- หน้าแรก
- ช่างกลถังแตกกับดาวโรงเรียนสายเปย์ที่อยากมีลูกด้วย
- บทที่ 12: ฉันโหดเหี้ยมไปหรือเปล่า?
บทที่ 12: ฉันโหดเหี้ยมไปหรือเปล่า?
บทที่ 12: ฉันโหดเหี้ยมไปหรือเปล่า?
บทที่ 12: ฉันโหดเหี้ยมไปหรือเปล่า?
"เหมียวอ๊า—!"
แมวปีศาจเคราแดงซึ่งถูกเฉินฟางบีบคอกดลงกับพื้นดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย กรงเล็บแหลมคมของมันขูดขีดไปบนเกราะเพลิงไหลจนเกิดประกายไฟ
ทว่าเกราะเพลิงไหลยังคงส่องประกายสว่างไสว ไร้ซึ่งรอยขีดข่วนแม้แต่น้อย
มันไม่อาจทำอะไรได้เลย พลังป้องกันของเกราะเพลิงไหลนั้นสูงส่งเกินไป ต่อให้เป็นแมวปีศาจเคราแดงที่มีระดับสูงกว่าแมวปีศาจเคราเทา ก็ไม่อาจเจาะทะลวงการป้องกันของเฉินฟางได้
เมื่อตระหนักถึงข้อนี้ รูปแบบการต่อสู้ของเฉินฟางก็เริ่มสบายๆ มากขึ้น อย่างเช่นในตอนนี้ เขาเมินเฉยต่อการโจมตีของสัตว์ร้ายอย่างสิ้นเชิง เพียงแค่จับตัวแมวปีศาจเคราแดงเอาไว้ให้แน่น เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะไม่ดิ้นพล่านจนทำให้ขนสีเทาที่เขาต้องการต้องเสียหาย
"ฉัวะ!" ดาบเพลิงไหลแทงทะลุหัวแมวปีศาจเคราแดง ปลิดชีพมันในทันที
และก็เป็นไปตามคาด ขนสีเทาชิ้นหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากซากของสัตว์ร้าย ซึ่งเฉินฟางก็เก็บมันขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
ซุนเหวินจิงชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลังของเฉินฟาง สีหน้าของเธอดูสับสนเล็กน้อย
เธอมองไปที่ซากสัตว์ร้ายบนพื้นซึ่งยังไม่ทันเลือนหายไป ก่อนจะลอบกลืนน้ำลาย "ลูกพี่เฉิน... วิธีการต่อสู้ของนายมัน... ไม่โหดเหี้ยมไปหน่อยเหรอ?"
"โหดเหี้ยมเหรอ? ก็ไม่นะ" เฉินฟางตอบปัดพลางค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
ซุนเหวินจิงเหลือบมองเขา พยายามเลือกใช้คำพูดอย่างระมัดระวังก่อนจะเอ่ยขึ้น "มันค่อนข้างโหดเลยล่ะ เหมือนพวกโรคจิต... จริงๆ นะ"
...
"หรือว่าฉันไม่ควรใช้ดาบ แล้วเปลี่ยนไปบีบคอแมวปีศาจเคราแดงให้ตายแทนดีล่ะ?"
"แบบนั้นยิ่งดูเป็นพวกโรคจิตหนักกว่าเดิมอีก!"
...
ขณะที่เฉินฟางกำลังครุ่นคิดว่าผู้ใช้อาชีพระดับสูงผู้สง่างามอย่างเขาควรจะปรับเปลี่ยนรูปแบบการต่อสู้ให้ดูมีอิสระมากขึ้นดีหรือไม่ เสียงคร่ำครวญก็แว่วมาจากแดนไกล
"วู—เหมียว วู—"
เสียงนั้นฟังดูคล้ายเสียงร้องไห้แหลมสูงของหญิงสาว แต่ในขณะเดียวกันก็คล้ายกับเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของสัตว์ป่า ทำเอาชวนให้ขนลุกซู่
เฉินฟางสลัดท่าทีสบายๆ ทิ้งไป แล้วหันขวับไปมองตามทิศทางของเสียง
เสียงนี้แตกต่างจากแมวปีศาจตัวอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด มันเป็นเสียงของสัตว์ร้ายประเภทที่สาม ซึ่งแตกต่างจากแมวปีศาจเคราเทาและแมวปีศาจเคราแดง
เมื่อเห็นว่าเขาได้เดินสำรวจทั่วทั้งหมู่บ้านแมวปีศาจแล้ว เหลือเพียงทิศทางของเสียงนี้ที่ยังไม่ได้ไปสำรวจ ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าดันเจี้ยนแห่งนี้ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุด
หากไม่มีอะไรผิดพลาด การเดินหน้าต่อไปก็หมายถึงการเผชิญหน้ากับบอสของดันเจี้ยนแห่งนี้—ราชันย์แมวปีศาจขนแดง
"เตรียมโล่ของเธอให้พร้อม บอสของดันเจี้ยนน่าจะใกล้โผล่มาแล้วล่ะ" เฉินฟางเตือนซุนเหวินจิง เสียง "เช้ง—" ดังขึ้นขณะที่เขาเรียกดาบเพลิงไหลออกมาแล้วเดินนำไปข้างหน้า
ซุนเหวินจิงเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมาอีกครั้ง เธอเดินตามหลังเฉินฟางไปโดยรักษาระยะห่างพอสมควร
ทั้งสองคน คนหนึ่งนำ คนหนึ่งตาม ไม่นานก็เดินพ้นออกจากเขตหมู่บ้านอันทรุดโทรม
ลึกเข้าไปด้านหน้าคือศาลบรรพชนขนาดเล็ก
เสียงนั้นดังก้องออกมาจากภายในศาลบรรพชน
เมื่อเข้าไปใกล้ เฉินฟางและซุนเหวินจิงก็มองเห็นแสงสีเขียวสุดหลอนคู่หนึ่งลอยวูบวาบไปมาอยู่ภายในศาลบรรพชนที่มืดมิด
รอบๆ ศาลบรรพชนมีต้นไม้ที่คดงออยู่หลายต้น
สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านมา ทำให้บางสิ่งที่แขวนอยู่บนต้นไม้กระทบกันจนเกิดเสียงดังกราว
เมื่อทั้งสองเห็นชัดเจนว่าสิ่งใดถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ เฉินฟางยังคงสงบนิ่ง ทว่าสีหน้าของซุนเหวินจิงกลับถอดสีในทันที และเธอก็เผลอร้องอุทานออกมา
เพราะสิ่งที่แขวนอยู่บนต้นไม้เหล่านั้น ล้วนเป็นซากศพที่แห้งกรังและผุกร่อนไปตามกาลเวลา!
เฉินฟางเดาะลิ้นในใจ รู้สึกว่าดันเจี้ยนของเมืองลั่วแห่งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
ดันเจี้ยนระดับ 5 กลับนำเสนอเนื้อหาที่รุนแรงระดับเรทอาร์แบบนี้
มิน่าล่ะ ผู้เปลี่ยนอาชีพที่มาจากเมืองลั่วถึงได้ชื่อเรื่องความกล้าหาญ ทีมสำรวจแนวหน้าหลายทีมที่ต้องเผชิญกับแผนที่และดันเจี้ยนสุดหลอน จึงมักจะมีคนจากเมืองลั่วรวมอยู่ด้วยเสมอ
ในเมื่อผู้เปลี่ยนอาชีพเมืองลั่วคุ้นชินกับเรื่องสยองขวัญแบบนี้มาตั้งแต่เด็ก แผนที่สยองขวัญทั่วไปคงไม่สามารถทำให้พวกเขาหวาดกลัวได้เลย
ราวกับสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังเข้าใกล้ สิ่งที่อยู่ภายในศาลบรรพชนจึงก้าวออกมา
สิ่งนี้คือแมวปีศาจตัวใหญ่ยักษ์อย่างเห็นได้ชัด ความยาวลำตัวของมันเกินกว่าสองเมตร ขนสีแดงทั่วร่างดูราวกับชุ่มโชกไปด้วยเลือด ทำให้มันดูโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษในดันเจี้ยนที่แสงสลัวแห่งนี้
ใบหน้าของมันซึ่งเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากของมีคมหลายแห่ง เผยให้เห็นถึงสัญชาตญาณอันดุร้าย และมันกำลังเคี้ยวกระดูกต้นขาของมนุษย์ที่เหี่ยวแห้งอยู่
ขณะที่สัตว์ร้ายตัวนี้เดินออกมาจากศาลบรรพชน เฉินฟางก็สามารถมองเห็นแผงค่าสถานะของมันได้
ราชันย์แมวปีศาจขนแดง: ระดับ 5 บอสสีขาว
พลังโจมตี: 91
พลังป้องกัน: 59
ทักษะ: แมวปีศาจกระโจน—เพิ่มความเร็วขึ้น 100% สำหรับการกระโจน หากใช้เพื่อพุ่งเข้าใส่ศัตรู จะสร้างความเสียหายเพิ่มเติม 50%
กัดและตะปบ—ใช้ฟันและกรงเล็บอันแหลมคมจู่โจมศัตรูอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายต่อเนื่องหกครั้ง แต่ละครั้งมีค่าเท่ากับ 50% นอกจากนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้เป้าหมายติดสถานะ 【เลือดไหล】
กลืนกินซากศพ—รักษาอาการบาดเจ็บของตนเองด้วยการกินซากศพ
สมกับที่เป็นบอส ค่าสถานะของมันสูงกว่าแมวปีศาจเคราแดงทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เฉินฟางเอียงคอหันไปมองซุนเหวินจิงแล้วเอ่ยถาม "มีข้อควรระวังอะไรในการรับมือกับบอสตัวนี้ไหม?"
ซุนเหวินจิงรีบเปิดใช้งานทักษะของเธอทันที และภาพเงาของหนังสือก็พลิกหน้ากระดาษไปมาไม่หยุด
"จุดอ่อนของราชันย์แมวปีศาจขนแดงนั้นแตกต่างจากแมวปีศาจเคราแดงและแมวปีศาจเคราเทา มันไม่มีหาง ดังนั้นจุดอ่อนของมันจึงมีเพียงแค่ส่วนหัวเท่านั้น..."
"ฉันไม่ได้ถามถึงจุดอ่อนของมัน!" เฉินฟางพูดแทรกซุนเหวินจิงทันที "ฉันแค่หยากรู้ว่าการโจมตีไปที่ลำตัวของมัน จะส่งผลต่ออัตราการดรอปไอเทมหรือเปล่า?"
"เอ่อ..." ซุนเหวินจิงถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
พี่ชาย นี่มันบอสนะ ช่วยให้เกียรติมันหน่อยไม่ได้หรือไง?!
แน่นอนว่าซุนเหวินจิงไม่กล้าเอ่ยคำบ่นในใจออกมาต่อหน้าเฉินฟาง
เธอใช้ทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาข้อมูลของราชันย์แมวปีศาจขนแดง และในที่สุดก็พบคำตอบ
"การโจมตีที่ลำตัวจะไม่ส่งผลต่ออัตราการดรอปไอเทม"
"ราชันย์แมวปีศาจขนแดงมีโอกาสดรอปอุปกรณ์ระดับสีขาว และวัสดุอีกสองประเภท ได้แก่ 'เขี้ยวราชันย์แมวปีศาจ' และ 'กรงเล็บราชันย์แมวปีศาจ'"
"ตราบใดที่นายไม่โจมตีที่กรงเล็บหรือหัวของมัน อัตราการดรอปของวัสดุพวกนั้นก็จะไม่ได้รับผลกระทบ"
"เอาล่ะ เข้าใจแล้ว!" เฉินฟางตอบรับ
ในเมื่อเขาสามารถโจมตีที่ลำตัวได้ การต่อสู้ก็คงจะง่ายดายขึ้นเยอะ
ท่ามกลางเสียงเฟืองหมุนที่ดังกึกก้อง เฉินฟางเงื้อดาบขึ้นแล้วพุ่งทะยานเข้าหาราชันย์แมวปีศาจขนแดง
เมื่อเห็นเช่นนั้น อีกฝ่ายก็ยิ่งทวีความดุร้ายและเกรี้ยวกราดขึ้นในทันที มันปัดกระดูกต้นขาที่กำลังเคี้ยวทิ้งไป แล้วพุ่งกระโจนเข้าหาเฉินฟางราวกับเสือดาว
ทั้งสองฝ่ายต่างรวดเร็วมาก และพุ่งเข้าปะทะกันในชั่วพริบตา
"ปัง!"
เสียงเนื้อกระทบกับโลหะดังกึกก้อง
ตามมาติดๆ ด้วยเสียงของเนื้อที่ถูกฉีกกระชาก
ภายใต้การข่มทับของค่าสถานะอย่างสมบูรณ์แบบ ราชันย์แมวปีศาจขนแดงก็พ่นเลือดออกมากระเซ็นซ่านและกระเด็นถอยหลังไป
เกราะรบของเฉินฟางเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดโลหิต ทำให้ลวดลายที่ดูคล้ายเปลวเพลิงอยู่แล้ว ยิ่งดูเด่นชัดและมีชีวิตชีวามากขึ้นไปอีก
เฉินฟางที่ดูประหนึ่งเทพเจ้าแห่งสงคราม ทำให้ซุนเหวินจิงตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมาก
เธอรู้ดีว่าเฉินฟางเพิ่งเคยเข้ามาในดันเจี้ยนเป็นครั้งแรกในวันนี้ และเพิ่งจะบรรลุระดับ 3 ไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
ทว่า เขากลับต่อกรกับบอสระดับ 5 ได้ด้วยตัวคนเดียว แถมยังเป็นฝ่ายคุมเกมอย่างเบ็ดเสร็จ!
อาชีพช่างกลมันฝืนลิขิตสวรรค์ขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?!
ขณะที่ซุนเหวินจิงกำลังตื่นตะลึง ประโยคเดียวจากเฉินฟางก็ทำให้เธอแทบจะเสียอาการยิ่งกว่าเดิม—
"บ้าจริง บอสตัวนี้อึดจังวะ ฉันโจมตีทีเดียวไม่ตายเหรอเนี่ย?!"
คำพูดของเฉินฟางไม่ได้เป็นการถ่อมตัวอย่างจอมปลอมแน่นอน เขาประหลาดใจจริงๆ ที่ราชันย์แมวปีศาจขนแดงมีทักษะระดับนี้
เพราะถึงอย่างไร ค่าสถานะในปัจจุบันของเขาก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าผู้เปลี่ยนอาชีพสายเกราะหนักระดับ 15 ที่สวมใส่อุปกรณ์ระดับสีม่วงครบชุดเลยแม้แต่น้อย
สำหรับบอสระดับ 5 แค่การสังหารมันให้ตายในพริบตาด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไร
แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา ถ้าโจมตีครั้งเดียวไม่ตาย เขาก็แค่ฟันซ้ำอีกครั้งก็สิ้นเรื่อง