- หน้าแรก
- มันปกติหรือเปล่าที่คนบ้าจะไม่กลัวผี
- ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?
ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?
ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?
ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?
"เหลือส่วนของเสี่ยวหานอีกสิบก้อน..."
เขามองดูผลึกผีที่เหลืออยู่อีกสิบก้อนพลางเลียริมฝีปาก ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าไปอย่างระมัดระวัง
เพราะนี่คือข้อตกลงส่วนแบ่งที่พวกเขาทั้งสองคนคุยกันไว้ก่อนหน้านี้
"เสี่ยวหานยังไม่กลับมา ไว้ค่อยเอาไปให้เขาแล้วกัน น่าจะเพียงพอให้เขาทำงานทะลวงเข้าสู่ระดับหนึ่งคำสาปได้อยู่..."
ไป๋หยวนพึมพำกับตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ได้ยินหวังลี่ประกาศอันดับของคนอื่นๆ ไปด้วย
สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ อันดับที่สองมาจากโรงเรียนมัธยมสองเมืองเผิงอัน ซึ่งสามารถจับพวกก่อความวุ่นวายไปได้ถึงสี่สิบกว่าคนเหมือนกัน
"ดูท่าทางจะเก่งกันทุกคนเลยแฮะ..."
ถ้าเกิดเขาไม่ได้ไปกวาดล้างกลุ่มของหลี่ชางในวันนั้น ดีไม่ดีอาจจะโดนไล่ตามทันไปแล้วก็ได้
แต่เขาก็เลิกคิดเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขาสามารถยืมแรงของหวังชิงได้ คนอื่นๆ ก็คงจะมีวิธีของตัวเองในการล็อกตำแหน่งของคนร้ายเหมือนกันนั่นแหละ
ไม่นานนัก การประชุมในวันนี้ก็สิ้นสุดลง
ในขณะเดียวกัน หวังลี่ก็แจ้งให้ทุกคนทราบว่า วันนี้ถือเป็นวันเริ่มต้นวันหยุดปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว หลังจากผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปและกลับมาที่โรงเรียน ก็จะเริ่มทำการแบ่งห้องเรียนและจัดกลุ่มใหม่ทันที
พอประโยคนี้หลุดออกมา
ทุกคนต่างพากันแสดงสีหน้าที่ซับซ้อน บางคนยิ้มแย้มแจ่มใส ในขณะที่บางคนทำหน้าตาไม่ยินยอมพร้อมใจ
ในยุคสมัยปัจจุบันที่เกิดเรื่องลี้ลับขึ้นบ่อยครั้ง มีเพียงโรงเรียนเท่านั้นที่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
แต่หวังลี่รวมไปถึงอาจารย์คนอื่นๆ พอถึงช่วงปีใหม่ต่างก็ต้องย้ายออกจากโรงเรียน การที่พวกเขาจะดื้อดึงอยู่ต่อจึงไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่นัก
"ไปล่ะ"
ไป๋หยวนเมินเฉยต่อสายตาอันละโมบของทุกคน เขาเก็บผลึกผีทั้งสิบก้อนลงกระเป๋าเรียบร้อย
เขามีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากหอประชุมใหญ่ เตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อนสักระยะ
ทว่าในตอนที่เพิ่งจะเดินมาถึงบริเวณหน้าประตูโรงเรียน
ไป๋หยวนกลับโดนคนกลุ่มหนึ่งดักหน้าเอาไว้
"หืม?"
ไป๋หยวนชะงักไปเล็กน้อย เขามองดูเด็กหนุ่มตรงหน้า ในแววตามีความไม่เข้าใจอยู่บ้าง
"มีธุระอะไรหรือเปล่า?"
"แนะนำตัวหน่อยนะ ผมเว่ยหนิง จากห้องเรียนผู้ใช้ผีห้องหนึ่ง"
เขาประเมินไป๋หยวนตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่ากลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังลี้ลับจากตัวของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกเดาระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไม่ถูกเหมือนกัน
"แล้วไงต่อ?"
"นายลองเสนอราคามาสิ ผมอยากจะขอซื้อผลึกผีในกระเป๋าของนาย!"
"ไม่ขาย"
ไป๋หยวนส่ายหน้าปฏิเสธไปตรงๆ
ผลึกผีสิบก้อนที่เหลือนี้เป็นของโจวหาน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอามาใช้ ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มันเป็นส่วนของเขาเอง เขาก็ไม่มีวันขายอยู่ดี ของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาเงินมาซื้อหากันได้ง่ายๆ
"นายคิดดูให้ดีๆ ก่อนนะ"
เว่ยหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ผมจะให้ราคาที่นายต้องพึงพอใจแน่นอน แถมวันข้างหน้าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นายสามารถอ้างชื่อของผมได้เลย"
"ไม่ใช่ละ นายเป็นใครกันเนี่ย..."
