เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 91 งั้น... พวกเราไปปีนเขากันดีไหม?

บทที่ 91 งั้น... พวกเราไปปีนเขากันดีไหม?

บทที่ 91 งั้น... พวกเราไปปีนเขากันดีไหม?


อย่างน้อยหนึ่งร้อยล้านหยวน!

สิ้นคำพูดประโยคนั้น

บรรยากาศรอบด้านก็พลันตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า!

"เคร้ง!"

เสียงโลหะกระทบพื้นดังฟังชัด

ไม้เบสบอลในมือของชายหนุ่มผู้นั้น ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นเดี๋ยวนั้น

ทั่วทั้งร่างยืนแข็งทื่อเสียสติไปแล้ว!

เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก จ้องมองรถซูเปอร์คาร์สีแดงตรงหน้า

ลึกเข้าไปในแววตานั้น ฉายแววหวาดผวาออกมาอย่างปิดไม่มิด!

"กะ... แกบอกว่าราคาเท่าไหร่นะ?!"

"หนึ่งร้อยล้านหยวน!"

ชายหนุ่มอีกคนเอ่ยย้ำขึ้นมาอีกครั้ง!

"ซูเปอร์คาร์ไลแคนรุ่นนี้ มีจำนวนจำกัดและหายากสุดๆ

ก่อนหน้านี้ในประเทศเรามีอยู่แค่คันเดียวเท่านั้น เมื่อกี้ฉันก็เลยจำไม่ได้เหมือนกัน!"

เมื่อคำพูดประโยคนี้สิ้นสุดลง

ดวงตาของชายหนุ่มอีกคนก็อัดแน่นไปด้วยความหวาดผวาจนถึงขีดสุด!

ขณะเดียวกัน บรรดาไทยมุงรอบข้างก็บังเกิดเสียงฮือฮาดังลั่นขึ้นมาทันที!

"คุณพระช่วย! ตั้งหนึ่งร้อยล้านหยวน!"

"ซี๊ด! ซูเปอร์คาร์ระดับท็อปราคาร้อยล้าน! แม่เจ้าโว้ย!

ขืนไปเฉี่ยวชนเข้าสักรอย ไม่ต้องชดใช้กันทีละหลายล้านเลยหรือไงนั่น!"

"คมในฝักของแท้เลยเว้ย! พ่อหนุ่มคนนี้ดูผิวเผินก็แค่คนธรรมดาๆ ทั่วไป

แต่ใครจะไปนึกเล่าว่าเขาจะขับรถซูเปอร์คาร์ราคาร้อยล้านออกมาได้!"

"นั่นสิ! ดูไม่ออกเลยจริงๆ!"

ท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอของผู้คนรอบข้าง

หลินม่อยังคงมีสีหน้าที่เรียบเฉยและเย็นชา

เขาทำเพียงปรายตามองชายหนุ่มตรงนั้นแล้วเอ่ยว่า

"ตกลงจะทุบหรือไม่ทุบครับ? ถ้าไม่กล้าทุบแล้วล่ะก็

ก็รีบทำตามคำสัญญาที่พูดไว้ คุกเข่าลงแล้วเรียกผมว่าคุณปู่ได้แล้วครับ!"

"แก! ฉัน!"

ชั่วขณะนั้น ใบหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวสลับม่วงด้วยความอัปยศอดสู!

ก็แน่ล่ะ!

สถานการณ์ในตอนนี้ มันคือสภาพขึ้นหลังเสือแล้วลงไม่ได้ชัดๆ!

ในที่สุด

เขาก็ทำได้เพียงหน้าแดงก่ำแล้วกัดฟันเอ่ย

"คนล้มอย่าข้าม! ไอ้หนู ฉันขอเตือนแกไว้ก่อนเลยนะว่าอย่าให้มันเกินไปนัก!"

"เกินไปงั้นเหรอ?"

หลินม่อหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

"ก็ผมจะรังแกคุณแล้วจะทำไมล่ะครับ?

กล้าดีเยี่ยงไรมาแทะโลมผู้หญิงของผม ใครมันสั่งสอนให้คุณใจกล้าขนาดนี้?"

น้ำเสียงของหลินม่อในยามนี้ แฝงไว้ด้วยความหนาวเยือกและกดดันจนถึงขีดสุด!

"แก!"

ชายหนุ่มขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน สีหน้าบิดเบี้ยวไปมาไม่หยุด

"ให้เวลาคุณคิดอีกห้าวินาทีสุดท้าย... ตกลงจะเรียกหรือไม่เรียก!"

พูดจบ หลินม่อก็ก้มลงหยิบไม้เบสบอลที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาถือไว้

เมื่อเห็นท่าทีนั้น สีหน้าของชายหนุ่มทั้งสามคนก็พลันแปรเปลี่ยนไปทันที

"พี่ใหญ่... หรือว่าเราจะยอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดีเถอะพี่?"

"นั่นสิ... เรื่องคราวนี้เดิมทีพวกเราก็เป็นฝ่ายไปหาเรื่องเขาก่อนจริงๆ..."

เมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้อง

ชายหนุ่มผู้เป็นลูกพี่ใหญ่ก็ยังคงรู้สึกเจ็บใจไม่ยอมแพ้

"ถ้าเกิดฉันคุกเข่าลงตรงนี้ แล้วเรียกมันว่าคุณปู่จริงๆ ล่ะก็

หลังจากนี้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนในเซี่ยงไฮ้วะ?"

"แต่พี่ใหญ่ครับ คนที่สามารถขับรถระดับนี้ได้เนี่ย ไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอนนะพี่

คนพรรค์นี้ไม่ใช่ระดับที่พวกเราจะไปตอแยด้วยได้เด็ดขาด!

แค่เขาขยับนิ้วนิดเดียว ก็สามารถบดขยี้พวกเราจนมอดม้วยได้แล้ว!

เผลอๆ อาจจะลุกลามไปถึงพ่อแม่ของพวกเราด้วยซ้ำ... ทางที่ดีผมว่ายอมๆ ไปเถอะพี่..."

ทันทีที่คำพูดประโยคนี้สิ้นสุดลง

ลูกพี่ใหญ่ก็ถึงกับห่อเหี่ยวลงทันตา

จริงด้วย!

คำพูดนี้ไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย!

บุคคลที่สามารถครอบครองซูเปอร์คาร์ลิมิเต็ดเอดิชันระดับท็อปได้เนี่ย

เบื้องลึกเบื้องหลังและสถานะทางสังคม จะต้องอยู่ในระดับสูงสุดของประเทศอย่างแน่นอน!

ถ้าเกิดเขาไม่ยอมเรียกอีกฝ่ายตามข้อตกลงล่ะก็ บางที...

หลังจากต่อสู้กับจิตใจของตัวเองอยู่ชั่วครู่

สีหน้าของชายหนุ่มก็ดูย่ำแย่และกระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างยิ่ง

แต่สุดท้าย เขาก็ต้องยอมทรุดเข่าคุกเข่าลงต่อหน้าหลินม่อ

แล้วเอ่ยปาก "คุณปู่ครับ..."

เมื่อเห็นดังนั้น หลินม่อทำเพียงปรายตามองเขาแวบหนึ่ง

"คราวหลังก็หัดใช้สายตาให้มันดีๆ หน่อย! ไม่ใช่ว่าทุกคนบนโลกนี้... จะเป็นคนที่พวกคุณไปล่วงเกินได้!"

"ครับๆๆ! สิ่งที่คุณสอนถูกต้องที่สุดแล้วครับ!"

"พวกผมจะปรับปรุงตัว! จะปรับปรุงตัวอย่างแน่นอนครับ!"

ลูกน้องอีกสองคนรีบรับคำเป็นพัลวันทันที

เมื่อได้ฟังคำยืนยัน

หลินม่อก็พาตัวฉินเฟยเอ๋อร์ก้าวขึ้นรถ ท่ามกลางสายตาอันหวาดผวาและประจบสอพลอของคนกลุ่มนั้น

จากนั้นก็จัดการหักพวงมาลัยกลับรถ แล้วขับพุ่งทะยานออกไปทันที!

เมื่อแสงไฟท้ายรถของหลินม่อลับสายตาไป

บรรดาผู้คนในที่นั้น ต่างก็มองตามด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความอิจฉาขั้นสุด

"ตอนแรกนึกว่าเป็นแค่ระดับบรอนซ์ ที่ไหนได้เขาดันเป็นถึงระดับคิง!"

"นั่นสิ มิน่าล่ะถึงได้ดูนิ่งและมีความมั่นใจขนาดนั้น!"

"อิจฉาจังเลย ฉันเองก็อยากจะลองนั่งรถซูเปอร์คาร์คันนั้นบ้างจัง!"

"เหอะๆ สภาพอย่างเธอน่ะเหรอ?

เลิกฝันเถอะ เบ้าหน้าเอาไปสู้คู่ควงข้างกายเขาได้หรือไง?"

"......"

ท่ามกลางเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ ผู้คนในลานจอดรถก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไป

บนรถ

ฉินเฟยเอ๋อร์หันมาจับจ้องหลินม่อด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความเทิดทูนและหลงใหล

เอ่ยขึ้นว่า "ว้าว... หลินม่อ เมื่อกี้คุณโคตรจะเท่เลยค่ะ~"

"ก็แค่เรื่องพื้นๆ ทั่วไปนั่นแหละครับ"

หลินม่อบังคับพวงมาลัยซูเปอร์คาร์ด้วยมือเดียว

ส่วนมืออีกข้างหนึ่งนั้น วางแหมะอยู่บนเรียวขาอันเรียวงามของฉินเฟยเอ๋อร์

พวงแก้มของฉินเฟยเอ๋อร์เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนีแต่อย่างใด

"ช่วงบ่ายนี้... คุณอยากจะทำอะไรดีคะ?"

ฉินเฟยเอ๋อร์เอ่ยถามด้วยใบหน้าที่แดงซ่าน

ด้านหลินม่อปรายตามองผ่านขุนเขาสองลูกบนทรวงอกของเธอแล้วตอบว่า

"ช่วงบ่ายนี้... งั้นเราไปปีนเขากันดีไหมครับ?"

"ปีนเขา?"

ฉินเฟยเอ๋อร์ยังตามมุกไม่ทัน

"ใช่ครับ ปีนเขา... แล้วก็ดำน้ำ"

คราวนี้ฉินเฟยเอ๋อร์ยิ่งรู้สึกงุนงงหนักเข้าไปใหญ่

"ในเซี่ยงไฮ้นี่... เหมือนจะมีแค่เขาเสอซานที่เดียวนี่นา?

ส่วนเรื่องดำน้ำเนี่ย ยิ่งไม่มีสถานที่ให้ไปใหญ่เลยนะคะ..."

"จริงเหรอครับ?"

หลินม่ออมยิ้มบางๆ นัยน์ตาคมกริบกวาดมองสรีระของฉินเฟยเอ๋อร์อย่างมีความหมาย

เสี้ยววินาทีนั้นเอง

ใบหน้าของฉินเฟยเอ๋อร์ก็พลันแดงก่ำขึ้นมาจนถึงใบหู

เธออดไม่ได้ที่จะบ่นพึมพำออกมาอย่างเอียงอาย

"คนบ้า..."

"ฮ่าฮ่า!"

หลินม่อระเบิดเสียงหัวเราะอย่างชอบใจ

เขากดคันเร่งเพิ่มความเร็วรถให้พุ่งทะยาน

เพียงไม่นาน รถก็แล่นกลับมาถึงโครงการจวินเย่หัวถิง

และหลังจากทั้งสองคนก้าวเข้าสู่ห้องพัก เวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงเต็ม!

......

เวลาหกโมงเย็น

หลินม่อนั่งอยู่ตรงขอบเตียง

ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของเครื่องหอมสตรี

สีหน้าของหลินม่อดูพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง

"เยี่ยมมาก"

มุมปากยกโค้งขึ้นเล็กน้อย

หลังจากรอให้ฉินเฟยเอ๋อร์ชำระล้างร่างกายจนสะอาดเรียบร้อย หลินม่อก็เข้าไปอาบน้ำบ้าง

จากนั้น ทั้งคู่ก็พากันลงไปรับประทานมื้อค่ำง่ายๆ ที่ด้านล่าง

ก่อนจะพากันขับรถมุ่งหน้าตรงกลับบ้านของหลินม่อทันที

แต่ทว่าหลังจากกลับมาถึงบ้าน

หลินม่อก็เริ่มมีสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที

นั่นก็เพราะโรงจอดรถในคฤหาสน์ของเขา ตอนนี้มันเต็มแน่นไปหมดแล้ว

การจะเอารถซูเปอร์คาร์ไลแคนคันนี้เข้าไปจอดเพิ่มอีกคัน จึงกลายเป็นเรื่องค่อนข้างยุ่งยาก

"จอดไว้ข้างนอกก่อนแล้วกัน เดี๋ยวสองวันนี้ค่อยสั่งให้หวงหยวนช่วยขยายโรงจอดรถเพิ่ม"

คิดได้เพียงครู่เดียว หลินม่อก็ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

เขาก้าวลงจากรถ เปิดประตูบ้านเข้าไป ก็แลเห็นหวงหยวนยืนรออยู่พอดี

"เจ้านายคะ กลับมาแล้วหรือคะ"

หวงหยวนโค้งตัวลงอย่างนอบน้อมพลางทักทาย

"อืม พ่อบ้านหวง"

"เจ้านายมีคำสั่งอะไรหรือเปล่าคะ?"

หวงหยวนเอ่ยถามหลินม่อด้วยท่าทีนอบน้อม

"ช่วงสองวันนี้ คุณช่วยจัดการขยายโรงจอดรถในคฤหาสน์ให้ผมหน่อยนะ พอดีว่ารถของผมเริ่มจะไม่มีที่จอดแล้วล่ะ"

ทันทีที่ประโยคนี้ของหลินม่อสิ้นสุดลง

มุมปากของหวงหยวนก็ถึงกับกระตุกยิกๆ

เมื่อครู่นี้ตอนที่หลินม่อขับรถกลับเข้ามา เธอก็สังเกตเห็นแล้ว

ว่าหลินม่อควบรถซูเปอร์คาร์คันใหม่เอี่ยมกลับมาอีกคันแล้ว!

เมื่อนำไปรวมกับสองคันเดิมที่อยู่ในโรงจอดรถ ตอนนี้เขาก็มีซูเปอร์คาร์อยู่สามคัน กับรถเอสยูวีอีกหนึ่งคันเข้าไปแล้ว!

เยอะขนาดนี้ โรงจอดรถเดิมจะมีที่จอดได้ยังไงกันล่ะ?

ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว!

หลังจากแอบสบถบ่นในใจไปหนึ่งชุด

หวงหยวนก็ยังคงพยักหน้ารับอย่างมืออาชีพพลางตอบ

"ได้ค่ะ เจ้านาย"

จบบทที่ บทที่ 91 งั้น... พวกเราไปปีนเขากันดีไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว