- หน้าแรก
- การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง
- 227 ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางศีลธรรม
227 ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางศีลธรรม
227 ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดทางศีลธรรม
เหล่าขุนนางปีศาจต่างพากันขมวดคิ้วพลางบ่นพึมพำว่า
"ซัคคิวบัสชั้นต่ำนี่จะมาแสร้งทำเป็นเล่นตัวไปถึงไหนกัน..."
ถึงแม้พวกเขาจะรู้ดีว่าขอเพียงซัคคิวบัสน้อยตนนี้ยอมเล่นด้วย เหตุผลข้ออ้างพวกนั้นก็ล้วนมองข้ามไปได้เลยแท้ๆ แต่ซัคคิวบัสตัวน้อยนี้กลับทำตัวเหมือนอยากจะรักษาพรหมจรรย์และปฏิเสธพวกเขาอย่างเด็ดขาด
"เจ้าคิดดีแล้วใช่มั้ย?"
ปีศาจผมเงินเอ่ยถาม
"การปฏิบัติตามกฎระเบียบของโลกปีศาจถือเป็นหน้าที่ของปีศาจทุกตนพึงกระทำ นี่คือจรรยาบรรณวิชาชีพในฐานะผู้คุมของข้า"
ดันเต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"หึ จำคำพูดของเจ้าในตอนนี้เอาไว้ให้ดีก็แล้วกัน"
ปีศาจผมเงินแค่นเสียงหัวเราะเย็นชาพลางพยักหน้า
ปีศาจตนอื่นๆ ก็มีท่าทีไม่ต่างกันนัก พวกเขามองดูท่าทางของดันเต้ราวกับได้เจอกับของเล่นชิ้นที่น่าใจ การทำให้ซัคคิวบัสน้อยตนนี้ต้องเป็นฝ่ายคุกเข่าร้องขอชีวิตด้วยวิธีอื่น ก็คงเป็นเกมที่สนุกไม่หยอกเหมือนกัน
"งั้นเจ้าก็มาช่วยรินเหล้าให้พวกข้าหน่อยสิ"
ปีศาจเกล็ดที่นั่งอยู่ใกล้ดันเต้ที่สุดเอ่ยปากสั่ง
"ไม่มีปัญหาค่ะ"
ดันเต้ตอบรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปหยิบขวดเหล้า
ในฐานะคนที่เข้าใจพวกปีศาจอย่างทะลุปรุโปร่ง เขาสามารถอ่านความคิดของเจ้าพวกนี้ออกจนหมดเปลือก ปีศาจกลุ่มนี้ไม่ได้ยอมรับในความหวังดีของเขาเลยสักนิด แถมยังตั้งใจจะหาเรื่องกันชัดๆ ความจริงแล้วเขาก็อุตส่าห์ให้โอกาสเจ้าพวกนี้แล้วนะ เพราะเพื่อปกป้องอนาคตของทาทา ดันเต้ถือว่าตัวเองทำตัวเป็นพ่อพระใจบุญสุดๆ แล้ว เขาคิดว่าบางทีเรื่องแบบนี้มันก็ต้องใช้คติ 'อดทนสักนิดเพื่อความสงบ ยอมถอยหลังสักก้าวเพื่อทางที่กว้างขึ้น' แต่มันก็มักจะมีไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัวบางตัวที่ดันทุรังอยากจะลองดีให้ได้อยู่ร่ำไป ถ้าหลังจากนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นมา...เขาก็ไม่รับประกันความปลอดภัยให้แล้วนะ
ทว่า ในจังหวะที่ดันเต้กำลังรินเหล้าอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็ได้รับการแจ้งเตือนจากกำไลปีศาจ
[สร้างความไม่พอใจแก่ลูกค้า หักแต้มปีศาจ 50 แต้ม]
"หือ?"
