เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 333 ทะลวงขั้น การวิวัฒนาการของปฐพีและพฤกษา (2)

ตอนที่ 333 ทะลวงขั้น การวิวัฒนาการของปฐพีและพฤกษา (2)

ตอนที่ 333 ทะลวงขั้น การวิวัฒนาการของปฐพีและพฤกษา (2)


"หากต่อสู้แบบตัวต่อตัว พวกเราไม่ใช่คู่มือของเขา"

"ร่วมมือกันเถอะ"

"พวกเราหลายสิบคนร่วมมือกัน บวกรวมกับยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตากว่าสามร้อยคน กรูกันเข้าไปพร้อมกัน ข้าไม่เชื่อหรอกว่าพลังเวทของเขาจะต้านทานและสังหารพวกเราได้ทั้งหมด"

"ฆ่า!"

กลุ่มอัจฉริยะแห่งตำหนักเซียนที่แต่เดิมกระจัดกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ ของสมรภูมิหลัก ต่างค่อยๆ มารวมตัวกันในที่แห่งเดียวอย่างรวดเร็ว

รอเพียงการรวมตัวเสร็จสิ้น พวกเขาก็จะบุกทะลวงไปยังพื้นที่ที่หมิงเจี้ยนซ่อนตัวอยู่

แน่นอนว่า

แม้อัจฉริยะส่วนใหญ่แห่งตำหนักเซียนจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและรังสีอำมหิตต่ออู๋หยวน ทว่าก็ยังมีอัจฉริยะบางคนที่คิดหาทางหนีเอาตัวรอดอยู่เช่นกัน

"ไอ้พวกโง่เง่าเอ๊ย"

"เบื้องบนก็โง่ เบื้องล่างก็โง่เง่ากันไปหมด" เถิงตัวผู้รอดชีวิตมาได้แฝงตัวอยู่ในกลุ่มพลางพึมพำกับตัวเอง "หมิงเจี้ยนผู้นี้ ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าปะทะกับพวกเราซึ่งหน้าด้วยซ้ำ ครั้งนี้เกรงว่าความแข็งแกร่งคงเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาล จึงกล้าปรากฏตัวออกมาต่อสู้กับพวกเรา"

"เจ้านี่มันเป็นคนถ่อยเจ้าเล่ห์"

"คนเจ้าเล่ห์เพทุบายอย่างหมิงเจี้ยน จะโง่เขลาถึงขั้นกล้าออกมาท้าทายอย่างโอหังทั้งที่ความแข็งแกร่งยังไม่มากพอเชียวหรือ?" เถิงตัวรำพึงในใจ

อันที่จริงเถิงตัวก็ไม่กล้าเชื่อเช่นกันว่า อู๋หยวนจะสามารถต่อกรกับอัจฉริยะแห่งตำหนักเซียนนับสิบคนได้ด้วยตัวคนเดียว

ท้ายที่สุดแล้วหากอู๋หยวนมีความแข็งแกร่งฝืนลิขิตสวรรค์ถึงเพียงนั้น ในการต่อสู้ครั้งก่อนเขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้ตนหนีรอดไปได้

เพียงแต่เถิงตัวหวาดหวั่นจนขวัญผวาจากการลงมือของอู๋หยวนไปแล้ว

"เดี๋ยวพอเริ่มปะทะกัน ค่อยหาจังหวะลงมือก็แล้วกัน"

สายตาของเถิงตัวเหลือบมองชายหนุ่มชุดเงินหน้าตาหล่อเหลาแปลกประหลาดที่มีดวงตาแดงก่ำในระยะไกล "อิ๋นหมิงไอ้โง่นี่ ยังคิดจะแก้แค้นให้พี่ชายอยู่อีกหรือ? แล้วยังมาเคียดแค้นข้าอีก?"

"หึ ตอนหนีตายก็ไม่เห็นเจ้าจะหนีช้าไปกว่าข้าเลยนี่"

โดยไม่รู้ตัว ร่างของเถิงตัวก็ถอยร่นไปอยู่รั้งท้ายกลุ่ม เตรียมพร้อมที่จะหลบหนีได้ทุกเมื่อ

หากพูดถึงความเร็วในการหลบหนีแล้ว

ตัวเขาที่บรรลุวิถีวายุนับว่าหาตัวจับยากในหมู่อัจฉริยะเหล่านี้ แทบไม่มีใครไล่ตามเขาทัน

...

ความสั่นสะเทือนของบุคคลระดับสูงจากทั้งสองค่ายใหญ่ และความเดือดดาลของผู้เข้าร่วมสงครามนับร้อยล้านคน อู๋หยวนกลับไม่ได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้มากนัก

หลังจากเก็บเกี่ยวสมบัติเชลยศึกจากยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตานับสิบคนและจินหมิงแล้ว

ฟุ่บ!

ร่างของอู๋หยวนเคลื่อนไหว พุ่งทะยานลึกลงไปใต้พิภพหลายร้อยลี้ ห่างจากจุดปะทะเมื่อครู่ราวหนึ่งล้านลี้

ภายใต้อิทธิพลของกฎเกณฑ์ที่มองไม่เห็น นี่คือขีดจำกัดที่สามารถดำดิ่งลงไปใต้ปฐพีได้

แม้อู๋หยวนจะดูโอหังและท้าทายฝ่ายศาลสวรรค์ แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลาถึงขั้นยืนรออยู่กับที่

หากอีกฝ่ายระดมกองทัพผู้บำเพ็ญขอบเขตตำหนักม่วงหลายล้านคนและยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตานับหมื่นคนมาปิดล้อมจริงๆ อู๋หยวนย่อมเลือกที่จะเผ่นหนีไปในทันที

ระยะทางหนึ่งล้านลี้

ด้วยสัมผัสเทวะของอู๋หยวนที่แผ่กระจายออกไป เขาสามารถตรวจสอบสถานการณ์ภายนอกได้อย่างง่ายดาย ทว่าโลกภายนอกกลับยากที่จะค้นหาเขาพบ

"ท่านอาจารย์สั่งกำชับข้าไว้ ให้ข้าแสดงฝีมือให้ดี ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อเปิดเผยพรสวรรค์ของร่างหลักหลอมปราณ" อู๋หยวนนั่งขัดสมาธิอย่างสงบอยู่ภายในห้องบำเพ็ญของเรือรบสมบัติวิญญาณ

เขาขบคิดในใจ

"วิถีดารา หากไม่ถึงคราวคับขันจริงๆ จะเปิดเผยพลังทั้งหมดไม่ได้" อู๋หยวนยึดมั่นในข้อนี้มาโดยตลอด

จำเป็นต้องเก็บงำฝีมือเอาไว้

ในทำนองเดียวกัน เหตุใดเคล็ดวิชาลับขอบเขตจิตหยวนอย่าง 'ตราประทับสยบจิต' จึงยากที่จะสั่นคลอนยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เพิ่งก่อกำเนิดสัมผัสเทวะได้?

นอกจากอู๋หยวนจะมีเวลาไม่มากนักในการฝึกฝนเคล็ดวิชาลับนี้ ทำให้ยังไม่บรรลุถึงระดับที่ลึกล้ำแล้ว

จุดที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ อู๋หยวนเปิดเผยเพียงระดับขอบเขตจิตหยวนแรกเริ่มเท่านั้น

"หากปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา ด้วยระดับจิตหยวนของข้าที่ใกล้เคียงกับเซียนชั้นสูง แม้จะใช้เคล็ดวิชา 'เข็มสังหารจิต' ที่เพิ่งบรรลุขั้นต้น เกรงว่าก็สามารถสังหารยอดฝีมือขอบเขตแดนศักดิ์สิทธิ์หลอมสุญญตาที่มีจิตวิญญาณไม่แข็งแกร่งนักและไร้สมบัติลับพิทักษ์จิตได้แล้ว" อู๋หยวนคิดในใจ

เพียงแต่

หากปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมา มันย่อมน่าสะพรึงกลัวเกินไป

ด้วยสายตาของเซียนสวรรค์และจ้าวดาราที่จับตาดูอยู่ ย่อมสามารถอนุมานได้อย่างรวดเร็วว่าความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของอู๋หยวนนั้น ได้ก้าวข้ามเซียนปฐพีและวูปฐพีทั่วไปไปแล้ว

"ควรรับฟังคำสั่งของท่านอาจารย์ แต่ก็ไม่ควรรับฟังทั้งหมด"

"ท้ายที่สุดแล้ว แม้จะเป็นท่านอาจารย์คว่าฉื้อ ต่อให้สัมผัสได้ว่าข้าก่อกำเนิดขอบเขตจิตหยวนขึ้นมาแล้ว เกรงว่าก็คงนึกไม่ถึงว่าขอบเขตจิตหยวนของข้าจะฝืนลิขิตสวรรค์ถึงขั้นนี้" อู๋หยวนลอบรำพึง

หลังจากผ่านพ้นทัณฑ์ขีดสุดจิตหยวนมาได้ อู๋หยวนก็ตระหนักได้ว่า ตราบใดที่เขาไม่ปลดปล่อยพลังออกมา ขอบเขตจิตหยวนของเขาก็แทบจะไม่ต่างจากขอบเขตจิตหยวนทั่วไปเลย

อีกทั้งขอบเขตจิตหยวน นอกจากการแผ่แสงแห่งจิตหยวนหลายชั้นออกมาแล้ว โดยปกติก็ยากที่จะตรวจสอบระดับความแข็งแกร่งที่แน่ชัดได้

"ทว่า"

"หากฝ่ายศาลสวรรค์ยังคงส่งอัจฉริยะมาเพียงหยิบมือ ก็สมควรทำให้พวกเขาพ่ายแพ้จนสูญสิ้นทุกสิ่ง" อู๋หยวนนั่งขัดสมาธิอย่างสงบ "หวังว่าพวกเขาจะมอบโอกาสให้ข้าได้แสดงฝีมือก็แล้วกัน"

เขาขบคิดเงียบๆ

ภายในห้วงความคิดของอู๋หยวนกำลังมีประกายแห่งความรู้แจ้งนับไม่ถ้วนพรั่งพรูออกมา ความเข้าใจในมรรคานานัปการที่เกี่ยวข้องกับวิถีแห่งอายุวัฒนะกำลังหลอมรวมและจัดเรียงตัวใหม่อย่างต่อเนื่อง

แม้จะซ่อนเร้นความแข็งแกร่งบางส่วนเอาไว้ แต่อู๋หยวนก็ยังกล้าที่จะเปล่งวาจาท้าทาย ย่อมต้องมีเหตุผลมารองรับ

ในการต่อสู้ก่อนหน้านี้

การเผชิญหน้าเป็นตายกับพวกเถิงตัวและจินหมิง การใช้ทั้งเขตแดนกระบี่ อาคม และท่าร่างผสานกันสร้างความกดดันแก่อู๋หยวนอย่างมหาศาล หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็ต้องจบลงด้วยการร่วงหล่นเช่นเดียวกัน

ท้ายที่สุดแล้วร่างกายของผู้หลอมปราณนั้นเปราะบางเป็นอย่างยิ่ง

ทว่าที่เส้นแบ่งความเป็นตาย ประกอบกับการสั่งสมประสบการณ์ก่อนหน้านี้ที่ห่างจากการทะลวงขั้นเพียงเส้นด้ายบางๆ ทำให้อู๋หยวนคว้าประกายแห่งความรู้แจ้งที่พาดผ่านเข้ามาในชั่วพริบตาไว้ได้อย่างไม่รู้ตัว

"ก่อกำเนิดไม่รู้จบ... หมื่นพฤกษาวสันต์นิรันดร์!"

"วิถีแห่งอายุวัฒนะ ไม่ใช่การแสวงหาการระเบิดพลังชีวิตอันพลุ่งพล่าน แต่เป็นความต่อเนื่องอันไร้ที่สิ้นสุด ก่อกำเนิดไม่รู้ดับสูญ..." อู๋หยวนบรรลุมรรคาอย่างต่อเนื่อง

ความเร้นลับแห่งมรรคาอันนับไม่ถ้วนของวิถีแห่งอายุวัฒนะหลอมรวมเป็นหนึ่ง

ในที่สุด เมื่อความเร้นลับทั้งหมดควบแน่นกลายเป็นจุดเดียวในชั่วพริบตานั้น

วูบ!

