เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด

บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด

บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด


"อ๊ากกก! มือฉัน ไอ้สารเลว เอ็งตาย!" ชายฉกรรจ์แผดเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด ยกเท้าขึ้นถีบเข้าใส่ฉินหลาง

แต่ความเร็วของเขา จะไปเทียบกับฉินหลางที่มีสภาพร่างกายระดับ 100 ได้อย่างไร?

ฉินหลางเตะสวนกลับไป ปะทะกันกลางอากาศ!

เสียงดังกึกก้อง ร่างของชายฉกรรจ์กระเด็นไถลครูดไปตามพื้น

หากสังเกตให้ดี จะพบว่าบริเวณหัวเข่ากางเกงสแล็กของชายฉกรรจ์มีรอยนูนปูดขึ้นมา นั่นคือกระดูกที่หักและเคลื่อนผิดรูปจนปูดโปนออกมา

โชคดีที่มีกางเกงห่อหุ้มเอาไว้ ไม่อย่างนั้นภาพที่เห็นคงจะต้องสยดสยองเลือดสาดอย่างแน่นอน

ความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ดึงดูดความสนใจของพวกโจรลักพาตัวทั้งหมดในคฤหาสน์ทันที

ไม่สิ จะเรียกว่าโจรลักพาตัวก็คงไม่ถูกนัก ต้องบอกว่าดึงดูดความสนใจของแก๊งมังกรดำต่างหาก

ที่นี่เป็นฐานที่มั่นแห่งหนึ่งของแก๊งมังกรดำแต่แรกอยู่แล้ว ไป๋เสี่ยวอวิ๋นก็แค่ถูกจับมาขังไว้ที่นี่ชั่วคราวเท่านั้น

สมาชิกแก๊งมังกรดำแห่กรูกันเข้ามา

กวาดสายตามองไป มีไม่ต่ำกว่าสิบกว่าคน แต่ละคนล้วนเป็นนักเลงหน้าตาดุดัน!

"ไอ้หมอนี่มีอะไรแปลกๆ หยิบอาวุธมาให้หมด!"

ชายฉกรรจ์อีกคนที่พุ่งเข้ามาเป็นคนแรกมองดูพรรคพวกที่สลบเหมือดไปด้วยความรู้สึกเสียวสันหลัง เขากัดฟันกรอด "เข้าไปพร้อมกัน อย่าให้มันพาตัวไป๋เสี่ยวอวิ๋นไปได้!"

นั่นมันเงินก้อนโตเลยนะ!

ขอแค่ขังเอาไว้จนถึงเวลาที่กำหนด ก็จะได้เงินก้อนโตมาครองแล้ว!

จะยอมทนดูเธอถูกคนอื่นชิงตัวไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างไร?

นักเลงนับสิบคนจ้องมองฉินหลางตาเป็นมันพลางบีบวงล้อมเข้ามาใกล้ ในมือของพวกมันถ้าไม่ถือกระบองเหล็กยืดหด ก็ถือมีดดาบเล่มเขื่อง ล้วนเป็นอาวุธที่พวกนักเลงชอบใช้กันทั้งนั้น

ขอแค่ไม่ลงมือหนักจนถึงตาย การจะทำลายคนๆ หนึ่งให้พิการนั้นช่างง่ายดายเหลือเกิน!

แต่ภายใต้สถานการณ์ที่ถูกห้อมล้อมด้วยศัตรูมากมายเช่นนี้ กลับเกิดภาพที่น่าเหลือเชื่อขึ้น

ฉินหลางไม่เพียงแต่ไม่ยืนรอให้นักเลงเข้ามาใกล้ แต่เขากลับเป็นฝ่ายพุ่งสวนเข้าไป ใช้มือข้างหนึ่งคว้ากระบองเหล็กจากนักเลงคนที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วออกแรงกระชากแย่งมาอย่างดื้อๆ

ด้วยพละกำลังที่มหาศาล ทำให้นักเลงคนนั้นเมื่อถูกแย่งอาวุธไป ร่างกายก็ถลำไปข้างหน้า ก่อนจะถูกกระบองเหล็กฟาดเข้าที่กลางแสกหน้าอย่างจัง มันตาเหลือกค้าง ล้มพับลงไปกองกับพื้นราวกับสุนัขตายในทันที

"พวกแกขวัญกล้าเทียมฟ้านักนะ! กล้าลักพาตัวคนของฉัน วันนี้ถ้าฉันฉินหลางไม่สั่งสอนให้พวกแกจำใส่กะโหลก พวกแกคงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร!"

ฉินหลางถือกระบองเหล็กไว้ในมือ ประดุจยอดขุนพลผู้มีพละกำลังต้านทานคนนับหมื่น

ความเร็วของเขาเพียงพริบตาเดียว เมื่อกระบองเหล็กฟาดลงไป ก็จะต้องมีนักเลงถูกฟาดเข้าที่แสกหน้า หรือไม่ก็กระดูกไหล่ยุบ สลบเหมือดล้มลงไปทันที

เมื่อเตะออกไปหนึ่งครั้งเข้าที่กลางท้องน้อย ก็จะมีอีกคนกระเด็นหลุดออกจากวงล้อมไป

พละกำลังของเขามหาศาลเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่พวกนักเลงเหล่านี้จะเทียบได้เลย

นี่มันโจรลักพาตัวรุมรังแกฉินหลางที่ไหนกัน?

นี่มันฉินหลางคนเดียวไล่กระทืบพวกโจรลักพาตัวชัดๆ!

ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนอย่างน่าเวทนา ไป๋เสี่ยวอวิ๋นมองผ่านร่องนิ้วมือด้วยดวงตากลมโต เห็นความห้าวหาญไร้เทียมทานของฉินหลาง ภาพเจ้าชายขี่ม้าขาวในจินตนาการของเธอซ้อนทับเข้ากับเรือนร่างของเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

ไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่เดิมทีก็หลงใหลในความหล่อเหลาของฉินหลางอยู่แล้ว เมื่อมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เข้า ในหัวของเธอก็ไม่มีความคิดอื่นใดหลงเหลืออยู่อีกเลย

ทั้งสมอง ทั้งหัวใจ ทั้งร่างกาย ล้วนถูกเติมเต็มไปด้วยเงาร่างของฉินหลางแต่เพียงผู้เดียว!

"พวกเราไปกันเถอะ" ฉินหลางจูงมือเล็กนุ่มนิ่มไร้กระดูกของไป๋เสี่ยวอวิ๋น เดินตรงออกไปทางประตู

ตรงโถงทางเดิน มีสมาชิกแก๊งมังกรดำเข้ามาขวางทาง ฉินหลางฟาดกระบองลงไปครั้งเดียวก็ล้มไปหนึ่งคน นักเลงที่พุ่งพรวดออกมาจากห้องข้างๆ ก็ถูกเตะสวนกระเด็นกลับไปทางเดิม

ทั่วทั้งคฤหาสน์เต็มไปด้วยสมาชิกแก๊งมังกรดำ ที่นี่คือฐานที่มั่นของพวกมัน จำนวนคนย่อมมากมายมหาศาล

ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับทหารหน่วยรบพิเศษมาเยือน ที่นี่ก็เปรียบเสมือนถ้ำเสือแดนมังกร มีโอกาสรอดเพียงหนึ่งในสิบ

แต่ฉินหลางกลับเดินไปตามทางเดิน ราวกับกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านอย่างสบายใจเฉิบ

สภาพร่างกายระดับ 100 คือระดับแบบไหนกัน?

สภาพร่างกายของคนปกติจะอยู่ที่ประมาณสิบ ระดับยี่สิบก็ถือว่าเหนือมนุษย์แล้ว เทียบเท่ากับพละกำลังของคนสองคนรวมกันอยู่ในร่างเดียว

ชายที่มีสภาพร่างกายระดับยี่สิบ หากเผชิญหน้ากับคนที่มีระดับสิบสองคน จะถือว่าสูสีกันไหม?

ไม่เลย!

เป็นการไล่ต้อนอยู่ฝ่ายเดียวต่างหาก!

เมื่อสภาพร่างกายเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า สมรรถภาพทุกด้านของร่างกายก็เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว พละกำลังที่เกิดขึ้นนั้นเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด จะใช้จำนวนคนที่มากกว่าสองเท่ามาชดเชยได้อย่างไร?

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงฉินหลางในตอนนี้เลย เมื่อเผชิญหน้ากับกลุ่มนักเลงเหล่านี้ ก็เปรียบเสมือนการเจอฝูงเด็กทารกที่เพิ่งหัดพูด เป็นเพียงไก่ดินหมาฟางที่สามารถบีบให้แหลกคามือได้อย่างง่ายดาย!

ตลอดทางราบรื่นไร้อุปสรรค!

เมื่อเดินมาถึงประตูหน้าคฤหาสน์ ก็ไม่มีใครกล้าเข้ามาขวางอีก

เบื้องหลังมีแต่สภาพเละเทะ สมาชิกแก๊งมังกรดำนอนกองอยู่ระเนระนาด เสียงโอดครวญดังระงมไปทั่ว

"แค่นี้เองเหรอ? แค่นี้เองเนี่ยนะ? แบบนี้ยังมีหน้ามาเรียกตัวเองว่าโจรลักพาตัวสุดโหดอีกเหรอ?"

ฉินหลางโยนกระบองเหล็กทิ้งไว้ในห้องนั่งเล่นของคฤหาสน์ ส่ายหน้าอย่างดูแคลน

เขาจูงมือยายเด็กบ้าผู้ชายข้างกายที่ตอนนี้กำลังเดินเหม่อลอย ไม่ยอมมองทางข้างหน้า เอาแต่จ้องมองเสี้ยวหน้าของเขาอย่างหลงใหล เดินออกจากฐานที่มั่นแห่งนี้ไป

จนกระทั่งเดินออกมาระยะหนึ่ง มาถึงริมถนน ถึงได้ขึ้นไปนั่งบนเบาะหลังรถมายบัคที่จอดรออยู่นานแล้ว

เขามองดูคฤหาสน์ที่สว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ภายในใจเริ่มรู้สึกคาดหวังขึ้นมา ทำลายฐานที่มั่นของแก๊งมังกรดำไปแห่งหนึ่ง ตามนิสัยของแก๊งมังกรดำแล้ว คงไม่มีทางยอมเลิกราง่ายๆ แน่ใช่ไหม?

อีกอย่าง เมื่อกี้เขาก็ทำตัวเย่อหยิ่งขนาดนั้น แถมยังจงใจประกาศชื่อตัวเองออกไปตั้งหลายครั้ง ดูท่าภายในคฤหาสน์นั่นก็น่าจะมีกล้องวงจรปิดอยู่ด้วย

ผ่านร่องรอยต่างๆ เหล่านี้ พวกมันย่อมต้องตามหาเขาเจอแน่นอน!

ฉิวจิ่วเอ๋อร์? หึหึ...

ดูเหมือนว่า นางเอกคนนี้เขาแทบไม่จำเป็นต้องไปตามหาด้วยซ้ำ อีกฝ่ายน่าจะเป็นฝ่ายมาหาเขาถึงที่เองเลย!

ช่างสบายใจจริงๆ!

ในขณะที่กำลังอารมณ์ดี ฉินหลางก็สัมผัสได้ว่าไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่นั่งอยู่ข้างๆ กำลังดึงเสื้อของเขา จึงหันกลับไปมองตามสัญชาตญาณ

แต่กลับพบกับใบหน้าจิ้มลิ้มที่ยื่นเข้ามาใกล้ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อนั้นประทับลงบนริมฝีปากของเขา โดยไม่เปิดโอกาสให้เขาได้คิดอะไรเลย

ไป๋เสี่ยวอวิ๋นหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นแล้ว!

ทั้งสมอง ทั้งหัวใจ ล้วนถูกการกระทำของฉินหลางในวันนี้เข้าไปเติมเต็มจนล้นปรี่

เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว!

ฉินหลางก็คือเจ้าชายขี่ม้าขาวของเธอ!

เธอยินดีที่จะเป็นเด็กบ้าผู้ชายของฉินหลางไปตลอดชีวิต เป็นเด็กบ้าผู้ชายของเขาคนเดียวเท่านั้น!

สัมผัสจากริมฝีปากนั้นช่างหอมหวาน ราวกับขนมสายไหม ทำให้หลงใหลจนไม่อยากผละออก

ผ่านไปเนิ่นนาน ไป๋เสี่ยวอวิ๋นที่ยังไร้เดียงสาก็ค่อยๆ ก้มหน้าลง ซุกศีรษะเข้ากับอ้อมอกของฉินหลาง โอบกอดเอวของเขาเอาไว้ พร้อมพึมพำเสียงเบา "พี่ชาย รอให้หนูโตกว่านี้ หนูจะเป็นภรรยาของพี่ดีไหมคะ?"

คนขับรถระดับล่าง ในเวลาแบบนี้คงจะเอ่ยปากเตือนให้คนนั่งเบาะหลังคาดเข็มขัดนิรภัย บนท้องถนนมีเส้นทางนับหมื่น ความปลอดภัยต้องมาก่อน

แต่คนขับรถระดับสูงอย่างจวินซื่อ ในตอนนี้ได้จัดการปรับมุมกระจกมองหลังหลบไปทางอื่นอย่างเงียบๆ พร้อมกับเปิดเพลงฟังสบายๆ ในรถอย่างรู้หน้าที่

"เขาจะเป็นเจ้าบ่าวของคุณ นับจากนี้เป็นต้นไป เขาจะเป็นคู่ชีวิตของคุณไปตลอดกาล..."

จบบทที่ บทที่ 33 จวินซื่อผู้ชาญฉลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว