เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?

ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?

ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม? 


ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?

"เหลือส่วนของเสี่ยวหานอีกสิบก้อน..."

เขามองดูผลึกผีที่เหลืออยู่อีกสิบก้อนพลางเลียริมฝีปาก ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าไปอย่างระมัดระวัง

เพราะนี่คือข้อตกลงส่วนแบ่งที่พวกเขาทั้งสองคนคุยกันไว้ก่อนหน้านี้

"เสี่ยวหานยังไม่กลับมา ไว้ค่อยเอาไปให้เขาแล้วกัน น่าจะเพียงพอให้เขาทำงานทะลวงเข้าสู่ระดับหนึ่งคำสาปได้อยู่..."

ไป๋หยวนพึมพำกับตัวเอง ในขณะเดียวกันก็ได้ยินหวังลี่ประกาศอันดับของคนอื่นๆ ไปด้วย

สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจก็คือ อันดับที่สองมาจากโรงเรียนมัธยมสองเมืองเผิงอัน ซึ่งสามารถจับพวกก่อความวุ่นวายไปได้ถึงสี่สิบกว่าคนเหมือนกัน

"ดูท่าทางจะเก่งกันทุกคนเลยแฮะ..."

ถ้าเกิดเขาไม่ได้ไปกวาดล้างกลุ่มของหลี่ชางในวันนั้น ดีไม่ดีอาจจะโดนไล่ตามทันไปแล้วก็ได้

แต่เขาก็เลิกคิดเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขาสามารถยืมแรงของหวังชิงได้ คนอื่นๆ ก็คงจะมีวิธีของตัวเองในการล็อกตำแหน่งของคนร้ายเหมือนกันนั่นแหละ

ไม่นานนัก การประชุมในวันนี้ก็สิ้นสุดลง

ในขณะเดียวกัน หวังลี่ก็แจ้งให้ทุกคนทราบว่า วันนี้ถือเป็นวันเริ่มต้นวันหยุดปิดเทอมฤดูหนาวแล้ว หลังจากผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปและกลับมาที่โรงเรียน ก็จะเริ่มทำการแบ่งห้องเรียนและจัดกลุ่มใหม่ทันที

พอประโยคนี้หลุดออกมา

ทุกคนต่างพากันแสดงสีหน้าที่ซับซ้อน บางคนยิ้มแย้มแจ่มใส ในขณะที่บางคนทำหน้าตาไม่ยินยอมพร้อมใจ

ในยุคสมัยปัจจุบันที่เกิดเรื่องลี้ลับขึ้นบ่อยครั้ง มีเพียงโรงเรียนเท่านั้นที่เป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด

แต่หวังลี่รวมไปถึงอาจารย์คนอื่นๆ พอถึงช่วงปีใหม่ต่างก็ต้องย้ายออกจากโรงเรียน การที่พวกเขาจะดื้อดึงอยู่ต่อจึงไม่มีประโยชน์อะไรเท่าไหร่นัก

"ไปล่ะ"

ไป๋หยวนเมินเฉยต่อสายตาอันละโมบของทุกคน เขาเก็บผลึกผีทั้งสิบก้อนลงกระเป๋าเรียบร้อย

เขามีสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินออกจากหอประชุมใหญ่ เตรียมตัวกลับบ้านไปพักผ่อนสักระยะ

ทว่าในตอนที่เพิ่งจะเดินมาถึงบริเวณหน้าประตูโรงเรียน

ไป๋หยวนกลับโดนคนกลุ่มหนึ่งดักหน้าเอาไว้

"หืม?"

ไป๋หยวนชะงักไปเล็กน้อย เขามองดูเด็กหนุ่มตรงหน้า ในแววตามีความไม่เข้าใจอยู่บ้าง

"มีธุระอะไรหรือเปล่า?"

"แนะนำตัวหน่อยนะ ผมเว่ยหนิง จากห้องเรียนผู้ใช้ผีห้องหนึ่ง"

เขาประเมินไป๋หยวนตั้งแต่หัวจรดเท้า ทว่ากลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังลี้ลับจากตัวของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกเดาระดับความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายไม่ถูกเหมือนกัน

"แล้วไงต่อ?"

