เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 เชี่ย? ใครน่ะ?

บทที่ 27 เชี่ย? ใครน่ะ?

บทที่ 27 เชี่ย? ใครน่ะ?


ลมบนภูเขาค่อนข้างแรงทีเดียว

หวังไห่ชูโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ซูมรูปซาลาเปาเข้าซูมออก ซูมออกแล้วก็ซูมเข้า

เขาเทียบกับยอดเขาที่อยู่ตรงหน้าอยู่นานสองนาน

"ไม่ใช่สิ แม่งเอ๊ย สรุปแล้วมันอยู่ที่ไหนกันแน่วะเนี่ย?"

จ้าวหู่นั่งยองๆ อยู่บนหินก้อนใหญ่ เหนื่อยจนหอบแฮ่ก

"ฉันว่านะพวกนาย พวกเราปีนเขากันมาจะชั่วโมงนึงแล้วนะ ยังไม่เห็นแม้แต่เงาซาลาเปาเลย"

หลี่เจี้ยนกั๋วเกาะลำต้นไม้ไว้ ใบหน้าซีดเผือด

"ถ้าเมียฉันรู้ว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ฉันไม่ยอมอยู่เป็นเพื่อน แต่ดันวิ่งมาหาซาลาเปาในป่าเขาถิ่นทุรกันดารแบบนี้ล่ะก็ เธอต้องบิดหัวฉันหลุดออกไปเตะเป็นลูกบอลแน่ๆ"

"เอาล่ะๆ เลิกบ่นได้แล้ว"

หวังไห่ปาดเหงื่อ แล้วกดเปิดรูปนั้นขึ้นมาอีกครั้ง

"พวกนายดูสิ ในพื้นหลังนี่มีภูเขา มีต้นไม้ แล้วก็ยังมี......เอ๊ะ! พวกนายดูตรงนี้สิ!"

เขายื่นโทรศัพท์มือถือไปจ่อตรงหน้าทั้งสองคน

"สีของโขดหินด้านหลังนี้ มันคล้ายกับตรงที่พวกเราเพิ่งเดินผ่านมาเมื่อกี้หรือเปล่า?"

จ้าวหู่หรี่ตาเพ่งมองอยู่นาน

"เหมือนจะคล้ายอยู่นะ แต่หินตามทางที่เดินมามันก็หน้าตาแบบนี้ทั้งนั้นแหละ!"

"ไม่ถูกสิ พวกนายดูหินก้อนนี้ มันมีรอยแหว่ง เหมือนรอยหมาแทะเลย!"

หวังไห่ยิงพูดยิ่งตื่นเต้น

"เมื่อกี้ตอนที่เดินผ่านฉันตั้งใจมองดูแล้ว มันคือตรงนี้แหละ!"

ทั้งสามคนสบตากัน

จุดประกายความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แล้วปีนเขาขึ้นไปต่อ

ปีนต่อไปได้อีกสิบกว่านาที โทรศัพท์มือถือของหวังไห่ก็สั่นเตือนขึ้นมากะทันหัน

เขาล้วงออกมาดู เป็นข้อความแจ้งเตือนจากโต่วอิน [พี่เถาจื่อ] กำลังไลฟ์สดอยู่

เถาจื่อ?

หวังไห่อึ้งไปเล็กน้อย แล้วก็กดเข้าไปดู

ในหน้าจอ

พี่เถาจื่อกำลังถือขาตั้งกล้องมือถือ ยืนอยู่ตรงทางแยกแห่งหนึ่ง ข้างกายมีรถยนต์วิ่งขวักไขว่ ดูเหมือนจะอยู่ในตัวเมือง

"ทุกคนคะ วันนี้พวกเราจะไม่ไปรีวิวร้านอาหารกันนะ แต่วันนี้พวกเรามีเรื่องใหญ่ต้องทำค่ะ!"

เถาจื่อทำหน้าตาลึกลับใส่กล้อง

[เรื่องใหญ่อะไร?]

[พี่เถาจื่อจะประกาศเปิดตัวแฟนแล้วเหรอ?]

[คอมเมนต์บนไสหัวไปเลย!]

เถาจื่อหัวเราะฮี่ๆ

"พวกคุณยังจำข้าวผัดไข่ที่ใต้สะพานทางตอนใต้ของเมืองได้ไหมคะ?"

ช่องคอมเมนต์เดือดปุดๆ ขึ้นมาทันที

[จำได้ๆ! ฉันอยากกินมาหลายวันแล้วเนี่ย!]

[เถ้าแก่หายไปไหนแล้ว? วันนี้ฉันไปที่ใต้สะพาน ไม่เห็นมีอะไรเลยอะ!]

[ใช่ๆ! ฉันอุตส่าห์ลางานไปเลยนะ สรุปว่าเสียเที่ยวเปล่า!]

"ใช่ไหมล่ะคะ หายไปไหนกันนะ?"

เถาจื่อกะพริบตาปิ๊งๆ

"และนี่ก็คือเรื่องใหญ่ในวันนี้ค่ะ พวกเราจะตามหาตัวเถ้าแก่ให้เจอ!"

ขณะที่กำลังพูดอยู่ บนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเถาจื่อก็มีคอมเมนต์หนึ่งเด้งขึ้นมา

[พี่เถาจื่อ พี่หวังริมทะเลกำลังดูไลฟ์สดของคุณอยู่!]

ดวงตาของเถาจื่อเป็นประกาย

"พี่หวัง พี่หวังริมทะเลเหรอคะ? อยู่ไหน? อยู่ไหนคะ?"

เธอเลื่อนดูรายชื่อผู้ชมที่กำลังออนไลน์อยู่ และก็เห็นไอดีที่คุ้นเคยนั้นจริงๆ

"พี่หวังๆ พี่ก็กำลังตามหาเถ้าแก่น้อยซูอยู่ใช่ไหมคะ? พี่รู้ไหมว่าเถ้าแก่ย้ายไปไหนแล้ว?"

เถาจื่อกดส่งคำขอวิดีโอคอลไป

หวังไห่มองดูใบหน้าที่ร้อนรนของเถาจื่อในหน้าจอ มุมปากกระตุกเล็กน้อย

เขาลังเลอยู่ศูนย์จุดห้าวินาที ก่อนจะส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด

"ผมไม่รู้ ไม่รู้เลย ผมก็กำลังตามหาอยู่เหมือนกัน!"

"แล้วตอนนี้พี่อยู่ไหนคะ? ไม่แน่ว่าพวกเราอาจจะเอาข้อมูลมาเทียบกันได้นะ"

เถาจื่อถามต่อ

หวังไห่เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ป่าเขาถิ่นทุรกันดารแห่งนี้ไม่มีแม้แต่ป้ายบอกทาง

"อยู่บนภูเขาน่ะ"

เขาตอบกลับอย่างรวดเร็ว

"บนภูเขา? ภูเขาลูกไหนคะ?"

"ก็ภูเขาลูกนั้นแหละ"

[???]

[พี่หวัง พี่มากวนโอ๊ยอะไรตรงนี้เนี่ย?]

[ภูเขาบนภูเขา ฉันงงไปหมดแล้ว!]

"พี่หวัง พี่ไม่อยากบอกพวกเราใช่ไหมคะ?"

หวังไห่ลูบจมูกด้วยความรู้สึกผิด รีบส่ายหน้าปฏิเสธ

"จะเป็นไปได้ยังไง! สัญญาณไม่ค่อยดี ผมขอวางสายก่อนนะ!"

พูดจบ เขาก็กดออกจากห้องไลฟ์สดไปอย่างเด็ดขาด

"พี่หวัง! พี่หวัง!"

เถาจื่อร้องเรียกอยู่สองคำ พอพบว่าอีกฝ่ายเผ่นหนีไปแล้วก็โกรธจนกระทืบเท้า

"ตาแก่บ้าคนนี้นิสัยเสียจริงๆ ต้องรู้สถานที่แล้วแต่ไม่อยากบอกฉันแน่ๆ!"

ช่องคอมเมนต์ขำกันจนบ้าคลั่ง

[ฮ่าๆๆๆๆ ตาแก่บ้าคนนี้นิสัยเสียจริงๆ!]

[พี่หวัง : ฉันไม่ได้นิสัยเสีย ฉันแค่กลัวพวกเธอมาแย่งของกิน!]

[เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พื้นหลังของพี่หวังเหมือนจะมีต้นไม้ด้วยนี่!]

[พูดเป็นเล่น บนภูเขาก็ต้องมีต้นไม้อยู่แล้วสิ!]

[ไม่ใช่ พวกเธอสังเกตดูดีๆ สิ ข้างหลังต้นไม้นั้นมีเสาไฟฟ้าอยู่ใช่ไหม?]

ดวงตาของเถาจื่อเป็นประกาย รีบกดย้อนดูคลิปไลฟ์สดเมื่อครู่นี้

ไม่ผิดแน่!

ด้านหลังของหวังไห่มีเสาไฟฟ้าอยู่จริงๆ แถมบนเสายังมีป้ายประกาศอะไรบางอย่างแปะอยู่ด้วย

เธอซูมภาพเข้าไป ซูมเข้าไปอีก

พิกเซลแตกจนภาพเบลอไปหมดแล้ว แต่ก็ยังพอมองเห็นตัวอักษรไม่กี่ตัวลางๆ

"ตอนเหนือของเมือง......อะไร.....อะไรสักอย่าง"

เถาจื่อหรี่ตาเพ่งมองเพื่อแยกแยะ

[สวนป่าทางตอนเหนือของเมือง?]

[สุสานตอนเหนือของเมือง? อย่าหลอกให้กลัวสิ!]

[หลุมหลบภัยตอนเหนือของเมือง?]

ในช่องคอมเมนต์จู่ๆ ก็มีข้อความหนึ่งโผล่ขึ้นมา

"หลุมหลบภัยตอนเหนือของเมือง?"

นิ้วมือของเถาจื่อชะงักไป

หลุมหลบภัย

จู่ๆ เธอก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อเช้านี้

เธอไถโต่วอินไปเจอโพสต์ซาลาเปาโพสต์หนึ่ง

"สถานที่ที่ห่างไกลมากๆ แห่งหนึ่ง.....ซาลาเปาไส้หมูสับกับซาลาเปาไส้หมูสับ....ยอดเยี่ยมมาก!"

ภาพประกอบมีพื้นหลังมืดตึ๊ดตื๋อ ดูเหมือนจะเป็นถ้ำจริงๆ ด้วย.....

"คงไม่ใช่หรอกมั้ง?"

เถาจื่อพึมพำกับตัวเอง

[พี่เถาจื่อ คุณนึกอะไรออกงั้นเหรอ?]

[รีบบอกมาเร็วเข้า ฉันเตรียมตัวพร้อมออกเดินทางแล้ว!]

เถาจื่อสูดหายใจเข้าลึกๆ เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้กล้อง

"ทุกคนคะ ฉันพอจะเดาออกแล้วว่าอยู่ที่ไหน!"

เธอกดออกจากห้องไลฟ์สด เปิดแผนที่ แล้วพิมพ์คำว่า 'หลุมหลบภัยตอนเหนือของเมือง'

ปรากฏว่ามีอยู่หลายแห่ง

ระบบนำทางแสดงให้เห็นว่า ระยะห่างจากตำแหน่งปัจจุบันของเธอคือประมาณสี่สิบกิโลเมตร!

"ก็ยังโอเค ไม่ถือว่าไกลเกินไป!"

เถาจื่อเก็บโทรศัพท์มือถือ แล้วโบกเรียกแท็กซี่คันหนึ่ง

"พี่คะ ไปหลุมหลบภัยที่ใกล้ที่สุดทางตอนเหนือของเมืองทีค่ะ!"

คนขับรถหันกลับมามองด้วยใบหน้างุนงง

"หลุมหลบภัยอะไร? แม่หนูจะไปที่นั่นทำไมล่ะ?"

"ไปกินซาลาเปาค่ะ!"

คนขับ : ???

ในเวลาเดียวกัน บนภูเขา

หลังจากที่หวังไห่ออกจากห้องไลฟ์สด เขาก็พ่นลมหายใจออกมายาวๆ

"นายจะหนีทำไม?"

จ้าวหู่มีสีหน้าไม่เข้าใจ

"พี่เถาจื่ออาจจะรู้สถานที่และช่วยนำทางให้เราได้นะ!"

"นายโง่หรือเปล่าเนี่ย!"

หวังไห่กลอกตาบน

"ในห้องไลฟ์สดของเธอมีคนตั้งหลายหมื่น ถ้าขืนปล่อยให้เธอรู้ พรุ่งนี้คนไม่แห่กันมาจนล้นภูเขานี้เลยหรือไง?"

"ถึงตอนนั้นพวกเราจะได้กินซาลาเปาบ้าอะไรล่ะ!"

"มีเหตุผลแฮะ!"

หลี่เจี้ยนกั๋วยกนิ้วโป้งให้

"เหล่าหวัง สมองนายนี่ก็ใช้การได้ดีตอนช่วงเวลาสำคัญๆ เหมือนกันนะ!"

"มันแน่อยู่แล้ว"

หวังไห่เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

"ไปเถอะ หาต่อได้แล้ว"

ทั้งสามคนปีนขึ้นไปอีกระยะหนึ่ง สภาพภูเขาก็ยิ่งชันขึ้นเรื่อยๆ เส้นทางก็แคบลงเรื่อยๆ

ขาของจ้าวหู่เริ่มสั่นพั่บๆ แล้ว

"ไม่ไหวแล้วๆ ฉันเดินไม่ไหวแล้ว!"

"ฉันก็เหมือนกัน!"

หลี่เจี้ยนกั๋วทิ้งตัวนั่งแหมะลงบนโขดหิน

"พวกนายว่าคนที่โพสต์โต่วอินนั่นโกหกหรือเปล่า? สถานที่บ้าบอแบบนี้จะมีคนมาขายซาลาเปาได้ยังไง?"

"อีกอย่าง ต่อให้มีคนมาขายซาลาเปาในสถานที่บ้าๆ แบบนี้จริงๆ แล้วมันจะเป็นพ่อครัวน้อยซูงั้นเหรอ?"

หวังไห่ไม่ได้พูดอะไร ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาดูรูปภาพอีกครั้ง

ในตอนนั้นเอง

สายลมระลอกหนึ่งก็พัดโชยมา

เขาสูดจมูกฟุดฟิดโดยสัญชาตญาณ ก่อนที่ทั้งร่างจะแข็งทื่อไปกะทันหัน

"เดี๋ยวก่อน!"

จ้าวหู่และหลี่เจี้ยนกั๋วหันไปมองเขาพร้อมกัน

"มีอะไรเหรอ?"

หวังไห่สูดจมูกฟุดฟิดอีกครั้ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเรื่อยๆ

"พวกนายได้กลิ่นอะไรไหม?"

จ้าวหู่และหลี่เจี้ยนกั๋วสบตากัน ก่อนจะพยายามสูดดมกลิ่นดูบ้าง

"เชี่ย! แม่มเอ๊ย จริงอย่างที่พูดเลย!"

ในอากาศมีกลิ่นหอมจางๆ ลอยมาจริงๆ กลิ่นนั้นโชยมาเป็นระยะๆ คล้ายกับกลิ่นของแป้ง

ไม่ถูกสิ!

เหมือนจะมีกลิ่นหอมของเนื้อด้วย?!

"นี่มัน......กลิ่นซาลาเปาเหรอ?"

จ้าวหู่เอ่ยอย่างไม่แน่ใจนัก

"ไป!"

หวังไห่ลุกพรวดขึ้นมา แล้วเดินตามกลิ่นหอมนั้นไปข้างหน้า

ทั้งสามคนราวกับสุนัขล่าเนื้อ

จมูกสูดฟุดฟิดไปตามเส้นทางบนภูเขา กลิ่นหอมก็ยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเดินมาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง

จู่ๆ หวังไห่ก็หยุดฝีเท้าลง

เขาเงยหน้าขึ้น ตรงหน้าคือปากถ้ำที่ดูไม่สะดุดตาแห่งหนึ่ง

ด้านบนปากถ้ำมีตัวอักษรสีแดงลางๆ เขียนเอาไว้ว่า.....หลุมหลบภัยตอนเหนือของเมือง?!

"เชี่ย! เป็นไปไม่ได้มั้ง!"

หวังไห่กลืนน้ำลายเอื๊อก

จ้าวหู่และหลี่เจี้ยนกั๋วก็ขยับเข้ามารวมตัว ทั้งสามคนยืนอยู่ตรงทางแยกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"นี่.......ก็คือหลุมหลบภัยนั่นน่ะเหรอ?"

หลี่เจี้ยนกั๋วเสียงสั่น

"ดูเหมือนจะใช่!"

จ้าวหู่ล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาเทียบกับรูปภาพ

"พวกนายดูสีของโขดหินนี่สิ ต้นหญ้าพวกนี้ แม่งเหมือนกันเป๊ะเลย!"

"แล้วจะรออะไรอีกล่ะ? เข้าไปสิ!"

หวังไห่เดินนำหน้าเข้าไปในถ้ำเป็นคนแรก

เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ด้านในก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังแว่วมา

"เดินทางปลอดภัยครับ ไว้วันหลังมาใหม่นะ!"

ทั้งสามคนหยุดฝีเท้าลงพร้อมกัน แล้วสบตากัน

ขอบตาแดงระเรื่อขึ้นมาในพริบตา

รู้สึกจมูกแสบจี๊ดขึ้นมาทันที

เสียงนี้.....

หรือว่า……

"พ่อครัวน้อยซู?!"

หวังไห่ตะโกนลั่น

ในถ้ำเงียบไปหนึ่งวินาที จากนั้นก็มีเสียงตอบกลับด้วยความไม่อยากเชื่อแว่วมา

"เชี่ย? ใครน่ะ?"

จบบทที่ บทที่ 27 เชี่ย? ใครน่ะ?

คัดลอกลิงก์แล้ว