ไป๋หยวนส่ายหน้าพลางเมินเฉยต่ออีกฝ่าย เดินหน้าต่อไปตามทางของตัวเอง
สีหน้าของเว่ยหนิงเย็นชาลงทันที เขารีบก้าวตามขึ้นมาดักหน้าอีกครั้ง ในขณะเดียวกันพลังผีในร่างกายก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง
"หืม?"
ไป๋หยวนปรายตา มองอีกฝ่าย
อีกฝ่ายดันเป็นผู้ใช้ผีระดับหนึ่งคำสาปจริงๆ มิน่าล่ะถึงได้ดูมีความมั่นใจขนาดนี้...
"ถ้าไม่อยากขายผลึกผีก็ย่อมได้ งั้นก็ข้ามผ่านสิ่งนี้ไปให้ได้แล้วกัน!"
สีหน้าของเว่ยหนิงราบเรียบ ทว่าในมือขวาของเขากลับปรากฏลูกบอลน้ำแข็งสีฟ้าขึ้นมาลูกหนึ่งโดยพลัน บนลูกบอลนั้นมีกลิ่นอายความเคียดแค้นหมุนวนอยู่จางๆ
ซึ่งสิ่งนี้ก็คือผีผู้พิทักษ์ของเขา บอลผีน้ำแข็ง!
และในนาทีนี้ พลังผีในร่างกายของเว่ยหนิงพลุ่งพล่าน รอบตัวของเขาพลันปรากฏม่านน้ำแข็งที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นขึ้นมาสายหนึ่ง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเย็นเยือกอันน่าขนลุก
"ไอ้หนู นายก็ยอมขายผลึกผีให้พี่หนิงไปแต่โดยดีเถอะ"
ในตอนนั้นเอง กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังสามสี่คนพอเห็นฉากนี้ ก็พากันเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมพร้อมรอยยิ้ม
ม่านน้ำแข็งสายนี้น่ะ ไม่ใช่สิ่งที่จะข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ หรอกนะ
"ไม่ใช่ละ พวกนายไม่รู้จักผมจริงๆ เหรอ?"
ไป๋หยวนขมวดคิ้วมู่
ชื่อเสียงของเขาในวงการอาชญากรนี่ดังกระฉ่อนจนคนพากันขยาดแท้ๆ แต่ไหงวันนี้ถึงโดนกลุ่มนักเรียนมาดักหน้าเอาได้ล่ะเนี่ย?
แต่พอมาลองคิดดูว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ในวงการอาชญากร การจะไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ถือเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้อยู่
"ผมได้อันดับที่หนึ่งนะ พวกนายคิดว่าจะสู้ผมได้จริงๆ เหรอ?"
เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ แต่เลือกที่จะเอ่ยปากเตือนสติก่อน
เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ใช่พวกอาชญากรหลบหนี ถ้าเกิดเขาเผลอพลั้งมือซัดจนตายคากลางถนนขึ้นมา ดีไม่ดีเขาอาจจะได้ไปติดรายชื่ออาชญากรหลบหนีของจริงเข้าให้แน่ๆ...
"ภารกิจในครั้งนี้ นายคิดว่าตัวเองได้มาเพราะความแข็งแกร่งจริงๆ งั้นเหรอ?"
สีหน้าของเว่ยหนิงเย็นชาลง ในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจทันที
เขาคิดมาโดยตลอดว่าการทดสอบในครั้งนี้มันไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย
หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งของเขา เวลาแค่ครึ่งเดือนเขาก็สามารถจับพวกก่อความวุ่นวายได้เป็นร้อยคนแล้ว
น่าเสียดายที่เขามีดีแค่ความแข็งแกร่ง แต่กลับหาตำแหน่งของพวกคนร้ายไม่เจอ เรื่องนี้เลยทำให้เขาได้แค่อันดับสิบเอ็ดเท่านั้น
แม้ว่าจะห่างจากอันดับสิบเพียงแค่เอื้อม แต่รางวัลที่ได้รับกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ในใจย่อมเกิดความไม่สมดุลเป็นธรรมดา
"ไม่อย่างนั้นล่ะ? ได้มาเพราะโชคช่วยเหรอ?"
ไป๋หยวนส่ายหน้า ก่อนจะพูดต่อว่า "ขอแค่ผมข้ามผ่านไอ้สิ่งนี้ไปได้ ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม?"
"แน่นอน!"
สิ้นคำพูด สีหน้าของไป๋หยวนก็กลับมาเรียบเฉยตามเดิม พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเว่ยหนิง
ในสายตาของคนธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่สามารถมองเห็นม่านน้ำแข็งอะไรนี่ได้ มีเพียงคนที่มีพลังลี้ลับเท่านั้นถึงจะมองเห็น
"หืม?"
ไป๋หยวนเพิ่งจะก้าวเท้าไปได้เพียงก้าวเดียว ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นเยือกอันแปลกประหลาดสายหนึ่ง ราวกับมันกำลังจะแช่แข็งวิญญาณของเขาอย่างไรอย่างนั้น
"ความเย็นระดับนี้ คาดว่าต่อให้เป็นผีร้ายก็คงได้รับผลกระทบเหมือนกัน..."
ไป๋หยวนทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า
"นี่คือวิชาคำสาปแรกของนายใช่ไหม?"
เว่ยหนิงพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดต่อว่า "นายอย่าฝืนจะดีกว่า ผมไม่รับรองหรอกนะว่านายจะได้รับผลกระทบข้างเคียงตามมาหรือเปล่า"
"พูดเป็นเล่นไปได้..."
ไป๋หยวนส่ายหน้า พลังผีหยินในร่างกายระเบิดออกอย่างรุนแรง
ปรากฏไอผีลอยคลุ้งขึ้นมากลางอากาศทีละสาย หมุนวนอยู่รอบกายของเขา จนกลายสภาพเป็นเกราะล่องหนสายหนึ่ง
การกลืนกินผลึกผีเข้าไปถึงยี่สิบก้อน ทำให้พลังผีหยินเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพขึ้นมาอีกครั้ง ไอผีย่อมแตกต่างไปจากยามปกติทั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ภายใต้สายตาอันตื่นตระหนกตกใจของพวกเว่ยหนิง
ภาพที่เห็นคือไป๋หยวนสามารถก้าวข้ามผ่านม่านน้ำแข็งไปได้อย่างง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่ามันยังไม่สะใจพอ เลยเริ่มเดินก้าวเข้าก้าวออกผ่านม่านน้ำแข็งไปมาอยู่อย่างนั้น
"ผมเดินเข้ามาแล้ว ผมเดินออกไปแล้ว ผมเดินเข้ามาใหม่อีกรอบแล้ว..."
"..."
เว่ยหนิงมุมปากกระตุก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเหยียดหยามอย่างรุนแรงในพริบตา...
ในแววตาของเขาเริ่มมีความโกรธแค้นปรากฏขึ้น เขาเริ่มทำการส่งพลังคำสาปเข้าไปในบอลผีน้ำแข็งมากขึ้น ส่งผลให้ความรุนแรงของม่านน้ำแข็งค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย
ทว่า สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา คือการที่ไป๋หยวนเริ่มกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม...
นาทีนี้ ทุกคนต่างพากันทำสีหน้าอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน พวกเขาไม่เข้าใจภาพตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย
วิชาคำสาปของเว่ยหนิง ใช้ไม่ได้ผลดื้อๆ เลยงั้นเหรอ?
"ทีนี้ ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?"
ไป๋หยวนไม่ได้ขยับตัวมั่วซั่วอีกต่อไป เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านน้ำแข็งนั้นตรงๆ
สายตาของเขาจับจ้องไปที่เว่ยหนิง ราวกับว่าตัวเขาไม่ได้สัมผัสถึงความเย็นเยือกใดๆ เลยแม้แต่น้อย
"..."
แววตาของเว่ยหนิงเปลี่ยนจากความโกรธแค้นในตอนแรก กลายมาเป็นความตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุดในตอนนี้
อีกฝ่ายดันสามารถเมินเฉยต่อวิชาคำสาปแรกของเขาได้โดยตรงเลยงั้นเหรอ?
"เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?"
ไป๋หยวนเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบกริบ จึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นในแววตา
"..."
เว่ยหนิงยังคงเงียบกริบ แผ่นหลังของเขาในตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจริงๆ นั่นแหละ...
"ดูท่าทางนายจะยอมสยบแล้วนะ"
ไป๋หยวนไม่ได้ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เขาหันหลังเดินจากไปทันที
"ทำไมกัน... ทำไมกัน..."
ในเวลานี้ เว่ยหนิงได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่พลางบ่นพึมพำประโยคเดิมซ้ำๆ ในหัวของเขาคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าทำไมเรื่องราวมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้
วิชาคำสาปของเขา ขนาดผีร้ายยังได้รับผลกระทบเลยแท้ๆ แต่กลับไม่มีผลอะไรกับไป๋หยวนเลยแม้แต่น้อย...
"ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย... มันจะเหนือชั้นขนาดไหนกันแน่?!"
เว่ยหนิงมองดูแผ่นหลังของไป๋หยวนที่เดินห่างออกไปในระยะไกล รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถมองทะลุคนคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นอกจากเรื่องที่ระดับความแข็งแกร่งของทั้งสองคนจะมีความห่างชั้นกันแล้ว
ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดก็คือ ไป๋หยวนครอบครองพลังผีหยิน ย่อมไม่มีทางที่จะไปเกรงกลัวม่านน้ำแข็งอะไรนี่อยู่แล้ว ถือเป็นการข่มกันทางคุณสมบัติของพลังอย่างสิ้นเชิง
………