- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด
บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด
บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด
"อ๊ากกก! มือฉัน ไอ้สารเลว เอ็งตาย!" ชายฉกรรจ์แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ยกเท้าขึ้นถีบเข้าใส่ฉินหลาง
แต่ความเร็วของเขา จะไปเทียบกับฉินหลางที่มีสภาพร่างกายระดับ 100 ได้อย่างไร?
ฉินหลางเตะสวนกลับไป ปะทะกันกลางอากาศ!
เสียงดังกึกก้อง ร่างของชายฉกรรจ์กระเด็นไถลครูดไปตามพื้น
หากสังเกตให้ดี จะพบว่าบริเวณหัวเข่ากางเกงสแล็กของชายฉกรรจ์มีรอยนูนปูดขึ้นมา นั่นคือกระดูกที่หักและเคลื่อนผิดรูปจนปูดโปนออกมา
โชคดีที่มีกางเกงห่อหุ้มเอาไว้ ไม่อย่างนั้นภาพที่เห็นคงจะต้องสยดสยองเลือดสาดอย่างแน่นอน
ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ดึงดูดความสนใจของพวกโจรลักพาตัวทั้งหมดในคฤหาสน์ทันที
ไม่สิ จะเรียกว่าโจรลักพาตัวก็คงไม่ถูกนัก ต้องบอกว่าดึงดูดความสนใจของแก๊งมังกรดำต่างหาก
ที่นี่เป็นฐานที่มั่นแห่งหนึ่งของแก๊งมังกรดำแต่แรกอยู่แล้ว ไป๋เสี่ยวอวิ๋นก็แค่ถูกจับมาขังไว้ที่นี่ชั่วคราวเท่านั้น
สมาชิกแก๊งมังกรดำแห่กรูกันเข้ามา
กวาดสายตามองไป มีไม่ต่ำกว่าสิบกว่าคน แต่ละคนล้วนเป็นนักเลงหน้าตาดุดัน!
"ไอ้หมอนี่มีอะไรแปลกๆ หยิบอาวุธมาให้หมด!"
ชายฉกรรจ์อีกคนที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกมองดูพรรคพวกที่สลบเหมือดไปด้วยความรู้สึกเสียวสันหลัง เขากัดฟันกรอด "เข้าไปพร้อมกัน อย่าให้มันพาตัวไป๋เสี่ยวอวิ๋นไปได้!"
นั่นมันเงินก้อนโตเลยนะ!
ขอแค่ขังเอาไว้จนถึงเวลาที่กำหนด ก็จะได้เงินก้อนโตมาครองแล้ว!
จะยอมทนดูเธอถูกคนอื่นชิงตัวไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?
นักเลงนับสิบคนจ้องมองฉินหลางตาเป็นมันพลางบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ ในมือของพวกมันถ้าไม่ถือกระบองเหล็กยืดหด ก็ถือมีดดาบเล่มเขื่อง ล้วนเป็นอาวุธที่พวกนักเลงชอบใช้กันทั้งนั้น
ขอแค่ไม่ลงมือหนักจนถึงตาย การจะทำลายคนๆ หนึ่งให้พิการนั้นช่างง่ายดายเหลือเกิน!
แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกห้อมล้อมด้วยศัตรูมากมายเช่นนี้ กลับเกิดภาพที่น่าเหลือเชื่อขึ้น
ฉินหลางไม่เพียงแต่ไม่ยืนรอให้นักเลงเข้ามาใกล้ แต่เขากลับเป็นฝ่ายพุ่งสวนเข้าไป ใช้มือข้างหนึ่งคว้ากระบองเหล็กจากนักเลงคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วออกแรงกระชากแย่งมาอย่างดื้อๆ
ด้วยพละกำลังที่มหาศาล ทำให้นักเลงคนนั้นเมื่อถูกแย่งอาวุธไป ร่างกายก็ถลำไปข้างหน้า ก่อนจะถูกกระบองเหล็กฟาดเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง มันตาเหลือกค้าง ล้มพับลงไปกองกับพื้นราวกับสุนัขตายในทันที
"พวกแกขวัญกล้าเทียมฟ้านักนะ! กล้าลักพาตัวคนของฉัน วันนี้ถ้าฉันฉินหลางไม่สั่งสอนให้พวกแกจำใส่กะโหลก พวกแกคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร!"
ฉินหลางถือกระบองเหล็กไว้ในมือ ประดุจยอดขุนพลผู้มีพละกำลังต้านทานคนนับหมื่น
ความเร็วของเขาเพียงพริบตาเดียว เมื่อกระบองเหล็กฟาดลงไป ก็จะต้องมีนักเลงถูกฟาดเข้าที่แสกหน้า หรือไม่ก็กระดูกไหล่ยุบ สลบเหมือดล้มลงไปทันที
เมื่อเตะออกไปหนึ่งครั้งเข้าที่กลางท้องน้อย ก็จะมีอีกคนกระเด็นหลุดออกจากวงล้อมไป
พละกำลังของเขามหาศาลเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่พวกนักเลงเหล่านี้จะเทียบได้เลย
นี่มันโจรลักพาตัวรุมรังแกฉินหลางที่ไหนกัน?
นี่มันฉินหลางคนเดียวไล่กระทืบพวกโจรลักพาตัวชัดๆ!
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ไป๋เสี่ยวอวิ๋นมองผ่านร่องนิ้วมือด้วยดวงตากลมโต เห็นความห้าวหาญไร้เทียมทานของฉินหลาง ภาพเจ้าชายขี่ม้าขาวในจินตนาการของเธอซ้อนทับเข้ากับเรือนร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ
ไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่เดิมทีก็หลงใหลในความหล่อเหลาของฉินหลางอยู่แล้ว เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ในหัวของเธอก็ไม่มีความคิดอื่นใดหลงเหลืออยู่อีกเลย
ทั้งสมอง ทั้งหัวใจ ทั้งร่างกาย ล้วนถูกเติมเต็มไปด้วยเงาร่างของฉินหลางแต่เพียงผู้เดียว!
"พวกเราไปกันเถอะ" ฉินหลางจูงมือเล็กนุ่มนิ่มไร้กระดูกของไป๋เสี่ยวอวิ๋น เดินตรงออกไปทางประตู
ตรงโถงทางเดิน มีสมาชิกแก๊งมังกรดำเข้ามาขวางทาง ฉินหลางฟาดกระบองลงไปครั้งเดียวก็ล้มไปหนึ่งคน นักเลงที่พุ่งพรวดออกมาจากห้องข้างๆ ก็ถูกเตะสวนกระเด็นกลับไปทางเดิม
ทั่วทั้งคฤหาสน์เต็มไปด้วยสมาชิกแก๊งมังกรดำ ที่นี่คือฐานที่มั่นของพวกมัน จำนวนคนย่อมมากมายมหาศาล
ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับทหารหน่วยรบพิเศษมาเยือน ที่นี่ก็เปรียบเสมือนถ้ำเสือแดนมังกร มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ
แต่ฉินหลางกลับเดินไปตามทางเดิน ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านอย่างสบายใจเฉิบ
สภาพร่างกายระดับ 100 คือระดับแบบไหนกัน?
สภาพร่างกายของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณสิบ ระดับยี่สิบก็ถือว่าเหนือมนุษย์แล้ว เทียบเท่ากับพละกำลังของคนสองคนรวมกันอยู่ในร่างเดียว
ชายที่มีสภาพร่างกายระดับยี่สิบ หากเผชิญหน้ากับคนที่มีระดับสิบสองคน จะถือว่าสูสีกันไหม?
ไม่เลย!
เป็นการไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวต่างหาก!
เมื่อสภาพร่างกายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สมรรถภาพทุกด้านของร่างกายก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พละกำลังที่เกิดขึ้นนั้นเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จะใช้จำนวนคนที่มากกว่าสองเท่ามาชดเชยได้อย่างไร?
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉินหลางในตอนนี้เลย เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเลงเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนการเจอฝูงเด็กทารกที่เพิ่งหัดพูด เป็นเพียงไก่ดินหมาฟางที่สามารถบีบให้แหลกคามือได้อย่างง่ายดาย!
ตลอดทางราบรื่นไร้อุปสรรค!
เมื่อเดินมาถึงประตูหน้าคฤหาสน์ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางอีก
เบื้องหลังมีแต่สภาพเละเทะ สมาชิกแก๊งมังกรดำนอนกองอยู่ระเนระนาด เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่ว
"แค่นี้เองเหรอ? แค่นี้เองเนี่ยนะ? แบบนี้ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าโจรลักพาตัวสุดโหดอีกเหรอ?"
ฉินหลางโยนกระบองเหล็กทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ ส่ายหน้าอย่างดูแคลน
เขาจูงมือยายเด็กบ้าผู้ชายข้างกายที่ตอนนี้กำลังเดินเหม่อลอย ไม่ยอมมองทางข้างหน้า เอาแต่จ้องมองเสี้ยวหน้าของเขาอย่างหลงใหล เดินออกจากฐานที่มั่นแห่งนี้ไป
จนกระทั่งเดินออกมาระยะหนึ่ง มาถึงริมถนน ถึงได้ขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังรถมายบัคที่จอดรออยู่นานแล้ว
เขามองดูคฤหาสน์ที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ภายในใจเริ่มรู้สึกคาดหวังขึ้นมา ทำลายฐานที่มั่นของแก๊งมังกรดำไปแห่งหนึ่ง ตามนิสัยของแก๊งมังกรดำแล้ว คงไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่ใช่ไหม?
อีกอย่าง เมื่อกี้เขาก็ทำตัวเย่อหยิ่งขนาดนั้น แถมยังจงใจประกาศชื่อตัวเองออกไปตั้งหลายครั้ง ดูท่าภายในคฤหาสน์นั่นก็น่าจะมีกล้องวงจรปิดอยู่ด้วย
ผ่านร่องรอยต่างๆ เหล่านี้ พวกมันย่อมต้องตามหาเขาเจอแน่นอน!
ฉิวจิ่วเอ๋อร์? หึหึ...
ดูเหมือนว่า นางเอกคนนี้เขาแทบไม่จำเป็นต้องไปตามหาด้วยซ้ำ อีกฝ่ายน่าจะเป็นฝ่ายมาหาเขาถึงที่เองเลย!
ช่างสบายใจจริงๆ!
ในขณะที่กำลังอารมณ์ดี ฉินหลางก็สัมผัสได้ว่าไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังดึงเสื้อของเขา จึงหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ
แต่กลับพบกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยื่นเข้ามาใกล้ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั้นประทับลงบนริมฝีปากของเขา โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้คิดอะไรเลย
ไป๋เสี่ยวอวิ๋นหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว!
ทั้งสมอง ทั้งหัวใจ ล้วนถูกการกระทำของฉินหลางในวันนี้เข้าไปเติมเต็มจนล้นปรี่
เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว!
ฉินหลางก็คือเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอ!
เธอยินดีที่จะเป็นเด็กบ้าผู้ชายของฉินหลางไปตลอดชีวิต เป็นเด็กบ้าผู้ชายของเขาคนเดียวเท่านั้น!
สัมผัสจากริมฝีปากนั้นช่างหอมหวาน ราวกับขนมสายไหม ทำให้หลงใหลจนไม่อยากผละออก
ผ่านไปเนิ่นนาน ไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่ยังไร้เดียงสาก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง ซุกศีรษะเข้ากับอ้อมอกของฉินหลาง โอบกอดเอวของเขาเอาไว้ พร้อมพึมพำเสียงเบา "พี่ชาย รอให้หนูโตกว่านี้ หนูจะเป็นภรรยาของพี่ดีไหมคะ?"
คนขับรถระดับล่าง ในเวลาแบบนี้คงจะเอ่ยปากเตือนให้คนนั่งเบาะหลังคาดเข็มขัดนิรภัย บนท้องถนนมีเส้นทางนับหมื่น ความปลอดภัยต้องมาก่อน
แต่คนขับรถระดับสูงอย่างจวินซื่อ ในตอนนี้ได้จัดการปรับมุมกระจกมองหลังหลบไปทางอื่นอย่างเงียบๆ พร้อมกับเปิดเพลงฟังสบายๆ ในรถอย่างรู้หน้าที่
"เขาจะเป็นเจ้าบ่าวของคุณ นับจากนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นคู่ชีวิตของคุณไปตลอดกาล..."