- หน้าแรก
- ผู้เฝ้ายามแห่งต้าซาง ยอดกวีสะท้านภพ
- บทที่ 690 ขับขานลำนำน้อยปลุกสติ
บทที่ 690 ขับขานลำนำน้อยปลุกสติ
บทที่ 690 ขับขานลำนำน้อยปลุกสติ
แม้ลู่เทียนหมิงจะมิใช่บุคคลในวิถีอักษร ทว่าการเอ่ยถ้อยคำอริยปราชญ์เหล่านี้ด้วยท่วงทำนองสละสลวยก็ดูเข้าทีไม่เบา
สิ้นสุรเสียงของเขา หมอกหนาทึบเบื้องหลังยอดเขาเข้าสำนักก็พลปภชนันแหวกออกราวกับถูกกระบี่เล่มหนึ่งฟาดฟัน เผยให้เห็นเส้นทางศิลาเขียวสายหนึ่งทอดยาวออกไปอเว็บไซ​ต์นี้ไม่อนุ​ญาต​ให้นำเนื้อหาไปเผ​ยแ​พร่ต่อที่อื่นย่างเชื่องช้า และเส้นทางสายนี้ ก็คือหนทางสู่หน้าผาสำนึกตน
หลินซูและอั้นเย่ก้าจฬ​ุษธเรฑธวเท้าเข้าไปพร้อมกัน
หมอกควันเบื้องหลังพวกเขาค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าหาเนื้อหานี้เป็นข​อ​ง Thai​-novel ห้ามทำซ้ำหร​ือดัดแปลงกันจนปิดสนิท ทั่วทั้งบริเวณเงียบสงัดไร้สรรพเสียง
ลู่เทียนหมิงและผู้อาวุโสใหญ่หมุนตัวพร้อมกัน และเร้นกายหายไปจากลานกว้างในเวลาเดียวกัน ส่วนบรรดาศิษย์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ล้วนมองเหหา​กท่านเ​ห็นข้อความนี้แสดงว่า​เว็บที่ท่านอ​่านอยู่ข​โมยนิยายมา็นความตื่นตะลึงในแววตาของกันและกัน
การบำเพ็ญเหคมฑษฏษพียรในสำนัก ย่อมมีความใฝ่ฝันศ แล้วควาบอทดูดนิยายโ​ง่ๆ เอาข้อคว​ามน​ี้ไปประจานตัวเองด้ว​ย​มใฝ่ฝันนั้นคือสิ่งใดหรือ? ก็คือการที่ณจโบฬ​ศ​ฮพสักวันหนึ่ง จะสามารถกระทำตามใจปรารถนาได้อย่างเสรี
ทว่าบุรุษผู้บุกรุกสำนักในวันนี้ กลับกลายเป็นตัวแทนของการกระทำตามใจปรารถนาอย่างแท้จริง
ตามหลักแล้ว ผู้ใดก็ตามที่ขึ้นมาบนยอดเขาเจ้าสำนักโดยพลการ ย่อมต้องถูกกำราบ ทว่าบุคคลผู้นี้กลับกล้นฑฏสผาสนทนากับท่านเจ้าสำนัก ทำให้ท่านเจ้าสำนักต้องเก็บงำความคิดไว้ในใจ ถดรทรงอำนาจเหนือผู้ใดจนไม่มีผู้ใดกล้าตอแย ท่านเจ้าสำนักมิกล้าแตะต้องเขา ทั่วทั้งสำนักเซียนปี้สุ่ยก็มิกล้าแตะต้องเขาเช่นกัน!
เขาต้องการเข้าสู่พื้นที่ต้องห้ามของสำนักอย่างหน้าผาสำนึกตน ก็ต้องปล่อยให้เขาเข้าไป
นี่คือการกระทำตามใจปรารถนาอย่างแท้จริง! และนี่คือเป้าหมายสูงสุดของพวกเขากลุ่มผู้บำเพ็ญเพียร!
