- หน้าแรก
- ระบบแพทย์ หัตถ์เทวะอัจฉริยะกู้ชีพ
- EP 348: 【อ่านฟรี!】 ผมหลินอี้ทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้หรอกครับ!
EP 348: 【อ่านฟรี!】 ผมหลินอี้ทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้หรอกครับ!
EP 348: 【อ่านฟรี!】 ผมหลินอี้ทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้หรอกครับ!
EP 348: 【อ่านฟรี!】 ผมหลินอี้ทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้หรอกครับ!
“หัวหน้าแผนกเหลียงครับ ผมอยากจะขอทำเรื่องเบิกเครื่องฟอกเลือด สำหรับคนไข้โรคยูรีเมียให้กับสถานีอนามัยสือซาน ไม่ทราบว่าต้องทำเรื่องยังไงบ้างครับ?”
ระหว่างทางที่เดินมาหาหัวหน้าแผนกเหลียงที่ห้องทำงานผู้อำนวยการ หลินอี้ก็คิดอยู่ว่าจะโทรไปหาหัวหน้าแผนกจง หัวหน้าแผนกฉุกเฉินซึ่งเป็นเจ้านายโดยตรงของเขา ให้ช่วยประสานงานเรื่องเครื่องมือให้เลยดีไหม
แต่เมื่อพิจารณาว่าเป็นสถานการณ์พิเศษในเขตภัยพิบัติ ก็ควรจะไปปรึกษาหัวหน้าแผนกเหลียงต้าจวง ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมแพทย์ช่วยเหลือแผ่นดินไหวให้เรียบร้อยก่อน ถึงจะถูกต้องตามระเบียบขั้นตอน...
“เครื่องฟอกเลือดคงจะยากหน่อยครับ มันไม่อยู่ในรายชื่อเครื่องมือแพทย์สำหรับช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวของเราน่ะสิ!”
หัวหน้าแผนกเหลียงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายให้หลินอี้ฟัง
“เป้าหมายในการรักษาฟรีของทีมแพทย์ช่วยเหลือ คือผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ครับ”
“โรคประจำตัวอย่างความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคยูรีเมีย ที่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวโดยตรง ค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้ จะเบิกไม่ได้เลย”
“แต่พวกเราก็ไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้นหรอกครับ เพราะรู้ดีว่าชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านในเขตภัยพิบัติก็ลำบากอยู่แล้ว พอมาเจอภัยพิบัติแบบนี้ ก็ยิ่งเหมือนผีซ้ำด้ามพลอย ดังนั้นในการจ่ายยาบางประเภท ถ้าให้ฟรีได้ พวกเราก็พยายามจะให้ฟรีอย่างเต็มที่ครับ”
“แต่เครื่องฟอกเลือดที่มีราคาแพงลิบลิ่วแบบนี้ ต่อให้เรารายงานขึ้นไป ทางโรงพยาบาลศูนย์และผู้บริหารระดับสูง ก็คงไม่มีทางอนุมัติหรอกครับ”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ สีหน้าของหัวหน้าแผนกเหลียงก็แสดงความหนักใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เขาเองก็คิดเหมือนหลินอี้ เมื่อได้มาเห็นความล้าหลังของระบบสาธารณสุขในตำบลสือซานกับตา เขาก็อยากจะทำอะไรเพื่อชาวบ้านที่นี่ให้ได้มากที่สุดเหมือนกัน
แต่ด้วยข้อจำกัดของระบบ และราคาเครื่องมือแพทย์ดีๆ ในปัจจุบัน ที่มีราคาสูงตั้งแต่หลักแสนถึงหลักล้าน เขาก็ทำได้เพียงยอมรับความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แล้วพยายามช่วยเหลือชาวบ้านที่ประสบภัย ในขอบเขตที่พอจะทำได้ให้มากที่สุดเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ หลินอี้จึงต้องปวดหัวกับเรื่องการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของคนไข้ทั่วไปหลายคนที่เขาตรวจรักษาให้...
ผู้อำนวยการจางที่กำลังนั่งจัดเรียงเอกสารอยู่ข้างๆ โต๊ะทำงานของหัวหน้าแผนกเหลียง พอได้ยินหลินอี้พูดว่าจะขอเบิกเครื่องฟอกเลือดให้กับสถานีอนามัย เขาก็เงยหน้าขึ้นมองหลินอี้ ดวงตาเป็นประกาย
เพราะเรื่องนี้ ทำให้เขาต้องเดินสายไปทั้งสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ ไปจนถึงหน่วยงานระดับเมือง จนรองเท้าผ้าใบขาดไปหลายคู่แล้ว
แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะสมหวัง
แถมคำตอบที่ผู้อำนวยการจางได้รับแต่ละครั้ง ก็เป็นเหตุผลที่หมอแก่ๆ อย่างเขาเถียงไม่ออกเลยสักข้อ
ตอนนี้ พอเรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดอีกครั้ง โดยรองหัวหน้าทีมแพทย์ช่วยเหลือที่มาจากโรงพยาบาลศูนย์ ผู้อำนวยการจางก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
ถ้าสามารถขอโควตาเครื่องฟอกเลือดมาได้สักเครื่อง คนไข้โรคยูรีเมียในหมู่บ้านใกล้เคียง ก็คงจะมีความหวังในการใช้ชีวิตต่อไปมากขึ้น
โรคเรื้อรังที่เกิดจากไตอักเสบจนลุกลามไปที่เลือดแบบนี้ ต่อให้ผู้อำนวยการจางจะมีความเชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนจีนมากแค่ไหน เขาก็ไม่มีวิธีรักษาที่ดีพอ
ทุกครั้งที่ได้เห็นแววตาสิ้นหวังของคนไข้เหล่านั้น หัวใจของผู้อำนวยการจางก็เจ็บปวดราวกับถูกมีดกรีด...
“ไม่มีทางอนุมัติหรอกครับ!”
แต่พอคำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของหัวหน้าแผนกเหลียงอย่างไร้เยื่อใย ความหวังที่เพิ่งจุดประกายขึ้นในใจของผู้อำนวยการจางก็ดับวูบลงทันที ประกายในดวงตาเลือนหายไป กลายเป็นความเศร้าหมอง
แน่นอน! ผู้อำนวยการจางไม่ได้คิดจะโทษหัวหน้าแผนกเหลียงเลยแม้แต่น้อย
เครื่องฟอกเลือดดีๆ เครื่องนึง ราคาพอๆ กับการสร้างสถานีอนามัยระดับตำบลแบบนี้ได้หลายแห่งเลยทีเดียว
การที่หน่วยงานสาธารณสุขจะไม่อนุมัติงบประมาณให้ ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้...
“หมอหลิน ก่อนอื่นในฐานะตัวแทนของชาวตำบลสือซาน ผมต้องขอขอบคุณความทุ่มเทของคุณอย่างเสียสละด้วยนะครับ”
เมื่อเห็นสายตาที่หลินอี้มองหัวหน้าแผนกเหลียงแฝงไปด้วยความตำหนิเล็กๆ
ผู้อำนวยการจางก็รีบพูดแทรกขึ้นมา เพื่อขอบคุณหลินอี้ก่อน แล้วค่อยอธิบายให้ฟัง
“เครื่องฟอกเลือดแบบธรรมดาๆ เครื่องนึง ก็ราคาหลักแสนถึงหลักล้านแล้ว ถ้าเป็นเครื่องสำหรับรักษาภาวะไตวายรุนแรง หรือมีโรคแทรกซ้อน ก็อาจจะแพงถึงหลายล้านเลยนะครับ”
“สถานีอนามัยเบิกงบประมาณเยอะขนาดนั้นในครั้งเดียวไม่ได้หรอกครับ แถมตามระเบียบของหน่วยงานสาธารณสุขเบื้องบน ก็มีแค่หน่วยงานสาธารณสุขระดับอำเภอขึ้นไปเท่านั้น ถึงจะได้รับจัดสรรเครื่องฟอกเลือดครับ”
“และอีกอย่าง เหมือนที่หัวหน้าแผนกเหลียงบอกแหละครับ รายชื่อการรักษาฟรีสำหรับผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว ไม่มีทางครอบคลุมโรคเรื้อรังอย่างโรคยูรีเมียหรอกครับ”
ทั้งหลินอี้และหัวหน้าแผนกเหลียงต่างก็พูดถูก โทษใครไม่ได้หรอก โทษได้แค่ว่าสถานีอนามัยตำบลสือซานมันเล็กเกินไป เลยไม่มีคุณสมบัติพอ
นี่ก็คือความสิ้นหวังของหน่วยงานสาธารณสุขระดับรากหญ้า เวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับคนไข้...
“ถ้าคนไข้คนนั้นได้รับบาดเจ็บจากแผ่นดินไหวด้วย แล้วก็บังเอิญมีโรคยูรีเมียอยู่ด้วยล่ะครับ”
“แล้วแบบนี้เราจะรักษายังไง?”
“ขาหักก็ต่อขาให้ หัวแตกก็เย็บแผลให้ แต่ปล่อยให้คนไข้ทนทรมานจากโรคยูรีเมีย โดยทำเป็นไม่เห็นอย่างนั้นเหรอครับ?”
“ผู้นำทั้งสองท่านครับ ผมหลินอี้ทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้หรอกครับ!”