ดันเต้แสร้งทำเป็นตกใจพลางก้มมองกำไลข้อมือของตัวเอง แต่เอาเข้าจริงเขาก็ตกใจจริงๆ นั่นแหละ ปีศาจพวกนี้มันร้ายกาจจริงๆ เล่นหักแต้มเขาไป 1 แมว (50 แต้ม) ดื้อๆ แบบนี้เลย ถึงแม่ดันเต้จะไม่รู้ว่าตัวเองไปทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจตรงไหน แต่เมื่อเขาสบตาเข้ากับสายตาเยือกเย็นของปีศาจเกล็ด เขาก็รู้ได้ทันทีว่าไอ้หมอนี่แหละที่รนหาที่ตายเป็นคนแรก
บนข้อมือของเหล่าขุนนางปีศาจต่างก็มีกำไลปีศาจรุ่นพิเศษสำหรับนักโทษ VIP สวมอยู่ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าข้างในนั้นคงมีแต้มปีศาจเก็บเอาไว้เพียบ นั่นคือต้นทุนที่ทำให้พวกมันสามารถผลาญแต้มในชั้นนี้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อกี้ปีศาจเกล็ดแค่ใช้นิ้วเคาะกำไลปีศาจเบาๆ จากนั้นแต้มปีศาจของดันเต้ก็ถูกหักไปทันที ดูเหมือนว่าอภิสิทธิ์ของนักโทษในชั้นนี้จะใหญ่โตจนเหนือกฎหมายจริงๆ
"ไม่ทราบว่าเมื่อครู่ข้าทำให้คุณลูกค้าไม่พอใจตรงไหนหรือคะ?"
ดันเต้แสร้งทำเป็นฝืนยิ้มแหยๆ ออกมา ตอนนี้เขาเริ่มคันไม้คันมืออยากจะจับไอ้ปีศาจเวรนี่มาสับเป็นชิ้นๆ แล้ว แต่ก็ต้องหักห้ามใจตัวเองเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้มันยังไม่ถึงเวลา
"ข้าไม่พอใจท่าทางของเจ้าตอนรินเหล้า"
ปีศาจเกล็ดหัวเราะร่วนอย่างโอหัง ราวกับกำลังสะใจสุดๆ ที่ได้เห็นดันเต้ต้องพยายามแกล้งทำเป็นเข้มแข็งทั้งที่กำลังตกที่นั่งลำบาก
"...ถ้าเช่นนั้น ข้าต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งค่ะ"
น้ำเสียงของดันเต้สั่นเครือเล็กน้อยราวกับคนกำลังจะร้องไห้
[สร้างความไม่พอใจแก่ลูกค้า หักแต้มปีศาจ 50 แต้ม]
คราวนี้คนที่แตะกำไลเพื่อหักแต้มปีศาจของดันเต้คือปีศาจผมเงิน
"..."
ดันเต้เงียบไปอีกพักหนึ่ง เขาขบเม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังพยายามรักษาสีหน้าให้ดูสงบนิ่งที่สุด
"แล้ว...ไม่ทราบว่าครั้งนี้เพราะเหตุใดหรือคะ?"
เสียงของดันเต้สั่นเทาแผ่วเบา ดูเหมือนเขาจะเริ่มตระหนักได้ถึงสถานการณ์อันเลวร้ายของตัวเองแล้ว จึงได้แต่พยายามปกปิดความหวาดกลัวอันเปราะบางเอาไว้อย่างสุดความสามารถ
"ข้าไม่พอใจน้ำเสียงของเจ้าเมื่อกี้"
สิ้นคำพูดของปีศาจผมเงิน ดันเต้ก็รับรู้ได้ถึงข้อความแจ้งเตือนอีกครั้ง
[สร้างความไม่พอใจแก่ลูกค้า หักแต้มปีศาจ 50 แต้ม]
คราวนี้ดันเต้ถึงกับเงียบกริบ ตอนนี้ไม่ว่าเขาจะพูดหรือทำอะไร อีกฝ่ายก็สามารถหาข้ออ้างมาคอมเพลนและหักแต้มปีศาจของเขาได้ในทันที ชั้นนี้มันช่างไม่มีความยุติธรรมเอาเสียเลย
ทว่า...
หึหึหึหึ...
ภายในใจของดันเต้กลับเริ่มหัวเราะร่าออกมาอย่างบ้าคลั่ง อีกแค่นิดเดียวเท่านั้น...พวกแกก็ใกล้จะได้ไปทัวร์นรกแล้ว
...
