- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 418: 【อ่านฟรี!】 หากตัวยาไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ช่องสังเคราะห์ตัวยามาช่วยเสริม!
EP 418: 【อ่านฟรี!】 หากตัวยาไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ช่องสังเคราะห์ตัวยามาช่วยเสริม!
EP 418: 【อ่านฟรี!】 หากตัวยาไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ช่องสังเคราะห์ตัวยามาช่วยเสริม!
EP 418: หากตัวยาไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ช่องสังเคราะห์ตัวยามาช่วยเสริม!
“หลินน้อยใช่ไหม มีอะไรให้ตาแก่คนนี้ช่วยบอกมาได้เลยนะ...”
เสียงรอสายดังขึ้นไม่ทันไร ปลายสายก็ดังขึ้น เป็นเสียงของศาสตราจารย์โหยวชางหมิงที่ฟังดูรีบร้อน แต่ก็แฝงไปด้วยความยินดี
“สวัสดีครับศาสตราจารย์โหยว พอดีตอนนี้ผมเจอปัญหาเรื่องการแพทย์แผนจีนนิดหน่อย เลยอยากจะขอคำปรึกษาจากท่านน่ะครับ”
หลินอี้รีบพูดเข้าเรื่อง บอกเหตุผลที่โทรมาอย่างตรงไปตรงมา
พร้อมกับทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตน ราวกับลูกศิษย์ที่กำลังขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าของวงการ
ต่อให้มีระบบคอยช่วยเหลือ แต่กับสุดยอดปรมาจารย์แห่งวงการแพทย์แผนจีนระดับชาติอย่างศาสตราจารย์โหยว หลินอี้ก็ยังคงให้ความเคารพยำเกรงจากใจจริง...
“หลินน้อยไม่ต้องเกรงใจไปหรอก ความรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ใครเก่งกว่าก็ถือเป็นอาจารย์!”
“แนวทางการรักษาโรคมะเร็งตับอ่อนด้วยยาสมุนไพรจีนของคุณ ล้ำหน้าพวกคนแก่อย่างเราไปไกลลิบแล้ว”
“แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว การที่ตาแก่คนนี้จะขอฝากตัวเป็นศิษย์ ก็ถือว่าไม่เกินไปเลยสักนิด!”
ศาสตราจารย์โหยวยังคงไม่ล้มเลิกความคิดที่จะขอฝากตัวเป็นศิษย์หลินอี้ น้ำเสียงที่พูดคุยกับหลินอี้ยิ่งแฝงความเคารพมากขึ้นไปอีก
ไม่ใช่ว่าเขาถ่อมตัวเกินไปหรอกนะ รักษาคนไข้มาทั้งชีวิต รักษาหายไปก็ไม่รู้ตั้งกี่หมื่นกี่พันคน
แต่โหยวชางหมิงรู้ดีว่า ต่อให้เขาจะพัฒนาเทคนิคการแพทย์แผนจีนในยุคปัจจุบันไปมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีทางทำได้เหมือนหลินอี้ ที่ใช้แค่ยาขนานเดียวก็ดึงคนไข้มะเร็งตับอ่อนระยะสุดท้ายกลับมาจากประตูยมโลกได้!
ความกล้าบ้าบิ่นในการบุกเบิกวงการแพทย์แผนจีนของหลินอี้ อย่าว่าแต่ในหมู่หมอหนุ่มๆ เลย ต่อให้เป็นในหมู่ศาสตราจารย์ระดับเดียวกัน ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง...
“ถ้าอย่างนั้นผมก็ไม่เกรงใจแล้วนะครับ”
“ศาสตราจารย์โหยวพอจะมีใบสั่งยารักษาโรคหัวใจ โดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมบ้างไหมครับ”
“ผมอยากจะขอคำชี้แนะสักสองสามใบ เพื่อเอามาเป็นแนวทางหลักในการวิจัยช่วงนี้น่ะครับ”
หลินอี้รับลูกต่อจากศาสตราจารย์โหยว แล้วก็เข้าเรื่องทันทีอย่างไม่อ้อมค้อม
ถ้าขืนมัวแต่เกรงใจกันไปเกรงใจกันมาแบบนี้ คงเสียเวลาไปอีกเยอะ
และในระหว่างที่สนทนากับศาสตราจารย์โหยว เขาก็ตั้งใจจะหลุดเรื่องการวิจัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมออกมา เพื่อที่ว่าหลังจากที่หลินอี้สามารถพิชิตโรคร้ายที่รักษายากนี้ได้สำเร็จ การมีศาสตราจารย์โหยวคอยสนับสนุน ก็จะช่วยลดปัญหาจุกจิกกวนใจลงไปได้มาก...
“โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม!”
ปลายสาย ศาสตราจารย์โหยวอุทานออกมาด้วยความตกใจ ก่อนจะเงียบไปชั่วขณะ
หลินอี้ก็ไม่ได้ขัดจังหวะ รอฟังคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ
“นี่... นี่มันเป็นงานวิจัยที่ยิ่งใหญ่มากเลยนะ!”
“ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนจีนหรือแผนปัจจุบัน ก็ยังไม่มีวิธีรักษาความผิดปกติทางโครงสร้างของหัวใจแบบนี้ได้อย่างเด็ดขาดเลย”
“หรือว่าหลินน้อย... จะเริ่มจับจุดการวิจัยเรื่องนี้ได้แล้ว...”
“นี่มันถือเป็นข่าวดีระดับสั่นสะเทือนวงการแพทย์แผนจีนเลยนะ!”
หลังจากดึงสติกลับมาจากความตกตะลึงได้ ศาสตราจารย์โหยวก็ยิงคำถามรัวเป็นปืนกล
ปัญหาโรคหัวใจในการรักษาด้วยแพทย์แผนจีนนั้น ถือเป็นโจทย์ที่ซับซ้อนมากอยู่แล้ว โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมที่ส่วนใหญ่เกิดจากพันธุกรรม ยิ่งเป็นโจทย์ที่ยากเข้าไปอีก
ไม่ว่าจะเป็นหมอแพทย์แผนจีนระดับไหน แค่สามารถชะลออาการของโรคได้ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มากแล้ว ส่วนเรื่องจะรักษาให้หายขาดนั้น เป็นสิ่งที่หมอไม่กล้าแม้แต่จะคิด...
แต่จากที่ศาสตราจารย์โหยวได้ติดตามผลงานของหลินอี้มาตลอด ชายหนุ่มคนนี้ไม่เคยพูดอะไรเกินจริงในเรื่องการแพทย์เลย
ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ที่มีอาการแปลกประหลาดแค่ไหน ขอแค่เขารับปากว่าจะรักษา ก็สามารถรักษาให้หายได้อย่างน่าอัศจรรย์เสมอ
การที่เขาเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอวิจัยเรื่องโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมในตอนนี้ อย่างน้อยก็แปลว่าเขาต้องมีแนวคิดของตัวเองในเรื่องนี้บ้างแล้ว...
นี่ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในหน้าประวัติศาสตร์วงการแพทย์แผนจีนเลยนะ!
โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมที่เคยต้องใช้วิธีผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจเท่านั้น หากในมือของหลินอี้ สามารถใช้ยาสมุนไพรจีนมาช่วยชะลออาการ หรือแม้กระทั่งรักษาให้หายขาดได้
นี่... คุณูปการนี้ยิ่งใหญ่จนศาสตราจารย์โหยวไม่รู้จะหาคำไหนมาบรรยาย
เรียกว่าเป็นเทพแห่งยา หรือหมอเทวดาในยุคปัจจุบันเลยก็ยังได้!
เมื่อต้องเผชิญกับความเป็นไปได้เช่นนี้ การที่ศาสตราจารย์โหยวยังคงควบคุมสติอารมณ์เอาไว้ได้ ถือว่ายอดเยี่ยมมากแล้ว
แม้แต่คำพูดทำนองนี้ หากไปพูดกับศาสตราจารย์ระดับแนวหน้าคนอื่นๆ ตราบใดที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ศาสตราจารย์โหยวก็ยังคงเคลือบแคลงสงสัยอยู่ดี
แต่พอคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของหลินอี้ เขากลับไม่รู้สึกสงสัยหรือแปลกใจเลยสักนิด
เพราะทุกก้าวที่ชายหนุ่มคนนี้เดินบนเส้นทางสายการแพทย์ ล้วนเป็นการทำลายกรอบเดิมๆ และก้าวข้ามขีดจำกัดความรู้ความเข้าใจของทุกคน...
“ไม่ได้วิเศษวิโสขนาดนั้นหรอกครับ ศาสตราจารย์โหยวชมเกินไปแล้ว”
“ผมก็แค่มีแนวคิดที่ยังไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่างเท่าไหร่ ตอนนี้กำลังต้องการใบสั่งยาที่เกี่ยวข้อง มาช่วยยืนยันสมมติฐานของผมน่ะครับ”
“เห็นว่าศาสตราจารย์โหยวเป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวางและประสบการณ์โชกโชน ก็เลยอยากจะขอความช่วยเหลือจากท่านน่ะครับ!”
เมื่อเจอกับคำชมแบบไม่อั้นของศาสตราจารย์โหยว หลินอี้ก็แอบหน้าแดงอยู่หลังสายโทรศัพท์
เรื่องช่องสังเคราะห์และระบบนั้น บอกใครไม่ได้เด็ดขาด เพื่อให้เรื่องนี้มีเหตุผลที่ฟังขึ้น หลินอี้ก็ต้องหน้าด้านหน้าทน เอาผลงานของระบบมาเป็นของตัวเอง...
“ไม่มีปัญหา เรื่องใบสั่งยาปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนแก่คนนี้เอง!”
ศาสตราจารย์โหยวรีบรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
เขาก็ตระหนักได้ว่าไม่ควรเสียเวลาไปกับการพูดคุยไร้สาระพวกนี้อีก
ยิ่งช่วยเหลือหลินอี้ได้เร็วเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้เห็นปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การแพทย์แผนจีนถือกำเนิดขึ้นเร็วเท่านั้น
“ผมมีใบสั่งยาอยู่สองสามใบ ที่เคยลองใช้รักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมแล้วพอจะช่วยได้บ้าง”
“แต่การแพทย์แผนจีนในการรักษาโรคหัวใจนั้น เน้นเรื่องความเชื่อมโยงระหว่างหัวใจกับปอดเป็นหลัก โดยจะปรับสมดุลหยินหยางในร่างกาย และกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและลมปราณ เพื่อฟื้นฟูการทำงานของหัวใจ”
“ส่วนจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องดูอาการของคนไข้เป็นรายบุคคลไป หลินน้อยก็อย่าคาดหวังสูงเกินไปนักนะ”
พอพูดถึงวิธีรับมือกับโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางโครงสร้างด้วยแพทย์แผนจีน ศาสตราจารย์โหยวก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน
อย่างน้อยๆ ในการรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อม แพทย์แผนปัจจุบันที่ใช้วิธีผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ก็เล่นเอาแพทย์แผนจีนถึงกับไปไม่เป็น...
“ไม่เป็นไรครับศาสตราจารย์โหยว ผมแค่อยากเอามาเป็นแนวทางเท่านั้น”
“ก่อนจะแน่ใจเรื่องสรรพคุณ ผมไม่กล้าเอาไปใช้กับคนไข้สุ่มสี่สุ่มห้าหรอกครับ”
หลินอี้รีบรับประกันกับศาสตราจารย์โหยว
ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์แผนปัจจุบันหรือแผนจีน ความเข้มงวดในการใช้ยา หลินอี้ที่เคยเป็นหมอมาแล้วสองชาติย่อมรู้ดีที่สุด
“ถ้าแค่อยากได้แนวทางล่ะก็ ผมยังมีใบสั่งยาโบราณอยู่อีกหลายใบนะ เดี๋ยวจะให้คุณไปหมดเลย”
“แต่พวกอายุสมุนไพรที่ระบุไว้ในใบสั่งยาพวกนี้ ด้วยสภาพการปลูกในปัจจุบันมันไม่มีทางหาได้เลยนะ คงได้แค่เอาไปศึกษาเป็นกรณีศึกษาเท่านั้นแหละ”
เมื่อพูดถึงใบสั่งยาโบราณพวกนี้ น้ำเสียงของศาสตราจารย์โหยวก็เผยให้เห็นถึงความเสียดายอย่างชัดเจน
ความตกต่ำของการแพทย์แผนจีน นอกจากจะเป็นเรื่องของการสืบทอดวิชาแล้ว การขาดแคลนสมุนไพรจีนที่มีอายุถึงเกณฑ์ โดยเฉพาะสมุนไพรป่า ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดเลยทีเดียว
ใบสั่งยาโบราณที่มีชื่อเสียงหลายๆ ใบ ทำไมพอนำมาใช้ในยุคปัจจุบันถึงไม่ได้ผลลัพธ์ตามเดิม สาเหตุหลักก็มาจากสรรพคุณของวัตถุดิบไม่เพียงพอนั่นเอง
อย่างโสมป่าอายุร้อยปีที่เป็นตัวยาสามัญในใบสั่งยาโบราณ ค้นหาให้ทั่วแผ่นดินจีน ตอนนี้ปีๆ หนึ่งก็หาได้แค่ไม่กี่ต้นเอง...
“ศาสตราจารย์โหยวครับ ใบสั่งยาโบราณแบบนั้น ยิ่งมีเยอะยิ่งดีเลยครับ ตอนนี้ผมกำลังต้องการพวกนี้อยู่พอดี”
“ถ้าได้ศึกษาใบสั่งยาโบราณที่เหมาะสม อาจจะสามารถคิดค้นยาสมุนไพรจีนที่ช่วยชะลอการลุกลามของโรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมได้ก็ได้นะครับ!”
คำพูดที่ไม่ได้ตั้งใจของศาสตราจารย์โหยว ทำให้หลินอี้ตื่นเต้นจนแทบเก็บอาการไม่อยู่
หากตัวยาไม่ถึงเกณฑ์ ก็ให้ช่องสังเคราะห์ตัวยามาช่วยเสริม!
ปัญหาที่แก้ไม่ตกของปรมาจารย์ด้านการแพทย์แผนจีนเหล่านี้ กลับเป็นสิ่งที่ช่องสังเคราะห์ตัวยาถนัดที่สุด...