เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 ภาพลักษณ์ของเขากลับยิ่งใหญ่

บทที่ 41 ภาพลักษณ์ของเขากลับยิ่งใหญ่

บทที่ 41 ภาพลักษณ์ของเขากลับยิ่งใหญ่


หลีชิงจื้อนำถ้อยคำเหล่านั้นไปเขียนเป็นความคิดหรือคำกล่าวของจูเฉียนในหนังสือ ทุกครั้งที่จูเฉียนอ่าน เขาจะตบโต๊ะร้องชมไม่ขาดปาก รู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในใจของตน ล้วนถูกหลีชิงจื้อถ่ายทอดออกมาได้หมดสิ้น

หลีชิงจื้อ “...”

หากพิจารณาจากประสบการณ์ที่จูเฉียนเล่าให้ฟัง จูเฉียนในตอนนั้นไม่มีทางมีความคิดเช่นนี้แน่นอน

ความคิดของจูเฉียนในเวลานั้นเรียบง่ายมาก นั่นก็คืออยากมีเงิน

แต่ในเมื่อกำลังเขียนหนังสือให้ผู้ว่าจ้าง ก็ย่อมต้องเขียนให้ผู้ว่าจ้างดูดีเป็นธรรมดา!

จูเฉียนในหนังสือของเขา กลายเป็นแบบอย่างของผู้ไม่ย่อท้ออย่างแท้จริง

เวลานี้ หลีชิงจื้อจึงเขียนเรื่องราวทำนองเดียวกันเพิ่มเข้าไป โดยคร่าว ๆ คือบรรดาคนรับใช้ที่ทำงานร่วมกับจูเฉียนต่างหัวเราะเยาะ คิดว่าความฝันของจูเฉียนที่อยากเป็นเศรษฐีนั้นเป็นเพียงความเพ้อฝัน ส่วนจูเฉียนกลับเชื่อมั่นในตนเองอย่างแน่วแน่ และยินดีทุ่มเทเพื่อความฝันนั้น

ขณะที่หลีชิงจื้อกำลังเขียน จูเฉียนก็เดินเข้ามาจากด้านนอก

หลายวันที่ผ่านมา จูเฉียนยุ่งมาก แม้จะพอใจกับหนังสือที่หลีชิงจื้อเขียนอย่างยิ่ง แต่ก็ไม่มีเวลามาพูดคุยกับหลีชิงจื้อมากนัก

วันนี้ในที่สุดเขาก็พอมีเวลาว่าง จึงหยิบต้นฉบับที่หลีชิงจื้อเขียนไว้ก่อนหน้านี้ออกมาอ่านอีกครั้ง ยิ่งอ่านก็ยิ่งคันไม้คันมือ อยากรู้เหลือเกินว่าหลังจากนั้นตัวเองทำอะไรต่อ ทั้งที่หลีชิงจื้อเขียนเรื่องราวชีวิตของเขาแท้ ๆ แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด สิ่งที่หลีชิงจื้อเขียนออกมากลับให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป

“คุณชายหลี” จูเฉียนเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม ก่อนถามว่ามีต้นฉบับที่เพิ่งเขียนเสร็จหรือไม่

หลีชิงจื้อยื่นต้นฉบับที่เขียนในวันนี้ให้จูเฉียน

จูเฉียนอ่านจนจบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เขาจะออกไปทำการค้า เขาเคยถูกคนรับใช้คนอื่นหัวเราะเยาะ และยังทะเลาะกับคนเหล่านั้นด้วย ตอนนั้นในใจเขามีแต่ความคิดอยากประสบความสำเร็จ เพื่อให้คนที่ดูถูกเขาได้เห็นว่าเขาเก่งเพียงใด...แต่เมื่อหลีชิงจื้อนำเรื่องนี้มาเขียน ภาพลักษณ์ของเขากลับยิ่งใหญ่ขึ้นในทันที!

ตัวเขาในหนังสือไม่ได้ด่าทอกลับคนเหล่านั้น หากแต่คิดว่า คนที่ไม่คิดเปลี่ยนแปลงตนเอง ย่อมเป็นได้เพียงบ่าวรับใช้ตลอดชีวิต...

ใช่แล้ว เขาคิดเช่นนี้จริง ๆ!

“คุณชายหลี เนื้อหาส่วนต่อจากนี้ ท่านช่วยเขียนให้เร็วขึ้นได้หรือไม่?” จูเฉียนถาม

“นายท่านจู ข้าเพิ่งหายจากอาการป่วยหนัก...” หลีชิงจื้อยิ้มเจื่อน

ที่จริงหากจะเร่งความเร็วในการเขียนก็ทำได้ ทุกวันนี้เขาเขียนได้วันละสี่พันอักษรไม่มีปัญหา

แต่หากทำเช่นนั้น เขาจะเหนื่อยมาก อีกทั้งเมื่อเขียนเร็วเกินไป ก็จะไม่สามารถอาศัยการเขียนหนังสือมาฝึกลายมือได้

จูเฉียนมองใบหน้าที่แทบไม่มีเนื้อของหลีชิงจื้อ ก็รู้สึกว่าคำขอของตนออกจะมากเกินไปจริง ๆ

ตามที่บุตรชายของเขาบอก...แม้แต่บุตรชายของเขานั่งเขียนทั้งวัน ก็ยังเขียนบทความได้เพียงหนึ่งพันอักษรเท่านั้น ส่วนหลีชิงจื้อเขียนได้วันละสามพันอักษร นับว่ามากแล้วจริง ๆ!

“คุณชายหลี วันนี้สวนของบ้านข้าส่งแม่ไก่แก่เข้ามาหลายตัว อีกเดี๋ยวข้าจะให้คนตุ๋นให้ท่านหนึ่งตัว ท่านกินเสีย จะได้บำรุงร่างกาย” จูเฉียนกล่าว

“ขอบพระคุณนายท่านจู!” หลีชิงจื้อกล่าวด้วยสีหน้าซาบซึ้ง “นายท่านจูช่างมีเมตตายิ่ง!”

จูเฉียนมองหลีชิงจื้อ แล้วก้มมองต้นฉบับในมือ...หลีชิงจื้อเขียนถึงเขาได้ดีถึงเพียงนี้ แสดงว่าคงให้ความเคารพเขาอย่างมาก...เช่นนั้นสิ่งตอบแทนที่เขามอบให้หลีชิงจื้อ จะน้อยเกินไปหรือไม่?

ในเวลาเดียวกัน ภายในสำนักศึกษาของซิ่วไฉหลี่ จูสวินเหมี่ยวก็รู้สึกว่าบิดาของตนจ่ายค่าตอบแทนให้คุณชายหลีน้อยเกินไปเช่นกัน

หลังจากจูเฉียนพูดเรื่องให้คัดลอกต้นฉบับ จูสวินเหมี่ยวก็นำต้นฉบับลายมือของหลีชิงจื้อบางส่วนติดตัวมาที่สำนักศึกษา เพื่อขอให้สหายร่วมสำนักคนหนึ่งช่วยคัดลอก

ในสำนักศึกษาของซิ่วไฉหลี่ มีนักเรียนจำนวนมากที่มาจากครอบครัวฐานะปานกลาง ในหมู่นักเรียนเหล่านั้น บางคนหลีกเลี่ยงเขาและไม่คบค้าสมาคมกับเขา แต่ก็มีบางคนคอยตีสนิทและพยายามประจบเอาใจ หวังจะได้รับผลประโยชน์บางอย่าง

สหายร่วมสำนักผู้นี้ก็เป็นอย่างหลัง

ตอนนั้นเขาขอให้สหายร่วมสำนักช่วยคัดลอกต้นฉบับ อีกฝ่ายก็ตอบตกลงทันที ทั้งที่หากคิดตามราคาค่าจ้างในปัจจุบัน การคัดลอกหนังสือสามพันอักษร ย่อมได้ค่าจ้างราวหนึ่งเฉียนเงิน

เงินที่ผู้เขียนหนังสือได้รับ กลับเท่ากับเงินที่ผู้คัดลอกต้นฉบับได้รับ!

ในช่วงสองสามวันแรก จูสวินเหมี่ยวเพียงรู้สึกว่าบัณฑิตหลีผู้นี้เขียนเรื่องราวประสบการณ์ของบิดาเขาออกมาได้สมจริงและซาบซึ้ง จนทุกครั้งที่อ่านก็รู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่ง แต่หลังจากนั้น...

ในหนังสือกลับเริ่มปรากฏถ้อยคำบางอย่างที่ทำให้จิตใจของเขาสั่นสะเทือน!

แม้ถ้อยคำเหล่านั้นจะเป็นเพียงภาษาพูดที่เข้าใจง่าย แต่เมื่ออ่านแล้ว เขากลับรู้สึกขึ้นมาทันทีว่าตนเองยังพยายามไม่มากพอ

ตอนที่บิดาของเขาทำสัญญาขายตัวไปเป็นบ่าวรับใช้ ยังมุ่งมั่นพยายามเพื่ออนาคตเพียงนั้น แล้วตัวเขาเล่า?

เขาไม่เคยต้องกังวลเรื่องกินอยู่ แต่เวลาเล่าเรียนกลับไม่เคยทุ่มเทอย่างเต็มที่ เอาแต่คิดจะอู้งานอยู่เสมอ

สิ่งที่หลีชิงจื้อเขียนในช่วงหลายวันนี้ จูสวินเหมี่ยวอ่านทบทวนซ้ำหลายรอบ และทุกครั้งที่อ่านจบ เวลาศึกษาหนังสือเขาก็จะตั้งใจมากขึ้น

ถึงขั้นไม่อยากให้ผู้อื่นช่วยคัดลอกต้นฉบับอีก แต่อยากคัดลอกด้วยตนเอง

แต่ทุกวันพอไปถึงสำนักศึกษา สหายร่วมสำนักที่ช่วยคัดลอกต้นฉบับให้เขา ก็จะรีบมาขอต้นฉบับจากเขาเป็นคนแรก...

เวลานี้ นักเรียนในสำนักศึกษาเพิ่งรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ

คนที่ช่วยจูสวินเหมี่ยวคัดลอกต้นฉบับมีแซ่สวี นามว่าฉี่เฟย

ซิ่วไฉหลี่รับศิษย์ไว้ถึงเจ็ดสิบคน จึงไม่มีทางสอนได้ทั่วถึง สวีฉี่เฟยได้อ่านต้นฉบับที่หลีชิงจื้อเขียนอย่างเปิดเผยตั้งแต่ช่วงเช้าแล้ว ทั้งยังคัดลอกไว้บางส่วน พอถึงเวลาพักกลางวันก็เอ่ยกับจูสวินเหมี่ยวด้วยความตื่นเต้นว่า “พี่จู บิดาของท่านช่างมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริง ๆ! ไม่แปลกเลยที่สามารถสร้างทรัพย์สินมหาศาลได้!”

ก่อนหน้านี้ ตอนที่จูสวินเหมี่ยวขอให้สวีฉี่เฟยช่วยคัดลอกหนังสือ เขาไม่ได้กล่าวถึงหลีชิงจื้อมากนัก

ทั้งนี้ก็เพื่อประโยชน์ของหลีชิงจื้อ เพราะอย่างไรเสีย การรับเขียนหนังสือให้พ่อค้าก็มิใช่เรื่องน่ายกย่องนัก

ตอนนั้นจูสวินเหมี่ยวเพียงบอกสวีฉี่เฟยว่า นี่เป็นต้นฉบับที่บิดาของเขาเล่าเอง แล้วจ้างผู้อื่นเรียบเรียงถ้อยคำให้

ดังนั้น ในสายตาของสวีฉี่เฟย หนังสือเล่มนี้จึงเป็นประสบการณ์จริงของจูเฉียน

สวีฉี่เฟยชื่นชอบหนังสือเล่มนี้เป็นอย่างมาก ถึงกับตบโต๊ะร้องชมหลายครั้ง และยังแสดงความชื่นชมที่มีต่อนายท่านจูให้จูสวินเหมี่ยวฟังอยู่บ่อย ๆ

จูสวินเหมี่ยวเองก็ไม่รู้ว่าควรอธิบายอย่างไร

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นจากประสบการณ์ของบิดาเขาจริง แต่หลักคิดและเหตุผลต่าง ๆ ที่อยู่ภายในนั้น...ไม่มีทางเป็นสิ่งที่บิดาของเขาจะคิดหรือกล่าวออกมาได้เด็ดขาด!

ท่านหลีนั่น แม้ภายนอกจะดูผอมบางและธรรมดา แต่แท้จริงแล้วกลับเป็นผู้มีความสามารถยิ่ง!

และเรื่องนี้ เพียงดูจากลายมือของท่านหลีก็มองออกได้

จูสวินเหมี่ยวเคยรังเกียจลายมือของหลีชิงจื้อ แต่ผ่านไปเพียงสิบวัน ลายมือของหลีชิงจื้อก็ดีขึ้นกว่าก่อนอย่างมาก

จากเรื่องนี้ก็เห็นได้ว่า ก่อนหน้านี้ที่ลายมือของหลีชิงจื้อไม่ดี เป็นเพราะล้มป่วยจริง ๆ

บัดนี้ท่านหลียังคงผอมอยู่ ร่างกายก็ยังไม่หายดี แต่กลับสามารถเขียนหนังสือได้วันละสามพันอักษร อีกทั้งลายมือยังมั่นคงขึ้นทุกวัน...ท่านหลีมิใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน!

“พี่จู พี่สวี พวกท่านกำลังคุยอะไรกันหรือ?” สหายคนหนึ่งของจูสวินเหมี่ยวถามขึ้นด้วยความสงสัย ช่วงหลายวันนี้จูสวินเหมี่ยวไม่ค่อยคลุกคลีกับพวกเขาเหมือนแต่ก่อน กลับสนิทสนมกับสวีฉี่เฟยมากกว่า

จูสวินเหมี่ยวยังไม่ทันได้ตอบ สวีฉี่เฟยก็กล่าวขึ้นว่า “ข้ากำลังแสดงความชื่นชมที่มีต่อบิดาของพี่จู”

สหายของจูสวินเหมี่ยวรู้สึกไม่เข้าใจ ในอำเภอฉงเฉิงแห่งนี้ จะมีผู้ใดไม่รู้ว่าจูเฉียนเคยขายตัวเป็นบ่าวรับใช้มาก่อน?

ยิ่งไปกว่านั้น ในเมืองยังมีข่าวลือที่ไม่ค่อยดีเกี่ยวกับจูเฉียนอยู่ไม่น้อย เช่นว่าเขาเห็นแก่ผลประโยชน์เป็นที่สุด...ต่อให้สวีฉี่เฟยจะยากจน เขาก็ยังเป็นบัณฑิตผู้มีความรู้ไม่น้อย แล้วเหตุใดจึงชื่นชมจูเฉียนได้?

จูสวินเหมี่ยวมองออกว่าสหายของตนกำลังฉงน จึงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งอัตชีวประวัติของบิดาที่คัดลอกเสร็จแล้วให้อีกฝ่าย ด้วยเหตุนี้ ตลอดช่วงบ่ายระหว่างที่ซิ่วไฉหลี่กำลังสอนหนังสือ สหายของจูสวินเหมี่ยวจึงเอาแต่อ่านหนังสือเล่มนั้น

โชคดีที่ซิ่วไฉหลี่ไม่ได้เข้มงวดกับเรื่องนี้ ศิษย์มีตั้งมากมาย อีกทั้งระดับความก้าวหน้าในการเรียนของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน ต่อให้คิดจะดูแลก็ทำได้ไม่ทั่วถึง

เมื่อสหายของจูสวินเหมี่ยวอ่านจบ... “พี่จู ข้าอยากเข้าพบนายท่านจู!”

จูสวินเหมี่ยว “...”

“ก่อนหน้านี้ข้ามัวแต่สงสารชะตาชีวิตตนเอง โทษว่าตนไม่ได้เกิดในตระกูลบัณฑิต แต่ตอนนี้คิดดูแล้ว จุดเริ่มต้นของข้านับว่าดีกว่ามาก!” สหายของจูสวินเหมี่ยวกล่าวด้วยสีหน้าเปี่ยมความรู้สึก

บิดาของเขาเองก็เป็นพ่อค้า เช่นเดียวกับจูสวินเหมี่ยว เขาจึงมักถูกคนจากตระกูลบัณฑิตดูแคลน

ก่อนหน้านี้เขาอัดอั้นคับข้องใจอยู่เต็มอก แต่หลังจากได้อ่านหนังสือของจูเฉียน...เขาจึงตระหนักว่าตนเองใจคับแคบเกินไป!

เขายังอยากอ่านเรื่องราวต่อจากนั้นอีก...จึงถามขึ้นว่า “จริงสิ พี่จู หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อ?”

จูสวินเหมี่ยวเองก็อยากรู้เช่นกันว่า หลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นต่อ

จบบทที่ บทที่ 41 ภาพลักษณ์ของเขากลับยิ่งใหญ่

คัดลอกลิงก์แล้ว