เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 ชาติก่อน

บทที่ 10 ชาติก่อน

บทที่ 10 ชาติก่อน


ตอนที่คนอื่นมาบอกนาง หลีเหล่าเกินก็เสียเงินไปกว่าหนึ่งพวงอีแปะแล้ว นางร้องไห้อยู่ครั้งหนึ่ง สุดท้ายก็ได้แต่นำเงินไปใช้หนี้แทนหลีเหล่าเกิน หลีเหล่าเกินสาบานว่าจะไม่เล่นการพนันอีก แต่พอถูกคนในหมู่บ้านที่หวังร้ายยุยง เขาก็กลับไปเล่นการพนันอีกครั้ง...

ต่อมา คนที่ปล่อยเงินกู้ให้หลีเหล่าเกินก็มาทวงหนี้ถึงบ้าน บอกว่าหลีเหล่าเกินเป็นหนี้พวกเขากว่าสิบพวงอีแปะแล้ว ให้เอาที่ดินหนึ่งหมู่มาชดใช้หนี้ ส่วนหลีเหล่าเกินก็เอาแต่พูดว่าที่ดินผืนนั้นเป็นของตน ควรเอามาใช้หนี้ให้ตน คนที่ปล่อยเงินกู้ให้หลีเหล่าเกิน แท้จริงแล้วหมายตาที่ดินของครอบครัวพวกนาง!

สุดท้ายบิดาของนางเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ โดยใช้เงินห้าสิบตำลึงซื้อที่ดินสองหมู่ของครอบครัวพวกนาง เงินห้าสิบตำลึงนั้นครึ่งหนึ่งให้หลีเหล่าเกิน อีกครึ่งหนึ่งนางเป็นผู้เก็บไว้ หลังจากนั้นบิดายังพานางกลับบ้านสกุลจิน ตั้งใจจะหาครอบครัวใหม่ให้นางแต่งงานอีกครั้ง

แม้นางจะเคยแต่งงานมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในหมู่บ้านก็ยังไม่ยากที่จะออกเรือนใหม่ เพราะครอบครัวของนางมีฐานะอยู่บ้าง อีกทั้งนางยังเพิ่งได้เงินยี่สิบห้าตำลึง จึงยังมีบุรุษที่ไม่เคยแต่งงานอีกมากอยากแต่งกับนาง แต่บุรุษเหล่านั้นต่างก็ยากจนกว่าอีกทั้งยังหน้าตาอัปลักษณ์

นางรออยู่สองปี จึงเลือกแต่งกับครอบครัวที่นับว่าใช้ได้ครอบครัวหนึ่ง หลังจากนั้นชีวิตก็ไม่ต่างจากหญิงชาวบ้านทั่วไป และก็เป็นช่วงเวลานั้นเองที่หลีชิงจื้อกลับมา

ตอนนั้นนางแต่งงานใหม่ไปแล้ว ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะไปสนใจหลีชิงจื้อ ส่วนหลีเหล่าเกิน... หลังจากเล่นการพนันจนเสียเงินหมด เขาก็กลับไปอาศัยอยู่กับน้องชายอีกครั้ง และไม่นานก็เสียชีวิต ตอนนั้นเขาตายมาแล้วกว่าสามปี.

หลีชิงจื้อถูกชาวบ้านพาส่งกลับมายังบ้านสกุลหลี และในคืนนั้นเองเขาก็สิ้นลมหายใจ

หลังจากนั้นนางก็ใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านมาตลอด แต่งงาน มีลูก ต้องตรากตรำทำงานสารพัด ส่วนจินเสี่ยวเยี่ย หลังแต่งงานกับเหยาเจิ้นฟู่กลับมีชีวิตที่แตกต่างจากนางโดยสิ้นเชิง

เหยาเจิ้นฟู่หน้าตาอัปลักษณ์ก็จริง แต่บ้านสกุลเหยามั่งคั่ง!

ที่ดินในแคว้นเจียงหนานมีราคาสูง โดยเฉพาะนาน้ำยิ่งมีราคาแพง แต่บ้านสกุลเหยามีนาน้ำถึงสิบหมู่ ยามฤดูทำนา บิดาเหยาต้องจ้างคนมาช่วยไถนา บิดาเหยายังมีเรืออีกหนึ่งลำ!

ช่วงสองสามปีแรกหลังจินเสี่ยวเยี่ยแต่งงานกับเหยาเจิ้นฟู่ ชีวิตก็ธรรมดาทั่วไป แต่ราวสองปีหลังหลีชิงจื้อเสียชีวิต เหยาเจิ้นฟู่ก็พาจินเสี่ยวเยี่ยย้ายเข้าไปอยู่ในอำเภอและเริ่มค้าขาย รายละเอียดเป็นอย่างไรนางไม่ค่อยทราบ รู้เพียงว่าบ้านสกุลเหยาหาเงินได้มากมายในอำเภอ ทั้งยังซื้อบ้านและซื้อเรือใหญ่ถึงสองลำ

บุตรชายของจินเสี่ยวเยี่ยเข้าเรียนที่สำนักศึกษาตั้งแต่เล็ก และสอบได้เป็นซิ่วไฉ ส่วนบุตรสาวก็สวมทองประดับเงินและได้แต่งงานกับครอบครัวที่ดี

แม้แต่น้องชายของจินเสี่ยวเยี่ยอย่างจินเสี่ยวซู่ก็ยังซื้อเรือเป็นของตนเองได้ มีหน้ามีตากว่าน้องชายของนางไม่รู้เท่าใด จินเสี่ยวเยี่ยได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อนางไปหาจินเสี่ยวเยี่ย อีกฝ่ายกลับไม่ยอมสนใจนางแม้แต่น้อย

ตอนนั้นนางเสียใจจนแทบทนไม่ได้ เสียใจที่ครั้งนั้นดึงดันจะแต่งกับหลีชิงจื้อ แทนที่จะเลือกเหยาเจิ้นฟู่

จากนั้นนางก็ได้ย้อนกลับมา ย้อนกลับมายังช่วงที่บิดาของจินเสี่ยวเยี่ยบอกบิดาของนางว่าเห็นเหยาเจิ้นฟู่มีหญิงคนรักอยู่ในอำเภอ ชาติก่อนนางโกรธมาก แต่ชาตินี้... เมื่อเทียบกับการไม่มีพอกินไม่มีพอใช้แล้ว เหยาเจิ้นฟู่จะมีหญิงคนรักอยู่ในอำเภอแล้วอย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น หญิงคนนั้นอาจไม่มีตัวตนอยู่จริงก็ได้! ชาติก่อนต่อมาเหยาเจิ้นฟู่ร่ำรวยถึงเพียงนั้น ก็ยังไม่ได้รับอนุเลย

บางทีครอบครัวของจินเสี่ยวเยี่ยอาจเห็นนางได้ดีไม่ได้ จึงตั้งใจพูดเช่นนั้นกับนาง!

ชาตินี้นางไม่ได้อาละวาดว่าจะแต่งกับหลีชิงจื้ออีก และยังคงแต่งงานกับเหยาเจิ้นฟู่ดังเดิม

ส่วนจินเสี่ยวเยี่ย... ไหนจินเสี่ยวเยี่ยชอบหลีชิงจื้อมาตลอดไม่ใช่หรือ? ถ้าเช่นนั้นก็ให้จินเสี่ยวเยี่ยแต่งกับหลีชิงจื้อเสีย!

นางไม่รู้ว่าชาติก่อนเหตุใดหลีชิงจื้อจึงจากไป และภายหลังเหตุใดจึงกลับมาทั้งที่เหลือลมหายใจรวยริน แต่เรื่องที่หลีชิงจื้อไม่มีความรู้สักเท่าไรแล้วยังชอบโอ้อวดว่าตนเองเก่งกาจ ทำให้นางไม่เคยลืมเลือน นางจึงหาทางเปิดโปงหลีชิงจื้อ จนชาวบ้านต่างรู้กันว่าที่แท้หลีชิงจื้อไม่ได้มีความรู้มากมายอย่างที่กล่าวอ้าง

หลังจากนั้นนางก็ไม่ได้ทำอะไรอีก แต่บิดาของนางกลับแนะนำงานที่ร้านขายข้าวให้หลีชิงจื้ออีกครั้ง แล้วหลีชิงจื้อก็หายตัวไปอีก...

นางคิดว่าหลังหลีชิงจื้อหายตัวไป จินเสี่ยวเยี่ยคงเดินซ้ำรอยนาง ถูกหลีเหล่าเกินรังแก แล้วแต่งงานใหม่กับชายชาวบ้านธรรมดา แต่กลับไม่คาดคิดว่าจินเสี่ยวเยี่ยจะควบคุมหลีเหล่าเกินไว้ได้ ทั้งยังให้กำเนิดบุตรถึงสองคน และใช้ชีวิตต่อมาเช่นนั้น

ยิ่งไปกว่านั้น นางไม่เคยคิดเลยว่าหลังหลีชิงจื้อกลับมา จินเสี่ยวเยี่ยจะเชิญหมอมารักษาเขา และหลังจากหลับใหลอยู่สองวัน หลีชิงจื้อกลับฟื้นขึ้นมา

แม้แต่หลีเหล่าเกินที่เดิมควรตายไปนานแล้ว เวลานี้ก็ยังมีชีวิตอยู่

แต่ถึงหลีชิงจื้อจะไม่ตาย ชีวิตของจินเสี่ยวเยี่ยในภายหน้าก็ไม่มีทางสุขสบายแน่นอน

ต่อให้หลีชิงจื้อหางานเป็นผู้ดูแลบัญชีในอำเภอได้อีกครั้ง... ตอนนั้นเหยาเจิ้นฟู่ถึงกับจ้างเถ้าแก่และผู้ดูแลบัญชีมาช่วยดูแลกิจการของตน! ได้ยินว่าตอนนั้น เสื้อผ้าชุดหนึ่งของจินเสี่ยวเยี่ยมีราคาถึงยี่สิบพวงอีแปะ!

แต่ชาตินี้ คนที่สวมเสื้อผ้าราคายี่สิบพวงอีแปะจะเป็นนาง เมื่อคิดเช่นนี้ จินโม่ลี่ก็อารมณ์ดีขึ้นมาก

แต่ทันทีที่กลับถึงบ้าน ก็ได้ยินแม่สามีพูดขึ้นว่า

“คนขี้เกียจอย่างเจ้าไปมัวอยู่ที่ใดมา? งานในบ้านมีตั้งมากมาย มองไม่เห็นหรือว่าต้องทำ!”

สีหน้าของจินโม่ลี่เปลี่ยนไปทันที รีบไปทำงานโดยไม่กล้าชักช้า อีกเพียงสองปี นางก็จะได้ย้ายเข้าไปอยู่ในอำเภอแล้ว อดทนอีกหน่อย!

จินเสี่ยวเยี่ยได้ยินเสียงดุอันทรงพลังของมารดาเหยาดังมาจากบ้านข้าง ๆ ก็รู้สึกพูดไม่ออก ก่อนแต่งงาน จินโม่ลี่เป็นคนอารมณ์ไม่ดีนัก ทั้งยังไม่ชอบทำงาน นึกไม่ถึงว่าหลังแต่งงาน ต่อให้ถูกด่าก็ไม่โต้ตอบสักคำ แถมยังทำงานทุกอย่างอีกด้วย หากเป็นนาง นางไม่มีทางเชื่อฟังถึงเพียงนี้แน่นอน

จินเสี่ยวเยี่ยไม่เข้าใจ ทั้งที่จินโม่ลี่มีลุงใหญ่คอยหนุนหลัง เหตุใดชีวิตถึงยังเป็นเช่นนี้

แต่นางคร้านจะสนใจ หลังจากจัดการงานจุกจิกในมือเสร็จแล้ว ก็กลับเข้าไปพักในห้อง พร้อมหยิบพัดใบลานมาพัดคลายร้อนให้ตนเอง

ขณะนั้นหลีต้าเหมาและหลีเอ้อร์เหมาหลับไปแล้ว แต่ยังหลับไม่สนิท ทั้งสองยกมือขึ้นเกาตัวเป็นระยะ

เด็กเล็กมักถูกยุงกัดง่าย ตามตัวของเด็กทั้งสองมีตุ่มยุงกัดน้อยใหญ่เต็มไปหมด บางแห่งยังถูกเกาจนผิวหนังถลอก เด็กทั้งสองหลับแล้ว แต่หลีชิงจื้อยังไม่หลับ วันนี้อาการของเขาดีขึ้นเล็กน้อย จึงเอ่ยพูดกับจินเสี่ยวเยี่ยด้วยเสียงแผ่วเบา

แม้เขาจะมีความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม แต่เจ้าของร่างเดิมกับจินเสี่ยวเยี่ยแยกจากกันมาห้าปีแล้ว

เขารู้ว่าจินเสี่ยวเยี่ยต้องเลี้ยงดูลูกเพียงลำพัง ชีวิตย่อมไม่ง่ายนัก คำพูดของจินเสี่ยวซู่ในวันนี้ก็พิสูจน์เรื่องนี้แล้ว เขาจึงอยากรู้เรื่องราวของนางให้มากขึ้นอีก

จินเสี่ยวเยี่ยไม่ใช่คนช่างพูด แต่เมื่อหลีชิงจื้อถาม นางก็ตอบ ทั้งยังไม่ปิดบังแม้แต่น้อย ทำให้หลีชิงจื้อพอเข้าใจความเป็นอยู่ของนางตลอดหลายปีที่ผ่านมา หมู่บ้านของพวกเขาอยู่ห่างจากอำเภอไม่ไกล มีระยะทางเพียงสิบลี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเข้าอำเภอเฉพาะช่วงเทศกาลหรือวันสำคัญเท่านั้น บางคนกระทั่งตลอดทั้งปีก็ยังไม่เคยเข้าอำเภอสักครั้ง พวกเขาหวาดกลัวสถานที่แห่งนั้นจากก้นบึ้งของหัวใจ จึงไม่กล้าเหยียบย่างเข้าไป

แต่จินเสี่ยวเยี่ยเป็นคนใจกล้า หลังจากรู้ว่าหลีเหล่าเกินติดหนี้คนอื่นกว่าหนึ่งพวงอีแปะ นางก็ตัดสินใจพกไข่ไก่ที่เก็บสะสมไว้ในบ้าน รวมทั้งหอยขมน้ำจืดที่หลีเหล่าเกินงมหามาจากแม่น้ำ แล้วพาหลีเหล่าเกินเข้าอำเภอไปด้วยกัน

แท้จริงแล้วในอำเภอมีคนขายผักและขายไข่ไก่อยู่ไม่น้อย คนที่มีเรือและมีหัวด้านการค้าจะรับซื้อผักกับไข่ไก่จากชนบท แล้วพายเรือตระเวนร้องขายในอำเภอ บางคนในเมืองก็หาเลี้ยงชีพด้วยวิธีนี้

จินเสี่ยวเยี่ยไม่มีแม้แต่เรือสักลำ จึงขนของไปได้ไม่มาก ขายเพียงไข่ไก่กับหอยขมน้ำจืดเล็กน้อย หาเงินได้เพียงไม่กี่อีแปะ แต่หนี้กว่าหนึ่งพวงอีแปะ เมื่อนับรวมแล้วก็มีเพียงหนึ่งพันกว่าอีแปะ ขอเพียงนางขยันอีกสักหน่อยก็หาได้ อีกทั้งเวลานั้นนางกำลังตั้งครรภ์ บางคนเห็นนางน่าสงสารก็ยอมซื้อของจากนาง

นางจึงค่อย ๆ เก็บหอมรอมริบทีละอีแปะ ในที่สุดก็เก็บเงินได้พอใช้หนี้จนหมด และยังได้รู้จักผู้คนบางส่วนในอำเภอ

จบบทที่ บทที่ 10 ชาติก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว