้นไป ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีการติดต่อปฏิสัมพันธ์กับตระกูลเหล่านี้เลย

เว้นแต่ว่า... พวกเราจะไม่อยู่ในจักรวรรดิหลงเซี่ยวแล้ว

พวกเรา... ไปดูสักหน่อยเถอะ เผื่อว่าจะสามารถคว้าโอกาสในครั้งนี้ไว้ได้” พ่อเจียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

เจียงซาช่าไม่ได้พูดอะไรอีก

หากพิจารณาจากมุมมองของเหตุและผล ถ้อยคำของผู้เป็นพ่อย่อมถูกต้องอย่างไม่มีข้อสงสัย

ในเมื่อตอนนี้พวกเขาทำธุรกิจ ย่อมต้องคว้าทุกโอกาสที่มีความเป็นไปได้เอาไว้

ทว่าภายในใจของเธอกลับยังคงรู้สึกไม่สบายใจ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมาได้อย่างชัดเจน

“เอาล่ะ รีบตามมาเถอะ” พ่อเจียงดึงลูกสาวฝ่าฝูงชนไปด้านหน้าต่อ

ในเวลานี้ เจียงซาช่าทำได้เพียงสวดภาวนาอยู่ในใจอย่างเงียบๆ ขออย่าให้คนที่ได้พบเจอที่นี่เป็นคนตระกูลหลีที่เธอคุ้นเคยเลย

เพราะในบรรดาคนของตระกูลหลี หลีเว่ยรู้จักเธอเป็นอย่างดี

เนื่องจากเขาเป็นเพื่อนสนิทของจ้าวเฉินในสมัยนั้น เรื่องราวระหว่างเธอกับจ้าวเฉิน หลีเว่ยย่อมรู้ดีกว่าใคร

ส่วนหลีหยาฉีดูเหมือนจะพอรู้เรื่องอยู่บ้าง แต่ด้วยฐานะที่แตกต่างกันของทั้งสองฝ่าย บวกกับเรื่องราวในภายหลัง หลีหยาฉีคงไม่จดจำคนตัวเล็กๆ เช่นเธอไว้ในสมองหรอก

ไม่นานนัก ทั้งสองก็เข้ามาภายในห้องโถงใหญ่

เจียงซาช่ามองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนราวกับดาวล้อมเดือนอยู่กลางห้องโถง

หญิงสาวผู้นั้นแต่งกายในชุดของสตรีผู้สูงศักดิ์ สวมใส่เสื้อผ้าอันหรูหรา ผิวพรรณขาวเนียน ดูราวกับเด็กสาวแรกแย้ม

หากเธอยังคงรักษาฐานะขุนนางเอาไว้ได้ บางทีเธอก็คงมีสภาพไม่ต่างจากผู้หญิงคนนั้น

เจียงซาช่าลอบคิดอยู่ในใจ ขณะเดียวกันก็ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

เพราะผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่เธอรู้จักในตระกูลหลี อย่างน้อยเธอก็คงไม่ถูกเปิดเผยตัวตนที่นี่

ต้องรู้ไว้ว่า นับตั้งเกิดเรื่องราวในครั้งนั้นขึ้น สิ่งที่คนตระกูลเจียงหวาดหวั่นที่สุดก็คือการที่มีคนล่วงรู้ตัวตนที่แท้จริงของเจียงซาช่า

ด้วยเหตุนี้ เจียงซาช่าจึงได้จงใจเปลี่ยนชื่อของตัวเอง

แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะยังคงเรียกเธอว่า ‘ซาช่า’ แต่เวลาติดต่อกับคนนอก ชื่อของเธอคือ ‘เจียงซา’

และหากไม่มีใครตั้งใจสืบค้นจริงๆ ย่อมไม่มีทางนึกเชื่อมโยงไปถึงเรื่องราวซุบซิบในอดีตของจักรพรรดิหลงเซี่ยวอย่างแน่นอน

กลับมาที่เรื่องเดิม

รอบกายของคุณนายตระกูลหลีผู้นี้ มีผู้คุ้มกันจำนวนมากยืนล้อมอยู่

ในขณะเดียวกัน ผู้รับผิดชอบสูงสุดของที่นี่ก็กำลังยืนส่งยิ้มประจบเอาใจอยู่ด้านข้าง

จากจุดนี้ก็พอจะบอกได้แล้วว่า ฐานะของคุณนายตระกูลหลีผู้นี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

“นายหญิงครับ ในรายชื่อฉบับนี้ล้วนเป็นผู้ประกอบการรถขนส่งเอกชนที่มีผลงานยอดเยี่ยมของพวกเราครับ

พวกเขายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกับพวกเรา

ผมขอรับรองว่า ไม่ว่าจะเลือกใครจากรายชื่อฉบับนี้ ก็สามารถกลายมาเป็นพันธมิตรของตระกูลหลี และช่วยสร้างประโยชน์ให้ตระกูลหลีได้อย่างแน่นอนครับ!” ผู้รับผิดชอบสูงสุดกล่าวด้วยความกระตือรือร้น

ตรงหน้าของเขามีหน้าจอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งแสดงรายชื่อของผู้ประกอบการที่รับผิดชอบภารกิจขนส่งบนพื้นผิวแสดงอยู่

กองรถขนส่งเฟยซา, กองรถขนส่งพั่งเกอ, กองรถขนส่งจางเสี่ยวจื่อ, และอีกหลายราย

การที่สามารถถูกคัดเลือกจากผู้รับผิดชอบสูงสุดคนนี้ และได้มาปรากฏอยู่ต่อหน้าคุณนายตระกูลหลีโดยตรง

นอกจากกองรถขนส่งเหล่านี้ต้องมีศักยภาพอยู่บ้างแล้ว หากจะบอกว่าในเรื่องนี้ไม่มีการรับผลประโยชน์ส่วนตัวซ่อนอยู่เลย คาดว่าคงไม่มีใครในที่นี้ยอมเชื่อแน่นอน

และกลุ่มคนที่คลุกคลีอยู่ในแวดวงธุรกิจเหล่านี้ ย่อมไม่มีทางยอมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป

ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงพากันมารวมตัวกันอยู่ที่นี่

“นายหญิงครับ ผมมาจากกองรถเฟยเหมาทุ่ย จนถึงปัจจุบันสถิติการขนส่งของกองรถพวกเราล้วนยอดเยี่ยมมาโดยตลอด

ในอนาคตพวกเราก็มีความคิดที่จะขยายกิจการไปสู่การขนส่งสินค้าระหว่างดวงดาวเช่นกันครับ

หากท่านยินดีร่วมมือกับพวกเรา พวกเรายินดีที่จะรับส่วนแบ่งที่น้อยที่สุด ได้โปรดพิจารณาพวกเราด้วยครับ!”

“กองรถของพวกเรายินดีรับส่วนแบ่งเพียงหนึ่งส่วนครับ! พวกเราต้องการกำไรเพียงหนึ่งส่วนเท่านั้น ส่วนที่เหลือทั้งหมดพวกเรายินดีมอบให้แก่ตระกูลหลี และพวกเรายังสามารถเซ็นสัญญาพันธมิตรถาวรกับตระกูลหลีได้อีกด้วย พวกเรายินดีที่จะจงรักภักดีต่อตระกูลหลีตลอดไปครับ!”

“พวกเราไม่ต้องการหุ้นส่วนใดๆ ทั้งสิ้น พวกเราจะลงแรงเองครับ!

พวกเรายินดีที่จะรับผิดชอบการดำเนินงานของกองยานขนส่งนี้ให้แก่ตระกูลหลี ขอเพียงเปิดโอกาสให้พวกเรามีงานทำก็พอแล้วครับ”

ทุกคนในสถานที่แห่งนี้ ต่างพยายามหาหนทางทำให้คุณนายตระกูลหลีหันมาสนใจตนเอง

แม้กระทั่งการเซ็น 'สัญญาขายตัว' ก็ยังยอม

เพราะพวกเขารู้ดีว่า ผลประโยชน์ตรงหน้านี้นับว่าเล็กน้อยมาก

หากสามารถเกาะติดกับที่พึ่งอย่างตระกูลหลีได้จริงๆ ขอเพียงมีผลประโยชน์ขนาดเท่าเมล็ดงาร่วงหล่นลงมา ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาอิ่มหนำสำราญ และเพลิดเพลินกับความมั่งคั่งรุ่งเรืองไปตลอดชีวิตแล้ว

คุณนายผู้นั้นมองดูสภาพแวดล้อมอันอึกทึกครึกโครมโดยรอบ พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

ผู้รับผิดชอบสูงสุดที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้น ก็หันไปตวาดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยโดยรอบทันที

“พวกแกทำงานกันยังไงฮะ! ปล่อยให้คนพวกนี้ทะลักเข้ามาได้ยังไง รีบขับไล่พวกมันออกไปเดี๋ยวนี้!

หากทำให้นายหญิงขุ่นเคืองขึ้นมา พวกแกรับผิดชอบไหวหรือไง!”

ภายใต้คำสั่งของผู้รับผิดชอบ หน่วยรักษาความปลอดภัยโดยรอบต่างพากันควงกระบองไฟฟ้าในมือ ขับไล่ผู้คนทั้งหมดออกไ

ทว่าต่อให้ถูกกระบองฟาดลงบนร่างกาย คนเหล่านี้ก็ยังคงส่งเสียงตะโกนไม่หยุด

จนกระทั่งถูกขับไล่ออกไปนอกห้องโถงใหญ่หมดแล้ว พวกเขาก็ยังคงไม่ยอมจากไปไหน

พวกเขาพากันยืนรออยู่ด้านนอกกระจกบานใหญ่ของอาคาร ซ้ำยังกังวลว่าคุณนายจากตระกูลหลีจะไม่ยินเสียง จึงพากันชูป้ายที่เขียนชื่อกองรถของตนเองขึ้นมาแทน

“น่าเสียดาย... พ่อเบียดเข้าไปไม่ถึง” พ่อเจียงกุมแขนของตัวเองไว้

“พ่อ... แขนพ่อไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?” เจียงซาช่ามองพ่อด้วยความเป็นห่วงทันที

เมื่อครู่ เจียงซาช่าเห็นกับตาว่าแขนของพ่อถูกกระบองฟาดเข้าอย่างแรง

อารมณ์ภายในใจของเธอซับซ้อนอย่างยิ่ง ทั้งโกรธ ทั้งขุ่นเคือง แต่ก็รู้สึกผิดในเวลาเดียวกัน

ทว่าฉากเหตุการณ์ในตอนนี้ ความจริงแล้วเธอก็คุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี

เมื่อสิบปีก่อน ในตอนที่เธอยังคงเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียง เวลาที่ตระกูลเจียงต้องการขยายความร่วมมือกับคนระดับล่าง คนเหล่านั้นก็แสดงท่าทีเช่นนี้เหมือนกัน

เพื่อให้ได้ร่วมมือกับตระกูลเจียง พวกเขายอมเสนอเงื่อนไขที่เอื้อประโยชน์ทุกอย่าง ถึงขั้นยอมเสียผลประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ

บางคนถึงขั้นแอบส่งของขวัญ ส่งผู้หญิง หรือส่งของหายากมาให้เป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว สถานการณ์ตรงหน้าแทบไม่ถือว่าเป็นอะไรเลย

ส่วนเรื่องที่ว่าในท้ายที่สุดจะถูกอีกฝ่ายเลือกหรือไม่ นั่นก็ไม่ต่างอะไรกับการถูกลอตเตอรี่

ท้ายที่สุดแล้ว ดาวทรัพยากรแบบนี้มีอยู่มากมาย พวกเขาอาจเป็นเพียงหนึ่งในตัวเลือกนับพันนับหมื่นเท่านั้น

ดังนั้น เจียงซาช่าจึงไม่ได้คิดว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนั้น

------------

ภายในห้องโถง

คุณนายตระกูลหลีไม่แม้แต่จะชายตามองรายชื่อที่ผู้รับผิดชอบเสนอมาเลยแม้แต่น้อย

เธอกล่าวขึ้นว่า “เอาใบสั่งงานขนส่งทั้งหมดที่พวกคุณรับทำในช่วงเวลาหนึ่งปีนี้มาให้ฉันทั้งหมด”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ผู้รับผิดชอบถึงกับอึ้งไป

“เรื่องนี้... ใบสั่งงานขนส่งมีจำนวนมากมายมหาศาล หากจะตรวจดูให้ครบทั้งหมดคงต้องเสียเวลามาก...”

คุณนายตระกูลหลีมองไปยังผู้รับผิดชอบคนนั้น พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทำไม เดี๋ยวนี้คำพูดของฉันใช้ไม่ได้แล้วงั้นเหรอ?”

“มะ...ไม่กล้าครับ ไม่กล้า! ผมจะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้ครับ จะรีบไปจัดการเดี๋ยวนี้” ผู้รับผิดชอบรีบไปจัดการเรื่องนี้ทันที

เขาไม่กล้าขัดคำสั่งของคุณนายผู้นี้เลยแม้แต่น้อย

เพราะฐานะของคุณนายผู้นี้ไม่ธรรมดาอย่างเด็ดขาด หากล่วงเกินเธอเข้า

อย่าว่าแต่ตัวเขาเองเลย ต่อให้เป็นผู้หนุนหลังของเขาก็ไม่สามารถรักษาชีวิตเขาไว้ได้ และยังอาจรีบกำจัดเขาเป็นคนแรกเสียด้วยซ้ำ

เนื่องจากคุณนายตระกูลหลีผู้นี้ ไม่ใช่คุณนายธรรมดาทั่วไป

เธอคือภรรยาของหลีเว่ย ผู้นำตระกูลหลีคนปัจจุบัน

ผู้คนต่างเรียกเธอว่า คุณนายเหมียว

และเป็นที่ทราบกันดีว่า หลังจากแต่งเข้าตระกูลหลี คุณนายเหมียวก็เริ่มเข้ามาดูแลกิจการต่างๆ ของตระกูล

ยิ่งไปกว่านั้น คุณนายเหมี่ยวยังได้แสดงพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดาออกมาในด้านนี้ จนถึงขั้นได้รับคำชื่นชมจากหลีหยาฉีอีกด้วย

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลีหยาฉีก็วางใจที่จะมอบหมายกิจการทั้งหมดของตระกูลหลีให้หลีเว่ยและภรรยาเป็นผู้ดูแล

ในเวลานั้น หลีหยาฉีได้กำชับน้องชายของตนเองไว้ว่า หากเป็นเรื่องสำคัญให้ปรึกษาภรรยาของเขาก่อน และหากทั้งสองมีความเห็นไม่ตรงกันก็ให้เชื่อภรรยา

ตอนที่หลีเว่ยได้ยินแบบนั้น ตัวเขาเองยังอดไม่ได้ที่จะอึ้งค้างไป

เขาถึงกับคิดว่าพี่สาวพูดผิดหรือเปล่า

ทำไมถึงได้เข้าข้างคนนอกขนาดนี้

ตกลงภรรยาของเขาเป็นน้องสาวของหลีหยาฉี หรือตัวเขาเองเป็นน้องชายกันแน่?

ตอนนั้นหลีหยาฉีตอบกลับมาเพียงประโยคเดียว

“ในโลกธุรกิจ ฉันดูแค่ความสามารถกับพรสวรรค์

เรื่องของตระกูลหลี คนมีความสามารถย่อมได้เป็นผู้ดูแล

แม้นายจะพอมีความสามารถอยู่บ้าง แต่เรื่องนี้ต่อให้มีนายสามคนก็ยังสู้ภรรยาของนายไม่ได้”

หลังได้รับคำประเมินเช่นนั้น หลีเว่ยถึงกับซึมไปพักใหญ่

เขายังไม่ยอมรับ ถึงกับแอบแข่งขันกับภรรยาในโครงการธุรกิจต่างๆ อยู่หลายครั้ง

แต่ผลลัพธ์ในท้ายที่สุด ล้วนจบลงด้วยความพ่ายแพ้อย่างย่อยยับของเขาเอง

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เขาก็ยอมรับภรรยาของตนอย่างหมดใจ

ภรรยาที่ตนเองแต่งงานรับเข้ามา แท้จริงแล้วคือตัวตนระดับปรมาจารย์ทางด้านธุรกิจตัวจริง

แม้ตัวเขาจะไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้ แต่อย่างน้อยสายตาในการเลือกภรรยาก็ยังยอดเยี่ยม

ความสำเร็จของภรรยาตนเอง ย่อมไม่ต่างอะไรกับความสำเร็จของตัวเขาเองอยู่แล้ว

หลีเว่ยคิดได้กว้างขวางมากในเรื่องนี้

อย่างไรเสียตนเองกับภรรยาก็คือคนคนเดียวกันอยู่ดี ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องไปคิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น

หลังจากนั้นเป็นต้นมา สถานะของคุณนายเหมียวในตระกูลหลีก็ทะยานสูงขึ้นเรื่อยๆ และปัจจุบันก็เป็นรองเพียงหลีหยาฉีเท่านั้น

ส่วนหลีหยาฉี เวลานี้ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกิจการของตระกูลอีกแล้ว

เธอถอนตัวจากธุรกิจของตระกูลหลีโดยสมบูรณ์ และทุ่มเททำงานให้กับจักรวรรดิหลงเซี่ยว

ยิ่งไปกว่านั้น ปัจจุบันหลีหยาฉียังดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์แห่งจักรวรรดิหลงเซี่ยวอีกด้วย

เธอย่อมไม่มีพลังงานมากมายพอที่จะมาดูแลเรื่องราวของตระกูลหลีอีก

หลังจากคุณนายเหมี่ยวได้แสดงความสามารถออกมา คนตระกูลหลีก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวเธอ

ปัจจุบันสถานะของเธอจึงสูงกว่าหลีเว่ยเสียอีก

ส่วนหลีเว่ยกลับกลายเป็นผู้มีอำนาจลำดับที่สามของตระกูลหลีแทน

กลับมาที่เรื่องเดิม

ภายใต้คำสั่งของคุณนายเหมียว ไม่นานนักเอกสารข้อมูลฉบับใหม่ก็มาปรากฏอยู่ตรงหน้าของคุณนายเหมี่ยว

เธอเปิดเอกสาร แล้วเชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เธอนำติดตัวมา

ไม่นานนัก ข้อมูลทั้งหมดก็ถูกจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระเบียบ จากนั้นชื่อหลายชื่อก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

เมื่อผู้รับผิดชอบที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นรายชื่อเหล่านั้น เขาก็พลันนิ่งอึ้งไป

ในฐานะผู้รับผิดชอบของที่นี่ เขาย่อมรู้ดีว่าชื่อแต่ละชื่อนั้นหมายถึงอะไร

ในรายชื่อไม่กี่ชื่อนี้ มีทั้งกองรถที่อยู่ในรายชื่อที่เขาเพิ่งเสนอ และกองรถที่ไม่ได้อยู่ในนั้น

ในเวลานี้คุณนายเหมี่ยวเริ่มลงมือตรวจสอบสถานการณ์ของกองรถไม่กี่แห่งนี้อย่างละเอียด จากนั้นก็ทยอยลบกองรถเหล่านี้ออกไปทีละแห่ง จนสุดท้ายก็เหลืออยู่เพียงชื่อเดียว

กองรถตระกูลเจียง

คุณนายเหมียวมองชื่อกองรถนี้ ก่อนจะกล่าวอย่างสนใจว่า “กองรถตระกูลเจียง...น่าสนใจดีนี่”

ผู้รับผิดชอบรีบพูดแทรกทันที “นายหญิงครับ กองรถตระกูลเจียงไม่ได้มีความสามารถอะไรมากหรอกครับ

จนถึงปัจจุบัน กองรถตระกูลเจียงของพวกเขามีรถขนส่งอยู่เพียงแค่สิบคันเท่านั้น อยู่ที่นี่อย่างมากก็เป็นได้เพียงผู้ประกอบการรายเล็ก

ต่อให้รวมทรัพย์สินทั้งหมดก็ยังจัดอยู่แค่ระดับล่างๆ ของคนกลุ่มนี้เท่านั้น”

“ฉันไม่มีตารึไง ฉันดูเองไม่เป็นรึยังไง?”

คุณนายเหมี่ยวเอ่ยประโยคนี้ออกมาอย่างไร้ความรู้สึก ส่งผลให้ผู้รับผิดชอบสะดุ้งจนหดหัวกลับไป ไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

เวลานั้นเอง คุณนายเหมียวก็กล่าวต่อว่า “ไปเชิญผู้รับผิดชอบของกองรถตระกูลเจียงมา ฉันอยากพบพวกเขา”

“ครับ” คราวนี้ผู้รับผิดชอบไม่กล้าคิดเล่นแง่อะไรอีกแล้ว

เขาสัมผัสได้ว่า คุณนายแห่งตระกูลหลีเริ่มไม่พอใจเขาแล้ว

หากเขายังเล่นลูกไม้อะไรอีก ตำแหน่งของเขาก็คงไม่สามารถรักษาไว้ได้แล้ว

อย่างมากตนเองก็แค่ส่งคืนของขวัญที่คนพวกนั้นส่งมาให้ก็สิ้นเรื่อง

ขอเพียงตนเองยังคงรักษาตำแหน่งนี้เอาไว้ได้ ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีผลประโยชน์ให้กอบโกยอีกเหรอ?

เมื่อคิดได้ดังนี้ ผู้รับผิดชอบก็รีบสั่งให้คนไปเชิญกองรถตระกูลเจียงมาทันที

สองพ่อลูกตระกูลเจียงเฝ้ารอคอยอยู่ด้านนอก เมื่อได้ยินว่าคุณนายแห่งตระกูลหลีต้องการพบพวกเขา ทั้งพ่อเจียงและเจียงซาช่าต่างก็มีสีหน้าตกตะลึง

พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า จู่ๆ คุณนายแห่งตระกูลหลีจะเรียกพบคนจากกองรถตระกูลเจียง

การกระทำนี้ย่อมดึงดูดสายตาของคนอื่นๆ รอบข้างเช่นกัน แต่ละคนต่างมองมาด้วยความอิจฉาและริษยา

ในเวลานี้ พ่อเจียงรีบปัดฝุ่นทรายบนเสื้อผ้าของตนเองสองสามที และรีบดึงลูกสาวของตนเดินเข้าไปด้านในด้วยความตื่นเต้น

ไม่นานนัก ทั้งสองก็ถูกนำตัวมาอยู่ต่อหน้าของคุณนายเหมี่ยว

คุณนายเหมี่ยนั่งอยู่บนโซฟาตัวหนึ่ง กำลังจิบเครื่องดื่มบางอย่างอย่างสงบ

“ยังไม่รีบคารวะนายหญิงอีก” ผู้รับผิดชอบเอ่ยเตือนอยู่ด้านข้าง

พ่อเจียงรีบทำความเคารพ และเอ่ยด้วยรอยยิ้มประจบว่า “ผม เจียงเซียง ผู้รับผิดชอบกองรถตระกูลเจียง ขอคารวะนายหญิงครับ”

“ลูกสาวตระกูลเจียง เจียงซา ขอคารวะนายหญิงค่ะ” เจียงซาช่าก้มหน้าลงต่ำ และเอ่ยด้วยความนอบน้อมอย่างยิ่ง

“ลูกสาวตระกูลเจียง เจียงซา ขอคารวะนายหญิงค่ะ”

คุณนายเหมียวมองทั้งสอง ก่อนจะกล่าวว่า “ฉันสนใจกองรถตระกูลเจียงของพวกคุณค่อนข้างมากทีเดียว

ฉันดูข้อมูลใบงานขนส่งที่พวกคุณรับทำที่นี่ รวมถึงข้อมูลบางส่วนของพวกคุณแล้ว

พวกคุณมาที่นี่เมื่อห้าปีก่อน

ในตอนนั้นพวกคุณได้ลงทะเบียนกองรถขนส่งที่นี่ แล้วจัดซื้อรถขนส่งคันแรก นับจากนั้นก็เริ่มรับงานขนส่ง

ปีที่สอง กองรถของพวกคุณมีรถคันที่สอง

ปีที่สาม พวกคุณมีรถคันที่สามและคันที่สี่

จนกระทั่งถึงปัจจุบัน กองรถของพวกคุณมีรถขนส่งทั้งหมดสิบคัน

แม้จะดูเหมือนว่าความเร็วในการเติบโตของพวกคุณจะไม่รวดเร็วนัก แต่พวกคุณไม่ได้ร่วมมือกับใครเลย ทั้งหมดนี้ล้วนสร้างขึ้นมาด้วยตัวเ

สัดส่วนรายได้กำไรของพวกคุณอาจดูไม่มากนัก

ทว่าโดยเฉลี่ยในทุกๆ เดือนกลับมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 3% อย่างต่อเนื่อง และโดยพื้นฐานแล้วผลกำไรเติบโตขึ้นมากกว่า 40% ต่อปีได้

ตลอดห้าปีที่ผ่านมา ผลกำไรของพวกคุณเพิ่มขึ้นมากกว่าห้าเท่าเมื่อเทียบกับตอนเริ่มต้น

การสามารถสร้างตัวขึ้นมาจากศูนย์ รักษากองรถขนาดเล็กให้มีอัตราการเติบโตที่มั่นคงเช่นนี้ได้ตลอดห้าปี แสดงให้เห็นว่าพวกคุณมีแผนงาน มีการจัดการ และพวกคุณไม่เคยโลภมากเลย

แม้แต่การรับงานก็ยังคำนึงถึงขีดความสามารถในการขนส่งของตัวเอง

ฉันอยากรู้เหลือเกินว่า การดำเนินงานในส่วนนี้ของกองรถพวกคุณ ใครเป็นผู้รับผิดชอบงั้นเหรอ?” คุณนายเหมียวมองทั้งสองด้วยความสนใจ

พ่อเจียงหันกลับไปมองเจียงซาช่าทางด้านหลังโดยสัญชาตญาณ

แต่เจียงซาช่ายังคงก้มหน้า ไม่พูดอะไร

“เงยหน้าขึ้นมา”

จากเพียงการเคลื่อนไหวเล็กๆ นั้น คุณนายเหมียวก็สังเกตเห็นความผิดปกติของเจียงซาช่า

แต่เจียงซาช่ายังคงไม่เงยหน้า

ผู้รับผิดชอบที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบตวาดทันที “นายหญิงสั่งให้เงยหน้า ไม่ได้ยินรึยังไง!”

เมื่อได้ยินเสียงตำหนิ เจียงซาช่าก็รู้ว่า หากยังเสียมารยาทต่อไปอาจส่งผลกระทบต่อตระกูลของตนเองได้ \

เธอจึงยอมเงยหน้าขึ้นมาแต่โดยดี

เมื่อคุณนายเหมียวเห็นใบหน้าของเจียงซาช่า แววตาของเธอก็ฉายประกายประหลาดขึ้นวูบหนึ่ง

หลังจากนั้นเธอชะงักไปเล็กน้อย และกล่าวว่า “ตระกูลหลีของพวกเรายินดีที่จะอัดฉีดเงินทุนให้แก่ตระกูลเจียงของพวกคุณ

ภายในสามเดือน พวกคุณต้องจัดตั้งกองยานขนส่งที่มียานขนส่ง 30 ลำ

ต้นทุนในส่วนนี้ตระกูลหลีของพวกเราจะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ส่วนพวกคุณรับผิดชอบเรื่องการดำเนินงาน มีปัญหาอะไรไหม?”

ทันทีที่คุณนายเหมียวพูดจบ ทั้งพ่อเจียงและเจียงซาช่าก็อึ้งค้างไปพร้อมกัน

ในดวงตาขุ่นมัวของพ่อเจียงเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ซ้ำยังมีหยาดน้ำตาแห่งความตื่นเต้นเอ่อล้นออกมา

ในเวลานั้นเอง คุณนายเหมียวก็ลุกขึ้น เดินไปยังลานจอดอากาศยานด้านหลังอาคาร

“คุณไปส่งฉันหน่อยสิ ส่วนรายละเอียดสัญญาความร่วมมือ เดี๋ยวคนของเราจะติดต่อพวกคุณไปเอง” คุณนายเหมี่ยวหยุดฝีเท้าลง และหันสายตาไปมองเจียงซาช่า

จบบทที่ บทที่ 1560 กองรถขนส่งเล็กๆ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว