- หน้าแรก
- ฉันขอให้คุณตั้งแผงขายของ แต่ทำไมคุณถึงชอบไปตั้งแผงในที่เปลี่ยวๆ เสมอ
- บทที่ 5 อะไรนะ? ใต้สะพานเนี่ยนะ?
บทที่ 5 อะไรนะ? ใต้สะพานเนี่ยนะ?
บทที่ 5 อะไรนะ? ใต้สะพานเนี่ยนะ?
"ข้าวผัดไข่จริงๆ เหรอเนี่ย?"
หลี่เจี้ยนกั๋วแกะกล่องอาหารออกอย่างลนลาน หวังชุ่ยฮวามีสีหน้าเคลือบแคลงใจ
ห่อซะมิดชิดขนาดนี้ทำไมกัน?
"อ้อ! จริงด้วย ต้องเอาไปอุ่นในไมโครเวฟก่อน!"
หลี่เจี้ยนกั๋วนึกถึงคำพูดของพ่อครัวน้อยซูขึ้นมาได้กะทันหัน จึงรีบยกกล่องอาหารเข้าไปอุ่นในครัวอย่างรวดเร็ว
"เหอะ! ทำเป็นเล่นลวดลาย!"
หวังชุ่ยฮวาแค่นเสียงเย็นชา ในใจคิดว่าไอ้สารเลวคนนี้กำลังถ่วงเวลาอยู่อีกแล้ว
ยังจะมาข้าวผัดไข่สีทงสีทองอะไรอีก
ไม่แน่ว่าอาจจะไปเถลไถลที่ไหนมา แล้วแวะซื้อตอนผ่านชั้นล่างเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจล่ะสิ
"เร็วเข้าๆ!"
ในห้องครัว หลี่เจี้ยนกั๋วร้อนใจดั่งไฟลน
"พ่อ ทำอะไรอยู่น่ะ?"
ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออก หลี่เซียวเซียวที่กำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายเลิกเรียนภาคค่ำกลับมาถึงบ้านแล้ว
ติ๊ง!
ไมโครเวฟอุ่นเสร็จแล้ว!
"กลับมาพอดีเลย รีบไปล้างมือสิ เดี๋ยวมาลองชิมข้าวผัดไข่นี่ รับรองว่าหอมจนลูกต้องน้ำลายสอแน่!"
หลี่เจี้ยนกั๋วตาเป็นประกาย ยกอาหารออกจากไมโครเวฟแล้วเดินจ้ำอ้าวไปที่ห้องนั่งเล่น
หลี่เซียวเซียวทำหน้าแปลกใจ
ข้าวผัดไข่?
หอมจนน้ำลายสอเนี่ยนะ?
ถึงขนาดนั้นเชียว?
หลี่เซียวเซียวเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่น พอดีเห็นผู้เป็นแม่นั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับหันหน้าหนีไปทางอื่น ในใจก็เข้าใจขึ้นมาทันที
นี่คงจะมีปัญหาครอบครัวกันอีกแล้วล่ะสิ?
เฮ้อ!
ขณะที่กำลังถอนหายใจ หลี่เจี้ยนกั๋วก็เปิดกล่องอาหารออก
ในชั่วพริบตา กลิ่นหอมของไข่ที่เข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นหอมของข้าวก็ลอยปะทะหน้า พุ่งตรงเข้าจมูกทันที
"พระเจ้าช่วย! พ่อ! นี่มันอะไรกันเนี่ย!"
หลี่เซียวเซียวถึงกับก้าวขาไม่ออก รีบทิ้งกระเป๋าแล้ววิ่งก้าวฉับๆ เข้ามาหาทันที
เธอสูดจมูกดมอีกครั้ง
หอม! หอมมากจริงๆ!
มันคือกลิ่นของข้าวผัดไข่
แต่กลิ่นหอมนี้มันช่างเป็นเอกลักษณ์เสียเหลือเกิน ไม่มีกลิ่นเลี่ยนน้ำมันเลยสักนิด กลับรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาด พออุ่นเสร็จก็เหมือนเพิ่งผัดเสร็จใหม่ๆ จากเตา
ไอความร้อนพวยพุ่งลอยขึ้นไปในอากาศ
ทั่วทั้งห้องนั่งเล่นกลายเป็นทะเลแห่งความหอม
"โครก~"
เดิมทีหวังชุ่ยฮวายังโกรธอยู่ แต่กลิ่นหอมกลับลอยมาเตะจมูกอย่างจัง
ทำให้เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ท้องก็ร้องประท้วงยอมจำนนขึ้นมาทันที
"เมียจ๋า เซียวเซียว หิวแย่แล้วล่ะสิ รีบมาชิมดูเร็วเข้า!"
หลี่เจี้ยนกั๋วกลืนน้ำลาย ยิ้มประจบประแจงพลางเลื่อนข้าวผัดไปตรงหน้าทั้งสองคน
"ใครหิวแย่กันล่ะ?"
หวังชุ่ยฮวาถลึงตาใส่ แต่ทว่าน้ำลายกลับหลั่งออกมาไม่หยุด
จะว่าไปแล้ว หน้าตาของข้าวผัดไข่จานนี้มันดูดีมากจริงๆ!
เมล็ดข้าวสีเหลืองทองถูกเคลือบด้วยน้ำมันจนทั่ว แต่กลับไม่ดูเลี่ยนเลย ต้นหอมสีเขียวสดถูกโรยประดับไว้ด้านบน ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป พอดีเป๊ะ
พร้อมกับกลิ่นหอมสดชื่น ไอความร้อนก็ค่อยๆ ลอยกรุ่นขึ้นมา
หวังชุ่ยฮวาหยิบตะเกียบขึ้นมาแล้วแค่นเสียงเย็น
เธออยากจะชิมดูเสียหน่อยว่าข้าวผัดไข่สีทองนี่มันจะหอมสักแค่ไหนกันเชียว
ถึงขนาดทำให้สามีตัวดีของเธอหลงใหลจนไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องได้!
ผลปรากฏว่าพอตักเข้าปากไปคำหนึ่ง
หวังชุ่ยฮวาก็ถึงกับตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เบิกตากว้างขึ้นมาทันที
"แม่ เป็นไงบ้าง? อร่อยไหม?"
หลี่เซียวเซียมองสีหน้าของผู้เป็นแม่ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น พอไม่ได้รับคำตอบเธอก็ไม่ได้สนใจอะไร
เรียนคาบค่ำมาตั้งสามคาบ เธอหิวจนไส้กิ่วตั้งนานแล้ว
เธอรวบผมขึ้นลวกๆ หยิบช้อนมาคันหนึ่งด้วยความรู้สึกรังเกียจตัวเองเล็กน้อย
"เฮ้อ! หลี่เซียวเซียวเอ๊ย! ตกลงกันแล้วว่าจะลดน้ำหนักตอนเย็น ทำไมถึงยังตะกละอยู่อีกเนี่ย!"
ปากก็บ่นไป แต่การเคลื่อนไหวของมือกลับไม่ได้ช้าลงเลยสักนิด
ช้อนตักข้าวผัดไข่ขึ้นมาคำโต หลี่เซียวเซียวเอาปลายจมูกเข้าไปใกล้ๆ แล้วสูดกลิ่นเข้าปอดเฮือกใหญ่
"หอมจัง!"
กลิ่นไข่ กลิ่นข้าว กลิ่นน้ำมัน กลิ่นต้นหอม!
กลิ่นหอมนานาชนิดผสมผสานกันได้อย่างลงตัวพอดี!
รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งร่างกายเลย!
ข้าวผัดนี่ แค่ดมก็รู้แล้วว่าอร่อย!
หลี่เซียวเซียวอ้าปากเล็กๆ ราวกับผลเชอร์รี ส่งข้าวผัดไข่เข้าปากไป ยังไม่ทันจะได้สัมผัสกับต่อมรับรส
ก็รู้สึกเหมือนช่องปากถูกปลุกให้ตื่นขึ้น น้ำลายทะลักออกมาราวกับคลื่น ซึมซาบห่อหุ้มข้าวผัดไข่อย่างรวดเร็ว
หลี่เซียวเซียวเบิกตากว้าง ปากเล็กๆ อ้าค้างเป็นรูปตัวโอ
เพียงแค่คำนี้คำเดียว กลิ่นหอมที่ดุดันอยู่แล้วก็ระเบิดออกในปาก ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ พุ่งทะยานขึ้นสู่กระหม่อม
เล่นเอาหลี่เซียวเซียวแทบจะสลบเหมือดเพราะความหอม!
พอลองลิ้มรสชาติอย่างละเอียดอีกครั้ง
ข้าวไม่ได้อ่อนเละเลยแม้แต่น้อย กลับเหนียวนุ่มหนึบหนับ ฟันที่ขบลงไปเบาๆ ถึงกับได้ยินเสียงกรุบกรอบดังมาจากในปาก นี่มันจะกรอบเกินไปแล้วมั้ง?
หลังจากเมล็ดข้าวแตกออก ไข่ที่เคลือบอยู่ก็ระเบิดความอร่อยในโพรงปาก บวกกับกลิ่นหอมสดชื่นของต้นหอมที่แทรกซึมอยู่ ทั่วทั้งช่องปากกลายเป็นมหาสมุทรแห่งรสชาติอันอุดมสมบูรณ์
พริกเล็กน้อยให้ความรู้สึกเผ็ดร้อนนิดๆ ทำให้ความหอมของข้าวผัดไข่ทั้งจานยกระดับขึ้นไปอีกขั้น
โดยเฉพาะกลิ่นหอมกระทะที่แฝงอยู่ในข้าวผัดไข่ มันช่างยอดเยี่ยมไร้ที่ติ!
"พ่อ! ข้าวผัดนี่พ่อไปซื้อมาจากโรงแรมห้าดาวที่ไหนเนี่ย?"
หลี่เซียวเซียวอดไม่ได้ที่จะร้องอุทานออกมา
นี่มันจะอร่อยเกินไปแล้ว!
อร่อยกว่าข้าวผัดไข่ทุกจานที่เธอเคยกินมาทั้งชีวิตซะอีก!
ไม่สิ! ไม่ใช่แค่ข้าวผัดไข่นะ!
ต่อให้เป็นตอนที่ออกไปเที่ยวกับเพื่อนสนิท แล้วไปกินอาหารฝรั่งระดับมิชลินในร้านหรูๆ ก็ยังไม่มีรสชาติหอมอร่อยขนาดนี้เลย!
นี่มันใช่ข้าวผัดไข่จริงๆ เหรอเนี่ย!
"อร่อยล่ะสิ!"
หลี่เจี้ยนกั๋วมองหวังชุ่ยฮวาที่อยู่ข้างๆ ด้วยความภาคภูมิใจ
แต่กลับเห็นว่าเธอกำลังก้มหน้าก้มตา ตักข้าวผัดไข่เข้าปากคำแล้วคำเล่าอย่างไม่หยุดหย่อน
หลี่เจี้ยนกั๋วตกใจสะดุ้งเฮือก นี่มันกินอย่างเอร็ดอร่อยเกินไปแล้ว!
หวังชุ่ยฮวาดำดิ่งเข้าสู่โลกแห่งอาหารเลิศรสไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
เดิมทีเธอไม่ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย คิดว่ามันก็แค่ข้าวผัดไข่ธรรมดาๆ จานหนึ่ง ทำอย่างกับคนอื่นเขาทำไม่เป็นอย่างนั้นแหละ?
เธอหัดผัดข้าวผัดไข่กินเองมาตั้งแต่เด็ก
ต่อมาพอมีครอบครัว อาหารเช้าของสามีและลูกสาว ทุกๆ สองสามวันก็ต้องมีข้าวผัดไข่
ครั้งไหนบ้างล่ะที่เธอไม่ใช่คนผัด?
ดังนั้นเธอจึงไม่ค่อยให้ราคากับพวกร้านขายข้าวผัดข้างล่างตึกเลย
ปกติถ้าให้เธอไปซื้อ เธอไม่มีทางไปซื้อเด็ดขาด
คนอื่นผัดจะไปอร่อยสู้ตัวเองทำได้ยังไง?
ผลปรากฏว่าวันนี้ ตอนที่ส่งข้าวผัดไข่คำนี้เข้าปาก ความมั่นใจที่หวังชุ่ยฮวาสร้างสมมานานหลายปีก็พังทลายลงในพริบตา
ข้าวผัดไข่จานนี้ รสชาติไม่เหมือนข้าวผัดไข่เลยสักนิด!
หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ มันหลุดพ้นขอบเขตของข้าวผัดไข่ไปแล้ว!
อย่างแรกคือเรื่องของความนุ่มความแข็ง ข้าวผัดไข่ตรงหน้านี้จัดการได้ยอดเยี่ยมอย่างไร้ข้อกังขา กินเข้าไปคำหนึ่ง ไม่นิ่มไม่แข็งจนเกินไป ต่อมาก็คือความเค็ม ไม่มากไป ไม่น้อยไป
กินแล้วไม่รู้สึกเลี่ยน และไม่ทำให้รู้สึกจืดชืด กินคำแรกไปแล้วยังต้องอดไม่ได้ที่จะกินต่อไปเรื่อยๆ!
สุดท้ายคือความหอมของต้นหอมรวมถึงสัดส่วนระหว่างข้าวกับไข่ที่ผสมผสานกัน นี่มันสุดยอดไปเลย!
พอใช้ตะเกียบคีบขึ้นมา เมล็ดข้าวสีเหลืองทองที่ถูกเคลือบด้วยไข่อย่างสม่ำเสมอและเงางาม ด้านบนมีต้นหอมสองสามชิ้นแซมอยู่ ดูราวกับเป็นแผ่นหยกมรกต สวยงามจนบรรยายไม่ถูก
พอกินเข้าไป ทั่วทั้งโพรงปากก็อบอวลไปด้วยความหอม!
อร่อย!
หวังชุ่ยฮวาก้มหน้าก้มตากินข้าว แทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปด้วย
"เอื๊อก!"
หลี่เจี้ยนกั๋วมองภรรยากับลูกสาวที่กำลังกินอย่างตะกรุมตะกราม แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย!
โธ่เอ๊ย!
มัวแต่ห่วงห่อกลับมาให้คนที่บ้าน ลืมซื้อส่วนของตัวเองกลับมาด้วยเลย!
ประมาทไปหน่อยแล้ว!
ตอนนี้พอเห็นทั้งสองคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย หลี่เจี้ยนกั๋วก็ทนต่อความตะกละในท้องของตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป!
พรุ่งนี้!
ใช่ พรุ่งนี้!
จะต้องกลับไปกินให้หนำใจสักมื้อ!
คราวนี้ ฉันจะกินให้ได้สิบชามเลย!
หลี่เจี้ยนกั๋วตัดสินใจอย่างแน่วแน่
ไม่กี่นาทีต่อมา
หวังชุ่ยฮวาก็จัดการข้าวผัดจนเกลี้ยงเกลา ไม่เหลือแม้แต่ต้นหอมสักชิ้นเดียว
หลี่เจี้ยนกั๋วถึงกับหัวใจสลาย คุณนี่มันเกินไปจริงๆ นะ ไม่เหลือเผื่อผมไว้สักนิดเลยเหรอ?
"คุณไปซื้อมาจากที่ไหนน่ะ?"
หวังชุ่ยฮวาเช็ดปากด้วยความรู้สึกที่ยังไม่จุใจ หลี่เซียวเซียวเองก็เงยหน้าขึ้นมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
เธอพลางตักข้าวเข้าปาก พลางมองไปที่พ่อ
เธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ว่าจะต้องพาเพื่อนร่วมชั้นไปกินให้ได้สักมื้อ
ให้พวกนั้นได้เบิกเนตรกันซะบ้าง
นึกไม่ถึงว่าพอถามถึงเรื่องนี้ หลี่เจี้ยนกั๋วกลับมีท่าทีอึกอัก
"ทำไมล่ะ ไม่อยากบอกงั้นเหรอ?"
หวังชุ่ยฮวาขมวดคิ้ว
"อยู่ใต้สะพานทางใต้ของเมืองน่ะ"
หลี่เจี้ยนกั๋วสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกในอากาศ จึงรีบโยนคำรับปากที่ให้ไว้กับพ่อครัวน้อยซูทิ้งไปไว้เบื้องหลังทันที
ก็แค่บอกคนในครอบครัว คงไม่นับว่าเป็นการผิดสัญญารักษาความลับหรอกมั้ง.....
เพียงแต่พอหวังชุ่ยฮวากับลูกสาวได้ยิน ทั้งสองก็หันมามองหน้ากันทันที
"อะไรนะ?"
"ใต้สะพานเนี่ยนะ?"