ถึงแม้จะไม่คิดว่าการจัดซื้อเครื่องฟอกเลือด จะต้องใช้เงินเยอะขนาดนี้ แต่ท่าทีของหลินอี้ก็ยังคงเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่
ในเมื่อเขารับปากอาจารย์ใหญ่หวังและคุณครูจางไว้แล้ว เขาก็ต้องทำให้สำเร็จ
อย่างน้อยในบรรดาคนที่เขารู้จักในโลกนี้ ครูผู้เสียสละสองคนนี้ ก็ควรค่าแก่การได้รับความช่วยเหลือจากหลินอี้อย่างเต็มที่...
“ในฐานะหมอ ฉันเหลียงต้าจวงก็คงทำเรื่องเลวทรามอย่างการเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ยอมช่วยไม่ได้เหมือนกัน”
“ถึงสถานการณ์ของสถานีอนามัยจะไม่อำนวย แต่เราก็ยังหาวิธีอื่นได้นี่นา ถ้ามีคนไข้ที่อาการหนักแบบนี้จริงๆ เราก็ต้องรีบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลศูนย์ให้เร็วที่สุด”
“โรงพยาบาลศูนย์ของเรามีเครื่องไม้เครื่องมือครบครันกว่า ย่อมมีวิธีจัดการที่ดีกว่าที่นี่แน่นอน!”
เมื่อถูกหลินอี้เหน็บแนมว่าเป็นพวกใจจืดใจดำเห็นคนตายแล้วไม่ช่วย เหลียงต้าจวงก็ลุกพรวดขึ้นมาทันที และแสดงจุดยืนของตัวเองอย่างดุเดือด
ตอนที่อายุเท่าหลินอี้ หัวหน้าแผนกเหลียงก็เคยเป็นวัยรุ่นเลือดร้อนเหมือนกัน
แม้ว่าเวลาและประสบการณ์ทางสังคม จะช่วยลบเหลี่ยมคมในตัวเขาไปมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเลือดร้อนในตัวเขาจะเหือดแห้งไปหมด
โดยเฉพาะในช่วงภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวครั้งนี้ ในฐานะหัวหน้าทีมแพทย์ช่วยเหลือ ถ้าเจอสถานการณ์ซับซ้อนอย่างที่หลินอี้ว่ามาจริงๆ หัวหน้าแผนกเหลียงก็จะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนให้ได้มากที่สุด
สถานีอนามัยเล็กๆ อาจจะทำอะไรไม่ได้มาก แต่โรงพยาบาลศูนย์ที่ร่ำรวย การรักษาฟรีให้คนไข้ที่ไม่เข้าเกณฑ์สักสองสามคน ก็ไม่ได้หนักหนาอะไร...
“หมอหลิน หัวหน้าแผนกเหลียง ใจเย็นๆ กันก่อนครับ!”
“ความหวังดีของทั้งสองท่าน ทำให้ผมและชาวบ้านในเขตภัยพิบัติรู้สึกซาบซึ้งใจมากครับ ผมขอเป็นตัวแทนของทุกคน ขอบคุณพวกคุณอีกครั้งนะครับ”
“แต่เรื่องการขอเบิกเครื่องฟอกเลือด ผมว่าเราค่อยๆ คิดกันดีกว่าครับ!”
“ไม่ว่าจะมองมุมไหน สถานีอนามัยของเราก็ไม่เข้าเกณฑ์จริงๆ...”
ขณะที่พยายามไกล่เกลี่ยหลินอี้และเหลียงต้าจวง ผู้อำนวยการจางก็แอบรู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ
แต่จากความจริงใจที่ทั้งสองท่านมีต่อชาวบ้าน การที่ได้รับการช่วยเหลือจากทีมแพทย์ช่วยเหลือชุดนี้ ก็นับว่าเป็นความโชคดีที่สุดของชาวตำบลสือซานแล้ว...
“พวกเราลองเปลี่ยนมุมมองดูไหมครับ ถ้าเราใช้วิธีขอทุนวิจัยล่ะ เราจะสามารถขอเบิกเครื่องฟอกเลือดพวกนี้มาได้ไหม?”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังไม่เข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ หลินอี้ก็อธิบายต่อ
“ถ้าผมสามารถรับประกันได้ว่า ภายในสองปี ผมจะหาวิธีรักษาโรคยูรีเมียให้หายขาดได้”
“สถานีอนามัยตำบลจะสามารถยื่นขอเครื่องฟอกเลือดพวกนี้ ในรูปแบบของโครงการวิจัยระดับสำคัญได้ไหมครับ...”
คำพูดที่ราวกับฟ้าผ่าของหลินอี้ ทำเอาผู้บริหารทั้งสองคนถึงกับอึ้งไปเลย
“เหลวไหลน่าเสี่ยวหลิน เรื่องแบบนี้จะเอาชื่อสถานีอนามัยไปยื่นขอได้ยังไง...”
ผู้อำนวยการจางที่ตื่นเต้นจนปากสั่น ยังไม่ทันได้ดีใจ หัวหน้าแผนกเหลียงก็แทบจะกระโจนเข้าไปอุดปากหลินอี้ไว้แล้ว...