เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

EP 308: 【อ่านฟรี!】 หมอที่เล่นนอกลู่นอกทาง ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่!

EP 308: 【อ่านฟรี!】 หมอที่เล่นนอกลู่นอกทาง ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่!

EP 308: 【อ่านฟรี!】 หมอที่เล่นนอกลู่นอกทาง ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่!


EP 308: อ่านฟรี! หมอที่เล่นนอกลู่นอกทาง ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่!

“หมอหลินครับ อาจารย์ใหญ่หวังถูกจัดให้อยู่ในเต็นท์ดูแลพิเศษของแผนกฉุกเฉินแล้วครับ มีพยาบาลคอยดูแลตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง”

“เรื่องการดูแลหลังผ่าตัด ยังมีข้อควรระวังอะไรอีกไหมครับ”

หลินอี้เพิ่งกลับมาถึงเต็นท์ที่พัก ล้างหน้าล้างตาและเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าสะอาด จวงซู่ก็รีบวิ่งหน้าตั้งกลับมาจากโซนรักษาของแผนกฉุกเฉิน

เขามาถามความเห็นของหลินอี้ เรื่องการรักษาและดูแลอาจารย์ใหญ่หวังในขั้นตอนต่อไป

เห็นได้ชัดว่า หลังจากที่ได้ออกไปช่วยเหลือฉุกเฉิน และช่วยหลินอี้ผ่าตัดต่อขาที่ขาดซึ่งเป็นงานที่ยากสุดๆ บนรถพยาบาล...

แถมยังได้ยินจากปากหัวหน้าแผนกเหลียง ว่าแม้แต่ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนระดับประเทศอย่างท่านอาจารย์โหยวชางหมิง ยังต้องเรียกหลินอี้ว่าอาจารย์...

ทัศนคติที่จวงซู่มีต่อหลินอี้ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ

จากที่เคยหวังผลประโยชน์ แค่อยากจะพัฒนาทักษะทางการแพทย์ของตัวเอง...

ก็กลายมาเป็นการยอมศิโรราบอย่างราบคาบ

เขาอยากจะติดตามอาจารย์หลินคนนี้จากใจจริง เพื่อพัฒนาตัวเองแบบก้าวกระโดด ทั้งในเรื่องจรรยาบรรณและทักษะทางการแพทย์...

“ช่วงนี้ก็ดูแลไปตามปกติก่อน รอให้อาการของอาจารย์ใหญ่หวังคงที่แล้ว ค่อยทำการผ่าตัดเปิดทรวงอกอีกครั้ง”

“การเสียเลือดมากในครั้งนี้ ทำให้เขาเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรง ถ้าไม่ผ่าตัดภายในหนึ่งสัปดาห์ จะส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตในอนาคตมากเลยล่ะ”

หลินอี้ดื่มน้ำอึกหนึ่ง ก่อนจะอธิบายแผนการรักษาของอาจารย์ใหญ่หวังคร่าวๆ ให้อีกฝ่ายฟัง

จวงซู่คือหนึ่งในคนสำคัญที่จะมารับผิดชอบเรื่องหัวใจของทีมวิจัยเฉพาะกิจในอนาคต การผ่าตัดในสาขาที่เกี่ยวข้อง หลินอี้ก็ต้องให้เขาเข้าร่วมด้วยอยู่แล้ว...

“หัวใจของอาจารย์ใหญ่หวังก็มีปัญหาด้วยเหรอครับ”

จวงซู่ชะงักไป หลังจากนั่งรถกลับมา เขาก็เป็นคนรับผิดชอบทำเรื่องแอดมิตฉุกเฉินให้อาจารย์ใหญ่หวังเอง

ตอนที่ตรวจสอบสัญญาณชีพต่างๆ ของคนไข้ เขาไม่ทันสังเกตเห็นเรื่องนี้เลยจริงๆ

“ตอนที่ผ่าตัดให้อาจารย์ใหญ่หวัง ผม... ขอเป็นผู้ช่วยหมอหลินได้ไหมครับ”

ความสงสัยหายวับไปในพริบตา จวงซู่รีบเอ่ยปากขอร้องหลินอี้อย่างระมัดระวังทันที

ในเมื่อตอนนี้หมอหลินบอกว่าหัวใจของคนไข้มีปัญหา มันก็ต้องมีปัญหาแน่ๆ ส่วนที่เขาตรวจไม่พบ ก็เป็นเพราะตัวเขาเองที่ยังเรียนมาไม่ลึกซึ้งพอ

ก่อนจะเข้ามาอยู่ในทีมวิจัยเฉพาะกิจ จวงซู่ยังกล้าพูดอย่างเต็มปากว่า เขาคือผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าที่สุดในด้านหัวใจของทีม...

ต่อให้ต้องอยู่ใต้บังคับบัญชาของหลินอี้ ก็เป็นแค่การเข้ามาเพื่อพัฒนาทักษะการผ่าตัดด้านอื่นๆ ให้แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น

ในสาขาหัวใจที่เขาถนัด หลินอี้ไม่มีทางเทียบเขาได้เลย...

แต่หลังจากที่ได้ติดตามหลินอี้ทำการผ่าตัดสุดมหัศจรรย์มาหลายต่อหลายเคส และถูกทักษะการผ่าตัดอันล้ำลึกของอีกฝ่ายสยบจนราบคาบ...

ความคิดโอหังอวดดีแบบนั้นของจวงซู่ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น

ต่อให้เป็นในสาขาหัวใจที่เขาถนัดที่สุด เขาก็ต้องฟังคำสั่งของหลินอี้ทุกอย่าง

โดนตบหน้ามาตั้งหลายรอบแล้ว ถ้ายังไม่รู้จักจำ นั่นแหละถึงจะเรียกว่าโง่ของแท้...

“ไม่มีปัญหา ถึงตอนนั้นผมจะเป็นศัลยแพทย์หลัก ส่วนคุณเป็นผู้ช่วย เทคนิคสำคัญบางอย่าง ผมก็ต้องให้พวกคุณค่อยๆ เรียนรู้เอาไว้”

หลินอี้ตอบรับอย่างสบายๆ ต่อให้จวงซู่ไม่ขอ เขาก็ต้องจัดแจงให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

มีแต่ต้องทำให้ทีมวิจัยเฉพาะกิจครอบคลุมสาขาการแพทย์ให้มากที่สุด และให้สมาชิกในทีมมีทักษะทางการแพทย์ที่สูงขึ้น...

ระบบของหลินอี้ถึงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และได้รับผลตอบแทนที่มากขึ้นตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากสร้างทีมงานที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้แล้ว...

เขาก็จะมีอำนาจต่อรองในโรงพยาบาล หรือแม้แต่ในวงการแพทย์ของมณฑลหลงมากขึ้น และสามารถทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้มากขึ้นด้วย

แน่นอน!

เมื่อทุกอย่างเกื้อหนุนกัน โรคกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมของหลินเชี่ยนผู้เป็นน้องสาว ก็จะได้รับการรักษาให้หายขาดได้เร็วขึ้นและดีขึ้นด้วย...

“ขอบคุณครับหมอหลิน ขอบคุณหมอหลินที่ให้โอกาสผม...”

จวงซู่ดีใจจนต้องรีบกล่าวขอบคุณ และยืนยันหนักแน่นว่าจะทำหน้าที่ผู้ช่วยให้ดีที่สุด

“ดึกมากแล้ว รีบพักผ่อนเถอะ”

หลินอี้ดูเวลาในโทรศัพท์ อีกไม่กี่ชั่วโมงก็จะเช้าแล้ว เขาจึงบอกให้จวงซู่รีบเข้านอน

เนื่องจากเต็นท์มีจำกัด หลินอี้จึงต้องนอนเต็นท์เดียวกับจวงซู่ และกลายมาเป็นรูมเมทกันในช่วงที่มาช่วยเหลือผู้ประสบภัย

“หมอหลินครับ ผมว่ามีเรื่องนึง ผมควรจะบอกคุณเอาไว้ก่อนดีกว่า”

หลังจากล้มตัวลงนอนและปิดไฟแล้ว จวงซู่ก็นอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงพับ ทนไม่ไหวจนต้องเอ่ยปากขึ้น

“ว่ามาสิ...” หลินอี้ตอบรับเสียงเรียบๆ แล้วก็เงียบไป

เขานอนหงายอยู่บนเตียง ในหัวมีแต่เรื่องของหลิวชุยฮวา หวังเฉิงจื่อ จางอวี้เหมย และเด็กสาวที่เป็นโรคตะกอนหินปูนในหูชั้นในหลุด...

ตั้งแต่มาถึงเขตภัยพิบัติ ก็มีแต่เคสที่น่าสงสารทั้งนั้น ทำเอาหลินอี้นอนไม่หลับไปชั่วขณะ...

“ตอนที่คุณยังไม่กลับมา ผมไปเบิกยาที่ห้องจ่ายยาของสถานีอนามัย ตอนเดินผ่านบ้านชั้นเดียวหลังนึง ผมได้ยิน...”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร แต่จับใจความได้ประมาณว่า พรุ่งนี้พวกเขาจะรวมหัวกันยึดสิทธิ์ในการรับคนไข้คืนจากแผนกฉุกเฉิน...”

“จะบังคับให้แต่ละแผนกต้องรับคนไข้แยกกัน...”

“แถมยังบอกว่า... บอกว่าจะแบนแผนกฉุกเฉินของเรา จะไม่ยอม... จะไม่ยอมให้หมอหลินทำตามอำเภอใจอีก...”

จวงซู่เล่าสิ่งที่ตัวเองได้ยินมาอย่างกระท่อนกระแท่น

คนอย่างจวงซู่ไม่มีทางไปแอบฟังใครคุยกันหรอก ที่เขายอมเสียเวลาแอบฟัง ก็เพราะเรื่องนี้มันเกี่ยวกับหลินอี้ต่างหาก

“ถึงพวกเขาจะกดเสียงต่ำจนฟังไม่ค่อยถนัด แต่เรื่องราวก็คงไม่หนีไปจากนี้หรอกครับ”

“หมอหลินครับ พวกเราควรจะเตรียมตัวรับมือไว้ก่อนไหม”

“ถ้าพรุ่งนี้พวกเขาทำแบบนั้นจริงๆ แผนกฉุกเฉินของเราจะเสียเปรียบเอานะครับ!”

หลังจากเล่าจบ จวงซู่ก็บอกความกังวลของตัวเองออกมา และเตือนให้หลินอี้เตรียมตัวรับมือแต่เนิ่นๆ

ตอนนี้จวงซู่ถือว่าตัวเองเป็นคนของแผนกฉุกเฉินเต็มตัวแล้ว ไม่ว่าจะทำอะไร เขาก็จะนึกถึงผลประโยชน์ของแผนกฉุกเฉินเป็นหลัก...

“เตรียมตัวอะไรล่ะ”

“ก็แค่พวกตัวตลก ไม่เห็นจะน่าสนใจตรงไหน!”

หลินอี้ด่าอย่างไม่สบอารมณ์

จากที่จวงซู่เล่ามา นอกจากหลิวเฉาหรานแห่งแผนกศัลยกรรมทั่วไปแล้ว เขาไม่คิดว่าจะมีหมอคนไหนที่มีอคติกับเขามากขนาดนี้

“พวกเราเป็นหมอ หน้าที่คือรักษาคนไข้ สุดท้ายแล้วก็ต้องวัดกันที่ฝีมือทางการแพทย์ของตัวเอง”

“พวกที่ชอบเล่นนอกลู่นอกทางแบบนี้ ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่หรอก...”

เพื่อให้จวงซู่นอนหลับอย่างสบายใจ และเก็บแรงไว้ลุยงานในวันพรุ่งนี้ หลินอี้จึงพูดปลอบใจอีกสองสามประโยค ก่อนจะจบการสนทนา

ขอเพียงบุคลากรของแผนกฉุกเฉินทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน...

บวกกับความเชื่อใจจากผู้บริหารโรงพยาบาลอย่างหัวหน้าแผนกเหลียง และผู้นำท้องถิ่นอย่างผู้อำนวยการจาง หลินอี้ก็ถือว่าอยู่ในจุดที่ไม่มีวันพ่ายแพ้แล้ว เขาไม่กลัวใครมาเล่นตุกติกหรอก

ยิ่งไปกว่านั้น!

ในพื้นที่ภัยพิบัติที่ระบบสาธารณสุขล้าหลังแบบนี้ หลินอี้ยังมีระบบสุดโกงติดตัวมาด้วย...

เขาไม่กลัวคำท้าทายจากใครหน้าไหนทั้งนั้น

ชาวบ้านผู้ประสบภัยที่ซื่อสัตย์ ย่อมให้ความสำคัญกับทักษะการรักษาที่แท้จริงของหมอมากกว่าสิ่งอื่นใด

ถ้ารักษาคนไข้ไม่ได้ หาสาเหตุของโรคไม่เจอ อย่างอื่นก็เปล่าประโยชน์!

...

“ป้า จะไปไหนกันเนี่ย ไปช่วยคนเหรอ”

เจ็ดโมงเช้า

หม่าฟู่กุ้ยที่เฝ้าไข้อดหลับอดนอนมาทั้งคืนที่สถานีอนามัย เพิ่งจะกลับบ้านไปทำไข่ดาวน้ำเชื่อมน้ำตาลทรายแดงเตรียมจะเอาไปให้ภรรยา...

พอเดินออกจากซอย เขาก็เห็นกลุ่มผู้หญิงและคนแก่กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายเดินไปทางเดียวกัน

ดูจากการแต่งตัวและของที่ถืออยู่ในมือ ก็ไม่น่าจะใช่การไปช่วยคน หม่าฟู่กุ้ยที่สงสัยจึงเดินเข้าไปถามในกลุ่มคน

“พี่หม่า ไม่ได้ไปช่วยคนหรอกจ้ะ”

“เมื่อคืนหมอเทวดาน้อยหลินอี้ยุ่งมาค่อนคืน ฝ่าฝนไปช่วยชีวิตอาจารย์ใหญ่หวังกลับมาได้ พอชาวบ้านรู้ข่าว ก็เลยจะไปขอบคุณเขาที่สถานีอนามัยน่ะสิ”

“แล้วก็มีบางคนที่เป็นโรคเรื้อรังมานาน จะไปให้หมอเทวดาน้อยตรวจดูอาการให้ด้วย...”

เมื่อเห็นว่าเป็นหม่าฟู่กุ้ยคนกันเอง ป้าหวังก็รีบเล่าเรื่องราวความมหัศจรรย์ของหลินอี้เมื่อคืนนี้อย่างออกรสออกชาติ...

จบบทที่ EP 308: 【อ่านฟรี!】 หมอที่เล่นนอกลู่นอกทาง ไม่มีวันได้ขึ้นเวทีใหญ่!

คัดลอกลิงก์แล้ว