- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ขอสโลว์ไลฟ์ในรายการเอาชีวิตรอด
- บทที่ 106 ต้องระวังตัวซะแล้ว
บทที่ 106 ต้องระวังตัวซะแล้ว
บทที่ 106 ต้องระวังตัวซะแล้ว
ในห้องส่ง สตูดิโอของผู้สังเกตการณ์ถูกตัดภาพไปยังห้องถ่ายทอดสดของฉู่เฟิงและอวิ๋นซินตามการจัดเตรียมของผู้กำกับ
ก็ใครใช้ให้ห้องถ่ายทอดสดของผู้ท้าชิงคนอื่นๆ ไม่มีจุดขายอะไรเลยล่ะ ถ้าไม่นอนเป็นผักปลาอยู่ในเพิงพัก ก็ออกไปหาผักป่าผลไม้ป่ากินข้างนอก คนที่ออกล่าสัตว์มีน้อยจนแทบนับหัวได้
ที่มีจุดขายล่าสุดก็คือสองพี่น้องตระกูลหลิ่ว พวกเธอเหมือนแมวตาบอดสอดเจอหนูตาย บังเอิญไปเจอลูกกวางที่มาส่งถึงที่ ทำให้ทั้งสองคนติดเทรนด์ฮิตไปครั้งหนึ่ง นอกนั้นก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว
"แค่กๆ..." หวังหลินที่กำลังดื่มน้ำอยู่ พอเห็นหน้าจอตัดภาพไปที่ห้องถ่ายทอดสดของฉู่เฟิงกับอวิ๋นซิน ก็สำลักน้ำขึ้นมาทันที
"อาจารย์หวัง ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ?" เหอหมิงถามด้วยความเป็นห่วง แต่ในแววตากลับมีรอยยิ้มแวบผ่าน
"ไม่เป็นไรๆ แค่ดื่มเร็วไปหน่อย" หวังหลินรีบส่ายหน้า
ในวินาทีนี้ เขาต้องระวังตัวซะแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเหอหมิงขุดหลุมพรางดักเขาอีก
คนที่เคยโดนหลอกมาหลายครั้ง อย่างน้อยก็พอจะเข้าใจกฎของทีมงานรายการแล้ว เห็นได้ชัดว่าต้องการใช้เขาเป็นจุดขายเพื่อสร้างกระแส
"คิกๆ... อาจารย์หวัง ทำไมคุณถึงทำหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้นล่ะคะ?" อู๋ฉิงเยว่หัวเราะคิกคัก
"หา? เปล่านี่ครับ" หวังหลินกระตุกมุมปาก ส่งยิ้มที่ดูแข็งทื่อออกมา
"..." ฉีเวยถิงอมยิ้มมุมปาก ในฐานะคนที่มักจะเป็นผู้สังเกตการณ์ เธอเข้าใจกฎของทีมงานรายการดีอยู่แล้ว
"อะแฮ่ม! พวกเรามาดูกันดีกว่าครับว่าฉู่เฟิงกับอวิ๋นซินกำลังทำอะไรอยู่" เหอหมิงในฐานะพิธีกร ควบคุมจังหวะของรายการได้เป็นอย่างดี
"อวิ๋นซินกับฉู่เฟิงกำลังเล่นโคลนเหรอคะ?"
อู๋ฉิงเยว่เบิกตากว้าง พูดด้วยความไม่อยากเชื่อ "ทั้งสองคนว่างขนาดนั้นเลยเหรอ?"
การที่เธอเพิ่งออกมาจากห้องถ่ายทอดสดอื่นๆ เห็นคนอื่นกำลังเอาชีวิตรอดกันอย่างยากลำบาก แต่ตอนนี้ฉู่เฟิงกับอวิ๋นซินกลับกำลังเล่นโคลนกันอยู่ ความแตกต่างนี้มันช่างมากเกินไปจริงๆ
"ไม่ครับ ไม่ได้กำลังเล่นโคลน" เหอหมิงรีบปฏิเสธ
"แล้วนี่คือ?" น้ำเสียงใสกระจ่างของอู๋ฉิงเยว่เต็มไปด้วยความสงสัย
"พวกเขากำลังทำเครื่องปั้นดินเผาอยู่น่ะครับ" เหอหมิงอุทานด้วยความทึ่ง
เขาเองก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้เห็นคนทำเครื่องปั้นดินเผาในรายการเอาชีวิตรอดในป่าแบบนี้ เมื่อก่อนเขาเคยทำเครื่องปั้นดินเผามาก่อน เคยไปเรียนที่ร้านเครื่องปั้นดินเผาอยู่สองสามวัน เพื่อทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นของขวัญวันเกิดให้เพื่อน
"อะไรนะ? ทำเครื่องปั้นดินเผา?" หวังหลินตกตะลึง สีหน้าดูเหม่อลอย
เขายังคิดว่าทั้งสองคนกำลังเอาโคลนมาทำปลาอบโคลน เหมือนกับไก่ขอทานซะอีก เพราะยังไงเมนูชื่อดังนี้ก็ปรากฏในภาพยนตร์มาแล้วหลายครั้ง หลายคนดูผ่านหูผ่านตาบ่อยๆ ก็เลยเรียนรู้วิธีทำไปด้วย
แต่ทำไมพอมาถึงที่นี่ กลับกลายเป็นการทำเครื่องปั้นดินเผาไปได้ล่ะ? นี่มันยังใช่การเอาชีวิตรอดในป่าอยู่อีกเหรอ?
หวังหลินรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ทุกครั้งที่สังเกตการณ์ห้องถ่ายทอดสดของฉู่เฟิงกับอวิ๋นซิน เขารู้สึกเหมือนโทนเรื่องมันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนการเอาชีวิตรอดในป่าเลยสักนิด นี่มันไปดื่มด่ำกับชีวิตกลางแจ้งชัดๆ?
ซึ่งนั่นก็ทำให้ประสบการณ์ของเขาผิดพลาดไปหลายครั้ง ในห้องถ่ายทอดสดอื่นๆ ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย
"ใช่ครับ ผมเคยเรียนทำเครื่องปั้นดินเผามาสองสามวัน ก็เลยจำได้" เหอหมิงพยักหน้ายืนยัน
"ทำไมทั้งสองคนถึงคิดจะทำเครื่องปั้นดินเผาล่ะ? สิ่งสำคัญคือต้องหาอาหารไม่ใช่เหรอ?" หวังหลินเริ่มไม่เข้าใจ
ทำอะไรให้มันดูวุ่นวายไร้สาระไปได้ ถ้าไม่มีอาหาร ต่อให้ทำเครื่องปั้นดินเผาออกมา จะเอาไว้เป็นของที่ระลึกตอนตกรอบหรือไง?
"ฉันกลับคิดว่าการทำเครื่องปั้นดินเผาเป็นไอเดียที่ดีนะคะ" อู๋ฉิงเยว่มีความเห็นที่ต่างออกไป
ตั้งแต่รู้ว่าฉู่เฟิงกับอวิ๋นซินกำลังทำเครื่องปั้นดินเผา เธอก็คิดอะไรออกหลายอย่าง
"โอ๊ะ? ยังไงเหรอครับ?" เหอหมิงช่วยชงบทให้
"ไม่ต้องพูดถึงว่าทั้งสองคนทำเครื่องปั้นดินเผาสำเร็จหรือไม่นะคะ แต่ถ้าทำเครื่องปั้นดินเผาเสร็จแล้ว ก็จะได้ภาชนะมาใช้เยอะแยะ สามารถเก็บของได้ตั้งหลายอย่าง อย่างเช่นเนื้อที่กินไม่หมดเป็นต้นค่ะ"
อู๋ฉิงเยว่นึกถึงเครื่องปั้นดินเผาที่บ้าน มีใบสองใบที่เธอเอาไว้เก็บของลับๆ
"เสียทั้งแรงและเวลามากเกินไป" หวังหลินไม่เห็นด้วย เขามองว่าอาหารต่างหากที่สำคัญที่สุด
"แล้วเวยถิงล่ะครับ? คุณมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?" เหอหมิงโยนหัวข้อสนทนาไปให้เทพธิดานักรบ ยังไงก็ต้องดูแลให้ทั่วถึงทุกคน
"ลับมีดให้คม ไม่เสียเวลาตัดฟืน" ฉีเวยถิงกล่าวเรียบๆ
"โอ๊ะ? ดูเหมือนว่าเวยถิงก็เห็นด้วยนะครับ" เหอหมิงยิ้มบาง
"หึ!" หวังหลินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รู้สึกว่าผู้หญิงสองคนนี้ไม่เข้าใจการเอาชีวิตรอดในป่าเอาซะเลย
"เอาล่ะครับ งั้นเรามาดูคำถามจากผู้ชมในห้องถ่ายทอดสดกันบ้างดีกว่า"
เหอหมิงเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียด นี่เป็นความขัดแย้งทางความคิด เขาเองก็ไม่สะดวกจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เขาจึงทำได้แค่ดำเนินรายการไปตามขั้นตอน อย่างตอนที่ไม่มีเรื่องจะคุย ก็จะดึงคำถามจากคอมเมนต์ในห้องถ่ายทอดสดมาใช้
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ยังคงเป็นการควบคุมของผู้กำกับ จะเลือกใครก็เลือกไว้ล่วงหน้าหมดแล้ว แบบนี้ถึงจะมีจุดขายให้ดูไงล่ะ
"ทีมงานรบกวนหยุดหน้าจอหน่อยครับ ช่วยเลือกคำถามขึ้นมาที" เหอหมิงกล่าวเสียงนุ่ม
ทันใดนั้นคอมเมนต์มากมายก็เลื่อนผ่านหน้าจออย่างรวดเร็ว ในที่สุดคอมเมนต์สีเขียวข้อความหนึ่งก็ถูกเลือกขึ้นมา
"อาจารย์หวังหลิน ถ้าคุณอยู่ในป่า คุณจะทำเครื่องปั้นดินเผาไหม?" เหอหมิงอ่านด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
เขาคิดในใจ ทีมงานรายการนี่ช่างเล่นสนุกจริงๆ ไม่กลัวว่าจะทำหวังหลินโมโหจนเดินหนีไปเลยหรือไง
"ไม่ครับ ผมทำเครื่องปั้นดินเผาไม่เป็น" หวังหลินกลอกตาพูด
"ถ้าอย่างนั้น รูปภาพแคปหน้าจอรูปที่สองครับ"
หลังจากหน้าจอหยุดนิ่ง เหอหมิงก็อ่านด้วยความรู้สึกที่ทั้งอยากจะหัวเราะและร้องไห้ว่า "ผู้เชี่ยวชาญหวังปฏิเสธพวกโลลิน้อยทั้งสองคน เป็นเพราะว่าตัวเองทำเครื่องปั้นดินเผาไม่เป็นหรือเปล่าครับ?"
หาเรื่อง ทีมงานรายการช่างหาเรื่องเก่งจริงๆ นี่คือความคิดของทุกคนที่อยู่ในงาน
"ไม่ครับ นี่เป็นการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลที่ได้จากประสบการณ์" หวังหลินพูดด้วยใบหน้าดำทะมึน
เขาทำเครื่องปั้นดินเผาไม่เป็นจริงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีเหตุผลในส่วนนี้อยู่บ้าง
"ข้อความต่อไปครับ"
เหอหมิงมองดูคอมเมนต์บนหน้าจอ แล้วอ่านต่อ "อาจารย์เหอ คุณคิดว่าฉู่เฟิงจะสามารถทำเครื่องปั้นดินเผาออกมาได้จริงๆ เหรอคะ?"
"เอ๊ะ? ถามผมหรอกเหรอครับ"
เหอหมิงประหลาดใจเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า "เรื่องนี้ยืนยันยากครับ แต่การเผาเครื่องปั้นดินเผาต้องใช้อุณหภูมิสูงมาก โดยทั่วไปถ้าอาศัยแค่ฟืนเผาก็ยากที่จะทำสำเร็จได้ครับ"
"ถ้าพูดแบบนี้ แสดงว่าอุณหภูมิที่พวกเขาใช้เผามันไม่ถึง นั่นหมายความว่าการทำเครื่องปั้นดินเผาก็จะล้มเหลวใช่ไหมครับ?" หวังหลินเลิกคิ้วถาม
"ก็คงจะเป็นอย่างนั้นครับ"
เหอหมิงครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าแล้วพูดว่า "ถ้าเอาไปใส่น้ำก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะรั่ว แต่ถ้าเอาไว้ใส่ของแห้งก็ยังพอได้อยู่ครับ"
"มันยากขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" อู๋ฉิงเยว่ถามด้วยความสงสัย
"ถ้าอาศัยแค่ฟืนจากกองไฟเผา มันยากมากที่จะได้อุณหภูมิสูงพอสำหรับเผาเครื่องปั้นดินเผาครับ" เหอหมิงพยักหน้า
"อวิ๋นซินกับฉู่เฟิงอย่าล้มเหลวเด็ดขาดเลยนะ" อู๋ฉิงเยว่พูดด้วยความตื่นเต้นปนกังวลเล็กน้อย
"..." หวังหลินหัวเราะเงียบๆ ไม่พูดอะไรมาก แค่รอผลลัพธ์ก็พอแล้ว
"พวกเรามาดูผลงานต่อไปของฉู่เฟิงกับอวิ๋นซินกันเถอะครับ" เหอหมิงควบคุมจังหวะของรายการอย่างชัดเจน