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งโลกแห่งความเป็นจริง
ฟลอร่าและทาทาที่กำลังนั่งดูถ่ายทอดสดอยู่ต่างก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมา ทาทารู้สึกซาบซึ้งใจเล็กน้อย หลังจากการได้ใช้เวลาร่วมกันมาพักใหญ่ เธอก็เริ่มเข้าใจนิสัยของดันเต้ขึ้นมาบ้างแล้ว เธอรู้ดีว่าที่ดันเต้ยอมทนมาได้ขนาดนี้ คงไม่ใช่แค่เพราะห่วงภาพลักษณ์ของตัวเองหรอก แต่น่าจะเป็นเพราะแคร์ความรู้สึกของเธอซะมากกว่า
"ฉันสังหรณ์ใจว่า เดี๋ยวอีกพักพอดันเต้สติแตก เขาจะต้องกลายร่างเป็นคนที่น่ากลัวสุดๆ แน่..."
ฟลอร่าพึมพำอย่างปลงตก
แม้ทาทาจะไม่ได้พูดอะไร แต่เธอก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างเงียบๆ ขุนนางปีศาจพวกนี้คงยังไม่รู้ตัวสินะว่าตัวเองกำลังเล่นกับไฟอยู่ พวกมันกำลังเอาหัวรบนิวเคลียร์มาจุดเล่นเป็นประทัดชัดๆ ถ้าขืนยังดันทุรังทำแบบนี้ต่อไป ต่อให้จอมมารมาเองก็คงช่วยชีวิตพวกมันไว้ไม่ได้แล้วล่ะ...
...
ภายในเงาของดันเต้ อาจารย์แมวที่กำลังแอบซุ่มดูสถานการณ์บนพื้นดินอยู่เงียบๆ ถึงกับตัวสั่นงันงกด้วยความหวาดผวา
เจ้าพวกปีศาจเอ๋ย พอเถอะ...ถ้าพวกแกรีบหนีตอนนี้ยังทันนะ...
ทั้งๆ ที่ดันเต้อุตส่าห์พยายามทำตัวเป็นคนดีศรีสังคม สั่งสมแต้มบุญบารมีอย่างที่เขาพูดไว้แล้วแท้ๆ แต่ปีศาจพวกนี้ก็ยังดันทุรังจะปั่นเกจความโกรธของเขาให้พุ่งจนเต็มหลอดให้ได้! แถมยังผลักไสให้เขาขึ้นไปยืนบนจุดสูงสุดทางศีลธรรมอีก!
ในฐานะแมวที่รู้จักดันเต้ดีที่สุด มันรู้ดีว่าดันเต้ไม่ได้ตั้งใจจะสวมบทเป็นคนดีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ครั้งนี้ดันเต้กำลังรับบทเป็นผู้กำกับจัดฉากละครฉากใหญ่อยู่ต่างหาก สิ่งที่เขาคิดอยู่ก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปล่อยให้ปีศาจพวกนี้สวมบทเป็นตัวร้ายจอมรังแกคนอื่นให้ถึงขีดสุด สร้างบรรยากาศตึงเครียดให้ดูเหมือนว่าตัวเขาเป็นฝ่ายอ่อนแอที่ถูกกดขี่ข่มเหงอย่างไม่เป็นธรรม เพื่อให้ผู้ชมที่กำลังดูถ่ายทอดสดอยู่รู้สึกเกลียดชังปีศาจพวกนี้อย่างรุนแรง และเริ่มตั้งตารอคอยให้เขาพลิกเกมกลับมาเชือดพวกมันทิ้งซะ
เหมือนกับตอนที่ดันเต้จัดการกับคนไร้หน้าของลัทธิคืนชีพในโรงเรียนปีศาจนั่นแหละ พอปูเรื่องมาแบบนี้ ต่อให้วิธีการหลังจากนี้ของดันเต้จะเหี้ยมโหดมากแค่ไหน ก็จะไม่มีใครมาต่อว่าเขา แถมยังมีแต่คนคอยส่งเสียงเชียร์อีกต่างหาก และด้วยวิธีนี้ ดันเต้ก็จะสามารถสลัดความกังวลทั้งหมดทิ้งไป แล้วสวมบทโหดจัดเต็มทำตามใจชอบได้โดยไม่ต้องกลัวเสียภาพลักษณ์ของเขาอีกต่อไป!
อาจารย์แมวสัมผัสได้เลยว่า นี่คือความสงบครั้งสุดท้ายก่อนพายุลูกใหญ่จะมาเยือน เกจความโกรธของดันเต้น่าจะใกล้เต็มแล้ว ส่วนเกจศีลธรรมก็น่าจะใกล้กลายเป็นศูนย์เต็มทีแล้วเหมือนกัน