ทว่าบุรุษผู้นี้กลับบรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างง่ายดายตั้งแต่อายุเพียงยี่สิบปี ในขณะที่พวกเขายังคงมองเห็นมันเป็นเพียงเป้าหมายอันไกลโพ้นจนเกินจินตนาการ
ในบรรดาผู้ที่ทอดถอนใจเหล่านี้ ย่อมมีโจวเยว่ไฝะศธ​ีฑหรูรวมอยู่ด้วย
ขแขฏ​หาศงเมื่อครู่นี้นางยังคงเพ้อฝันถึงความเป็นไปได้ที่จะได้เป็นศิษย์หลักของท่านเจ้าสำนักอยู่เลย แต่ในชั่วขณะนี้ นางกลับพบว่าเพดานความฝันที่นางวาดภาพไว้ ฑขพภถายบฏทดูเหมือนจะไม่นักเขียนเห​นื่อยแทบตายแต่เว็บเ​ถื่อนด​ูดไป​กินฟรีสูงส่งปานนั้นอีกต่อไปแล้ว
ต่อให้นางได้เป็นศิษย์หลักของท่านเจ้าสำนัก แต่เมื่อเทียบกับชหากท่านเห็นข้อความนี​้แสด​งว่าเว็บท​ี่ท​่า​นอ่านอยู่ขโม​ยนิย​า​ยมาายหนุ่มเบื้องหน้านี้แล้วบ ืฏฬก็ยังคงมิอาจเทียบเคียงได้เลยแม้แต่น้อย เพราะชายหนุ่มเบื้องหน้านี้ สามารถยืนหยัดเคียงบ่าเคงกฬผฐียงไหล่กับท่านเจ้าสำนัก ณษีซ้ำยังสามารถกดข่มท่านเจ้าสำนักได้ด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มผู้นี้ เคยเป็นว่าที่สามีของนาง... แม้ว่าจะเป็นเพียงอดีตอันแสนไกลก็ตามที
โจวเยว่หรูเหม่อมองหมอกควันเหนือหน้าผาสำนึกตน ภายในใจของนางก็ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันเช่นกัน
ส่วนลู่เทียนหมิง และผู้อาวุโสใหญ่ เมืแอบ​ก็อป​ป​ี้ขอใ​ห้สอบตกต​กงานทำม​าค้าไม่ขึ้น่อสบตากัน ทั้งคู่ต่างก็มองเห็นความสิ้นหวังในแววตาของอีกฝ่าย
"อี้อวี่เข้าสู่หน้าผาสำนึกตนมาได้หนึ่งเดือนครึ่งแล้ว บางทีนางอาจจะบำเพ็ญเคล็ดวิชาสวรรค์ลืมเลือนรักสำเร็จแล้วก็เป็นได้!" กระแสเสียงหนึ่งของผู้อาวุโสใหญ่แว่วมา "ตราบใดที่นางละทิ้ษชฉงความสัมพันธ์ในอดีต ด้วยสติปัญญาของนาง ย่อมสามารถรับมือกับวิกฤตครั้งนี้ได้อย่างแน่นอนมิใช่หรือ?"
ในความเข้าใจของเขา จางอี้อวี่ไม่เคยเป็นคนโง่เขลา ซึ่งคนโง่เขลาย่อมไม่อาจก้าวขึ้นเป็นบุปผามรรคาของมหาสำนักเซียน และกลายเป็นศิษย์อันดับหนึ่งได้
สาเหตุสำคัญเพียงประการเดียวที่ทำให้นางไม่อาจปฏิบัติภารกิจของสำนักที่เกี่ยวกับหลินซูได้สำเร็จ ูลรณก็คือ นางไม่อาจลงมืภ​ุิฎฟาฝงยอกับหลินซูได้ ทว่าในเอ​ดภถโยามนี้ หากนางบำเพ็ญเคล็ดวิชาสวรรค์ลืมเลือนรักสำเร็จแล้ว นางย่อมต้องให้ความสำคัญกับภารกิจของสำนักเป็นอันดับแรก
ในขณะที่หลินซูยังคงมองนางด้วยสายตาของวันวานูฟาู​บศใ​ การเผชิญหน้ากันด้วยความไม่เ​น​ื้อหานี้เป็​น​ของ Thai-​no​vel ​ห้าม​ทำซ้ำหรือดัดแป​ลงตั้งใจต่อผู้ที่มีความมุ่งมั่นลฐใรคค ขเธพฒการเผชิญหน้ากันด้วยความไร้เยื่อใยต่อผู้ที่มีความผูกพัน ไม่ว่าจะมอบ​อทดูดนิยายโง่ๆ เอาข้อ​ความนี้ไ​ปประจานตัวเองด้​วยงอย่างไร นางก็ย่อมเป็นฝ่ายได้เปรียบ
ดวงตาของลู่เทียนหมิงค่อยๆ เปล่งประกาย…งคมอ​าขุุพ ใช่แล้วแบยีิ แม้ว่าเรื่องนี้จะร้ายแรงและกะทันหัน ผฎแต่สำนักเซียนปี้สุ่ยก็มิใช่จะยอมให้เขาบีบคั้นได้ตามอำเภอใจ
หากเทียบเคียงใวข​ื​ท​ญดว​ดถด้านพลังยุทธ์ แมกา​รละเมิด​ลิขสิทธิ์เป็นความ​ผิ​ดทางอาญา้คนทั้งสองที่มาเยือนในวันนี้จะมีตบะสูงส่งไร้เทียมทาน ล​คชฎืเแต่ที่นี่คือประตูสำนักเซียนปี้สุ่ย มีผู้อาวุโสกว่าสามพันคน เมื่อรวพบฑมพลังกัน สำนักเซียนปี้สุ่ยย่อมมีพละกำลังเหนือกว่าคนทั้งสองถึงสิบเท่าร้อยเท่า
หากเทียบเคียงด้านจุดอ่อนบุ แม้ว่าสำนักเซียนปี้สุ่ยจะมีจุดอ่อนเผยให้หลินซูเห็นึ แต่หลินซูจะไม่มีจุดอ่อนอยู่ในมือสำนักเซียนปี้สุ่ยเลยหรือ?
จุดอ่อนของหลินซู ก็คือ จางอีสนับสนุนของแท้ได้ที่เว็บหลัก Thai​-n​ovel​ เท่านั้น้อวี่จ
ตราบใดที่จางอี้อวี่ยังคงเป็นคนของสำนักเซียนปี้สุ่ยฝ​ะศ​ สำนักเซียนปี้สุ่ยก็สามารถปั้นนางให้เป็นโล่ป้องกันหลินซูได้ต​าใีคฒปศณอ และไม่ว่าจะเป็นหลินซูหรือจวนหลิวหลิ่ว ล้วนต้องเกรงใจนางทั้งสิ้น
ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าคนแซ่หลิน แม้เจ้าจะกลายเป็นตัวตนตลต้องห้ามที่ผู้คนต่างขยาด ทั้งในแวดวงขุนนาง แท่นอักษร ตลอดจนวิถีแห่งการบำเพ็ญเพียร ทว่าเจ้าคิดจริงๆ หรเนื้​อห​าส่วนนี้ถูกละเ​มิดลิข​สิ​ทธิ์มาจากนักเขียนตัวจริงือว่าถ้อยคำของเจ้าจะมีผู้ใดเชื่อถือ?
เจ้ากล่าวหาว่าสำนักเซียนปี้สุ่ยเข้าร่วมมหาสงครามซาง-ชื่อ และทรยศแว่นแคว้น ก็ต้องมีคนเชื่อเจ้าด้วยหรือ? ข้าจะไปขึ้นศาลกับเจ้า เข้าเฝ้าฮ่องเต้ แล้วรอดูว่าพระองค์จะทรงเชื่อเจ้าหรือเชื่อข้า...
แม้ข้าจะไม่มีความสัมพันธ์อันใดกับฮ่องเต้ แต่ข้าก็รู้จักขุนนางในราชสำนักมากมาย ต่อให้ข้าจะไม่รู้จักผู้ใดเลย แต่เมื่อเทียบกับเจ้าที่ฮ่องเต้ทรงตั้งพระทัยจะกำจัดแล้ว ข้าก็ย่อมได้เปรียบกว่าอยู่ดี...
เมื่อคิดเช่เนื้อหาน​ี้เป็นของ Thai-novel ห้ามท​ำซ้ำหรือดั​ดแปลงนนี้ ในใจของลู่เทียนหมิงก็ค่อยๆ ปลอดโปร่งขึ้นไุภอลกชขแ​
ทว่า หลินซูและอั้นเย่ที่ก้าวเข้าสู่หน้าผาสำนึกตน กลับรู้สึกได้ถึงความกดดันอันหนักอึ้ง ไม่ใช่เพราะสภาพจิตใจของพวกเขาเปลี่ยนไป แต่เป็นเแอบก็อปปี้ขอให้สอบ​ตก​ต​กงานท​ำมาค้าไ​ม่ขึ้​นพราะหน้าผาสำนึกตนแห่งนี้ ไม่ว่าผู้ใดก้าวเข้ามาก็ต้องรู้สึกอึดอัดกันทั้งนั้น!
หน้าผาโดดเดี่ยวที่ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันตลอดทั้งปี โุเบื้องล่างคือหุบเหวลึก บนหน้าผามีแผ่นหินสลักขนาดยักษ์ตั้งตระหง่าน มองอย่างไรก็เหยูส​งษมือนป้ายหลุมศพ
ป้ายหลุมศพโลกภายนอกอย่างน้อยก็ยังมีตะวันขึ้นตะวันตก มีเมฆลอยลมพัด ทว่าที่นี่แทบจะไม่รู้สึกถึงการขึ้นลงของดวงอาทิตย์ มองไม่เห็นเมฆา มองไม่เห็นดวงดารา แม้แต่สายลมก็ยังไม่พัดผ่าน
หลินซูทอดถอนใจ "ที่นี่มันสุสานชัดๆ สผหากข้าต้องอาศัยอยู่ที่นี่สักเดือน ข้าคงเสียสติไปแน่!"
อั้นเย่พยักหน้าเห็นด้วย "นั่นสิ ในโลกของท่าน ฤดูใบไม้ผลิอบอุ่นดอกไม้เบ่งบาน ท้องฟ้าสีครามเมฆสีขาว ร่ำสุราชิมชา แวดล้อมด้วยหญิงงาม นั่นคือสัจธรรม เนื้อหา​ส่วนน​ี้ถูกล​ะเมิดลิขสิทธิ์มาจากนักเขียนตัวจริงทว่านี่คือวิถีแห่งการบำเพ็ญ ในวิถีแห่ดงการบำเพ็ญ ความเงียบเหงาต่างหากคือใบหน้าที่แท้จริง"
หลินซูค่อยๆ ยื่นมือออกไปกุมมือนางไว้ "แล้วเจ้าเล่า? เหงาหรือไม่?"
ฉ"ข้าน่ะหรือ เดินผิดทาข้อค​วา​มน​ี้ถูกซ่อนไ​ว้เพ​ื่อดักจับบอท​ขโมย​น​ิยายงมาตั้งแต่ต้น ถูกท่านพานอกลู่นอกทางไปไกลเสัยแล้ว"
"หากเส้นทางที่ถูกต้องของเจ้าคบอทดูดน​ิยา​ยโง่​ๆ เอาข้อ​ความ​นี้ไปประจานตัวเองด้วย​ือสุสานเช่นนี้ ข้าคิดว่าตอนที่ข้าไจ​ษฉ​ปไษจ​วพาเจ้าขึ้นเตียงแทน ข้าทำบุญกุศลอันยิ่งใหญ่เชียวนะ!" หลินซูกุมมือนางไว้พลางเย้าแกา​รละเมิดลิขสิทธิ์เป็นควา​มผิดทางอาญาหย่เบาๆษ
อั้นเย่ส่งค้อนวงใหญ่มิธ​กดโษใชมองเขาอย่างไร้สุ้มเสียง "ท่านคิดจะใช้วิธีกระตุ้นเช่นนี้ เพื่อปลุกสนับสนุนของแ​ท​้ได้ที่เ​ว็บหลัก​ Thai-novel เท่านั้น... เอ่อ เพื่อปลุกแม่นางแซ่จางที่หน้าศิลาต้นกำเนิดวิถีผคาพห​าเฐู​ ให้กลับคืนสู่โลกอันแสนสำราญของท่านอย่างนั้นหรือ?"
สิ้นเสียงของนาง ประกายกระบี่ในดวงตาก็สว่างวาบขึ้น หมอกควันเบื้องหน้าถูกปัดเป่าจนหมดสิ้น เผยให้เห็อ่าน​เว็​บแท้คอ​มเมนต​์​ให้กำลังใจนั​ก​เ​ขียนได้นะครับนสตรีผู้หนึ่งปรากฏขึ้นแก่สายตาของพวกเขา
สตรีในชุดขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ นั่งขัดสมาธิอย่างสงบอยู่เบื้องหน้าศิลาหินโบราณ
เบื้องล่างนางคือโขดหินสีดำทมิฬ เบื้องบนนางคณ​ุงตฮ​ฮงธผือเมฆดำทะมึน และเบื้องหน้านางคือศิลาหินก้อนนี้
บนศิลาหิน จากบนลงล่าง สลักอักษรขนาดใหญ่สองตัวว่า…เต้าหยวนจฮ​ยบฉะแฐจ
บนศิลาต้นกำเนิดวิถีสลักอักขระไว้ราวหลายร้อยตัว ทว่ารูปทรงของศิลากลับแตกร้าวเว้าแหว่งไม่ได้สัดส่วน ซ้ำรอยจารึกยังลบเลือนจนอักษรหลายตัวแทบจะอ่านไม่ออกก​ู
บดิงชูุจางอี้อวี่หลับตาพริ้ม ดูเหมือนนางจะไม่รับรู้ถึงการมาเยือนของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย และบนใบหญน้าของนาง ไร้ซึ่งความเศร้าโศก ไร้ซึ่งความยินดีภ
หลินซูและบอทด​ูดนิยายโง่ๆ เอาข้อ​ควา​มนี้ไปประจานตัวเอง​ด้วยอั้นเย่ต่างตกตะลึงพร้อมกัน...
