เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 450 ใต้หล้าแห่งเผ่ามนุษย์

บทที่ 450 ใต้หล้าแห่งเผ่ามนุษย์

บทที่ 450 ใต้หล้าแห่งเผ่ามนุษย์


กล่าวจบ อวี้จิงจื่อก็ก้าวอาดๆ ตรงไปยังศพของฉินเฟิง องครักษ์หลายคนที่เตรียมจะลากศพออกไปถึงกับหน้าถอดสี ถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะเอ่ยปากห้าม

อีกฝ่ายคือแขกคนสำคัญขององค์ชายรอง พวกเขาย่อมไม่กล้าล่วงเกิน

“มนุษย์นี่มันมีแต่พวกขี้ขลาดตาขาวจริงๆ!”

อวี้จิงจื่อเดินกร่างเข้าไปยื่นมือจะคว้าศพของฉินเฟิง

ฉินเสวียนปรายตามอง ก็เห็นว่ามือนั้นเต็มไปด้วยเกล็ดหนาเตอะดูน่าขยะแขยง

แม้ผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์หลายคนในบริเวณนั้นจะรู้สึกไม่พอใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไร

ท้ายที่สุดแล้ว ทุกคนต่างรู้ซึ้งถึงความน่าเกรงขามของหุบเขาอสูรดี

หากยังไม่สติฟั่นเฟือน ก็อย่าได้ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเลยจะดีกว่า

“เคร้ง!”

ในขณะที่มือของอวี้จิงจื่อกำลังจะเอื้อมไปถึงศพของฉินเฟิง เสียงกระบี่ก็ดังกังวานขึ้น

ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน ฉินเสวียนตวัดกระบี่ปักลงบนพื้น ขวางหน้าศพฉินเฟิงและสกัดกั้นอวี้จิงจื่อเอาไว้ พร้อมกับจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นเยียบ

“หยุดอยู่ตรงนั้น ขืนก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าฆ่าทิ้งแน่!”

กระบี่อู๋เฟิงสั่นสะเทือน เสียงกระบี่ร้องดังกังวานไปทั่วบริเวณ

แม้ตัวกระบี่จะมีรอยบิ่นร้าว แต่มันก็ยังคงคมกริบพอจะปลิดชีพศัตรูได้

“เจ้ารนหาที่ตาย!”

เมื่อเห็นฉินเสวียนเข้ามาขวางหน้า อวี้จิงจื่อก็มองเขาด้วยความตกตะลึง ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

มันไม่คาดคิดเลยว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ จะยังมีมนุษย์กล้ามายืนขวางทางมัน

ยิ่งไปกว่านั้น มนุษย์ผู้นี้ยังเป็นคนที่เพิ่งจะสู้รบตบมือกับฉินเฟิงมาหมาดๆ

แถมฉินเฟิงก็เพิ่งจะตายด้วยน้ำมือของฉินเสวียนแท้ๆ

แต่ตอนนี้ ฉินเสวียนกลับมายืนปกป้องศพศัตรูของตัวเองเสียนี่

“บังอาจนัก กล้าดีอย่างไรมาขวางหน้าพี่อวี้! น้องสาม นี่หรือคือคนที่เจ้าชุบเลี้ยงไว้? หรือว่าเจ้าตั้งใจจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับพี่อวี้ และหุบเขาอสูรกันแน่?”

องค์ชายรองเห็นดังนั้นก็รีบแผดเสียงตวาดใส่ฉินเสวียน หวังจะไล่ให้เขาถอยไป

“ก็แค่ศพขยะตระกูลฉินคนหนึ่ง ในเมื่อพี่อวี้อยากจะกิน ก็ให้เขากินไปสิ จะเป็นไรไป?”

“เจ้า... หากไม่อยากตายก็รีบไสหัวไปซะ!”

องค์ชายรองออกคำสั่งเสียงกร้าว บีบบังคับให้ฉินเสวียนถอยออกไป

แม้เขาจะอยากโยนความผิดทั้งหมดไปให้องค์ชายสามก็ตาม

แต่เขาก็รู้ดีว่า หากเผลอทำให้ล่วงเกินอวี้จิงจื่อเข้า อวี้จิงจื่ออาจจะพาลโกรธแค้นราชวงศ์ต้าเฉียนไปด้วย

และนั่นจะทำให้เปลวเพลิงลุกลามมาถึงตัวเขาเอง

ด้วยเหตุนี้ เขาจึงต้องรีบออกหน้าไล่ฉินเสวียนไปให้พ้นทาง

ฉินเสวียนตวัดสายตาเย็นเยียบมององค์ชายรอง สายตานั้นเย็นชาเสียจนองค์ชายรองต้องกลืนคำขู่ที่เตรียมจะพ่นออกมาลงคอไปจนหมดสิ้น

ไอ้หนุ่มจากเมืองหั่วเฟิงผู้นี้ มันคิดจะฆ่าเขาจริงๆ!

“เจ้า... คิดจะขวางข้างั้นรึ?”

อวี้จิงจื่อจ้องมองฉินเสวียนด้วยความประหลาดใจ มันยังคงไม่เข้าใจว่าทำไมฉินเสวียนถึงกล้ามาขวางหน้ามัน

นับตั้งแต่เดินทางมาถึงเมืองหลวงแห่งต้าเฉียน มันก็ได้จับมนุษย์กินไปไม่น้อย อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่องค์ชายรองผู้สืบสายเลือดราชวงศ์ต้าเฉียนผู้นี้ ก็ยังไม่กล้าเอ่ยปากห้ามมัน

ยิ่งไปกว่านั้น องค์ชายรองยังเป็นคนคอยตามล้างตามเช็ดให้มันมาแล้วตั้งหลายครั้ง

เมื่อคิดได้เช่นนี้ อวี้จิงจื่อก็อ้าปากแลบลิ้นงูสีแดงสดออกมา จ้องมองฉินเสวียนอย่างเย็นชา

“นี่ศัตรูของเจ้าไม่ใช่รึ เจ้าจะมาปกป้องมันทำไม?”

อวี้จิงจื่อถามด้วยความไม่เข้าใจ

ฉินเสวียนส่ายหน้า

“ข้าไม่ได้ปกป้องไอ้ฉินเฟิง ข้ากำลังปกป้องเผ่ามนุษย์ต่างหาก!”

“ก้าวเข้ามาอีกก้าวเดียว หัวหลุดแน่!”

ฉินเสวียนประกาศกร้าว รังสีฆ่าฟันในดวงตาทวีความรุนแรงขึ้น เขาเชิดหน้าขึ้น เอ่ยกับอวี้จิงจื่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและดุดัน

“วันนี้ ตราบใดที่ยังมีข้าอยู่ เจ้าอย่าหวังว่าจะได้กินใครหน้าไหนที่นี่!”

“ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ที่เดรัจฉานหน้าขนริอ่านจะมากินคนตามอำเภอใจ?”

“ใต้หล้านี้ ยังเป็นใต้หล้าของเผ่ามนุษย์อยู่หรือไม่?”

สายตาของฉินเสวียนเย็นเยียบ รังสีสังหารอันเข้มข้นพุ่งเป้าไปที่อวี้จิงจื่ออย่างชัดเจน

ในวินาทีนั้นเอง อวี้จิงจื่อจึงได้ตระหนักว่า มนุษย์ตรงหน้าเอาจริง และมีความคิดที่จะฆ่ามันให้ตายจริงๆ

“น่าสนใจ... น่าสนใจจริงๆ!”

อวี้จิงจื่อหัวเราะลั่น จ้องมองฉินเสวียนด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง ราวกับเพิ่งจะได้เห็นตัวตนที่แท้จริงของเขา

มันไม่คาดคิดเลยว่า ตลอดทางที่มันกินคนมาอย่างราบรื่น จะมีมนุษย์กล้าลุกขึ้นมาขัดขวางมันในที่สุด

มิหนำซ้ำ มนุษย์ผู้นี้ยงกล้าตราหน้ามันว่าเป็นแค่ ‘เดรัจฉาน’ อีกด้วย

น่าสนุก... ช่างน่าสนุกอะไรเช่นนี้!

แทนที่จะโกรธ อวี้จิงจื่อกลับตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ราวกับได้พบของเล่นชิ้นใหม่ที่ถูกใจ

“ตลอดทางข้ากินคนมาง่ายดายเกินไป แทบไม่มีมนุษย์หน้าไหนกล้าขัดขืนข้าเลย ข้าชักจะเบื่อเต็มทนแล้ว ดีเลย ตอนนี้มีคนโง่รนหาที่ตายโผล่มาพอดี ดีมาก... ดีจริงๆ!”

อวี้จิงจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม รูม่านตาขยายกว้าง สายตาที่มองฉินเสวียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี

ตลอดเวลาที่อยู่ในต้าเฉียน มันยังไม่ได้สนุกอย่างเต็มที่เลย และตอนนี้ โอกาสที่จะได้สนุกสุดเหวี่ยงก็มาถึงแล้ว

“พี่อวี้ เรื่องนี้ปล่อยให้ข้าจัดการเองเถอะ นอกเหนือจากศพของฉินเฟิงแล้ว ข้าจะรีบจัดหาเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงที่เนื้อนุ่มที่สุดอีกยี่สิบคนมาประเคนให้ท่าน รับรองว่าท่านจะต้องพอใจ”

“ส่วนไอ้ฉินเสวียนผู้นี้ ท่านวางใจเถอะ มันไม่มีวันได้เห็นตะวันของวันพรุ่งนี้แน่นอน”

องค์ชายรองรีบละล่ำละลักบอก หวังจะเอาอกเอาใจอวี้จิงจื่ออย่างเต็มที่

ขุมกำลังของหุบเขาอสูรนั้นยิ่งใหญ่เกินกว่าจะจินตนาการ ในสายตาของเขา มีเพียงต้องผูกมิตรไว้ ห้ามล่วงเกินเด็ดขาด ดังนั้นในตอนนี้ สิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือการรีบประจบเอาใจอวี้จิงจื่อ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายต้องขุ่นเคือง

การแสดงออกอันต่ำต้อยและไร้ศักดิ์ศรีขององค์ชายรอง ทำให้ผู้คนรอบข้างหลายคนลอบแสดงสีหน้ารังเกียจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากติติงอย่างเปิดเผย

“องค์ชายรอง เรื่องนี้ไม่ใช่กงการอะไรของท่าน!”

อวี้จิงจื่อปรายตามององค์ชายรองด้วยสายตาเย็นชา เห็นได้ชัดว่ามันไม่พอใจที่องค์ชายรองพูดแทรก

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้องค์ชายรองจะคุกรุ่นด้วยความโกรธอยู่ภายใน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงยืนก้มหน้ารับคำอย่างสงบเสงี่ยม

“มนุษย์ที่น่าสนใจเช่นนี้ ข้าย่อมต้องลองลิ้มรสฝีมือดูสักหน่อย จะได้รู้ว่าความจองหองของเจ้านั้น มีดีอะไรมาหนุนหลัง”

“บางที... เนื้อของเจ้าอาจจะอร่อยกว่าไอ้สวะนั่นก็ได้ ดีล่ะ ในเมื่อเจ้าอยากจะเป็นวีรบุรุษนัก ข้าก็จะสนองให้!”

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 450 ใต้หล้าแห่งเผ่ามนุษย์

คัดลอกลิงก์แล้ว