- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 1090 สงสัยจะไม่ใช่เนื้อรมควันแล้วมั้ง คงเป็นเนื้อพญามังกรแล้วล่ะ!
บทที่ 1090 สงสัยจะไม่ใช่เนื้อรมควันแล้วมั้ง คงเป็นเนื้อพญามังกรแล้วล่ะ!
บทที่ 1090 สงสัยจะไม่ใช่เนื้อรมควันแล้วมั้ง คงเป็นเนื้อพญามังกรแล้วล่ะ!
“ใช่ครับ นี่คือขาหมูรมควันเอ๋อเหมยชั้นยอด” โจวเยี่ยนพยักหน้า เอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “พวกเราเลือกใช้หมูพื้นเมืองเอ๋อเหมยจากหมู่บ้านเฮยสุ่ยแห่งเขาเอ๋อเหมย หมูพื้นเมืองเหล่านี้ถูกเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติในป่าชาบนภูเขาสูงกว่าระดับน้ำทะเล 1,200 เมตร ฟังเสียงระฆังจากยอดเขาทองคำ สูดดมเมฆหมอกแห่งเอ๋อเหมย ทุกฤดูใบไม้ร่วงพวกมันจะกินเมล็ดชาเข้าไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเนื้อจึงไม่มีกลิ่นคาวและยังมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ หลังจากหมักด้วยเกลือเสฉวนและเครื่องเทศหลากหลายชนิดแล้ว ก็นำไปรมควันด้วยกิ่งไม้สนและใบชาบนภูเขาสูงตามธรรมชาติเป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือน จากนั้นนำไปแขวนไว้ในที่ที่อากาศถ่ายเทได้สะดวกเป็นเวลาครึ่งปี ปล่อยให้กาลเวลาบ่มเพาะให้สุกงอมอย่างช้า ๆ จนสุดท้ายก็จะได้เป็นสุดยอดแฮมรมควันแห่งเขาเอ๋อเหมยที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซน”
มาร์โค โปโลหันไปมองหลินหว่านหรู รอคอยการแปลของเธอ
หลินหว่านหรูถึงกับอึ้งไป มองโจวเยี่ยนด้วยสีหน้าแปลกประหลาดเล็กน้อย: ไม่ใช่สิ ขาหมูรมควันขนาดใหญ่ขาเดียวมันมีเบื้องหลังมากมายขนาดนี้ได้อย่างไรกัน?
“นักข่าวหลิน แปลสิครับ” โจวเยี่ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“เอ่อ...” หลินหว่านหรูเริ่มเฟ้นหาคำศัพท์
เธอเคยเป็นนักข่าวภาคสนามมาสองปี หากถามเธอว่าตอนไหนที่รู้สึกตื่นเต้นที่สุด นี่คงเป็นประโยคที่แปลได้ยากที่สุดประโยคหนึ่งในชีวิตการเป็นนักข่าวของเธอเลยทีเดียว ขาหมูรมควัน คนเสฉวนคุ้นเคยกับมันดีอยู่แล้ว บ้านไหนที่เลี้ยงหมูก็ต้องทำไว้สักสองขากันทั้งนั้น
“โปรดแปลตามที่ผมพูดด้วยครับ” โจวเยี่ยนเน้นย้ำ
หลินหว่านหรูสูดหายใจเข้าลึก ๆ เริ่มแปลให้มาร์โค โปโลฟังตามที่โจวเยี่ยนพูดไว้ก่อนหน้านี้ พร้อมกับอธิบายเกร็ดความรู้เกี่ยวกับเขาเอ๋อเหมยให้เขาฟังคร่าว ๆ
“ว้าว! น่าเหลือเชื่อ! แฮมเอ๋อเหมยนี้ล้ำค่าพอ ๆ กับแฮมไอบีเรียเลยนะเนี่ย!” มาร์โค โปโลฟังจบก็ร้องอุทานด้วยความทึ่ง กวาดสายตามองแฮมตรงหน้าขึ้น ๆ ลง ๆ “มันช่างงดงามจริง ๆ! ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง?”
“มะรืนนี้ผมทำแฮมขาเล็ก ๆ เอาไว้ต้อนรับเพื่อนที่เดินทางมาไกลอย่างพวกคุณได้ครับ ถึงเวลาจะให้คุณลองชิมรสชาติและมนตร์เสน่ห์ของแฮมเอ๋อเหมยดู” โจวเยี่ยนยิ้มพลางกล่าวว่า “บางทีรสชาติของมันอาจจะไม่ด้อยไปกว่าแฮมไอบีเรียที่คุณพูดถึงเลยก็ได้นะ”
มาร์โค โปโลดีใจมาก “ยอดเยี่ยมไปเลย! ผมรู้สึกเป็นเกียรติมาก และตั้งตารอเลยล่ะ ขอบคุณนะเพื่อนรัก”
“รสชาติของกุนเชียงผมรู้ดีที่สุด คราวนี้ผมก็มาเพราะพวกมันนี่แหละ ผมอยากรู้ว่าคุณมีกุนเชียงขายให้ผมได้ทั้งหมดเท่าไหร่?”
“กุนเชียงรสพะโล้ห้าเครื่องเทศมีอยู่หนึ่งพันห้าร้อยจินครับ” โจวเยี่ยนกล่าว
“0.75 ตันเหรอ?” มาร์โค โปโลครุ่นคิดเล็กน้อย พยักหน้าตอบ “ตกลง ผมสามารถใช้กุนเชียงพวกนี้ไปเบิกทางที่ลอนดอนก่อนได้ รอจนถึงสิ้นปี หากทุกอย่างราบรื่น พวกเราสามารถขยายขนาดการผลิต และผลิตกุนเชียงให้มากขึ้นได้”
โจวเยี่ยนพยักหน้าตอบ “ถูกต้องแล้วครับเพื่อนรัก ผมก็คิดแบบนี้เหมือนกัน สำหรับชาวลอนดอนแล้ว นี่ถือเป็นอาหารแปลกใหม่ คุณต้องใช้เวลาในการสร้างชื่อเสียงแบบปากต่อปาก ถึงยังไงมันก็เป็นอาหาร ไม่สามารถเก็บตุนไว้ได้นาน ไม่อย่างนั้นรสชาติของมันจะเสียไป”
มาร์โค โปโลมองโจวเยี่ยนพลางกล่าวว่า “ตกลง ถ้างั้นพวกเรามาคุยเรื่องวิธีการซื้อขาย รวมถึงราคาที่ชัดเจนกันดีกว่า”
“ใบอนุญาตส่งออกและการกักกันโรคทางนี้ผมจัดการได้ เพื่อรับประกันว่าจะสามารถส่งออกเนื้อรมควันและกุนเชียงเหล่านี้ไปที่ลอนดอนได้ แต่คุณมาค่อนข้างกะทันหัน ผมยังไม่ค่อยแน่ใจเรื่องอัตราภาษีส่งออกเนื้อรมควันและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นราคาซื้อขายที่แน่นอน วันนี้ผมจึงยังสรุปกับคุณไม่ได้ครับ” โจวเยี่ยนกล่าว
มาร์โค โปโลฟังจบก็ยิ้มพลางพยักหน้า “ผมเข้าใจแล้ว นี่เป็นเรื่องที่ต้องศึกษาอย่างจริงจังจริง ๆ ก่อนมา ผมก็ได้ทำการสำรวจมาบ้างแล้ว เมื่อปีที่แล้วมีกุนเชียงกวางตุ้งชนิดหนึ่งส่งออกไปอังกฤษ ราคาประมาณกิโลกรัมละ 6 ปอนด์ คิดเป็นเงินหยวนก็ประมาณ 18 หยวน นี่อาจจะพอใช้เป็นราคาอ้างอิงได้บ้าง”
หลินหว่านหรูแปลจบก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย มิน่าล่ะใคร ๆ ถึงได้อยากจะส่งออกเพื่อกอบโกยเงินตราต่างประเทศ กุนเชียงแบบเดียวกัน พอส่งไปขายต่างประเทศ ราคาพุ่งขึ้นเป็นสามเท่าทันที จินละ 9 หยวน กุนเชียงหนึ่งพันห้าร้อยจินของโจวเยี่ยนนี้ก็สามารถขายได้เงินกว่าหนึ่งหมื่นหยวน หักลบต้นทุนแล้ว คาดว่าน่าจะมีกำไรถึงหนึ่งหมื่นหยวน
นี่มันขายได้จนกลายเป็นเศรษฐีหมื่นหยวนเลยนะเนี่ย!
โจวเยี่ยนฟังจบกลับขมวดคิ้ว ราคาอ้างอิงที่มาร์โค โปโลให้นั้นไม่ถือว่าต่ำ แต่ก็ต่ำกว่าที่เขาคาดหวังไว้ รวมไปถึงต่ำกว่าราคาที่ภารกิจของระบบกำหนดไว้ด้วย
“มาร์โค โปโล นั่นเป็นราคาของกุนเชียงกวางตุ้งทั่วไป แต่กุนเชียงของพวกเราคือกุนเชียงเอ๋อเหมย แหล่งผลิตและกรรมวิธีการผลิตแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การอ้างอิงราคาแบบนี้มันหยาบและเรียบง่ายเกินไป ผมเกรงว่าจะรับไม่ได้ครับ” โจวเยี่ยนกล่าว
หลินหว่านหรูปรายตามองโจวเยี่ยน แต่ก็ยังแปลให้มาร์โค โปโลฟังตามความจริง
“หากไม่พิจารณาเรื่องอัตราภาษี ราคาที่คุณคาดหวังไว้คือเท่าไหร่ครับ?” มาร์โค โปโลเอ่ยถาม
“สามสิบหยวนครับ” โจวเยี่ยนกล่าว
หลินหว่านหรูและชิวฮ่าวได้ยินดังนั้นดวงตาก็เบิกกว้างขึ้น โจวเยี่ยนกล้าเรียกราคาจริงๆ พออ้าปากก็ขอสามสิบหยวนเลย มากกว่าราคาที่มาร์โค โปโลเสนอมาตั้งสามเท่ากว่า
“0.5 กิโลกรัม 10 ปอนด์เหรอ?” มาร์โค โปโลทำท่าครุ่นคิด “เพื่อนรัก ราคานี้ดูเหมือนจะแพงไปหน่อยนะ”
โจวเยี่ยนกล่าวอย่างไม่รีบร้อน “เพื่อนรัก หากคุณมาเพื่อกุนเชียงธรรมดา ๆ แท่งเดียว จะต้องถ่อมาจากลอนดอนเป็นครั้งที่สองทำไมล่ะ? นี่คือกุนเชียงชั้นยอดจากประเทศจีน เนื้อหมูเลือกใช้หมูดำที่มาจากเขาเอ๋อเหมย ภูเขาอันดับหนึ่งทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ผลิตโดยพ่อครัวที่เก่งที่สุดตามกรรมวิธีโบราณ ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่อยู่บนจุดสูงสุดของเนื้อรมควันจีน ในเมื่อคุณรู้จักแฮมไอบีเรีย คุณก็น่าจะรู้ถึงความแตกต่างด้านราคาระหว่างมันกับแฮมสายพันธุ์อื่น ๆ เป็นอย่างดี
มันมีรสชาติที่ยอดเยี่ยม แต่กลับไม่จำเป็นต้องใช้วิธีการปรุงที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะนำไปต้มหรือนึ่ง ก็สามารถลิ้มรสความอร่อยได้โดยตรง แค่ท่อนเดียว ใช้เงินเพียง 3 ปอนด์ หั่นเป็นแผ่นบาง ๆ ก็สามารถกลายเป็นอาหารจานเด็ดบนโต๊ะอาหาร ได้รับคำชมจากญาติสนิทมิตรสหาย คุณยังคิดว่ามันแพงอยู่อีกเหรอ?”
“บางทีคุณอาจจะลองนึกภาพตอนที่คุณยายของคุณเอ่ยชมคุณดูก็ได้ ลูกค้าที่ซื้อกุนเชียงนี้ไป พวกเขาอาจจะสามารถสร้างคุณค่าทางจิตใจในช่วงเวลาเดียวกันนั้นขึ้นมาได้เหมือนกัน”
หลินหว่านหรูแปลคำพูดของโจวเยี่ยนไปอีกรอบ
มาร์โค โปโลรับฟังคำพูดของเธอ แววตาก็ยิ่งเปล่งประกายขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะร้องอุทาน “โอ้! พระเจ้า! โจวเยี่ยน คุณเป็นอัจฉริยะด้านการขายจริง ๆ แต่ผมยอมรับนะว่าคุณทำให้ผมหวั่นไหวแล้ว!”
“มันเป็นอาหารชั้นยอดจริง ๆ นั่นแหละ ถึงได้ทำให้ผมต้องเดินทางข้ามซีกโลกมาที่นี่อีกครั้ง ผมคิดว่าพวกเขาก็คงจะหลงรักรสชาตินี้ และหลงรักความรู้สึกที่ได้ทำอาหารให้ครอบครัวกินเหมือนกัน”
“แต่ว่า ผมเป็นนักธุรกิจ ผมต้องการพื้นที่สำหรับผลกำไร บางทีคุณอาจจะยอมลดราคาลงอีกสักหน่อย เพื่อให้พวกเราสามารถตกลงซื้อขายกันในราคาที่เหมาะสมกว่านี้ได้”
โจวเยี่ยนฟังจบ ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเสนอราคาใหม่ “25 หยวน นี่คือราคาต่ำสุดของผมแล้ว แถมค่าขนส่งกุนเชียงคุณต้องเป็นคนจ่ายด้วย”
มาร์โค โปโลได้ยินราคาที่เสนอมาก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วส่ายหน้าบอก “บางทีพวกเราอาจจะให้เวลาพิจารณากันอีกสักหน่อย ราคานี้ผมต้องปรึกษากับเจนนี่ดูก่อน”
“ไม่มีปัญหาครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า
การทำธุรกิจ มีอุปสรรคบ้างถือเป็นเรื่องปกติ
ถึงยังไงราคาที่เขาเรียกไปก็สูงกว่าเพื่อนร่วมอาชีพที่กวางโจวเกือบสามเท่า
นักธุรกิจมากประสบการณ์อย่างมาร์โค โปโล ก็ไม่ใช่คนที่จะหลอกได้ง่าย ๆ
รอให้เขากลับไปคิดดูอีกที ถึงยังไงเขาก็ยังมีพื้นที่ให้ลดราคาได้อีก 5 หยวน
20 หยวนคือราคาต่ำสุดที่เขารับได้
ถึงยังไงเขาอุตส่าห์แต่งเรื่องราวของแบรนด์ออกมาได้ดีขนาดนี้ ก็ต้องขายราคานี้แหละ
ถ้าขายให้ชาวบ้าน แค่บวกเพิ่มห้าเหมาโจวเยี่ยนยังต้องคิดหนักเลย
แต่การกอบโกยเงินจากพวกนายทุนอังกฤษ โจวเยี่ยนไม่มีความรู้สึกกดดันทางจิตใจเลยแม้แต่น้อย
ตอนนั้นที่ซูสีไทเฮาชดใช้เงินไปตั้งมากมาย เขาไม่เรียกกลับคืนมาให้เยอะหน่อยได้ยังไงล่ะ
บาเลนเซียก้า ถุงขยะใบเดียวขายได้ตั้งหลายหมื่น เอาสกอตช์เทปมาขายเป็นกำไลข้อมือ คนเขาเรียกว่าแฟชั่น
แล้วกุนเชียงที่สมบูรณ์แบบของเขาขายจินละยี่สิบห้าหยวนมันจะเป็นอะไรไปล่ะ?
ถ้ากุนเชียงขายถูกไป แล้วแฮมเอ๋อเหมยชั้นยอดที่เปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งเซนของเขาจะไปขายราคาแพง ๆ ได้ยังไงล่ะ?
โจวเยี่ยนไม่รีบร้อนเลยสักนิด
มาร์โค โปโลบินมาจีนแต่ละครั้งค่าตั๋วแพงจะตาย แถมยังต้องขออนุญาตสารพัด อุตส่าห์ถ่อมาถึงซูจีแล้ว ของก็มีแค่หนึ่งพันห้าร้อยจิน เขาไม่เชื่อหรอกว่าจะปิดการขายไม่ได้
พอลงมาจากชั้นสอง สายตาที่หลินหว่านหรูมองโจวเยี่ยนก็เปลี่ยนไปเลย
ตอนที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก เธอรู้สึกว่าเขาเป็นแค่เด็กหนุ่มหน้าตาดีรูปร่างสูงโปร่ง เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ ในตำบล โชคดีที่ได้สานสัมพันธ์กับชาวต่างชาติสองคน บังเอิญว่าคุณเจนนี่เป็นนักเขียนคอลัมน์ชื่อดัง บทความที่โด่งดังเพียงชิ้นเดียว ถึงขั้นสร้างความสั่นสะเทือนไปถึงเมืองหลวง โชคชะตาของเขาจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
แต่ตอนนี้เธอพบว่า ชายหนุ่มวัยยี่สิบต้น ๆ คนนี้ ยังเป็นนักธุรกิจที่ฉลาดและมีประสบการณ์ สามารถพูดคุยกับชาวต่างชาติได้อย่างคล่องแคล่ว ท่าทีไม่มีความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย แถมยังคิดจะขายกุนเชียงเสฉวนในราคาที่สูงลิ่วจนน่าเหลือเชื่ออีกด้วย
จินละ 25 หยวน!
นี่สงสัยจะไม่ใช่เนื้อรมควันแล้วมั้ง คงเป็นเนื้อพญามังกรแล้วล่ะ!
จะบอกว่าเขาหลอกลวง เขาก็พูดจามีเหตุผลจนนักธุรกิจต่างชาติต้องพยักหน้าเห็นด้วย
ถึงแม้ตอนนี้จะยังตกลงกันไม่ได้ แต่ดูจากท่าทีของนักธุรกิจต่างชาติ ก็ไม่ยากที่จะมองออกว่ายังมีพื้นที่ให้เจรจากันได้อีก
เมื่อลงมาจากชั้นบน ทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าภายในร้านมีลูกค้านั่งอยู่จนเต็มแล้ว และส่วนใหญ่ก็สวมชุดทำงานเหมือน ๆ กัน
“มาร์โค โปโล คุณหลิน มาทางนี้สิ!” เจนนี่ที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะใกล้เคาน์เตอร์ ยิ้มพลางกวักมือเรียกพวกเขา
“รอบแรกสั่งอาหารไปเรียบร้อยแล้วล่ะ” จ้าวเถี่ยอิงกล่าวกับโจวเยี่ยน
“ครับ” โจวเยี่ยนพยักหน้า หันไปกล่าวกับมาร์โค โปโลและพวกพ้อง “มาร์โค โปโล นักข่าวหลิน ทางนี้ผมต้องขอตัวไปยุ่งสักพักนะครับ พวกคุณสั่งอาหารกินมื้อเย็นกันไปก่อน รอผมยุ่งเสร็จแล้วพวกเราค่อยคุยกันต่อนะครับ”
“ไม่มีปัญหา โจวเยี่ยน คุณเป็นพ่อครัวใหญ่ คุณไปทำงานก่อนเถอะ” มาร์โค โปโลพยักหน้ายิ้ม ๆ “วันนี้พวกเราตั้งใจมากินอาหารฝีมือคุณอยู่แล้ว”
หลินหว่านหรูและชิวฮ่าวพยักหน้าตาม ก่อนจะนั่งลงประจำที่ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย
พวกเขาขึ้นไปชั้นบนแค่ไม่กี่นาที โต๊ะสามสิบตัวในร้านก็นั่งกันจนเต็มแล้ว ด้านนอกยังมีลูกค้ายืนต่อคิวอยู่อีก ในจำนวนนั้นส่วนใหญ่ก็สวมชุดพนักงานของโรงงานทอผ้าเจียโจว มองแวบแรก นึกว่าตัวเองเดินเข้าโรงอาหารของโรงงานไปเสียแล้ว
ลูกค้าที่สั่งอาหารเสร็จแล้ว ระหว่างรออาหารมาส่ง ก็พากันมองมาที่โต๊ะของพวกเขาด้วยความสงสัยเช่นกัน
ชาวต่างชาติไม่ใช่สิ่งที่จะพบเห็นได้ทั่วไป นาน ๆ ทีโรงงานทอผ้าถึงจะมีนักธุรกิจต่างชาติมาศึกษาดูงาน แต่สองคนนี้เห็นได้ชัดว่าตั้งใจมาที่ร้านอาหารโจวเอ้อร์หวาโดยเฉพาะ
เถ้าแก่น้อยก็ยังอยู่คอยเป็นเพื่อนด้วย โจวโม่โม่แสดงตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดี เธอชี้ไปที่กำแพงรายการอาหารด้านข้างพลางกล่าวว่า “คุณน้าเจนนี่ คุณอามาร์โค โปโล ตรงนั้นคือรายการอาหารนะคะ พวกคุณสามารถสั่งอาหารได้เลย”
“โม่โม่ หนูช่วยแนะนำอาหารให้พวกเราสักสองสามอย่างสิ ขอเป็นเมนูใหม่ที่พี่ชายหนูเพิ่งทำออกมาเร็ว ๆ นี้นะ” มาร์โค โปโลกล่าว “อาเห็นรายการอาหารเยอะกว่าแต่ก่อนมากเลย”