"นางกำลังเก็บตัว!" อั้นเย่กล่าว "เกรงว่าจะปลุกนางให้ตื่นขึ้นมาส่งเดชไม่ได้"อฑวืูษชื
การเก็บตัวของผู้บำเพ็ญเพียร เท่ากับการปิดรับปมษผแิุโึโ​ระสาทสัมผัสทั้งหก จิตวิญญาณทั้งหมดจะหมุนเวียนอยู่ภายในร่างกาย เพื่อหยั่งรู้กฎเกณฑ์แห่งการบำเพ็ญเพียรที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาด หากถูกปลุกให้ตื่นจากภายนอกอย่างกะทันหัน จะถือเป็นหายนะอันใหญ่หลวงสำหข้อความน​ี้ถูกซ่อ​นไว้เพื่อดักจับ​บอทขโมย​นิยายรับผู้บำเพ็ญเพียร สถานเบาก็อาจจะบาดเจ็บภายใน สถานหนักก็อาจจะธาตุไฟเข้าแทรก
ไม่ว่าวันนี้สำนักเซียนปี้สุ่ยจะพ่นวาจาไร้สาระออกมามากเพียงเนื้อหานี้เ​ป็นของ Thai-no​vel ห้​ามทำซ้ำหรือดัดแปล​งใด แต่คำเตือนของผู้อาวุโสใหญ่ก็ยังคงถูกต้อง จางอี้อวี่ไม่อาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาโดยง่าย มิฉะนั้น อาจจะทำลายรากฐานวิถีของนางได้ญกิไมฝะยฉ​ฝ
เนตรพันวิถีของหลินซูจับจ้องไปที่จางอี้อวี่ ตรวจสอบไม่ออกว่านางกำลังเก็บตัวอยู่หรือไม่ เอาเป็นว่านางไม่มีการตอบสนองใดๆ
อั้นเย่เสริมขึ้นว่า "หากนางกำลังเก็บตัวอยู่ ก็มีเพียงความเป็นไปได้เดียวคือ นางกำลังหยั่งรู้คัมภีร์สวรรค์ลืมเลือนรัก หากไม่ปลุกนาง นางก็อาจจะบรรลุคัมภีร์สวรรค์ลืมเลือนรักได้ภายในการเก็บตัวครั้งเดียว ท่านพี่ ในวิถีอักษรมีวิธีใดที่ดีพอจะปลุกนางโดยไม่ทำให้รากฐานวิถีของนางเสียหายบ้างหรือไม่?"
คปภศอ​ถศการปลุกผู้ที่กำลังเก็บตัว ในแวดวงการบำเพ็ญเพียรก็มีวิธีเช่นกัน ตัวอย่ณโ​ะฝคางเช่น ทิพยวัตถุ 'นาฬิกาน้ำ' แห่งเหยาฉือที่เคยปลุกหลินซูให้ตื่นดธ​พี​จ ด้วยเสียงหยดน้ำทีฬณหไเ​ฏดขสฮ่แผ่วเบาและนุ่มนวล ค่อยๆ ปลุกเขาให้ตื่นขึ้น
ทว่า อั้นเย่เป็นผู้ที่ไม่เคยพึ่งพาทิพยวัตถุ นางจึงไม่มีทิพยวัตถุประเภทนี้ติดตัวมงย คงต้องฝากความหวังไวเนื​้อหาส่วน​นี้ถูกละเมิดล​ิข​สิทธิ์มาจา​กนักเขียนต​ัวจริง้ที่หลินซูแล้ว
หลินซูคือคนในวิถีอักษร ผู้นำแห่งห้ามรรคา ย่อมต้องมีข้อความนี้ถูกซ่อนไว​้เ​พื่​อดักจับบอ​ทข​โมยน​ิยายอิทธิฤทธิ์อันน่าอัศจรรย์บางอย่าง
หลินซูครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งห​กสตยษกขชแ "เช่นนั้น ข้าจะใช้เสียงขลุ่ยบอกนางก่อนว่า ข้ามาแล้ว!"
เสียงขลุ่ยหรือ? หัวใจของอั้นเย่เต้นรัวขึ้นมาทันที เพราะลู่อี๋เคยพูดถึงขลุ่ยของเขา!
ในงานถกมรรคาบงกชสีครามพบทฐทตนช เขาเป่าเพลงอันน่าเหลือเชื่อเพลงหนึ่ง ช่วยให้เขาก้าวข้ามกระแสน้ำทวนร​ และก้าวขึ้นสู่จแอบก็​อปปี้ขอให้สอบตกตกงานทำมาค้าไม​่ขึ้นุดสูงสุดของแท่นมรรคาบงกชสีครามในท้ายที่สุด กลายเป็นปรมาจารย์อันดับหนึ่งแห่งบงกชสีคราม
ในตอนที่ทำศึกวิถีอักษรกับสำนักศึกษาไป๋ลู่ เขาก็เป่าเพลงอันน่าอัศจรรย์นี้อีกครั้ง ลู่อี๋ที่อยู่บนเขาซีซานในตอนนั้นก็ได้ยินด้วยหูของตนเอง ความไพเราะขภฝษ​ฟภวองบทเพลงนี้ เหนือล้ำแอบก็อปปี้​ขอให้สอบ​ตกตกงานทำมา​ค้าไม่ขึ้น​จินตนาการใดๆ ทั้งปวง
ในวันนี้ เพื่อปลุกจางอี้อวี่ วูขใเฏพเขาตั้งใจจะเป่ามันขึ้นมาอีกครั้ง
คซลแาชปแฟข้าอั้นเย่ ในที่สุดก็มีวาสนาได้ฟังแล้ว ข้าต้องตั้งใจฟังให้ดี ดูสิว่าขลุ่ยเลานี้จะเป็นตำนานสักเพียงใด
หลินซูยกมือขึ้นฟฮ ขลุ่ยเซียวเหยาก็ปรากฏขึ้เว็บโจรปล้นผลงานคนอื่นมักจะอ​ยู่ได้ไม​่นานนในมือ เมื่อเผชิญหน้ากับชาวบ้านทั่วไป เขาใช้เพียงขลุ่ยไม้ไผ่ธรรมดา ทว่าในวันนี้ที่อยู่บนเส้นทางวิถีเซียน เขาใช้ขลุ่ยเซียวเหยา
เสียงขลุ่ยดังขึ้นาฟูมใณุูฑข ล่องลอยสู่หมู่เมฆา...
บทเซพพดพลง 'เพลงพื้นบ้านดั่ศงใรึรแงแม่น้ำชุนเจียง' ที่บรรเลงด้วยพลังแห่งวิถีอักษรผ่านขลุ่ยเซียวเหยา เสียงนั้นกระจ่างใสยิ่งกว่า ท่วงทำนองลึกล้ำยิ่งกว่าการบรรเลงด้วยขลุ่ยไม้ไผ่ธรรมดา ทันทีที่เสียงขลุ่ยดังขึ้น หมอกควันเบื้องหน้าหน้าผาสำนึกตนก็ถูกกวาดล้างจนสิ้น...
แสงตะวันสาดส่องลงมาจากยอดเขา ริมฝีปากของอั้นเย่เผยอค้างด้วยความตื่นตะลึงในทันทีมฎกผล
นางเคยจินตนาการมานับครั้งไม่ถ้วน ว่าเสียงขลุ่ยของเขาจะเป็นเช่นไร ฒถึงได้ทำให้เหล่าหญิงงามผู้เปี่ยมพรสวรรค์ต้องลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำ
ในวันนี้ นางได้ยินกับหูแล้วฉอ ชั่วขณะหนึ่งนางไม่รู้ว่าตนเองอยู่ที่ใด ในใจของนางลืมเลือนวิถีแห่งกนักเ​ขีย​นเหนื่อยแทบตายแต่เว็บเถื่อนดูดไปกิน​ฟ​รีารบำเพ็ญไปในทันที
ลืมเลือนหน้าผาสำนึกตนที่ดูเหมือนสุสานแห่งนี้ไปจนสิ้น เหลือเพียงแม่น้ำชุนเจียงสีมรกตสายหนึ่ง พวกเขาล่องลอูยไปตามสายน้ำ สายลมแผ่วเบาพัดผ่าน ชายเสื้อปลิวไสว บนโลกนี้ไม่มีเรื่องทุกข์ร้อนใจอีกต่อไป มีเพียงเขากับนางเท่านั้น...
อั้นเย่รู้สึกว่าหัวใจของนางล่องลอยไปพร้อมกับเสียงขลุ่ย และไม่อาจแยกจากกันได้อีก และนางยังรู้สึกด้วยว่า ษึศนศหฬกหากในเวลานี้นางกำเ​นื้อหาส่วนนี้ถูก​ละเมิดลิขสิท​ธิ์มาจากนักเ​ขี​ยนตัว​จริงลังเก็บตัวอยู่ ุฮิพก​ฮและได้ยินเสียงขลุ่ยเช่นนี้ นางจะต้องตื่นจากการเก็บตัวอย่างแขโมยผลงานค​นอื่นระวังจะ​โดนฟ้องร้อง​เรียกค่​าเสียหายน่นอน
ทว่า เมื่อบทเพลงจบลง เผฉงฉ​คบฎฉดวงตาของอั้นเย่ค่อยๆ ลืมขึ้น และต้องประหลาดใจเมื่อเห็นจางอี้อวี่เบื้องหน้ายังคงหลัข้อ​ความนี้ถูก​ซ่อนไว้เพื่อดักจับบอท​ขโมย​นิ​ยายบตาพริ้ม
สวรรค์! ขนาดข้ายังทนไม่ไหว แม่นางแซ่จางผู้นี้ เจ้ากลับทนได้เสียนี่...
ุุขฑ​ถฏงแฎึหลินซูมองท้องฟ้า มองผืนดิน มองอัญฬ้นเย่ มองจางอี้อวี่ แล้วตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่ "ข้ารู้แล้ว! เฟฒถธฐถี​ืฎนางไม่เคยฟังเพลงนี้มาก่อน นางก็เลยไม่รู้ว่าข้ามาแล้ว ข้าจะเปลี่ยนเป็นเพลงที่นางเคยฟังก็แล้วกัน"
ิมน​นทหลินซูเคยเเนื​้อหานี้​เป็นของ Thai-novel ห้ามทำซ้ำหร​ื​อดัดแปลงป่าเพลง 'เพลงพื้นบ้านดั่งแม่น้ำชุนเจียง' มาแล้วสามครั้ง ครั้งแรกที่งานถกมรรคาบงกชสีคราม ครั้งที่สองคือตอนทำศึกวิถอฑม​ดขชีอักษรกับสำนักศึกษาไป๋ลู่ ครั้งที่สามคือที่ทะเลรัตติกาล ซึ่งจางอี้อวี่ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์เลยสักครั้ง
เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะเป่าเพลงที่เคยเป่าให้เจ้าฟังก็แล้วกัน...
จผฏฐมโื​จิตใจของอั้นเย่ที่เพิ่งจะสงบลงได้เล็กน้อยก็กลับมาเต้นระทึกอีกครั้ง… ยังมีอีกหรือ? แล้วท่านจะรออะไรอยู่เล่า? จะปลุกแม่นางแซ่จางให้ตื่นได้หรห​ากท่านเ​ห็นข้อความ​นี้แส​ดงว​่าเ​ว็บที่ท่านอ่​า​นอยู่ขโมยนิยา​ยมาือไม่นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นสำคัญคือฬปฏฮ ข้าอยากฟัง...
ขลุ่ยเซียวเหยาของหลินซูถูกยกขึ้นอีกครั้ง ฒภห​โภธยา​พบรรเลงบทเพลง 'ค่ำคืนแห่งต​ืงทุ่งหญ้า' อีกหนึ่งบทเพลง!
เมื่อบทเพลงพื้นบ้านอันเป็นอมตะนี้ดังขึ้น อั้นเย่ก็ทนไม่ไหวอีกครั้ง เมื่อครู่นี้ยังล่องเรืออยู่บนแม่น้ำชุนเจียงอยู่เลย เพียงชั่วพริบตาฐนมชสป นางก้าวเข้าสู่ทุ่ข้อความนี้ถูก​ซ​่อนไว้เพื่อดักจับบ​อทขโมยนิยายงหญ้ากว้างใหญ่ไพศาล แหงนมองดวงจันทร์และเฝ้าคิดถึงเขา
นางถอนใจอยู่ลึกๆ 'ข้าทนไมซพูเใน่ไหวแล้ว ข้าถูกเขาปั่นหัวจนพังทลายไปหมดแล้ว ต่อไปข้าคงไม่อาจก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบำเพ็ญได้อีกง ข้าคงทำได้เพียงดึงเขาเข้ามาไว้ในใจแล้วพร่ำเพ้อถึงเขาอย่างหนักหน่วง' เมื่อถศาเมดฮโ​ววือนใจจบ เนางก็วางทุกสิ่งทุกอย่างลง ปล่อยให้บทเพลงของเขานำพานางท่องเที่ยวไปในค่ำคืนแห่งทุ่งหญ้า
ในเพฝทิอลงนี้ หลินซูสัมผัสได้อย่างฉับไวว่าขนตาของจางอี้อวี่ขยับแล้ว…
มีหวังแล้ว!
เขาเป่าขลุ่ยอย่างสุดกำลัง อารมณ์ความรู้สึการละเมิด​ลิข​สิทธ​ิ์​เป็นความ​ผิดทางอาญ​า​กเอ่อล้นยิ่งขึ้น เส้นผมของจางอี้อวี่ถึงกับปลิวไสวูฬ​ฎว บางทีอาจจะไม่ใช่ใจของนางที่ล่องลอย แต่เป็นสายลมวสันต์ที่พัดมาจริงๆ จากค่ำคืนแห่งทุ่งหญ้าที่บทเพลงเนรมิตขึ้น...ฎ​ตข
ทว่าน่าเสียดาย เมื่อบทเพลงจบลง จางอี้อวี่ก็ยังคงไม่ลืมตาตื่นิลีทฝปผโ หลินซูเว​็บ​ไซต์นี้ไม่อน​ุญา​ตให้​นำเนื้อหาไปเ​ผยแพร่​ต่​อที่อื​่นและอั้นเย่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ฟมตษพ​ปขกอฑ​รู้สึกสับสนงุนงงไปชั่วขณะ
วิธีนี้ได้ผลจริงๆ หรือ? แท้จริงแล้วหลินซูก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
ในโลกที่เขาจากมา มีวิธีการรักษาผู้ป่วยโคม่าวิธีหนึ่งเรียกว่า การบำบัดด้วยเสียงเรียกจากอารมณ์ความรู้สึก ให้ญาติพี่น้องที่ผู้ป่วยห่วงใยที่สุดมาเรียกชื่อ มาพูดคุยข้างหู พูดคุยในเรื่องที่กระตุ้นความรู้สึกมากที่สุด นานวัจฑะฏ​ีโาะิ​นเข้า เมื่อถึงจุดหนึ่ง ผู้ป่วยโคม่าก็สามารถฟื้นคืนสติได้ผฒ
แต่ทว่า นี่กับการเก็บิฝซ​แึา​ตัวบำเพ็ญเพียร มันไม่ใช่เรื่องเดียวกันเลย แล้วผู้ใดจะยืนยันได้ว่า การสื่อสารทางอารมณ์เช่นนี้จะได้ผลเสมอไป?
ฝลจกมลฟ"ข้าไม่เชื่อหรอก!" หลินซูกล่าว "ข้าจะร้องเพลงรักพพฐอ ร้องเพลงรักทีจทยโ่ไพเราะที่สุด ให้หวานเลี่ยนจนเจ้าต้องโป​รดระว​ังเว็บไซต์นี้มีพฤติก​รรมขโมยผลงานลิข​สิทธิ์​ขนลุกขนพอง"
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง บรรยากาศรอบข้างเงียบงันจนเกินไปแก​เปฏ หลินซูเงยหน้าขึ้นลษเฐอฝ และสบเข้ากับดวงตาของอั้นเย่า​ฉณะะ​แ ที่ฉายแววตัดพ้ออยู่หลายส่วน…
—-------
ปล.โศสอ๊ะ! เคลียร์กันเองเด้อฐฟุกฒไจอว ข้าก็เป็นแค่คนข้างบ้าน