- หน้าแรก
- อักขระยันต์พลิกปฐพี วิถีเซียนผู้ซ่อนคม
- EP 378: 【อ่านฟรี!】 จางเต้าเฉิงบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณ
EP 378: 【อ่านฟรี!】 จางเต้าเฉิงบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณ
EP 378: 【อ่านฟรี!】 จางเต้าเฉิงบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณ
EP 378: 【อ่านฟรี!】 จางเต้าเฉิงบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณ
วันหนึ่ง ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาผู้หนึ่ง ก้าวเดินเข้ามาในลานเรือนของสวี่ฉางโซ่วด้วยท่าทีประหม่า เมื่อพบหน้าสวี่ฉางโซ่ว
เขาก็รีบค้อมกายทำความเคารพอย่างนอบน้อม “ศิษย์จางเต้าเฉิง คารวะท่านอาสวี่ขอรับ”
“อืม! เงยหน้าขึ้นสิ”
“ขอรับ” สวี่ฉางโซ่วสั่งให้จางเต้าเฉิงเงยหน้าขึ้น เพื่อพินิจใบหน้าของเขาให้ชัดเจน ยามนี้ ใบหน้าของจางเต้าเฉิงถอดแบบมาจากจางเจิ้งหยวนในวัยหนุ่มไม่มีผิดเพี้ยน
ระดับพลังของจางเต้าเฉิงบรรลุถึงขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสมบูรณ์แล้ว กลิ่นอายของเขาแฝงไว้ด้วยความสงบเยือกเย็นอย่างลึกซึ้ง ความจริงแล้ว
จางเต้าเฉิงได้ทะลวงเข้าสู่ขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสมบูรณ์มาหลายปีแล้ว เขาเป็นผู้มีพรสวรรค์เป็นเลิศ ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขานั้น
ล้ำหน้าโอวหยางชิงเจ๋อไปไกลลิบลิ่ว หลังจากที่เขาทะลวงขั้นได้สำเร็จ สวี่ฉางโซ่วก็มิได้มอบโอสถสร้างรากฐานให้เขาในทันที ทว่าตั้งใจปล่อยให้เขาขัดเกลาตนเองไปก่อน
ในอดีต ยามที่สวี่ฉางโซ่วยังอยู่ขั้นรวบรวมปราณฟ้าดิน เขาไม่ค่อยมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณมากนัก เขาหลงคิดไปว่า
ยิ่งรีบใช้โอสถสร้างรากฐานเร็วเท่าใด โอกาสที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ทว่าแท้จริงแล้วกลับไม่เป็นเช่นนั้นเลย
หลังจากบรรลุขั้นรวบรวมปราณฟ้าดินระดับสมบูรณ์แล้ว หากปล่อยให้พลังปราณสงบนิ่งและตกตะกอนสักระยะหนึ่ง ก่อนจะใช้โอสถสร้างรากฐาน โอกาสที่จะทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณได้สำเร็จจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาล
“ดีมาก ไม่เลวเลย เจ้าช่างเหมือนปู่ของเจ้าในวัยหนุ่มไม่มีผิดเพี้ยน”
สวี่ฉางโซ่วเอ่ยชมเชยจากใจจริง “ท่านอาสวี่ยังจำท่านปู่ของข้าได้หรือขอรับ” จางเต้าเฉิงแย้มยิ้มอย่างเขินอาย แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวี่ฉางโซ่วคอยดูแลเอาใจใส่เขาเสมอมา หากไม่ได้รับคำชี้แนะเรื่องการวาดอักขระยันต์จากสวี่ฉางโซ่ว เส้นทางการบำเพ็ญเพียรของเขาก็คงไม่อาจราบรื่นและก้าวหน้ามาได้จนถึงทุกวันนี้
“หึหึ แน่นอนสิข้าจำได้แม่นเชียวล่ะ ในอดีต ก็เป็นปู่ของเจ้านี่แหละ ที่นำทางข้าเข้าสู่ยุทธภพแห่งการบำเพ็ญเพียร”
สวี่ฉางโซ่วหัวเราะเบาๆ “ท่านปู่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ข้าฟังเหมือนกันขอรับ” จางเต้าเฉิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื้นตัน แม้ปู่ของเขาจะเป็นผู้นำทางสวี่ฉางโซ่วเข้าสู่ยุทธภพแห่งการบำเพ็ญเพียร
ทว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา สวี่ฉางโซ่วก็ได้ตอบแทนบุญคุณด้วยการคอยดูแลและช่วยเหลือตระกูลจางในทุกๆ ด้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง บุญคุณในอดีตนั้น สวี่ฉางโซ่วได้ชดใช้ให้จนหมดสิ้นแล้ว
“เต้าเฉิง ข้าจะมอบโอสถสร้างรากฐานให้เจ้าหนึ่งเม็ด ส่วนเจ้าจะสามารถบรรลุขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณได้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับวาสนาของเจ้าแล้วล่ะ”
จู่ๆ สวี่ฉางโซ่วก็เอ่ยขึ้น “ขอบพระคุณท่านอาสวี่! ขอบพระคุณท่านอาสวี่มากขอรับ! ศิษย์ขอโขกศีรษะขอบคุณท่านขอรับ” จางเต้าเฉิงดีใจจนเนื้อเต้น
เขาไม่คาดคิดเลยว่าสวี่ฉางโซ่วจะเมตตามอบของวิเศษล้ำค่าอย่างโอสถสร้างรากฐานให้แก่เขา
“รับไปสิ!”
สวี่ฉางโซ่วสะบัดแขนเสื้ออย่างแผ่วเบา ขวดหยกสีขาวใบหนึ่งก็ลอยละลิ่วออกจากแขนเสื้อ พุ่งตรงไปหยุดลอยอยู่เบื้องหน้าของจางเต้าเฉิง จางเต้าเฉิงรับขวดหยกมาเปิดดูอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นโอสถสร้างรากฐานบรรจุอยู่ภายใน เขาก็รีบเก็บมันไว้อย่างทะนุถนอมประดุจของล้ำค่า สวี่ฉางโซ่วกำชับว่า “ข้าจะคอยคุ้มกันให้เจ้าเอง เจ้าจงทะลวงขั้นในลานเรือนของข้าก็แล้วกัน ทว่าจงจำเอาไว้ อย่าได้รีบร้อนหรือวู่วามเป็นอันขาด”
“ศิษย์รับบัญชาขอรับ!” สวี่ฉางโซ่วจัดเตรียมห้องพักให้จางเต้าเฉิงห้องหนึ่ง เพื่อให้เขาใช้เป็นสถานที่ในการทะลวงขั้น ส่วนตัวเขาก็กลับไปหมกตัวบำเพ็ญเพียรในห้องพักของตนเองต่อไป
เวลาล่วงเลยผ่านไปสามเดือน ภายในห้องพักของจางเต้าเฉิงก็บังเกิดกลิ่นอายอันทรงพลังแผ่ซ่านออกมา สวี่ฉางโซ่วสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้
จึงลืมตาขึ้นและเดินตรงไปยังห้องของจางเต้าเฉิง ยามนี้ จางเต้าเฉิงกำลังนั่งสมาธิอยู่บนเตียง หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง
กลิ่นอายพลังของเขาพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานนัก เขาก็สามารถทะลวงผ่านจุดวิกฤต ก้าวเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณได้สำเร็จ
“ทะลวงขั้นได้แล้ว ไม่เลวเลยจริงๆ!” สวี่ฉางโซ่วแย้มยิ้มด้วยความพึงพอใจ จางเต้าเฉิงใช้โอสถสร้างรากฐานเพียงเม็ดเดียวก็สามารถทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณได้สำเร็จ
พรสวรรค์ของเขาช่างโดดเด่นและเหนือชั้นกว่าสวี่ฉางโซ่วหลายเท่านัก
“ทะลวงขั้นได้แล้ว ข้าทะลวงขั้นได้แล้ว!”
“ท่านอาสวี่ ศิษย์ทะลวงขั้นได้แล้วขอรับ ขอบพระคุณท่านอาสวี่ ขอบพระคุณท่านอาสวี่ที่เมตตามอบโอสถให้ขอรับ”
จางเต้าเฉิงก้มหน้าลงโขกศีรษะให้สวี่ฉางโซ่วด้วยความซาบซึ้งใจอย่างสุดซึ้ง “เอาล่ะๆ ลุกขึ้นเถิด”
“ท่านอาสวี่ ข้า...”
“ศิษย์น้องจาง ในเมื่อเจ้าทะลวงเข้าสู่ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณได้แล้ว ต่อไปก็เรียกข้าว่าศิษย์พี่เถิด”
“ศิษย์... ศิษย์... ศิษย์พี่สวี่ขอรับ”
“อืม! ดีมาก ไปหาโอวหยางเถิด ให้เขาพาเจ้าไปรายงานตัว”
“ขอรับ” ... สวี่ฉางโซ่วทอดสายตามองแผ่นหลังของจางเต้าเฉิงที่เดินจากไป พลางแย้มยิ้มด้วยความยินดี การตอบแทนบุญคุณของจางเจิ้งหยวน คงต้องยุติลงเพียงเท่านี้
ภายภาคหน้า จางเต้าเฉิงจะสามารถก้าวเดินไปบนเส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้ไกลเพียงใด ก็คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาและโชคชะตาของเขาเองแล้ว
เวลาล่วงเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว สองเดือนต่อมา หง่าง! หง่าง! หง่าง!... เสียงระฆังเซียนแห่งนิกายลวี่เซียนดังกังวานก้องขึ้นสามครั้งติดต่อกัน
ทันใดนั้น น้ำเสียงอันทรงพลังของหวงเทียนหลางก็ดังสะท้อนไปทั่วทั้งสำนัก “ศิษย์ขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับสมบูรณ์ทุกคนจงฟังคำสั่ง จงมารวมตัวกันที่ยอดเขาไท่อีในทันที ห้ามผู้ใดขัดคำสั่งเป็นอันขาด”
“รับบัญชา!”
“รับบัญชา!”
“รับบัญชา...”
เสียงขานรับดังกึกก้องมาจากทั่วทุกยอดเขา ภายในชั่วพริบตา แสงกระบี่ก็พุ่งประกายวาววับ ชายแขนเสื้อปลิวไสว ร่างเงาหลายสิบสายต่างเหยียบกระบี่บินพุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่ยอดเขาไท่อีอย่างพร้อมเพรียงกัน
เมื่อหลายเดือนก่อน ศิษย์ของนิกายลวี่เซียนต่างก็ได้รับแจ้งข่าวสารล่วงหน้าแล้วว่า แดนเร้นลับอัคคีวิญญาณกำลังจะเปิดออกในเร็วๆ นี้ พร้อมกับมีคำสั่งห้ามมิให้ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับสมบูรณ์เดินทางออกนอกสำนักเป็นอันขาด
บรรดาผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับสมบูรณ์ที่ปฏิบัติภารกิจอยู่ภายนอก ต่างก็ถูกเรียกตัวกลับมาจนหมดสิ้น
ดังนั้น ทันทีที่เสียงระฆังเซียนดังกังวานขึ้นสามครั้ง บรรดาผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับสมบูรณ์จากทุกยอดเขา ก็รีบเร่งเดินทางมุ่งหน้าสู่ยอดเขาไท่อีในทันที
ทุกคนต่างรู้ดีว่า ถึงเวลาที่แดนเร้นลับอัคคีวิญญาณจะเปิดออกแล้ว เมื่อเดินทางมาถึงเชิงเขาไท่อี สวี่ฉางโซ่วก็พบกับเรือรบเหินเวหาขนาดมหึมาลอยลำตระหง่านอยู่บนท้องฟ้า
เรือรบเหินเวหาลำนี้ดูคุ้นตายิ่งนัก สวี่ฉางโซ่วจำได้ว่าเขาเคยมีโอกาสโดยสารเรือรบเหินเวหาลำนี้มาก่อน มันคือเรือรบเหินเวหาของหลี่ทงนั่นเอง
ยามนี้ มีผู้คนทยอยเหินทะยานขึ้นสู่เรือรบเหินเวหาอย่างไม่ขาดสาย บนดาดฟ้าเรือเนืองแน่นไปด้วยผู้คนมากมาย สวี่ฉางโซ่วกวาดตามอง ก็พบใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคน
ไม่ว่าจะเป็นหลี่หลินเฮ่า ฉู่เสี่ยวอวี่ เฉียนหยวนหมิง เมี่ยวเข่อ สื่อเหวินลู่ และคนอื่นๆ อีกมากมาย หวงเทียนหลางและหลี่ทง ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่บริเวณหัวเรือ
การปรากฏตัวของสวี่ฉางโซ่ว ดึงดูดสายตานับไม่ถ้วนให้หันมาจับจ้อง
“ดูนั่นสิ นั่นสวี่ฉางโซ่ว ผู้นำยอดเขาลวี่ม่อนี่นา”
“สวรรค์ เขาเองก็ต้องไปร่วมภารกิจในครานี้ด้วยหรือนี่”
“นี่หรือคือสวี่ฉางโซ่ว ช่างดูหนุ่มแน่นเสียนี่กระไร”
“เขาเก่งกาจสมคำร่ำลือจริงๆ หรือ”
“แน่นอนสิ พลังฝีมือของสวี่ฉางโซ่วนั้นลึกล้ำสุดหยั่งถึง เขาคืออันดับหนึ่งในหมู่ผู้ฝึกตนที่อยู่ต่ำกว่าขั้นก่อผลึกทองคำของนิกายลวี่เซียนอย่างไม่ต้องสงสัย”
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สวี่ฉางโซ่วเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในนิกายลวี่เซียน เมื่อกาลเวลาผ่านไป เรื่องราววีรกรรมที่เขาได้รับสิทธิ์ในการขุดเหมืองแร่ที่เกาะสุ่ยเยี่ย
และการเปิดฉากสังหารหมู่ในตลาดผิงหยาง ก็ถูกนำมาเล่าขานและแพร่สะพัดไปทั่ว ยามนี้ สวี่ฉางโซ่วได้รับการยอมรับและยกย่องให้เป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในหมู่ผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณแห่งนิกายลวี่เซียนไปแล้ว
แม้แต่หลี่หลินเฮ่าที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดัง ก็ยังถูกบดบังรัศมีจนมิดชิดเมื่อเทียบกับสวี่ฉางโซ่ว
“ศิษย์สวี่ฉางโซ่ว คารวะท่านอาหลี่ คารวะท่านอาหวงขอรับ”
สวี่ฉางโซ่วเหยียบกระบี่บินร่อนลงมาอย่างเชื่องช้า เมื่อเข้ามาใกล้ เขาก็ค้อมกายทำความเคารพหลี่ทงและหวงเทียนหลางอย่างนอบน้อม เมื่อเห็นสวี่ฉางโซ่ว
หลี่ทงก็แย้มยิ้ม “เจ้าหนูสวี่มาแล้วหรือ หึหึ ภารกิจในครานี้ เมื่อมีเจ้าอยู่ด้วย พวกเราย่อมสามารถกวาดล้างศัตรูให้ราบคาบได้อย่างแน่นอน”
คำกล่าวของหลี่ทงทำให้สวี่ฉางโซ่วถึงกับชะงักงันด้วยความงุนงง ภารกิจของพวกเราในครานี้คือการล่ามารอัคคีและกอบโกยจิตวิญญาณแห่งอัคคีมิใช่หรือ
แล้วมันไปเกี่ยวพันกับการกวาดล้างศัตรูได้อย่างไรกัน
“เจ้าหนูสวี่ การเดินทางไปยังแดนเร้นลับอัคคีวิญญาณในครานี้ ศิษย์พี่ใหญ่ของข้าจะเป็นผู้นำทัพ เมื่อไปถึงที่นั่นแล้ว พวกเจ้าจงเชื่อฟังคำสั่งของเขาอย่างเคร่งครัด”
“ขอรับ”
“ขึ้นเรือได้แล้ว” สวี่ฉางโซ่วประสานมือคารวะอีกครั้ง ก่อนจะเก็บกระบี่บิน กระโดดขึ้นไปบนดาดฟ้าของเรือรบเหินเวหา และเดินตรงเข้าไปยังห้องโดยสาร
ยามนี้ บนดาดฟ้าเรือเนืองแน่นไปด้วยผู้คนนับสิบชีวิต ดูค่อนข้างแออัดยัดเยียดพอสมควร ทุกย่างก้าวที่สวี่ฉางโซ่วเดินผ่าน ผู้คนต่างก็พากันหลีกทางให้เขาอย่างนอบน้อม
แม้ผู้คนที่นี่จะล้วนเป็นผู้ฝึกตนขั้นสร้างรากฐานจิตวิญญาณระดับสมบูรณ์ ทว่าสายตาที่พวกเขามองมายังสวี่ฉางโซ่วนั้น กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความเคารพยำเกรง
ท่ามกลางฝูงชน เมื่อเฉียนหยวนหมิงและสื่อเหวินลู่เห็นสวี่ฉางโซ่วเดินเข้ามาใกล้ ทั้งสองก็รีบหลบทางให้อย่างลนลาน แววตาของพวกเขาฉายความหวาดกลัวออกมาอย่างปิดไม่มิด ใช่แล้ว มันคือความหวาดกลัวอย่างแท้จริง