ไร้สรรพเสียง กลิ่นอายแห่งมรรคาอันเปี่ยมล้นเข้าปกคลุมร่างของอู๋หยวนอย่างสมบูรณ์ รอบกายของเขาปรากฏเถาวัลย์สีเขียวจำนวนนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาจากความว่างเปล่า

เมื่อเทียบกับในอดีต เถาวัลย์สีเขียวเหล่านี้ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวาและเปี่ยมด้วยพลังมากยิ่งขึ้น แสงสีเขียวอันเลือนรางแผ่กระจายออกไปโดยรอบ

พวกมันปกคลุมร่างของอู๋หยวน ทำให้เขาดูเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต

ในวินาทีนี้

ไม่มีผู้ใดล่วงรู้เลยว่า

อัจฉริยะเหนือพิภพในขอบเขตตำหนักม่วงที่สามารถบรรลุเจตจำนงแท้จริงของสองกฎเกณฑ์ระดับกลางได้อีกผู้หนึ่ง ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเงียบงัน ณ ส่วนลึกของปฐพีแห่งนี้

...เมื่อเพิ่งควบแน่นเจตจำนงแท้จริงหมื่นอายุวัฒนะ ความรู้แจ้งนับไม่ถ้วนก็พรั่งพรูเข้ามาในจิตใจ ทำให้อู๋หยวนต้องเร่งทำความเข้าใจและไขว่คว้าเวลาเอาไว้

คล้ายเนิ่นนาน ทว่าก็คล้ายเพียงชั่วพริบตา

หลายสิบลมหายใจต่อมา

"ฟู่" กลิ่นอายแห่งมรรคาอันเลือนรางที่ปกคลุมอู๋หยวนในตอนแรกสลายไป เหลือเพียงเงาเถาวัลย์ที่ยังคงรายล้อมอยู่รอบกาย

"เจตจำนงแท้จริงหมื่นอายุวัฒนะ" อู๋หยวนสัมผัสได้ถึงเจตจำนงแห่งมรรคาอันพลุ่งพล่านนี้ อานุภาพของมันช่างน่าทึ่ง

"ใช้เวลาฝึกฝนเพียงเจ็ดสิบกว่าปีก็บรรลุเจตจำนงแท้จริงหมื่นอายุวัฒนะ ความเร็วระดับนี้ เกรงว่าคงใกล้เคียงกับสัตว์ประหลาดเหนือพิภพที่มี 'กายามรรคาหมื่นอายุวัฒนะ' บางคนแล้ว" อู๋หยวนรู้สึกยินดีในใจไม่น้อย

สองวิถีบรรลุผลสำเร็จในระดับหนึ่งพร้อมกัน จะไม่ให้ยินดีได้อย่างไร?

"หลายสิบปีมานี้ เกิดการผลัดเปลี่ยนขึ้นทีละก้าว"

"บรรดาศิษย์พี่ในหน้าประวัติศาสตร์เหล่านั้น หากพูดถึงความเร็วในการรู้แจ้งมรรคา ตอนนี้เกรงว่าคงเทียบข้าไม่ได้" อู๋หยวนคิดในใจ

หลังจากสิทธิ์ของอู๋หยวนได้รับการยกระดับขึ้น เขาก็เข้าใจกฎเกณฑ์การรับศิษย์ของท่านอาจารย์เป็นอย่างดีจากการสืบค้นข้อมูล

ศิษย์ที่รับส่วนใหญ่ล้วนเป็นผู้หลอมปราณ และผู้หลอมปราณก็ไม่อาจครอบครองร่างหลักทั้งสองได้

ราวกับเป็นโชคชะตาที่ถูกลิขิตไว้ นี่คือของขวัญที่สวรรค์มอบให้แก่ผู้หล่อหลอมกายาผู้ซึ่งยากจะสัมผัสถึงแดนมายาแห่งโชคชะตาได้

ส่วนบรรดาศิษย์พี่ส่วนน้อยที่บ่มเพาะสายหลอมกายาเป็นหลัก ร่างหลักหลอมปราณที่พวกเขาฝึกฝน ส่วนใหญ่แล้วพรสวรรค์ก็ยังสู้ร่างหลักหลอมปราณของอู๋หยวนไม่ได้

"หากพูดถึงพรสวรรค์ในการรู้แจ้งมรรคา"

"ตอนนี้ ร่างหลักทั้งสองของข้า ไม่ว่าจะเป็นร่างใด ล้วนใกล้เคียงกับสัตว์ประหลาดระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์เหล่านั้น"

"แล้วถ้าร่างหลักทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งล่ะ?" อู๋หยวนคิดในใจ "ย่อมถูกกำหนดให้เป็นที่สุดของที่สุดอย่างแน่นอน"

พรสวรรค์นั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว

สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือเวลา ที่จะแปรเปลี่ยนพรสวรรค์เหล่านั้นให้กลายเป็นพลังอย่างสมบูรณ์

"เพียงแค่เจตจำนงแท้จริงหมื่นอายุวัฒนะ การใช้ออกด้วยเขตแดนก็มีอานุภาพถึงเพียงนี้ แล้วหากนำเจตจำนงแท้จริงทั้งสองมาผสานกันเล่า?" เมื่ออู๋หยวนคิดมาถึงตรงนี้

เขาก็ลงมือทดสอบ

"วูบ" แสงสีเหลืองปฐพีอันเลือนรางชั้นหนึ่งปรากฏขึ้น ผสมผสานเข้ากับแสงสีเขียวอันเลือนรางที่มีอยู่เดิม

เขตแดนของผู้บำเพ็ญเซียนสองคนไม่อาจหลอมรวมกันได้

ทว่าเขตแดนของผู้บำเพ็ญเซียนเพียงคนเดียวที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน กลับสามารถทับซ้อนกันเพื่อใช้ออกได้

"แม้อานุภาพของแต่ละฝั่งจะอยู่ในระดับเจตจำนงแท้จริงขั้นหนึ่ง ทว่าเมื่อใช้ทับซ้อนกัน ก็สมควรแข็งแกร่งกว่าเจตจำนงมรรคาขั้นสามของกฎเกณฑ์ระดับกลางเพียงสายเดียวอยู่ขั้นหนึ่ง..." อู๋หยวนรู้ซึ้งถึงอานุภาพการทับซ้อนของเจตจำนงแท้จริงคู่และเขตแดนมรรคาเป็นอย่างดี

ข้อมูลข่าวสารที่ดูเหมือนเป็นความลับเหล่านี้ เขาสามารถหามาได้อย่างง่ายดายจากแดนเร้นลับแห่งวู

แต่ในพริบตาต่อมา

"วูบ" ในชั่วพริบตาที่เจตจำนงแท้จริงหมื่นอายุวัฒนะและเจตจำนงแท้จริงแห่งดาราทับซ้อนเข้าด้วยกัน ความผันผวนก็บังเกิดขึ้น เจตจำนงแท้จริงทั้งสองสายกลับประสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

ราวกับไร้ซึ่งรอยตำหนิใด เป็นการหลอมรวมที่สมบูรณ์แบบ

"ครืน" อานุภาพอาณาเขตที่อู๋หยวนสร้างขึ้นเริ่มพุ่งทะยานอย่างบ้าคลั่ง เถาวัลย์แต่ละเส้นราวกับได้รับการหล่อเลี้ยงจากปฐพี อานุภาพของมันทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล!!

กลายเป็นความสมจริงอย่างถึงที่สุด

หากไม่ใช่เพราะพื้นที่ในห้องบำเพ็ญมีจำกัด อู๋หยวนเชื่อว่าการปะทุในครั้งนี้ อานุภาพของมันจะต้องสั่นสะเทือนฟ้าดินอย่างแน่นอน

"นี่มัน!"

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" อู๋หยวนถึงกับตะลึงงันไปในพริบตา เขาคิดไม่ถึงเลยว่าการหลอมรวมความเร้นลับของสองเจตจำนงแท้จริง จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่พิเศษเช่นนี้

อานุภาพอาณาเขตเบื้องหน้านี้ แข็งแกร่งกว่าการใช้เจตจำนงแท้จริงเพียงอย่างเดียวมากนัก!!

มากกว่าสิบเท่าเสียอีก

"อาณาเขตแปรเป็นของจริง นี่คืออานุภาพที่เขตแดนมรรคาขั้นสี่ในกฎเกณฑ์ระดับล่างจึงจะสามารถบรรลุถึงได้มิใช่หรือ?" ด้วยสายตาอันแหลมคม อู๋หยวนก็เข้าใจได้ ภายในใจบังเกิดคลื่นมรสุมโหมกระหน่ำ "แต่นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?"

"วิถีแห่งอายุวัฒนะและวิถีแห่งดารา ไม่ได้จัดอยู่ในกฎเกณฑ์เบื้องบนประเภทเดียวกันเลยนะ"

อู๋หยวนรู้ดีว่าต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินนั้นกว้างใหญ่ไพศาล แบ่งแยกออกเป็นวิถีต่างๆ มากมาย

หากมรรคาที่ต่างต้นกำเนิดกันมาประสานกัน อานุภาพที่ผสมผสานกันจะเพิ่มขึ้น ทว่าก็ไม่มากจนเกินไป ทว่าหากเป็นมรรคาที่มาจากต้นกำเนิดเดียวกัน เมื่อนำมาประสานหรือหลอมรวมกัน อานุภาพจะเพิ่มขึ้นสิบเท่าหรือร้อยเท่า

ดั่งเช่นสามกฎเกณฑ์ระดับล่างของวิถีแห่งดารา

แรงโน้มถ่วง ปฐพี และต้นกำเนิดปฐพี

แม้จะรู้แจ้งในความเร้นลับแห่งปฐพีที่ลึกซึ้งที่สุด แต่อู๋หยวนก็บรรลุเพียงเจตจำนงแท้จริงขั้นเก้า ส่วนแรงโน้มถ่วงและต้นกำเนิดปฐพี เขาบรรลุเพียงเจตจำนงแท้จริงขั้นสองเท่านั้น

ทว่าพวกมันล้วนมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน!

กำลังเก้าในสิบส่วนของร่างหลักหลอมกายาของอู๋หยวน ล้วนถูกใช้ไปกับการ 'หลอมรวม' ความเร้นลับแห่งมรรคาของทั้งสามวิถีเข้าด้วยกัน

เมื่อใดที่หลอมรวมกันอย่างสมบูรณ์แบบ กฎเกณฑ์ระดับล่างทั้งสามสายก็จะผลัดเปลี่ยนกลายเป็นกฎเกณฑ์ระดับกลาง 'วิถีแห่งดารา' ซึ่งจะทำให้อานุภาพพุ่งทะยาน!

"หากสิ่งที่ข้าพยายามทำความเข้าใจคือสองกฎเกณฑ์ระดับกลางอย่างดาราและพละกำลัง ซึ่งต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของกฎเกณฑ์แห่งปฐพีธาตุ แม้จะยังไม่หลอมรวมกัน ทว่าหากนำมาผสมผสานและระเบิดพลังออกมาร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ อานุภาพของมันย่อมแข็งแกร่งอย่างยิ่ง" ความคิดในหัวของอู๋หยวนแล่นด้วยความเร็วสูง

"ทว่าวิถีแห่งอายุวัฒนะ คือวิถีพฤกษา"

"วิถีแห่งดารา คือวิถีปฐพี"

"เจตจำนงแท้จริงทั้งสองนี้ กลับสามารถผสมผสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นนั้นหรือ?" แม้อู๋หยวนจะยากที่เชื่อ แต่สุดท้ายเขาก็อดไม่ได้ที่จะอนุมานความเป็นไปได้อย่างหนึ่งออกมา

วิถีแห่งอายุวัฒนะและวิถีแห่งดารา ล้วนถือกำเนิดมาจากกฎเกณฑ์เบื้องบนอันลึกลับสายเดียวกัน!

กฎเกณฑ์เบื้องบนสายนี้ ไม่ใช่ทั้งปฐพีหรือพฤกษาอย่างแน่นอน

"ในปีนั้น ท่านอาจารย์หนานอิ่น จงใจบีบให้ร่างหลักหลอมปราณของข้าทำความเข้าใจวิถีแห่งอายุวัฒนะอย่างนั้นหรือ?" อู๋หยวนนึกถึงภาพเหตุการณ์ในวันวาน

ในเสี้ยววินาทีนี้ เขาพอจะเข้าใจถึงเจตนาอันลึกซึ้งของท่านอาจารย์หนานอิ่นอยู่บ้างแล้ว

ทันใดนั้น

"หืม?" สัมผัสเทวะของอู๋หยวนที่แผ่ขยายรับรู้ไปทั่วสารทิศมาโดยตลอด สัมผัสได้ถึงความผิดปกติในพริบตา "ในที่สุดก็มาแล้วสินะ?"

จบบทที่ ตอนที่ 333 ทะลวงขั้น การวิวัฒนาการของปฐพีและพฤกษา (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว