เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 81 มหกรรมจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ในตัวอำเภอ

บทที่ 81 มหกรรมจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ในตัวอำเภอ

บทที่ 81 มหกรรมจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ในตัวอำเภอ


บทที่ 81 มหกรรมจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ในตัวอำเภอ

จางเหล่ยรู้ดีว่าจางเจี้ยนกั๋วไม่ค่อยได้เดินทางมาตัวอำเภอบ่อยนัก การเดินทางมาจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ก็เป็นด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งคือเขาคิดอยากจะอาศัยโอกาสนี้พารุ่นพ่อของตนเองไปเดินเที่ยวเล่นรอบๆ ในตัวอำเภอให้ทั่ว

หากจางเหล่ยจำไม่ผิด ชาติก่อนในช่วงเวลานี้ ผู้เป็นพ่อได้ติดเชื้อและจากโลกนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ผ่านความพยายามของตนเองจนสามารถเปลี่ยนแปรชะตากรรมของเขาได้ วันข้างหน้าย่อมต้องปล่อยให้เขาเสวยสุขให้เต็มคราบ

จางเหล่ยมาถึงอาคารสรรพสินค้า มองดูลานหน้าประตูที่มีผู้คนเดินเข้าเดินออกกันไม่ขาดสาย บนใบหน้าของทุกคนต่างก็อบอวลไปด้วยรอยยิ้ม

อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจเงียบๆ ในใจ ยุคทศวรรษ 80 แม้ว่าสิ่งของเครื่องใช้จะยังคงมีความขาดแคลนอยู่ก็ตาม แต่ทว่าชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในทางกลับกันมีความเรียบง่ายและมีความพึงพอใจได้ง่ายกว่า

「ลูก สิ่งของในอาคารสรรพสินค้าแห่งนี้คงไม่ได้ถูกหรอกใช่ไหมลูก?」 จางเจี้ยนกั๋วพูดด้วยน้ำเสียงลังเลอยู่บ้าง 「หรือว่าพวกเราไม่ซื้อกันแล้วดีกว่า ที่บ้านเนื้อรมควันไส้กรอกต่างก็จัดเตรียมไว้พร้อมสรรพหมดแล้ว ช่วงปีใหม่มีสิ่งของเหล่านี้น่าจะใกล้เคียงพออยู่แล้วล่ะ」

แม้ว่าวันนี้จางเจี้ยนกั๋วจะเห็นจางเหล่ยใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงก็สามารถหาเงินมาได้ตั้งเก้าสิบกว่าหยวนก็ตาม แต่ทว่าที่บ้านยังกำลังสร้างบ้านกันอยู่นะ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นย่อมไม่ได้ต่ำเลย

เขาคิดว่าเงินส่วนนี้สามารถประหยัดได้ก็ควรประหยัดไว้

เฉินต้าจ้วงที่อยู่ด้านข้างก็หันสายตาไปมองจางเหล่ยเช่นกัน เงินที่หามาได้จะใช้สอยอย่างไร เขาฟังคำสั่งของพี่เหล่ย

「พ่อครับ หาเงินมาก็เพื่อเอาไว้ใช้สอยนี่แหละครับ ลู่ทางการหาเงินของลูกชายพ่อยยังมีอีกตั้งมากมาย พ่อไม่ต้องเป็นกังวลหรอกครับ」 จางเหล่ยยิ้ม 「วันนี้พวกเราเดินทางมาที่ร้านสรรพสินค้าก็เพื่อมาใช้เงินจับจ่ายใช้สอยกันครับ!」

จางเจี้ยนกั๋วถูกจางเหล่ยใช้ท่อนแขนประคองกุมไว้ เดินเบียดเสียดเข้าไปด้านในอาคารสรรพสินค้าอย่างไม่ค่อยเต็มอกเต็มใจเท่าไหร่นัก

ก่อนหน้านี้เฉินต้าจ้วงตอนมาอาคารสรรพสินค้ายังมีความเกรงใจอยู่บ้าง ตอนนี้เดินทางมาบ่อยครั้งขึ้น ในทางกลับกันแปรเปลี่ยนเป็นมีพัฒนาการไปในทิศทางของคนกล้าแสดงออกในสังคมไปซะงั้น พอมองเห็นพนักงานขายที่คุ้นหน้าคุ้นตาก็จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากทักทายปราศรัยก่อน

จางเหล่ยไม่ได้หยุดพักผ่อนอยู่ที่ชั้นแรกนานเกินไปนัก แต่พาทั้งสองคนขึ้นมาถึงพื้นที่จำหน่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายบนชั้นสองตามลำดับ

「สหายครับ รบกวนนำเสื้อผ้าตัวนี้ไซส์ของพ่อผมมาให้หน่อยครับ」 จางเหล่ยหิ้วเสื้อนวมสีเขียวทหารตัวหนึ่งยื่นนิ้วชี้ไปทางรุ่นพ่อของตนที่อยู่ด้านข้าง

「คอยสักครู่นะคะ」 อย่างรวดเร็ว ในมือของพนักงานขายก็มีเสื้อนวมสีเขียวทหารเพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่ง

「พ่อครับ รีบจับเวลาไปลองสวมดูสิครับ」 จางเหล่ยยัดเสื้อผ้าเข้าไปในอุ้งมือของจางเจี้ยนกั๋วด้วยรอยยิ้มตาหยี

「ก็แค่ลองสวมดูนะ พวกเราไม่ซื้อหรอกนะ!」 จางเจี้ยนกั๋วเมื่อเห็นเสื้อผ้าตัวนี้ในใจเกิดความหวั่นไหวอยู่บ้าง แต่กลัวว่าเสื้อผ้าจะแพงเกินไป

「ได้ครับ หากไม่สวยพวกเราก็ไม่ซื้อครับ」 จางเหล่ยพูดทีเล่นทีจริงออกมาประโยคหนึ่ง

เขา รู้ ดี ผู้เป็นพ่อมีนิสัยประหยัดมัธยมมาโดยตลอด เสื้อผ้าที่สวมใส่ล้วนผ่านการปะชุนมานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งหลายปีมาแล้วยังทำใจสละเปลี่ยนใหม่ไม่ลง

เพียงแต่ชาติก่อนในยามที่ตนเองมีความสามารถขึ้นมา ผู้เป็นพ่อก็ไม่ได้อยู่เหลือแล้ว ได้กลับมาเกิดใหม่อีกชาตินี้ ย่อมต้องปล่อยให้ตนเองได้ชดเชยความเสียดายในชาติก่อนให้เต็มที่

จางเจี้ยนกั๋วสวมใส่เสื้อนวมตัวใหม่เอี่ยมตัวนี้ สีหน้ามีความประหม่าเล็กน้อย 「เสื้อผ้าตัวนี้สวมใส่แล้วนับว่ามีความอบอุ่นดีจริงๆ นะ」

ระหว่างคำพูดจาเต็มไปด้วยความชื่นชอบต่อเสื้อผ้าตัวนี้ซีกหนึ่ง

จางเหล่ยยื่นกางเกงสีน้ำเงินเข้มส่งไปให้อีกตัวหนึ่ง 「พ่อครับ พ่อลองไปเปลี่ยนสวมใส่กางเกงตัวนี้ดูอีกสิครับ」

「กางเกงคงไม่ต้องลองสวมแล้วมั้งลูก?」 จางเจี้ยนกั๋วปรายตากลับไปมองพนักงานขายหญิงที่อยู่ด้านข้าง มีความเกรงใจเล็กน้อย

「สหายคะ ด้านข้างมีห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่นะคะ」 พนักงานขายหญิงขยับปากยิ้มตาหยี ยื่นนิ้วชี้ไปทางห้องกั้นเล็กๆ ที่ดัดแปลงสร้างมาจากแผ่นไม้ด้านข้าง

「รีบจับเวลาไปลองสวมดูสิครับ ดูซิว่าสวมใส่พร้อมกันทั้งชุดแล้วผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรบ้าง」 จางเหล่ยเอ่ยปากเร่งรัด

「เอาเถอะ ถ้างั้นพ่อไปลองดูแล้วกันนะ」 จางเจี้ยนกั๋วฉีกยิ้มหัวเราะ อุ้มกางเกงเดินเข้าไปด้านใน

จางเหล่ยหันหน้าไปพูดกับต้าจ้วงว่า 「แกเองก็เลือกเสื้อผ้ามาสามชุดสิ ของแกชุดหนึ่ง ของพ่อแม่แกคนละชุด」

「พี่เหล่ย พี่ซื้อให้อาจางก็พอแล้วล่ะครับ ของบ้านผมช่างมันเถอะครับ」 เฉินต้าจ้วงลังเลอยู่ครู่หนึ่งพูดต่อไปว่า 「หากไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวพวกเราค่อยไปตัดผ้ากลับมาสักสองสามพับที่ร้านสหกรณ์จัดซื้อและจำหน่าย กลับไปทำเองที่บ้านก็ได้ครับ」

ก่อนหน้านี้ในตลาดมืด เฉินต้าจ้วงเห็นจางเหล่ยหาตั๋วผ้ามาจากคนค้าตั๋วได้ตั้งมากมายก็จริง แต่ทว่าเสื้อผ้าสำเร็จรูปกับพับผ้าราคามันมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก เฉินต้าจ้วงกลัวว่าเงินทองของพวกเขาจะไม่เพียงพอ

「ป้าเฉินก็อัมพาตนอนอยู่บนเตียงแล้ว ที่บ้านของแกใครจะสามารถมาทำเสื้อผ้าชุดใหม่ให้แกได้ล่ะ?」 จางเหล่ยขมวดคิ้วแน่น 「บอกให้เลือกแกก็รีบจับเวลาเลือกซะ เรื่องเงินทองไม่ต้องให้แกมาเป็นกังวลหรอก」

จางเหล่ยพกเงินสดติดตัวออกจากบ้านมาตั้งห้าร้อยกว่าหยวนเชียวนะ เงินสำหรับการซื้อเสื้อผ้าไม่กี่ชุดย่อมต้องมีอยู่แล้ว

เฉินต้าจ้วงรู้ดีว่าจางเหล่ยเป็นคนที่พูดคำไหนคำนั้น ประกอบกับช่วงปีใหม่เขาก็คิดอยากจะจัดเตรียมชุดเก่งชุดใหม่ให้กับพ่อแม่ของตนอยู่แล้ว ทำได้เพียงรวบรวมความกล้าเริ่มต้นคัดเลือก

「ลูก แกดูซิว่าพ่อสวมชุดนี้แล้วสวยไหม?」 ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน จางเจี้ยนกั๋วก็เดินออกมา

ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง คำพูดประโยคนี้ไม่ได้มีความเท็จเลยแม้แต่น้อย ก่อนหน้านี้จางเจี้ยนกั๋วสวมใส่เสื้อผ้าชุดเก่าที่มีรอยปะชุนเต็มไปหมด ดูไปแล้วคล้ายกับคนชนบทที่ไม่เคยเปิดหูเปิดตาในสังคม แต่ทว่าพอเสื้อผ้าชุดใหม่นี้สวมใส่เข้าไปแล้ว ในทางกลับกันดูมีความหล่อเหลาเอาการอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

「สวยครับ! พ่อครับ ช่วงปีใหม่พ่อสวมเสื้อผ้าชุดนี้นะ คาดว่าแม่ม่ายหวังในหมู่บ้านคงต้องน้ำลายไหลแน่เลยครับ」 จางเหล่ยพูดเย้าแหย่

「เจ้าเด็กคนนี้อย่าได้มาพูดจาเหลวไหลนะ หากคำพูดนี้ไปเข้าหูแม่ของแกเข้า พ่อต้องเจอความยุ่งยากแน่เลย」 จางเจี้ยนกั๋วรีบพูดขึ้นทันที

จากนั้น จางเหล่ยก็คัดเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ให้กับตนเอง น้องชาย น้องสาว รวมถึงผู้เป็นแม่คนละชุด เฉินต้าจ้วงเองก็คัดเลือกเสื้อผ้ามาสามชุดเช่นกัน

จางเจี้ยนกั๋วมองเห็นเสื้อผ้ากองพะเนินอยู่บนเคาน์เตอร์ ขยับเข้าไปกระซิบข้างหูของจางเหล่ยว่า 「ลูก เสื้อผ้าทั้งหมดเหล่านี้แกคงไม่ได้คิดอยากจะซื้อกลับไปทั้งหมดหรอกใช่ไหมลูก?」

「ย่อมต้องแน่นอนอยู่แล้วครับ พวกเราเดินทางมาที่นี่ก็เพื่อมาจัดเตรียมของกินของใช้ช่วงปีใหม่ ซื้อชุดเก่งมาประดับร่างกายให้พวกเราก่อนค่อยไปทำเรื่องอื่นกันครับ」

「แต่ทว่าราคาเสื้อผ้าเหล่านี้มันไม่ได้ถูกเลยนะ แแถมยังต้องใช้ตั๋วผ้าตั้งมากมายอีกด้วย พวกเรามีงั้นเหรอลูก?」 จางเจี้ยนกั๋วมีความรนรานอยู่บ้าง

「วางใจเถอะครับ เงินทองรวมถึงตั๋วล้วนมีให้อย่างเพียงพอแน่นอนครับ」

เมื่อได้เห็นจางเหล่ยพูดจามาถึงขั้นนี้แล้ว จางเจี้ยนกั๋วก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดจาอะไรเพิ่มเติมอีกต่อไป

ในทางกลับกันพนักงานขายหญิงเมื่อได้เห็นจางเหล่ยซื้อเสื้อผ้ารวดเดียวตั้งแปดชุด ทราบดีว่าหัวเราะจนดวงตาทั้งสองข้างหยีเข้าหากันจนแทบมองไม่เห็นทางเดินแล้วล่ะ

เสื้อนวมที่พวกจางเหล่ยคัดเลือกล้วนเป็นรูปแบบพื้นฐาน ราคาย่อมไม่ได้นับว่าแพงเลย เสื้อตัวนอกของผู้ใหญ่ราคาตัวละ 12 หยวน บวกตั๋วผ้าอีกสองฟุต กางเกงนวมราคาตัวละ 6 หยวน บวกตั๋วผ้าอีกหนึ่งฟุต ราคาและตั๋วผ้าของเด็กน้อยล้วนลดลงครึ่งหนึ่งตามลำดับ

คำนวณยอดสุทธิออกมา เสื้อผ้าทั้งแปดชุดสิ้นเปลืองเงินรวมทั้งหมด 126 หยวน รวมถึงตั๋วผ้าอีก 21 ฟุต ยังคงมีตั๋วผ้าเหลืออยู่อีก 9 ฟุต

ตะกร้าไม้ไผ่ที่จางเจี้ยนกั๋วแบกอยู่มีความสะอาดเรียบร้อย พนักงานขายหญิงนำเสื้อผ้าเหล่านี้บรรจุใส่ถุงพลาสติกเรียบร้อยแล้ว ก็นำไปวางไว้ด้านในทั้งหมด เสื้อผ้าทั้งแปดชุดบรรจุไว้จนเต็มเปี่ยมพอดี

「อาจางครับ ตะกร้าไม้ไผ่ใบนี้ปล่อยให้ผมเป็นคนแบกเถอะครับ?」 เฉินต้าจ้วงเป็นฝ่ายพูดขึ้นตามสัญชาตญาณ

「ไม่ต้องหรอก ล้วนเป็นเสื้อผ้าทั้งนั้น มองดูแล้วมีจำนวนมาก แต่ที่จริงแล้วเบาสบายมากเลยล่ะ」

「ต้าจ้วง เสื้อผ้าเหล่านี้ปล่อยให้พ่อของฉันเป็นคนแบกเถอะนะ ตะกร้าไม้ไผ่ของพวกเราสองคนยังต้องบรรจุสิ่งของอีกตั้งมากมายเลยนะ」 จางเหล่ยหัวเราะ

「ลูก ยังจะซื้ออีกงั้นเหรอ?」 เมื่อกี้ตอนที่จางเหล่ยจ่ายเงิน จางเจี้ยนกั๋วก็มีความปวดใจอยู่บ้างแล้ว ตอนนี้ยิ่งมีความปวดใจมากขึ้นไปอีก

「ซื้อพวกของขบเคี้ยวและขนมอบเพิ่มเติมอีกหน่อยครับ ถึงเวลานั้นช่วงปีใหม่มีแขกเหรื่อเดินทางมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน จะปล่อยให้ดื่มแต่น้ำชาเฉยๆ ได้อย่างไรกันล่ะครับ?」

เฉินต้าจ้วงที่อยู่ด้านข้างช่วยพูดเสริมว่า 「อาจางครับ พ่อฟังคำสั่งของพี่เหล่ยเถอะครับ ในใจเขามีแผนการรองรับอยู่แล้วล่ะครับ」

「เอาเถอะ!」 จางเจี้ยนกั๋วเองก็เข้าใจดี เงินส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าเสื้อของตนเอง คำพูดที่พูดออกไปย่อมไม่ได้มีความหมายอะไร

หลังจากเดินทางกลับลงมาถึงชั้นแรกใหม่อีกครั้ง จางเหล่ยพาทั้งสองคนมาถึงพื้นที่จำหน่ายอาหารสำเร็จรูปเสริมตามลำดับ

เมื่อมองดูขนมอบชิ้นเล็กๆ หลากหลายรูปแบบที่ตระการตา จางเจี้ยนกั๋วมีความสายตาพร่ามัวจนละสายตาไปไหนไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งขนมข้าวพองทอดกรอบ ยิ่งมองดูจนน้ำลายแทบไหลเอ่อล้นออกมาเลยทีเดียว

ไม่ใช่เป็นเพราะจางเจี้ยนกั๋วชื่นชอบขนมข้าวพองทอดกรอบหรอกนะ แต่ทว่าเนื่องจากเขาเติบโตมาขนาดนี้ เคยได้ลิ้มลองรสชาติของขนมข้าวพองทอดกรอบชิ้นเล็กๆ เพียงชิ้นเดียวในห้องรับรองของคอมมูนตำบลเมื่อช่วงปีก่อนนู้น แต่ทว่าเขากลับคิดมาโดยตลอดว่าขนมข้าวพองทอดกรอบนี้เป็นขนมอบชิ้นเล็กๆ ที่มีความอร่อยที่สุดในโลกใบนี้แล้ว

จางเหล่ยเมื่อเห็นรุ่นพ่อของตนเอาแต่จ้องมองขนมข้าวพองทอดกรอบตาไม่กะพริบ โบกมือใหญ่ สั่งชั่งน้ำหนักรวดเดียวสิบชั่งทันที

นอกเหนือจากขนมข้าวพองทอดกรอบแล้ว เช่น พวกถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน ลูกอมนม รวมถึงของขบเคี้ยวที่ค่อนข้างพบเห็นได้บ่อย จางเหล่ยล้วนสั่งบรรจุมาตามปริมาณคนละห้าชั่งจนครบถ้วนหมดสิ้น

ขนมอบบางอย่างจำเป็นต้องซื้อควบคู่ไปกับตั๋วเสบียงอาหาร จางเหล่ยจึงไม่ได้เลือกซื้อ ไม่มีหนทางอื่น เขาหลงลืมนำตั๋วเสบียงอาหารติดตัวมาด้วยน่ะสิ

อย่างรวดเร็ว ด้านในเข่งของทั้งสองคนก็ถูกถุงกระดาษน้ำมันอัดแน่นจนเต็มเปี่ยม จางเหล่ยลองกะน้ำหนักดูอย่างง่ายๆ คาดคะเนดูของขบเคี้ยวในตะกร้าไม้ไผ่ทั้งสองใบรวมเข้าด้วยกันอย่างน้อยที่สุดต้องมีสักร้อยชั่งแน่ๆ

「ตอนนี้ซื้อมาจนใกล้เคียงพอแล้วใช่ไหมลูก?」 จางเจี้ยนกั๋วยิ้มเจื่อน

ใช้ชีวิตมาเกินครึ่งค่อนชีวิต จนกระทั่งถึงวันนี้เขาถึงได้ทำความเข้าใจแจ่มแจ้งอย่างแท้จริงว่า สิ่งที่เรียกว่าการจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่มันคืออะไรกันแน่

「เพียงพอแล้วครับ! พวกเราเดินทางกลับบ้านกันครับ!」 จางเหล่ยฉีกยิ้มขยับปากหัวเราะอกมา

จบบทที่ บทที่ 81 มหกรรมจัดซื้อของกินของใช้ช่วงปีใหม่ในตัวอำเภอ

คัดลอกลิงก์แล้ว