- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคแปดสิบ สร้างตัวด้วยงานล่าสัตว์จับปลา ยุวปัญญาหญิงเลยต้องตามจีบ
- บทที่ 55 คำขอร้องที่เกินควรของหยางอ้ายจวิน
บทที่ 55 คำขอร้องที่เกินควรของหยางอ้ายจวิน
บทที่ 55 คำขอร้องที่เกินควรของหยางอ้ายจวิน
บทที่ 55 คำขอร้องที่เกินควรของหยางอ้ายจวิน
หลังจากมาถึงเขตเขาจีฝูก่ง ครั้งนี้จางเหล่ยไม่ได้เดินตามเส้นทางขึ้นเขาเส้นเดิมที่เคยใช้ เพราะป่าไผ่ผืนนั้นก่อนหน้านี้เคยไปมาสองครั้ง โดยพื้นฐานแล้วหน่อไม้ฤดูหนาวถูกขุดไปจนหมดเกลี้ยงแล้ว
หลังจากเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น เนื่องจากมีหิมะทับถมอยู่ เฉินต้าจ้วงจึงเป็นฝ่ายลงจากเกวียนวัวถือจอบเดินนำหน้าไปตรวจดูเส้นทาง ความเร็วในการคืบหน้าก็นับว่าไม่ช้านัก ไม่นานก็ถึงจุดหมายปลายทาง
ป่าไผ่ผืนนี้ยังไม่มีคนมาขุด หน่อไม้ฤดูหนาวจำนวนมากผุดยอดแหลมออกมาแล้ว ก็นับว่าช่วยประหยัดเวลาในการหาหน่อไม้ฤดูหนาวได้ดี
จางเหล่ยเพิ่งจะผูกเกวียนวัวเสร็จ เฉินต้าจ้วงก็ขุดหน่อไม้ฤดูหนาวขึ้นมาได้หลายหัวแล้ว
「ต้าจ้วง นายออมแรงไว้หน่อย วันนี้พวกเราขุดหน่อไม้ฤดูหนาวไปให้มากๆ หน่อยนะ」 จางเหล่ยยิ้มเตือนสติประโยคหนึ่ง
「ได้ครับพี่เหล่ย」 เฉินต้าจ้วงยิ้ม ท่าทางผ่อนความเร็วลงเล็กน้อย
คนทีเคยทำงานเกษตรย่อมรู้ดีว่า การทำงานไม่จำเป็นต้องทุ่มเทแรงทั้งหมดลงไปตั้งแต่เริ่มต้น แต่ต้องเรียนรู้ที่จะออมแรงไว้ หากไม่ออมแรงไว้ ช่วงหลังจะทำไม่ไหวอย่างรวดเร็ว ประสิทธิภาพกลับค่อนข้างช้าลงไปแทน
จางเหล่ยพาเฉินต้าจ้วงขุดหน่อไม้ฤดูหนาวมาหลายครั้ง ทุกครั้งเฉินต้าจ้วงขุดไปถึงช่วงหลังล้วนขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอดทน เห็นได้ชัดว่าไม่รู้จักการออมแรง
ป่าไผ่ผืนนี้ใหญ่กว่าผืนก่อนหน้านี้ไม่น้อย เกวียนวัวใกล้จะบรรจุจนเต็มแล้ว เพิ่งจะขุดไปได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของพื้นที่เท่านั้น
ขุดต่อไปอีกสิบกว่านาที มองดูเกวียนวัวว่าบรรจุไม่ไหวแล้วจริงๆ จางเหล่ยจึงสั่งให้เฉินต้าจ้วงหยุดมือ
ครั้งนี้จางเหล่ยสังเกตดูหน่อย สภาพร่างกายของเฉินต้าจ้วงดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนอย่างเห็นได้ชัด และจางเหล่ยคาดคะเนดู ครั้งนี้ประสิทธิภาพในการทำงานของทั้งสองคนยังสูงกว่าประสิทธิภาพในการขุดหน่อไม้ฤดูหนาวครั้งก่อนเสียอีก
เมื่อกี้ตอนที่กำลังขุดหน่อไม้ฤดูหนาว จางเหล่ยพบว่าบนหิมะบริเวณใกล้เคียงมีรอยเท้าการเคลื่อนไหวของกระต่ายป่าอยู่มากมาย ดังนั้นจึงตัดสินใจชั่วคราวจัดวางกับดักห่วงเชือกกระตุกขึ้นมาใหม่อีกหลายอันในบริเวณนี้ รอไว้คราวหน้าตอนขึ้นมาค่อยดูว่าจะมีผลเก็บเกี่ยวหรือไม่
หลังจากทำสิ่งเหล่านี้เสร็จสิ้น จางเหล่ยก็ขึ้นเกวียนวัว ขับมุ่งหน้าลงเขาตามเส้นทางตอนมา เฉินต้าจ้วงเป็นฝ่ายเดินไปที่ด้านหลังเกวียนวัวโดยสมัครใจ รับหน้าที่คอยเก็บหน่อไม้ฤดูหนาวที่ตกหล่น หน่อไม้ฤดูหนาวเหล่านี้ล้วนเสียแรงขุดขึ้นมา จะปล่อยให้สูญเปล่าไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้
ผ่านไปชั่วโมงกว่า จางเหล่ยทั้งสองคนก็มาถึงตัวอำเภอ เพิ่งจะเข้าสู่ประตูเมืองก็เห็นจี้เทียนหมิงแห่งสำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์นำคนคอยตรวจค้นยานพาหนะที่ผ่านไปมาอยู่ตรงประตูเมือง
จางเหล่ยเห็นดังนั้นจึงรีบลงจากเกวียนวัว เดินก้าวเข้าไปทักทาย 「ผู้อำนวยการจี้ อรุณสวัสดิ์ครับ」
「โย่ สหายนี่จางเหล่ย นายเข้าเมืองมาทำอะไรอีกเนี่ย?」 จี้เทียนหมิงก็นึกไม่ถึงเช่นกันว่าวันสองวันก็จะสามารถพบกับจางเหล่ยได้
「ไม่ได้ทำอะไรหรอกครับ ก็แค่ไปขุดหน่อไม้ฤดูหนาวบนภูเขามานิดหน่อย เตรียมจะส่งไปขายที่สถานีรับซื้อเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวครับ」
「ไปขายที่สถานีรับซื้อไม่มีปัญหา แต่อย่าไปขายที่ตลาดมืดก็พอ」 จี้เทียนหมิงพูดอย่างมีความหมายลึกซึ้ง 「เมื่อวานนี้มีคนชื่อหลิวอันฝูมาที่สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์ของพวกเราเพื่อรายงานว่านายไปตลาดมืดน่ะ สองวันมานี้พวกเราจะตรวจตราการซื้อขายในตลาดมืดอย่างเข้มงวด ขจัดพฤติกรรมผิดกฎหมายที่ก่อความปั่นป่วนให้กับตลาดให้สิ้นซาก!」
นึกไม่ถึงเลยว่าหลิวอันฝูไอ้แก่คนนี้จะไปที่สำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์จริงๆ! แต่คำพูดประโยคสุดท้ายของจี้เทียนหมิงกลับช่วยพิสูจน์ว่าการตัดสินใจของจางเหล่ยนั้นถูกต้อง โชคดีที่สองวันมานี้เขาไม่ได้ตั้งใจจะไปตลาดมืด มิฉะนั้นคงต้องคราวเคราะห์ครั้งใหญ่แน่
ไปตลาดมืดแล้วถูกจับได้ ค่าปรับนั้นจะถูกลงโทษตามสิบเท่าของรายได้ที่ผิดกฎหมาย จางเหล่ยไปตลาดมืดแต่ละครั้งอย่างน้อยที่สุดล้วนต้องได้เงินยี่สิบสามสิบหยวน บทลงโทษก็คือสองสามร้อยหยวนเชียวนะ!
「ผู้อำนวยการจี้ ผมเป็นสหายที่ดีนะครับ เรื่องที่ทำลายกฎหมายบ้านเมืองผมไม่ทำหรอกครับ」 จางเหล่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นธรรม 「หลิวอันฝูมีเรื่องขัดแย้งกับผมอยู่บ้าง เลยคิดจะใส่ร้ายผม! ผมเชื่อว่าผู้อำนวยการจี้จะต้องจัดการได้เป็นอย่างดีแน่นอนครับ」
「เจ้าหนูอายุยังน้อย พูดจาเข้าหูคนดีจังนะ」 จี้เทียนหมิงยิ้ม 「หลิวอันฝูคนนี้ไม่มีหลักฐาน เที่ยวใส่ร้ายผู้อื่นตามอำเภอใจ ฉันส่งตัวเขาไปที่สถานีตำรวจแล้ว คาดว่าคงต้องอยู่สักสัปดาห์ถึงจะได้ออกมา」
จางเหล่ยฟังแล้วก็ดีใจ เมื่อวานนี้เพิ่งจะนำป่าไปมอบให้กับจี้เทียนหมิงตรงหน้าคนนี้ไปตั้งมากมาย ตอนนี้ก็นับว่าส่งผลลัพธ์ออกมาแล้ว
แต่จางเหล่ยพบว่าจี้เทียนหมิงดูเหมือนจะมีความสนใจในหน่อไม้ฤดูหนาวบนเกวียนวัวอยู่บ้าง จึงเข้าไปใกล้แล้วพูดเบาๆ ว่า 「ถ้างั้นเดี๋ยวผมแบ่งไปส่งที่บ้านของคุณหน่อยดีไหมครับ?」
เมื่อเห็นจี้เทียนหมิงพยักหน้าอย่างมีลับลมคมใน จางเหล่ยก็เข้าใจความหมายของเขาได้ในทันที ในใจมีความยินดีอยู่บ้าง
เริ่มตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป จางเหล่ยถึงจะนับว่าได้เชื่อมสายสัมพันธ์กับจี้เทียนหมิงแห่งสำนักงานบริหารอุตสาหกรรมและพาณิชย์อย่างแท้จริง ส่วนเรื่องจะรักษาสายสัมพันธ์นี้ไว้อย่างไร จางเหล่ยผู้เป็นคนสองชาติตระกูลย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
「เอาล่ะ ไม่รบกวนเวลาของนายแล้ว」 จี้เทียนหมิงตบไปที่บ่าของจางเหล่ย 「รีบไปที่สถานีรับซื้อเถอะ」
จางเหล่ยขานรับคำหนึ่ง พลิกตัวขึ้นเกวียนวัว จากนั้นก็เร่งเดินทางไปยังทิศทางของสถานีรับซื้อ
หลังจากมาถึงหน้าประตูสถานีรับซื้อ จางเหล่ยให้ต้าจ้วงคอยเฝ้าเกวียนวัวอยู่ด้านนอก ส่วนตัวเองเดินเข้าไปด้านใน
ครั้งนี้โชคดีไม่น้อย คนที่เข้าเวรอยู่ที่สถานีรับซื้อไม่ใช่ตาแก่ผอมแห้งที่น่ารังเกียจคนนั้น แต่เป็นหยางอ้ายจวินคนซื่อตรง
「สหายหยางอ้ายจวิน ผมมาขายหน่อไม้ฤดูหนาวอีกแล้วครับ」 จางเหล่ยเท้าแขนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ ยิ้มให้เขา
「โย่ ไม่เจอกันนานเลยนะ สหายจางเหล่ย」 หยางอ้ายจวินเห็นจางเหล่ยมาถึงก็มีความยินดีอยู่บ้าง เพียงแต่ระหว่างคิ้วและดวงตากลับมีความกลัดกลุ้มอยู่ตลอดเวลา
「ครั้งนี้ลากหน่อไม้ฤดูหนาวมาเท่าไหร่ล่ะ? ยังคงเป็นหนึ่งคันรถเหมือนเดิมเหรอ?」
「ครับ ครั้งนี้ยังคงเป็นหนึ่งคันรถเหมือนเดิม」
「ได้ ขนเข้ามาเถอะ ราคาคิดตามครั้งก่อนชำระเงินให้นาย」
จางเหล่ยกับต้าจ้วงสองคนสลับกันใช้ตะกร้าไม้ไผ่แบกหน่อไม้ฤดูหนาวเข้าไปด้านในสถานีรับซื้อ ไม่นานนัก บนเกวียนวัวนอกจากหน่อไม้ฤดูหนาวที่เก็บไว้ให้จี้เทียนหมิงแล้ว ส่วนที่เหลือทั้งหมดก็ขนย้ายเข้าไปในห้อง เฉินต้าจ้วงอยู่เฝ้าเกวียนวัวตามปกติ จางเหล่ยรับหน้าที่ชำระเงิน
ครั้งนี้หน่อไม้ฤดูหนาวขุดมาได้มากกว่าครั้งก่อนเล็กน้อย รวมทั้งหมดสามร้อยแปดสิบชั่ง
ตามราคารั้งก่อนชั่งละสองเหมาห้าเฟิน พอดีเป็นเงิน 95 หยวน
หลังจากจางเหล่ยเก็บเงินเรียบร้อยแล้ว เพิ่งจะคิดจากไป ก็ถูกหยางอ้ายจวินเรียกตัวไว้
「สหายจางเหล่ย ฉันมีคำขอร้องที่เกินควรอย่างหนึ่งอยากให้นายช่วยหน่อย」
「พวกเราก็ติดต่อกันมาไม่น้อย มีเรื่องอะไรนายพูดมาได้เลย」 จางเหล่ยยิ้ม สถานีรับซื้อแห่งนี้เป็นสถานที่ที่เขาจำเป็นต้องมาติดต่ออยู่บ่อยๆ หยางอ้ายจวินพนักงานรับซื้อคนนี้ก็ดีต่อเขาไม่น้อย มีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อะไรที่พอช่วยได้จางเหล่ยก็ไม่เกี่ยงที่จะช่วยสักหน่อย
เมื่อได้ยินว่าจางเหล่ยยินดีช่วย หยางอ้ายจวินก็ยิ้มด้วยความซาบซึ้ง จากนั้นก็เล่าเรื่องราวออกมา
ที่แท้สถานีรับซื้อในแต่ละปีมีข้อกำหนดอย่างเข้มงวดเกี่ยวกับประเภทและจำนวนในการรับซื้อ ครอบคลุมถึงของพื้นเมือง งานหัตถกรรม ผลผลิตทางการเกษตร และด้านอื่นๆ ต่างๆ
พอถึงปลายปีบางประเภทมีความยากในการรับซื้อต่ำ อย่างเช่นหน่อไม้ฤดูหนาวที่เป็นผลผลิตทางการเกษตร การมาไม่กี่เที่ยวของจางเหล่ยก็ทำให้สถานีรับซื้อทำเป้าหมายของปีนี้สำเร็จลุล่วงแล้ว หรือกระทั่งในเรื่องจำนวนยังเกินกำหนดไปบ้างด้วยซ้ำ
ทว่าของพื้นเมืองกลับเป็นประเภทที่สถานีรับซื้อปวดหัวมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทียนหม่าป่าในนั้น ตอนนี้ในบัญชีของสถานีรับซื้อยังคงเป็นเลขศูนย์อยู่เลย สิ่งนี้ต้องเป็นพื้นที่ส่วนลึกของภูเขาใหญ่ในชนบทถึงจะมีกระจายอยู่ เก็บกู้ได้ยาก และไม่ค่อยมีคนนำมาขายที่สถานีรับซื้อ
ปัจจุบันคนชนบทส่วนใหญ่สถานที่ที่เคยไปไกลที่สุดอาจจะเป็นแค่คอมมูนของตำบล ในตัวอำเภอหน้าตาเป็นอย่างไรก็ไม่รู้เลยด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการลากเทียนหม่ามาขายที่สถานีรับซื้อในตัวอำเภอ
「ถ้างั้นเทียนหม่านี้ราคาเท่าไหร่เหรอครับ?」 จางเหล่ยถาม เทียนหม่าป่าเป็นยาสมุนไพรประเภทบำรุง ในภูเขาใหญ่ก้านหนานมีอยู่ไม่น้อยจริงๆ แต่ต้องเสียเวลาไปค้นหา
สำหรับจางเหล่ยในตอนนี้ เวลาคือเงินทอง หากราคาต่ำเกินไป จางเหล่ยก็ไม่ยินดีที่จะไปทำจริงๆ
「เทียนหม่าตอนนี้ราคารับซื้ออยู่ที่ห้าหยวนต่อหนึ่งชั่ง」