เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ยุวชนปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู

บทที่ 27 ยุวชนปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู

บทที่ 27 ยุวชนปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู


บทที่ 27 ยุวปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู

หลังจากมาถึงบ้านของเฉินต้าจ้วงแล้ว จางเล่ยก็เอาแพะทั้งสองตัวไปขังไว้ในเล้าหมูของเฉินต้าจ้วงก่อน จากนั้นก็มาถึงห้องโถงใหญ่

「จางเล่ยมาแล้ว รีบมาผิงไฟสิ」 เฉินเกิ่นหัวที่อยู่ข้างหลุมไฟเอ่ยปากทักทายด้วยความอบอุ่นอารี

「อาเฉินสวัสดี!」 จางเล่ยแย้มยิ้ม ล้วงเงินที่เหลืออีกสี่ร้อยยี่สิบห้าหยวนออกมา นับเงินสองร้อยสิบหยวนสองเหมาห้าเฟินจากในนั้นยื่นส่งไปให้ 「ต้าจ้วง เงินนี่ให้แก」

เฉินต้าจ้วงไม่ได้รู้เลยว่าหนังเสือผืนนั้นของจางเล่ยขายได้เงินทั้งหมดเท่าไหร่กันแน่ เวลานี้หลังจากเห็นเงินมากมายขนาดนี้แล้ว ชั่วขณะหนึ่งก็ถึงกับทึ่มทื่อไปบ้าง

เฉินเกิ่นหัวผู้เป็นพ่อของเขาไม่ได้ดีไปกว่าเขาสักเท่าไหร่ บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยความอึดอัดขัดเขิน มีความกระสับกระส่ายนั่งไม่ติดเก้าอี้อยู่บ้าง

สำหรับสองพ่อลูกตระกูลเฉินแล้ว เงินก้อนนี้นับเป็นเงินที่มากที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยพบเห็นมาในชีวิตนี้ ฉากเหตุการณ์ในยามนี้ ราวกับอยู่ในความฝัน มีความไม่จริงอยู่บ้าง

ผ่านไปครู่หนึ่ง สองพ่อลูกตระกูลเฉินก็ตั้งสติคืนมาได้ หลังจากปรึกษาหารือกันรอบหนึ่งแล้ว ก็ไม่ได้รับไว้ทั้งหมด ทว่าหยิบเงินจากในนั้นมาห้าสิบหยวน

「ต้าจ้วง อาเฉิน เช่นนั้นฉันไปก่อนนะ」 จางเล่ยลุกขึ้นเดินมุ่งหน้าไปทางประตู

จางเล่ยก่อนมาก็คาดเดาได้ตั้งนานแล้วว่าสองพ่อลูกตระกูลเฉินจะไม่ยอมรับเงินมากมายขนาดนี้ ดังกล่าวแพะสองตัวในเล้าแพะเขาจึงไม่ได้จูงกลับไปเลยแม้แต่ตัวเดียว นับเป็นการชดเชยให้แก่เฉินต้าจ้วง

เพียงแต่เพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน ก็มองเห็นเด็กสาวที่มีรูปร่างอรชรหมดจด ผมยาวสลวย ใบหน้าสะสวยงดงามคนหนึ่งกำลังนั่งผิงไฟอยู่ในห้องโถงใหญ่บ้านเขา

จางเล่ยหวนระลึกนึกถึงอย่างละเอียดรอบหนึ่ง ถึงได้จำได้ว่าเงาร่างอันงดงามตรงหน้าก็คือยุวปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู

ฉินเสวี่ยหรูเพิ่งเดินทางลงมาจากตัวเมืองมณฑลเมื่อปีกลาย ได้ยินว่าถูกจัดสรรให้มาเป็นคุณครูที่โรงเรียนประถมศึกษาประจำตำบล รับผิดชอบงานด้านการเรียนการสอนของเด็กๆ ในหมู่บ้านใกล้เคียงสองสามแห่ง

ชาติก่อนฉินเสวี่ยหรูในฐานะยุวปัญญาชนหญิงได้มาช่วยสอนที่โรงเรียนประถมศึกษาประจำตำบลอยู่สองปี ภายหลังหลังจากเดินทางกลับตัวเมืองมณฑลไปแล้วก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย

ทว่าจางเล่ยจดจำได้อย่างแม่นยำยิ่งนัก ฉินเสวี่ยหรูคนนี้ไม่เคยมาที่บ้านของเขาเลยนี่นา! หรือจะเป็นเพราะเขาเปลี่ยนแปลงฉากทัศน์สุดท้ายที่พ่อบาดเจ็บที่ขาจนติดเชื้อเสียชีวิต จึงก่อให้เกิดปรากฏการณ์ผีเสื้อขยับปีกตามมางั้นรึ?

「พ่อ แม่ ฉันกลับมาแล้ว」 หลังจากมาถึงห้องโถงใหญ่ เห็นฉินเสวี่ยหรูกำลังพูดคุยอยู่กับพ่อแม่ จางเล่ยเอ่ยปากทักทายคำหนึ่งก็กลับเข้าห้องนอนไป

ในตะกร้าสะพายของจางเล่ยยังวางปืนล่าสัตว์สองกระบอกรวมถึงลูกกระสุนอีกตั้งหลายสิบนัด แม้ว่าในจำนวนนั้นจะมีกระบอกหนึ่งที่เขาซื้อให้เฉินต้าจ้วง ทว่าปืนล่าสัตว์นี้ให้เขาเป็นคนเก็บรักษาไว้จะดีกว่า เฉินต้าจ้วงเป็นคนซื่อตรงเกินไป จางเล่ยกลัวจะเกิดเรื่องขึ้น

หลังจากล็อกปืนล่าสัตว์สองกระบอกรวมถึงลูกกระสุนหลายสิบนัดไว้ในตู้เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว จางเล่ยถึงได้ปิดประตูเดินออกมา

「อาจาง จางหยางกับเสี่ยวฮวาถึงเกณฑ์อายุเข้าเรียนตามที่รัฐกำหนดไว้แล้ว สามารถให้พวกเขาไปรับการศึกษาได้แล้วนะ」 ฉินเสวี่ยหรูหันหน้ามองไปด้านข้าง 「จางหยาง เสี่ยวฮวา พวกเธออยากไปโรงเรียนร่วมเรียนหนังสือกับเพื่อนเด็กคนอื่นในหมู่บ้านของพวกเธอไหม」

ฉินเสวี่ยหรูคือปัญญาชนระดับสูงที่ผ่านการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมาแล้ว

เพื่อตอบสนองต่อเสียงเรียกร้องขึ้นเขาลงชนบทของประเทศ จึงได้สมัครใจยื่นความจำนงจากตัวเมืองมณฑลมาเปิดฉากทำงานในชนบทด้วยตัวเอง

ผู้นำในตำบลก็ให้ความสำคัญกับเธอมากเช่นกัน จัดสรรให้เธอมาสอนหนังสือที่โรงเรียนประถมศึกษาประจำตำบล

ฉินเสวี่ยหรูเดินทางมาในวันนี้ก็เพื่อสำรวจตรวจสอบแหล่งนักเรียนสำหรับภาคเรียนถัดไปของโรงเรียนล่วงหน้า

「ฉันไม่ไปเรียนหนังสือหรอก」 จางหยางที่เพิ่งถูกเรียกตัวกลับมาส่ายหัวไปมา

「เพราะอะไรล่ะ」 คิ้วเรียวงามของฉินเสวี่ยหรูขมวดมุ่นเล็กน้อย 「เสี่ยวฮวา แล้วเธอเล่า」

「พี่รองไม่เรียน」 จางเสี่ยวฮวาบิดชายเสื้อไปมา 「ฉันก็ไม่เรียน」

เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานศึกษาธิการอำเภอได้ส่งเอกสาร 『เปิดฉากงานลบล้างความไม่รู้หนังสือในชนบทอย่างลึกซึ้ง』 ให้แก่โรงเรียนประถมศึกษาประจำตำบลที่ฉินเสวี่ยหรูสังกัดอยู่

เนื้อหาในเอกสารพูดง่ายๆ ก็คือเรียกร้องให้หมู่บ้านที่อยู่ในเขตความรับผิดชอบของโรงเรียนประถมศึกษา ขอเพียงเป็นเด็กที่มีอายุถึงเกณฑ์เข้าเรียนก็ต้องไปรับการศึกษาแบบรวมศูนย์!

เพียงแต่ยามนี้พอมาถึงแนวหน้าในชนบทจริงๆ ฉินเสวี่ยหรูถึงได้พบว่าการคิดจะสืบสานปฏิบัติให้ลุล่วงตามเจตนารมณ์คำสั่งของผู้บังคับบัญชาระดับสูงนั้น ยังคงมีแรงต้านทานที่ใหญ่หลวงอย่างยิ่งยวดอยู่ดี

จบบทที่ บทที่ 27 ยุวชนปัญญาชนหญิงฉินเสวี่ยหรู

คัดลอกลิงก์แล้ว