- หน้าแรก
- ชีวิตมหาเศรษฐีอย่างผมเนี่ยเป็นตัวร้ายตัวจริงนะจะบอกให้
- บทที่ 16 รังแกสามีแค่ชั่วคราวช่างสุขใจ
บทที่ 16 รังแกสามีแค่ชั่วคราวช่างสุขใจ
บทที่ 16 รังแกสามีแค่ชั่วคราวช่างสุขใจ
ท่ามกลางบรรยากาศที่ยิ่งมายิ่งเคลิบเคลิ้มเย้ายวน ฝ่ามือของฉินหลางก็เริ่มกล้าได้กล้าเสียมากยิ่งขึ้น ค่อยๆ เลื่อนลูบจากเอวคอดกิ่วขึ้นไปด้านบนอย่างเชื่องช้า
"พอได้แล้ว!"
มู่หยูเยียนปัดฝ่ามือที่เริ่มลูบคลำสะเปะสะปะของฉินหลางออก เธอปั้นหน้าขรึมแล้วลุกขึ้นยืนจากตักของเขา ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองให้เข้าที่
เธอรู้สึกว่าฉินหลางเริ่มจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ท่าทีรุ่มร่ามมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่รีบทำลายบรรยากาศแบบนี้ลงเสียก่อน
ก็ไม่รู้เลยว่าหมอนี่จะกล้าทำเรื่องอะไรหน้าไม่อายออกมาอีก
ให้ลิ้มรสความหอมหวานเล็กๆ น้อยๆ แค่นั้นก็พอแล้ว จะยอมเอาตัวเองไปแลกจริงๆ ไม่ได้เด็ดขาด
"เรื่องของแม่ฉัน คงต้องรบกวนให้นายช่วยดูแลให้มากหน่อยนะ ถือซะว่าเรื่องนี้ฉันติดค้างน้ำใจนายครั้งหนึ่ง ฉันจะจำเอาไว้ในใจก็แล้วกัน" มู่หยูเยียนราวกับเพิ่งได้สติหลุดออกมาจากภาพลวงตาของการเป็นคู่รัก เธอกลับมามีท่าทีเย่อหยิ่งและเย็นชาเหมือนเมื่อก่อน กลายร่างเป็นประธานบริษัทสาวภูเขาน้ำแข็งสุดแสนเย็นชาอีกครั้ง
ฉินหลางยักไหล่ "เธอมันก็แค่พวกเสร็จนาฆ่าโคถึก พอตอนที่ต้องใช้งานฉันก็ให้ฉันออกหน้า แต่พอตอนที่ไม่ต้องการใช้ฉันแล้ว ก็ถีบหัวฉันส่งไม่ไยดีเลยสินะ?"
มู่หยูเยียนอยากจะโต้เถียงกลับ แต่คำพูดมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปากแล้วก็ต้องหยุดชะงัก เธอแค่นเสียงเย็นชา "ถ้านายจะคิดแบบนั้น ฉันก็หมดปัญญาจะอธิบาย ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว นายก็กลับไปได้แล้วล่ะ"
"ได้ ฉันไป!" ฉินหลางไม่ได้โกรธเคืองอะไร เขาเพียงแค่จ้องมองมู่หยูเยียนด้วยสายตาที่มีความหมายแฝงบางอย่างแวบหนึ่ง ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หยิ่งเข้าไป หยิ่งยโสให้พอนะ!
ถ้าแน่จริงก็รังแกเขาให้เต็มที่ไปเลย ถีบหัวส่งให้หนำใจไปเลย!
รังแกสามีแค่ชั่วคราวช่างสุขใจนักนะ อีกสักพักเถอะ พ่อจะทำให้เธอรู้ซึ้งว่า การตามง้อสามีจนแทบกระอักเลือดมันเป็นยังไง!
ก็แค่เล่นเกมกันไม่ใช่หรือไง? ใครบ้างจะทำไม่เป็น!
งั้นพวกเราก็มาดูกันต่อไปเถอะ ฝากไว้ก่อนเถอะ!
มู่หยูเยียนในชุดเสื้อแขนยาวกึ่งโปร่งแสง เดินมาส่งฉินหลางขึ้นรถที่บริเวณหน้าลานบ้านของคฤหาสน์ แถมยังโบกมือลา "เดินทางระวังด้วยนะ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาบอกฉันด้วยล่ะ"
ท่าทางสนิทสนมแนบแน่นแบบนั้น ทำเอาหนุ่มขับรถมายบัคอย่างจวินซื่อถึงกับมองด้วยความชื่นชม
ขณะที่รถมายบัคแล่นออกจากคฤหาสน์เจียงหนานหมายเลขหนึ่ง จวินซื่อก็เอ่ยขึ้นด้วยความทึ่ง "คุณชายนี่มันอัจฉริยะชัดๆ สุดยอดทะลุฟ้าไปเลยครับ!
เมื่อก่อนประธานมู่หยิ่งยโสจะตายไป แทบจะเอาลูกตาไปไว้บนรูจมูกอยู่แล้ว เจอคุณชายทีไรถ้าไม่กลอกตาใส่ ก็ต้องทำหน้าบึ้งตึงใส่ไม่ใช่เหรอครับ?
ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน กลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย คุณชายขึ้นรถจัดการเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับเนี่ย?" พูดจบเขาก็กะพริบตาปริบๆ อย่างรู้กัน
"แค่ล้อรถยังไม่ได้แตะเลย จะไปขึ้นรถอะไรกันล่ะ?" ฉินหลางบ่นอุบอิบ
ความเร็วในการเปลี่ยนสีหน้าของมู่หยูเยียนนี่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับปรมาจารย์เลยทีเดียว วินาทีก่อนตอนอยู่ในห้องนั่งเล่นยังทำตัวสงบเสงี่ยมเคร่งขรึมอยู่เลย แต่พอออกมาเจอหน้าจวินซื่อปุ๊บก็แจกรอยยิ้มปั๊บ นี่มันเกิดมาเพื่อเป็นนักแสดงชัดๆ!
ช่างเสแสร้งเก่งจริงๆ!
เขาไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจให้ปวดหัว แค่นึกในใจเพื่อเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา
[ตัวละคร]: ฉินหลาง [อายุ]: 25 [สภาพร่างกาย]: 26 [เสน่ห์]: 98 [แต้มวายร้าย]: 36200 [ทักษะ]: ความน่าคบหา เลเวล 6 เพิ่มความรู้สึกเป็นมิตรต่อกลุ่มคน +60, ทักษะเปียโนระดับสูง, ทักษะชงชาระดับสูง [ร้านค้า]: เปิดใช้งานแล้ว แต้มวายร้ายถึงสามหมื่นแต้ม เปิดใช้งานร้านค้าระดับที่หนึ่งแล้ว [ศูนย์สุ่มรางวัล]: เปิดใช้งานแล้ว การสุ่มรางวัลแต่ละครั้งใช้แต้มวายร้าย 100 แต้ม [กระเป๋าระบบ]: อัลบั้มรูปคุณป้าชิวหนึ่งเล่ม, กระดาษทิชชูชิงเฟิง +2...
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การที่ฉินหลางอยู่เป็นเพื่อนสองแม่ลูกก็ไม่ได้สูญเปล่าแต่อย่างใด ค่าความรู้สึกดีๆ พุ่งปรี๊ดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขาได้รับแต้มวายร้ายมาเป็นจำนวนมหาศาล
ผนวกกับที่บ้านยังมีเสื้อกันหนาวตัวน้อยที่แสนจะรู้ใจอย่างซู่เสี่ยวเสี่ยวอยู่อีกคน เวลาที่เขาแกล้งทำเป็นเผลอไปแตะมือเล็กๆ ของเธอบ้าง แกล้งเฉียดไปโดนสะโพกของเธอบ้างเป็นครั้งคราว ก็สามารถกอบโกยแต้มวายร้ายมาได้ไม่น้อยเลย
เมื่อสะสมรวมกันทั้งหมด ตอนนี้แต้มก็ทะลุสามหมื่นไปแล้ว ร้านค้าระบบจึงผ่านเกณฑ์และเปิดใช้งานได้สำเร็จ
"เปิดร้านค้า!"
เบื้องหน้าของฉินหลาง หน้าจอภาพโฮโลแกรมสว่างวาบขึ้นมา ด้านบนปรากฏสินค้าหลากหลายชนิด พร้อมกับระบุแต้มวายร้ายที่ต้องใช้ในการแลกซื้อไว้ด้านล่าง
[สภาพร่างกาย +1 หากสภาพร่างกายต่ำกว่า 60 แต้ม: ใช้แต้มวายร้าย 500 แต้ม] [สภาพร่างกาย +1 หากสภาพร่างกายต่ำกว่า 100 แต้ม: ใช้แต้มวายร้าย 1000 แต้ม] [เสน่ห์ +1: ใช้แต้มวายร้าย 50000 แต้ม] [ทักษะศิลปะการประเมินความงามระดับสูง: ใช้แต้มวายร้าย 3000 แต้ม] [ทักษะวิชาแพทย์ระดับต้น: ใช้แต้มวายร้าย 100000 แต้ม] "..."
กวาดสายตามองไปรอบหนึ่ง ฉินหลางก็ถึงกับตาลาย นี่มันร้านค้าระบบบ้าบออะไรกัน?
มันร้านค้าหน้าเลือดชัดๆ!
เขาอุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยแทบตายมาหลายวัน เพิ่งจะหาแต้มวายร้ายมาได้แค่สามหมื่นนิดๆ แต่ผลปรากฏว่าของที่พอจะมีปัญญาซื้อในร้านค้าได้ กลับมีอยู่เพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น
เขาตัดสินใจใช้แต้มวายร้ายไป 17000 แต้ม เพื่อเพิ่มสภาพร่างกายให้เป็น 60 แต้ม และใช้ไปอีก 9600 แต้มเพื่อยกระดับทักษะความน่าคบหาให้เป็นเลเวล 8 ส่วนแต้มที่เหลือเขาก็ไม่ได้ซื้ออะไรอีก แต่เอาไปใช้สุ่มรางวัลจนหมด
"ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับอัลบั้มรูปคุณนายไป๋หนึ่งเล่ม" "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับอุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสูงหนึ่งชิ้น" "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับสภาพร่างกาย +1" "ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ได้รับทักษะศิลปะการประเมินความงามระดับสูง" "..."
หลังจากการสุ่มรางวัลสิ้นสุดลง หน้าต่างระบบ:
[ตัวละคร]: ฉินหลาง [อายุ]: 25 [สภาพร่างกาย]: 68 [เสน่ห์]: 98 [แต้มวายร้าย]: 0 [ทักษะ]: ความน่าคบหา เลเวล 8 เพิ่มความรู้สึกเป็นมิตรต่อกลุ่มคน +80, ทักษะเปียโนระดับสูง, ทักษะชงชาระดับสูง, ทักษะศิลปะการประเมินความงามระดับสูง [ร้านค้า]: เปิดใช้งานแล้ว [ศูนย์สุ่มรางวัล]: เปิดใช้งานแล้ว การสุ่มรางวัลแต่ละครั้งใช้แต้มวายร้าย 100 แต้ม [กระเป๋าระบบ]: อัลบั้มรูปคุณป้าชิวหนึ่งเล่ม, กระดาษทิชชูชิงเฟิง +2, อัลบั้มรูปคุณนายไป๋หนึ่งเล่ม, อุปกรณ์ทางการแพทย์ระดับสูง +1...
หลังจากที่สภาพร่างกายเพิ่มขึ้นมาถึง 68 แต้ม ในช่วงเวลาสั้นๆ นั้น ฉินหลางก็เกิดภาพลวงตาขึ้นมา ราวกับว่าต่อให้มีช้างแมมมอธร่างยักษ์มายืนอยู่ตรงหน้า เขาก็สามารถซัดมันให้แหลกละเอียดเป็นผุยผงได้ด้วยหมัดเดียว
แน่นอนว่า นี่เป็นเพียงอาการขาดการรับรู้ตนเองจากการที่สภาพร่างกายเพิ่มขึ้นรวดเร็วเกินไปเท่านั้น รอให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับพลังขุมนี้ได้ อาการนี้ก็จะหายไปเอง
อย่าว่าแต่ช้างแมมมอธเลย ต่อให้เป็นจวินซื่อที่กำลังขับรถอยู่ข้างหน้านี้ หากสู้กันจริงๆ ฉินหลางก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้อยู่ดี
แต่ก็เถอะ ไม่ต้องรีบร้อนไปหรอก นี่เพิ่งจะผ่านมาได้กี่วันเอง?
เขาสามารถเปลี่ยนจากสภาพร่างกายไตพร่อง มาเป็นหนุ่มฟิตปั๋งสภาพร่างกาย 68 แต้ม คืนละเจ็ดรอบได้แล้ว!
อีกไม่นาน การจะก้าวข้ามจวินซื่อไปได้ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล และก่อนที่เย่เฟิงจะกลับมา การจะทำให้ค่าพลังทะลุร้อย ก็ไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างใด
เมื่อรถมายบัคจอดสนิทที่หน้าคฤหาสน์ของตัวเอง ซู่เสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ข้างในบ้านก็ได้ยินเสียงและรีบซอยเท้ายิบวิ่งออกมารับ
เธอยืนทำตัวลีบอยู่ตรงมุมประตู ก้มหน้าลงแล้วพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา "คุณชาย ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ"
"ไปเรียนท่าทางแบบนี้มาจากไหน? ฉันเคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าอยู่ที่นี่ก็ให้ทำตัวเหมือนอยู่บ้านตัวเอง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ต้องเกร็งขนาดนี้ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?" ฉินหลางดึงมือเล็กๆ ที่นุ่มนิ่มไร้กระดูกของซู่เสี่ยวเสี่ยวมากุมไว้
ซู่เสี่ยวเสี่ยวพยายามจะดึงมือกลับ เธอออกแรงอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ พอเงยหน้าขึ้นไปเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มของฉินหลาง เธอก็ก้มหน้าแดงก่ำลงทันทีและเลิกดิ้นรนขัดขืน
เธอพบว่าตัวเองเหมือนจะสับสนไปหมดแล้ว ทั้งๆ ที่รู้ดีว่าทุกครั้งที่คุณชายเจอหน้าเธอ เขามักจะฉวยโอกาสทำตัวรุ่มร่ามเล็กๆ น้อยๆ เสมอ แต่พอได้ยินเสียงที่คุ้นเคย เธอก็ยังคงรีบวิ่งออกมารับถึงหน้าประตูอยู่ดี
ยิ่งไปกว่านั้น เธอกลับรู้สึกหลงใหลไปกับสถานการณ์แบบนี้เสียแล้ว
เธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่านี่เป็นเพียงการกระทำตามสัญชาตญาณ หรือเป็นเพราะเธอตั้งใจอยากจะเข้าใกล้คุณชายแบบนี้กันแน่