"นายลองเสนอราคามาสิ ผมอยากจะขอซื้อผลึกผีในกระเป๋าของนาย!"

"ไม่ขาย"

ไป๋หยวนส่ายหน้าปฏิเสธไปตรงๆ

ผลึกผีสิบก้อนที่เหลือนี้เป็นของโจวหาน ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะเอามาใช้ ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้มันเป็นส่วนของเขาเอง เขาก็ไม่มีวันขายอยู่ดี ของสิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะเอาเงินมาซื้อหากันได้ง่ายๆ

"นายคิดดูให้ดีๆ ก่อนนะ"

เว่ยหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วพูดว่า "ผมจะให้ราคาที่นายต้องพึงพอใจแน่นอน แถมวันข้างหน้าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น นายสามารถอ้างชื่อของผมได้เลย"

"ไม่ใช่ละ นายเป็นใครกันเนี่ย..."

ไป๋หยวนส่ายหน้าพลางเมินเฉยต่ออีกฝ่าย เดินหน้าต่อไปตามทางของตัวเอง

สีหน้าของเว่ยหนิงเย็นชาลงทันที เขารีบก้าวตามขึ้นมาดักหน้าอีกครั้ง ในขณะเดียวกันพลังผีในร่างกายก็ระเบิดออกมาอย่างรุนแรง

"หืม?"

ไป๋หยวนปรายตา มองอีกฝ่าย

อีกฝ่ายดันเป็นผู้ใช้ผีระดับหนึ่งคำสาปจริงๆ มิน่าล่ะถึงได้ดูมีความมั่นใจขนาดนี้...

"ถ้าไม่อยากขายผลึกผีก็ย่อมได้ งั้นก็ข้ามผ่านสิ่งนี้ไปให้ได้แล้วกัน!"

สีหน้าของเว่ยหนิงราบเรียบ ทว่าในมือขวาของเขากลับปรากฏลูกบอลน้ำแข็งสีฟ้าขึ้นมาลูกหนึ่งโดยพลัน บนลูกบอลนั้นมีกลิ่นอายความเคียดแค้นหมุนวนอยู่จางๆ

ซึ่งสิ่งนี้ก็คือผีผู้พิทักษ์ของเขา บอลผีน้ำแข็ง!

และในนาทีนี้ พลังผีในร่างกายของเว่ยหนิงพลุ่งพล่าน รอบตัวของเขาพลันปรากฏม่านน้ำแข็งที่คนธรรมดาไม่สามารถมองเห็นขึ้นมาสายหนึ่ง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความเย็นเยือกอันน่าขนลุก

"ไอ้หนู นายก็ยอมขายผลึกผีให้พี่หนิงไปแต่โดยดีเถอะ"

ในตอนนั้นเอง กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังสามสี่คนพอเห็นฉากนี้ ก็พากันเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมพร้อมรอยยิ้ม

ม่านน้ำแข็งสายนี้น่ะ ไม่ใช่สิ่งที่จะข้ามผ่านไปได้ง่ายๆ หรอกนะ

"ไม่ใช่ละ พวกนายไม่รู้จักผมจริงๆ เหรอ?"

ไป๋หยวนขมวดคิ้วมู่

ชื่อเสียงของเขาในวงการอาชญากรนี่ดังกระฉ่อนจนคนพากันขยาดแท้ๆ แต่ไหงวันนี้ถึงโดนกลุ่มนักเรียนมาดักหน้าเอาได้ล่ะเนี่ย?

แต่พอมาลองคิดดูว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้อยู่ในวงการอาชญากร การจะไม่รู้เรื่องรู้ราวก็ถือเป็นเรื่องที่พอจะเข้าใจได้อยู่

"ผมได้อันดับที่หนึ่งนะ พวกนายคิดว่าจะสู้ผมได้จริงๆ เหรอ?"

เขาไม่ได้รีบร้อนลงมือ แต่เลือกที่จะเอ่ยปากเตือนสติก่อน

เพราะยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ใช่พวกอาชญากรหลบหนี ถ้าเกิดเขาเผลอพลั้งมือซัดจนตายคากลางถนนขึ้นมา ดีไม่ดีเขาอาจจะได้ไปติดรายชื่ออาชญากรหลบหนีของจริงเข้าให้แน่ๆ...

"ภารกิจในครั้งนี้ นายคิดว่าตัวเองได้มาเพราะความแข็งแกร่งจริงๆ งั้นเหรอ?"

สีหน้าของเว่ยหนิงเย็นชาลง ในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจทันที

เขาคิดมาโดยตลอดว่าการทดสอบในครั้งนี้มันไม่มีความน่าเชื่อถืออะไรเลย

หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งของเขา เวลาแค่ครึ่งเดือนเขาก็สามารถจับพวกก่อความวุ่นวายได้เป็นร้อยคนแล้ว

น่าเสียดายที่เขามีดีแค่ความแข็งแกร่ง แต่กลับหาตำแหน่งของพวกคนร้ายไม่เจอ เรื่องนี้เลยทำให้เขาได้แค่อันดับสิบเอ็ดเท่านั้น

แม้ว่าจะห่างจากอันดับสิบเพียงแค่เอื้อม แต่รางวัลที่ได้รับกลับแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ในใจย่อมเกิดความไม่สมดุลเป็นธรรมดา

"ไม่อย่างนั้นล่ะ? ได้มาเพราะโชคช่วยเหรอ?"

ไป๋หยวนส่ายหน้า ก่อนจะพูดต่อว่า "ขอแค่ผมข้ามผ่านไอ้สิ่งนี้ไปได้ ก็ถือว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วใช่ไหม?"

"แน่นอน!"

สิ้นคำพูด สีหน้าของไป๋หยวนก็กลับมาเรียบเฉยตามเดิม พร้อมกับค่อยๆ ก้าวเท้าเดินเข้าไปหาเว่ยหนิง

ในสายตาของคนธรรมดาทั่วไป ย่อมไม่สามารถมองเห็นม่านน้ำแข็งอะไรนี่ได้ มีเพียงคนที่มีพลังลี้ลับเท่านั้นถึงจะมองเห็น

"หืม?"

ไป๋หยวนเพิ่งจะก้าวเท้าไปได้เพียงก้าวเดียว ก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเย็นเยือกอันแปลกประหลาดสายหนึ่ง ราวกับมันกำลังจะแช่แข็งวิญญาณของเขาอย่างไรอย่างนั้น

"ความเย็นระดับนี้ คาดว่าต่อให้เป็นผีร้ายก็คงได้รับผลกระทบเหมือนกัน..."

ไป๋หยวนทำสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า

"นี่คือวิชาคำสาปแรกของนายใช่ไหม?"

เว่ยหนิงพยักหน้ารับ ก่อนจะพูดต่อว่า "นายอย่าฝืนจะดีกว่า ผมไม่รับรองหรอกนะว่านายจะได้รับผลกระทบข้างเคียงตามมาหรือเปล่า"

"พูดเป็นเล่นไปได้..."

ไป๋หยวนส่ายหน้า พลังผีหยินในร่างกายระเบิดออกอย่างรุนแรง

ปรากฏไอผีลอยคลุ้งขึ้นมากลางอากาศทีละสาย หมุนวนอยู่รอบกายของเขา จนกลายสภาพเป็นเกราะล่องหนสายหนึ่ง

การกลืนกินผลึกผีเข้าไปถึงยี่สิบก้อน ทำให้พลังผีหยินเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพขึ้นมาอีกครั้ง ไอผีย่อมแตกต่างไปจากยามปกติทั่วไปอย่างสิ้นเชิง

ภายใต้สายตาอันตื่นตระหนกตกใจของพวกเว่ยหนิง

ภาพที่เห็นคือไป๋หยวนสามารถก้าวข้ามผ่านม่านน้ำแข็งไปได้อย่างง่ายดายราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่ดูเหมือนเขาจะรู้สึกว่ามันยังไม่สะใจพอ เลยเริ่มเดินก้าวเข้าก้าวออกผ่านม่านน้ำแข็งไปมาอยู่อย่างนั้น

"ผมเดินเข้ามาแล้ว ผมเดินออกไปแล้ว ผมเดินเข้ามาใหม่อีกรอบแล้ว..."

"..."

เว่ยหนิงมุมปากกระตุก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนเหยียดหยามอย่างรุนแรงในพริบตา...

ในแววตาของเขาเริ่มมีความโกรธแค้นปรากฏขึ้น เขาเริ่มทำการส่งพลังคำสาปเข้าไปในบอลผีน้ำแข็งมากขึ้น ส่งผลให้ความรุนแรงของม่านน้ำแข็งค่อยๆ พุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

ทว่า สิ่งที่ได้ตอบแทนกลับมา คือการที่ไป๋หยวนเริ่มกระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนานยิ่งกว่าเดิม...

นาทีนี้ ทุกคนต่างพากันทำสีหน้าอึ้งกิมกี่ไปตามๆ กัน พวกเขาไม่เข้าใจภาพตรงหน้านี้เลยแม้แต่น้อย

วิชาคำสาปของเว่ยหนิง ใช้ไม่ได้ผลดื้อๆ เลยงั้นเหรอ?

"ทีนี้ ยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?"

ไป๋หยวนไม่ได้ขยับตัวมั่วซั่วอีกต่อไป เขายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางม่านน้ำแข็งนั้นตรงๆ

สายตาของเขาจับจ้องไปที่เว่ยหนิง ราวกับว่าตัวเขาไม่ได้สัมผัสถึงความเย็นเยือกใดๆ เลยแม้แต่น้อย

"..."

แววตาของเว่ยหนิงเปลี่ยนจากความโกรธแค้นในตอนแรก กลายมาเป็นความตื่นตะลึงอย่างถึงที่สุดในตอนนี้

อีกฝ่ายดันสามารถเมินเฉยต่อวิชาคำสาปแรกของเขาได้โดยตรงเลยงั้นเหรอ?

"เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?"

ไป๋หยวนเห็นอีกฝ่ายเอาแต่เงียบกริบ จึงเลิกคิ้วขึ้นพร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นในแววตา

"..."

เว่ยหนิงยังคงเงียบกริบ แผ่นหลังของเขาในตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมออกมาจริงๆ นั่นแหละ...

"ดูท่าทางนายจะยอมสยบแล้วนะ"

ไป๋หยวนไม่ได้ยอมเสียเวลาอีกต่อไป เขาหันหลังเดินจากไปทันที

"ทำไมกัน... ทำไมกัน..."

ในเวลานี้ เว่ยหนิงได้แต่ยืนอึ้งอยู่กับที่พลางบ่นพึมพำประโยคเดิมซ้ำๆ ในหัวของเขาคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าทำไมเรื่องราวมันถึงได้กลายเป็นแบบนี้ไปได้

วิชาคำสาปของเขา ขนาดผีร้ายยังได้รับผลกระทบเลยแท้ๆ แต่กลับไม่มีผลอะไรกับไป๋หยวนเลยแม้แต่น้อย...

"ความแข็งแกร่งของอีกฝ่าย... มันจะเหนือชั้นขนาดไหนกันแน่?!"

เว่ยหนิงมองดูแผ่นหลังของไป๋หยวนที่เดินห่างออกไปในระยะไกล รู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถมองทะลุคนคนนี้ได้เลยแม้แต่น้อย

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นอกจากเรื่องที่ระดับความแข็งแกร่งของทั้งสองคนจะมีความห่างชั้นกันแล้ว

ปัจจัยหลักที่สำคัญที่สุดก็คือ ไป๋หยวนครอบครองพลังผีหยิน ย่อมไม่มีทางที่จะไปเกรงกลัวม่านน้ำแข็งอะไรนี่อยู่แล้ว ถือเป็นการข่มกันทางคุณสมบัติของพลังอย่างสิ้นเชิง

………

จบบทที่ ตอนที่ 100 เพื่อน นายเหงื่อตกแล้วใช่ไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว