บทที่360 ฟรี
บทที่360 ฟรี
ราชาเนปจูนพากลุ่มของรอนกลับมายังพระราชวังริวงูอย่างรวดเร็ว จากนั้นเขาก็สั่งให้ทหารเปิดประตูเข้าราชวัง เมื่อประตูเปิดออก รอน นามิและแฮนค็อกก็เห็นลำธารน้ำขนาดใหญ่ปรากฎขึ้นจากเหนือทางเข้า
“นี่คือปะการัง มันสามารถผลิตฟองอากาศให้ห่อหุ้มตัวคนได้ พระราชวังริวงูมีแต่น้ำทะเล พวกเจ้าต้องใช้สิ่งนี้” เนปจูนดึงปะการังออกมาจากนั้นก็นำฟองอากาศไปให้พวกของรอน
รอนรับฟองอากาศนั้นมาแล้วนำมันมาคลุมร่างตัวเองอย่างรวดเร็ว
“โฮเอะ เข้าไปได้แล้ว” เนปจูนสั่งสัตว์ภาหนะของตัวเองให้ว่ายเข้าไปข้างในพระราชวังทันที
ทันทีที่พวกเขาเข้ามาด้านหลังประตูทางเข้า โฮเอะก็เข้าไปในกระแสน้ำ จากนั้นทุกคนก็รู้สึกได้ถึงการไหลของกระแสน้ำ มันพาพวกเขาไหลไปเรื่อย ๆราวกับรถไฟเหาะ
“อา... มันเร็วมากจริง ๆ คิกคิก พระราชวังริวงูนี่น่าสนุกมาก!” นามิเกาะโฮเอะไว้แน่น ในขณะที่หน้าตาก็ส่งยิ้มร่าออกมาอย่างสนุกสนาน
แม้ว่าแฮนค็อกจะไม่ส่งเสียงดังเหมือนนามิ แต่เธอก็ดูจะชื่นชอบไม่น้อยเช่นกัน
รอนรู้เรื่องนี้มานานแล้ว เขาเลยไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก
ความเร็วของกระแสน้ำค่อย ๆช้าลงเรื่อย ๆและในที่สุดกระแสน้ำก็หยุดลง ทุกคนต่างตาเป็นประกายและโผล่ออกมาจากกระแสน้ำนั้น
“เอาล่ะ พวกเรามาถึงราชวังริวงูกันแล้ว เข้าไปข้างในกันดีกว่า” ราชาเนปจูนกล่าวยิ้ม ๆ
“ยินดีต้อนรับครับองค์ราชา” ทหารที่เฝ้าประจำการที่จุดต่าง ๆพอได้เห็นราชาเนปจูนพวกเขาก็ทักทายราชาเนปจูนด้วยความเคารพ
ทั้งสามคนเดินเข้าไปในราชวังพร้อมกับราชาเนปจูน
“องค์ราชา ทรงกลับมาแล้วหรือขอรับ” มนุษย์เงือกที่เป็นม้าน้ำและอีกคนที่เป็นมนุษย์เงือกที่เหมือนปลาอะไรก็ไม่รู้ ยืนอยู่ตรงกลางห้องโถงต้อนรับ เมื่อพวกเขาเห็นราชาเนปจูนกลับมาก็ได้ทำความเคารพ
“กลับมาแล้ว นี่คือรอน... ผู้มีพระคุณของเกาะเงือกเรา” เนปจูนแนะนำกลุ่มของรอนให้รู้จัก
“รอน! นั่นใช่คนที่ช่วยโจรสลัดหนวดขาวที่บนพื้นดินใช่ไหมขอรับ?” มนุษย์เงือกปลาดุกที่ยืนอยู่ข้าง ๆม้าน้ำประหลาดใจ
“ใช่”
“ถ้าอย่างนั้นก็ ยินดีต้อนรับผู้มีพระคุณ...”
ในงานเลี้ยง รอนรู้ว่าเจ้าหญิงชิราโฮชิจะไม่เข้าร่วมงานเลี้ยง และเขาคิดว่าเขาจะเข้าไปพบเธออย่างมีเหตุผลสมควรได้ยังไงดี
“ราชาเนปจูน ผมได้ยินมาว่าคุณมีลูกสาวคนสุดท้อง ทำไมผมถึงไม่เห็นเธอเลยล่ะ” รอนมองไปรอบ ๆงานเลี้ยงที่จัดขึ้นและพูดอย่างจงใจ
เมื่อราชาเนปจูนได้ยินรอนพูด ใบหน้าของราชาเนปจูนและเหล่ารัฐมนตรีเงือกก็ได้เผยสีหน้าเศร้าออกมาทันที
“เจ้าไม่รู้อะไรสินะ” เนปจูนพูดด้วยเสียงหนักแน่นแต่แฝงไปด้วยความเสียใจ
“ข้ามีลูกสาวอยู่คนหนึ่ง เธอคือไข่มุกอันมีค่าของข้า แต่นางไม่สามารถออกมาจากห้องของนางมาเกือบสิบปีแล้ว”
“หือ? ทำไมล่ะ?” รอนรู้แต่เขาก็ยังแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไรอย่างแนบเนียน
“ลูกสาวของข้า ชิราโฮชิ ตั้งแต่ยังเด็กเธอก็เป็นคนจิตใจดี ประพฤติตัวดี ฉลาดและเป็นที่รักของทุกคน สิบปีที่แล้ว ชิราโฮชิถูกฟานเดอร์ เด็คเค่นเจอเข้า เจ้าโจรสลัดเงือกต้องสาปนั้นต้องตาต้องใจความงามของชิราโฮชิ เขาจึงเขียนจดหมายรักถึงลูกสาวข้าทุกวันเพื่อแสดงความรัก แต่ลูกสาวของข้าไม่ได้ชอบเจ้านั่นเลย” ราชาเนปจูนเล่าความเป็นมาของเรื่องราวทั้งหมด
“หลังจากนั้นไม่นาน ไอ้สารเลวนั่นก็เกิดเป็นทั้งความรักและความเกลียดชัง ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่มันหยุดส่งจดหมายรักมา แต่มันกลับส่งทั้งขวานและอาวุธมีคมมาแทน เขาเป็นเงือกที่มีพลังพิเศษ ไม่ว่าจะปาอะไรไปก็จะถูกส่งตรงมายังคนที่มันสัมผัสได้ เพราะเรื่องนี้ ชิราโฮชิถึงได้รับบาดเจ็บหลายครั้ง ข้าเลยจำเป็นต้องคิดถึงความปลอดภัยของลูกสาวเป็นหลักก่อน”
“ตอนแรกก็ไม่มีอะไร แต่นานวันเข้า ข้าก็เลยจำเป็นต้องขังชิราโฮชิเอาไว้ที่หอคอยเหล็ก ข้าได้ส่งทหารไปสืบหาที่อยู่ของไอ้สารเลวนั่น แต่สิบปีผ่านไปก็ยังไม่พบ... ชิราโฮชิ ลูกสาวที่น่าสงสารของข้าเลยต้องอยู่ที่หอคอยเหล็กตั้งสิบปีโดยไม่ได้ออกไปไหน”
รอนทนฟังนิ่ง ๆอยู่ข้างสนาม
“ฟานเดอร์ เด็คเค่นหน้าตาเป็นยังไง?” รอนถามออกมา
“ข้าเองก็ไม่เคยเห็น แต่จากที่ข้ารู้ข้อมูลมา ได้ยินมาว่าเจ้านั่นอยู่บนเรือผีสิงฟลายอิ้ง ดัชแมนกับเจ้าทะเลรูปร่างเหมือนมนุษย์” เนปจูนตอบกลับ
“เรือผีสิง...”