- หน้าแรก
- ให้ข้าเป็นประมุขนิกาย งั้นข้าก็จะขอรับเฉพาะตัวเอกเท่านั้น!
- บทที่ 440: ความแข็งแกร่งของหลินฝาน! สง่างามทว่าปลิดชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 440: ความแข็งแกร่งของหลินฝาน! สง่างามทว่าปลิดชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 440: ความแข็งแกร่งของหลินฝาน! สง่างามทว่าปลิดชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 440: ความแข็งแกร่งของหลินฝาน! สง่างามทว่าปลิดชีพ (ส่วนที่ 3)
ในชั่วพริบตานี้ นางราวกับแยกร่างออกเป็นหมื่นพัน
ประหนึ่งว่ากำลังแหวกว่ายไปในมิติที่แตกต่างกันในชั่วอึดใจ...
และในจังหวะนั้นเอง หลินฝานก็ได้ส่ง 'เม็ดยา' บางอย่างให้กับนาง
กู้ซิงเหลียนลองสัมผัสดูเพียงเล็กน้อย สีหน้าก็พลันเบิกบานขึ้นมาทันที
เดิมทีคิดว่านี่จะต้องเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบากอย่างแน่นอน
ทว่าหากใช้ 'ยาระเบิด' เหล่านี้ล่ะก็...
ตู้ม!
นางทะลวง 'ม่านพลังป้องกัน' ของผู้คนอย่างต่อเนื่อง จากนั้น...
ก็แปะยาระเบิดลงบนร่างของพวกมันอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง!
ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีที่ไม่รุนแรงนัก
แต่ทว่าในพริบตานี้กลับปะทุอานุภาพที่ยากจะจินตนาการออกมา
และก็เป็นเพราะการโจมตีนี้ดูไม่รุนแรง พวกมันจึงไม่ได้ป้องกันตัวเท่าที่ควร ยังหลงคิดไปว่าหลังจากกู้ซิงเหลียนทำลายม่านพลังได้แล้วเรี่ยวแรงคงถดถอย จึงเพียงแค่ยกมือขึ้นมาปะทะเพื่อบีบให้นางถอยร่นไป
นางทำสำเร็จแล้ว!
ทว่าพวกมันกลับต้องตกหลุมพรางเพราะเหตุนี้
เมื่อยาระเบิดทำงาน 'พลังกลืนกินกาลเวลา' ก็ปรากฏขึ้นอย่างฉับพลัน...
กลุ่มคนที่ไร้การป้องกัน ต้องพบกับความซวยขั้นสุดในชั่วพริบตา
แต่ละคนแก่ชราลงอย่างรวดเร็ว...
แม้จะยังไม่ถึงขั้นสิ้นใจตายเพราะเหตุนี้
แต่พลังรบก็ลดฮวบ สภาพร่างกายถดถอยลงไปกว่า 8 ส่วน
"เกิดอะไรขึ้นกันแน่?!"
"นี่มัน... เป็นไปได้อย่างไร?!"
"บัดซบ นี่มันพลังอันน่าสะพรึงกลัวอันใดกัน ถึงกับสามารถกลืนกินกาลเวลาได้เชียวหรือ?!"
"ข้า ข้ารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะแก่ตายแล้ว!"
พวกมันต่างแตกตื่นลนลาน
ล้วนคิดจะถอยหนีในทันที
แต่หลินฝานจะเปิดโอกาสให้พวกมันได้อย่างไร?
เขาที่เฝ้ารอจังหวะมาโดยตลอด กระบี่ระดับจักรพรรดิในมือก็เปล่งประกายแสงศักดิ์สิทธิ์สว่างวาบขึ้น
"เก้ากระบี่สังหารเซียน กระบี่ที่ 1!"
ฉัวะ!
คมกระบี่แหวกอากาศ เส้นแสงสีขาวสายหนึ่งพาดผ่านตัดนภา
ราวกับมีเซียนองค์หนึ่งกำลังเหาะเหินอยู่กลางเวหา ทว่ากลับถูกกระบี่นี้บั่นคอหอย!
ดูไปแล้วช่างคล้ายคลึงกับวิชาชักกระบี่ตัดสวรรค์ของนิกายกระบี่วิญญาณฉบับอัปเกรดขั้นสุดยอด
และภายใต้กระบี่นี้...
กลุ่มคนที่สภาพย่ำแย่จนแทบจะแก่ตายอยู่รอมร่อ พลันหัวหลุดจากบ่าและถูกสังหารดับดิ้นไปทีละคนในชั่วพริบตา!
มีเพียงผู้บำเพ็ญกายาทัณฑ์สวรรค์ที่ 11 ผู้นั้นที่ยังรอดชีวิต
แต่ถึงกระนั้นศีรษะของมันก็ถูกตัดขาดเช่นกัน
ในยามนี้ ร่างกายอันเหี่ยวย่นของมันกำลังอุ้มหัวตัวเองวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน...
"ตายซะ!"
สวี่เหวยอีลงมือด้วยความโกรธเกรี้ยวและสังหารมันทิ้งเสีย
ตู้ม!
ห้วงมิติสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น
การโจมตีครั้งนี้ บดขยี้ร่างของมันจนแหลกละเอียด
ยอดฝีมือ 10 กว่าคนที่รุมล้อมหลินฝานและพวก ล้วนถูกกำจัดสิ้นซาก!
กวาดล้างอย่างง่ายดายปานพลิกฝ่ามือ
รวดเร็วดุจสายฟ้าแลบ!
ส่วนคู่ต่อสู้ก่อนหน้านี้ของสวี่เหวยอีที่ไล่ตามมาอย่างบ้าคลั่ง กำลังคิดจะฉวยโอกาสสังหารนางอยู่พอดี!
ทว่าจู่ๆ กลับมาเห็นฉากนี้เข้า ก็พลันขวัญหนีดีฝ่อ หันหลังวิ่งหนีป่าราบทันที
"มาถึงนี่แล้ว ก็ทิ้งชีวิตไว้เถอะ!"
ร่างจำลองบุปผาเซียนปรากฏตัวขึ้น พร้อมแบกปืนซุ่มยิงกระบอกยักษ์ไว้บนบ่า
เล็งเป้า ลั่นไก ต่อเนื่องรวดเดียวจบ
ปัง!!!
พร้อมกับ 'ดวงอาทิตย์' ขนาดย่อมที่สาดแสงเจิดจ้ากลางเวหา เซียนทัณฑ์สวรรค์ที่ 11 ผู้นี้ถึงกับหน้าถอดสี ถูกบีบให้ต้องถอยร่นไปชั่วคราว
จากนั้น ทั้งสามคนก็ลงมือพร้อมกัน รุมสังหารมันจนสิ้นชีพ!
ชั่วขณะนั้น...
พวกเขาทั้งสามกลับกลายเป็นตัวตนที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดในอาณาบริเวณนี้
และเมื่อผ่านการศึกในครั้งนี้...
จำนวนคนก็ลดฮวบลงจนเหลือไม่ถึง 50 คน
ทว่าระดับพลังฝีมือโดยเฉลี่ย กลับยกระดับขึ้นไปมากกว่า 1 ขั้น!
พวกเซียนพเนจรอย่างน้อยก็ต้องมีระดับทัณฑ์สวรรค์ที่ 9 เป็นพื้นฐาน
ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรระดับที่ 9 นั้น ล้วนเป็นยอดฝีมือเหนือยอดฝีมือทั้งสิ้น
และคนที่สามารถเอาชีวิตรอดมาได้จนถึงป่านนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็ล้วนเป็นตัวตึงในหมู่ตัวตึง!
ไม่มีผู้ใดหยุดพัก
มหาสงครามยังคงดำเนินต่อไป
เพียงแต่ว่า...
การที่พวกเขาทั้งสามรวมตัวกัน บวกกับพลังฝีมืออันน่าทึ่งที่แสดงออกมาเมื่อครู่ ก็ทำให้แทบไม่มีใครอยากแกว่งเท้าหาเสี้ยนไปหาเรื่องพวกเขาก่อนอีกแล้ว
อันที่จริง...
หากจะบอกว่าพลังฝีมือที่พวกเขาแสดงออกมาเมื่อครู่นั้นเว่อร์วังหรือฝืนลิขิตฟ้าขนาดไหน ก็คงไม่ถึงขั้นนั้น
พวกผู้ชนะ 3 สมัย หรือ 6 สมัยคนใดคนหนึ่ง ล้วนมีระดับพลังเหนือกว่าพวกเขาทั้งสิ้น
ทว่า กลุ่มของหลินฝานนั้นกลับดูพิสดารเกินไป!
เพียงชั่วพริบตาเดียว กลับทำให้ยอดฝีมือ 10 กว่าคนแก่หง่อมลงได้ในอึดใจ
วิธีการเช่นนี้ ช่างแปลกประหลาดและน่าขนลุกจนเกินไป
ส่งผลให้คนส่วนหนึ่งสูญเสียความมั่นใจ คนอีกส่วนหนึ่งเกิดความระแวดระวัง ส่วนคนที่มีความมั่นใจ...
ก็ไม่ได้เร่งร้อนอันใด
เมื่อเป็นเช่นนี้ หลินฝานกับพวกทั้งสามคน จึงกลายเป็น 'สามคนถ้วน' ในหมู่ผู้คน ณ ที่นี้ที่ได้เลิกงานก่อนเวลาอันควร
และนี่ก็คือผลลัพธ์ที่หลินฝานต้องการพอดิบพอดี
เขารู้ดีว่า หากทำตัวโดดเด่นสะดุดตา ย่อมต้องถูกรุมกินโต๊ะอย่างแน่นอน
และวิธีแก้ปัญหาก็คือ...
กวาดล้างการรุมล้อมระลอกแรกให้สิ้นซาก เพื่อทำให้คนอื่นๆ เกิดความหวาดหวั่นพรั่นพรึง!
ในยามนี้ ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ไว้
"เตรียมตัวให้พร้อมเถอะ"
เขาเอ่ยเสียงแผ่ว "การลงมือครั้งต่อไป จะเป็นการต่อสู้ชี้เป็นชี้ตายอย่างแท้จริงแล้ว"
"ไม่อาจประมาทได้แม้แต่น้อย"
"นั่นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว" สวี่เหวยอีกลับแย้มยิ้ม "ข้าเตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมสรรพนานแล้ว"
หลินฝานเอ่ยเตือน "อันที่จริง ท่านอาจไม่จำเป็นต้องมองโลกในแง่ร้ายถึงเพียงนั้น"
สวี่เหวยอีกลับกล่าวว่า "นี่ไม่ใช่เรื่องของการมองโลกในแง่ร้ายหรือไม่"
"นี่คือชะตากรรมของข้า"
เมื่อนางกล่าวประโยคนี้ออกมา หลินฝานก็ไม่รู้ว่าจะเอ่ยปลอบโยนเช่นไรดี
ทำได้เพียงส่ายหน้า และหัวเราะออกมาอย่างจนใจ
และในขณะเดียวกัน
หลินฝานก็นึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
นั่นก็คือ...
หากท่านเทพหลิวมีเวลาว่าง ไม่รู้ว่าจะสามารถ 'ลักลอบ' เข้ามาในห้วงลึกหมื่นโลกธาตุได้หรือไม่?
หากทำได้ล่ะก็...
แม้จะไม่รู้ว่าบัดนี้ท่านเทพหลิวฟื้นฟูพลังไปได้มากน้อยเพียงใดแล้ว แต่ลองคิดดู นางย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าข้าหลายขุมอย่างแน่นอนใช่หรือไม่?
หากท่านเทพหลิวอยู่ที่นี่ล่ะก็...
จิ๊!
"น่าเสียดายที่ท่านเทพหลิวไม่อยู่ และใบหลิวที่นางเคยมอบให้ข้าในตอนนั้น ก็ถูกใช้ไปเสียแล้ว"
เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป
พวกเขาทั้งสามยืนหันหลังชนกัน คอยระแวดระวังภัยรอบด้าน พร้อมกับรอคอยให้มหาสงครามดำเนินเข้าสู่ 'ระยะ' ถัดไป
จนกระทั่งเหลือเพียง...
ยอดฝีมือกลุ่มเล็กๆ ที่อยู่บนจุดสูงสุดเท่านั้น!
และคนกลุ่มนี้ จะมีจำนวนไม่เกิน '10 กลุ่ม'
ส่วนแต่ละกลุ่มจะมีกี่คนนั้น ย่อมมิอาจล่วงรู้ได้ในเวลานี้
การต่อู้ดำเนินไปเช่นนี้ เวลาผ่านไปอีกครึ่งเดือน
ในระหว่างนั้น มีผู้คนล่วงล้ำเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
ทว่าคนที่เหลืออยู่ทั้งหมดกลับรู้ใจกันเป็นอย่างดี
ขอเพียงมีคนโผล่มา ก็จะพากันรุมสังหารโดยตรง!
และคนเหล่านี้ที่เหลืออยู่ แม้จำนวนจะไม่มาก แต่พลังฝีมือ ล้วนเป็นตัวตนระดับแนวหน้าทั้งสิ้น
พวกเขาอาจไม่มีราศีของ 'ผู้ชนะเลิศ' ทว่าล้วนเป็นยอดฝีมือชั้นหนึ่ง
ต่อให้เป็นผู้ที่มีระดับพลังพอจะคว้าแชมป์โผล่มา ก็ไม่ใช่คู่มือ และจะต้องถูกพวกเขาสังหารทิ้ง!
ซึ่งความคิดของพวกเขานั้นเรียบง่าย และเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างยิ่ง
พวกข้าสู้รบอาบเลือดแทบเป็นแทบตายมาตั้งนานนม เห็นอยู่ว่าคนน้อยลงเรื่อยๆ แล้ว พวกเจ้ายังคิดจะมาชุบมือเปิบงั้นรึ?
ฝันไปเถอะ!
หลังจากต่อสู้กันไปอีกยก...
เมื่อจำนวนคนลดฮวบลงเหลือเพียง 12 คน ซึ่งก็คือหากไม่นับรวมกลุ่มสามคนของหลินฝาน ก็จะเหลือเพียง 9 กลุ่มเท่านั้น มหาสงครามก็หยุดชะงักลงอีกครั้ง
ในยามนี้...
ทุกคนต่างระแวดระวังตัวเป็นพิเศษ
ผู้ใดต่างก็รู้ดีว่า หลังจากนี้ไปต่างหาก ถึงจะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายถึงชีวิตที่สุด!
หากพลาดพลั้งเพียงนิดเดียวก็อาจตัวตายได้
ผู้ที่สามารถรอดชีวิตมาได้จนถึงตอนนี้ นอกเสียจากกลุ่มสามคนของหลินฝานที่ยังงัดไม้ตายออกมาไม่หมดแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็เผยไพ่ตายออกมาไม่มากก็น้อย
"ข้าขอเสนอว่า..."
"เพื่อความยุติธรรม"
ผู้บำเพ็ญเพียรระดับที่ 9 หัวโล้นผู้หนึ่งซึ่งไม่ได้เป็นนักบวชแค่นเสียงหัวเราะหยัน "ทำให้จำนวนคนเฉลี่ยเท่าๆ กันเสียก่อน"
"โลกที่เหลืออยู่แต่ละใบ ให้เหลือรอดเพียงคนเดียวก็พอ"
ทุกคนต่างหันขวับไปมองกลุ่มสามคนของหลินฝาน
ท่าทีของพวกมันนั้นเด็ดขาด และความหมายก็ชัดเจนยิ่งนัก
พวกข้าต่างก็มีตัวคนเดียว สู้รบอย่างโดดเดี่ยว ทว่าพวกเจ้ากลับมีถึง 3 คน ซ้ำยังไม่ใช่อ่อนหัด...
ฟุ่บ!
ทุกคนต่างตีวงล้อมเข้ามา
3 ต่อ 9!
กลุ่มสามคนของหลินฝานถูกปิดล้อมอีกครา
สวี่เหวยอีสีหน้าเคร่งเครียด ก้าวเท้าออกไปเบื้องหน้าเพื่อขวางหลินฝานและกู้ซิงเหลียนเอาไว้ สีหน้าของนางเย็นเยียบจับขั้วหัวใจ
"หากคิดจะแตะต้องพวกเขา ข้ามศพข้าไปก่อนเถอะ"
"เจ้ามันก็แค่คนที่อ่อนแอที่สุด ยังคิดว่าจะขู่ให้คนอื่นกลัวได้อีกงั้นรึ?"
ในวินาทีนี้ พวกมันล้วนนึกอยากจะหัวเราะออกมา
ผู้ใดต่างก็มองออกว่า ในบรรดากลุ่มสามคนของหลินฝาน สวี่เหวยอีที่มีระดับขั้นพลังสูงสุด กลับเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดเสียอย่างนั้น
"แต่ว่า..."
"การที่สามารถยืนหยัดมาได้จนถึงป่านนี้ ล้วนต้องพึ่งพาพลังฝีมือ พวกข้าเอง ก็ไม่จำเป็นต้องลงมือเสมอไป"
มีบางคนสมองแล่นไว
9 ต่อ 3 แม้จะเป็นความได้เปรียบอย่างเบ็ดเสร็จ แต่ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงนี่นา
ใครจะไปรู้ว่าสามคนนี้จะมีลูกไม้ก้นหีบอันใดอีก?
หากเกิดโชคร้ายตกตายไปในระหว่างกระบวนการนี้จะทำเช่นไร?
ต่อให้ไม่ถึงตาย เป็นเพียงแค่อาการบาดเจ็บ แต่ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มันก็อันตรายถึงชีวิตได้เหมือนกัน!
ดังนั้น มันจึงแย้มยิ้ม "ในเมื่อเจ้ามีความคิดเช่นนี้ งั้นก็จะให้โอกาสพวกเจ้าสักครั้ง"
"ขอเพียงอีก 2 คนในกลุ่มพวกเจ้าปลิดชีพตัวเองทิ้งเสียที่นี่ และระเบิดร่างตัวเองซะ"
"คนที่เหลือรอด ย่อมสามารถเข้าร่วมการแข่งขันที่ยุติธรรมในท้ายที่สุดได้"
"!!!"
กู้ซิงเหลียนขมวดคิ้วมุ่น
สวี่เหวยอีถึงกับลมหายใจสะดุด
กลับกำลังขบคิดถึงความน่าเชื่อถือในคำพูดของพวกมัน กระทั่ง...
เตรียมตัวที่จะลงมือแล้ว
และจุดที่นางกังวลใจที่สุด แท้จริงแล้วก็คือความเป็นห่วงกู้ซิงเหลียนและหลินฝาน ว่าในหมู่พวกเขา ใครจะเป็นคนตาย?
ใครจะเป็นคนอยู่รอดเป็นคนสุดท้าย?
นี่มัน...
"ท่านปรมาจารย์อา"
ในขณะที่สวี่เหวยอีกำลังสับสนว้าวุ่นอยู่นั้น กู้ซิงเหลียนก็ตบไหล่นางเบาๆ ส่ายหน้าช้าๆ แล้วกล่าวว่า "ท่านปรมาจารย์อา ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้หรอก"
"ก็แค่การสู้รบกันสักตั้งเท่านั้น"
"ใครอยู่ใครตาย ใครจะได้ยืนหยัดเป็นคนสุดท้าย ยังมิอาจรู้ได้หรอก!"
"โอหังนัก!"
คนที่เสนอความคิดนั้นแค่นเสียงเย็นชา "ในเมื่อรนหาที่ตายเอง ทุกท่าน พวกเราลงมือพร้อมกันเถอะ!"
"ตามความเห็นของข้า โลกของพวกมันใบนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเหลือผู้รอดชีวิตหรอก สังหารทิ้งให้หมดนั่นแหละดีที่สุด"
หลายคนพอได้ฟัง ก็พยักหน้าเห็นด้วยทันที "หึหึ ก็ไม่เลว"
"ข้อเสนอนี้ ข้าก็คิดว่าดีมากเช่นกัน"
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้..."
"ลงมือ!"
"..."
"ช้าก่อน"
ทว่าหลินฝานกลับยกมือขึ้นในเสี้ยววินาทีนี้
เจ้าหัวโล้นนั่นหัวเราะเยาะ "ทำไม นึกอยากจะตกลงแล้วงั้นรึ?"
"หากข้าเป็นเจ้า คงตอบตกลงไปตั้งนานแล้ว นี่เจ้าคงไม่ได้คิดจะให้สตรีสองนางปลิดชีพตัวเอง เพื่อแลกกับการให้เจ้ามีชีวิตรอดหรอกกระมัง?"
"ขออภัยด้วย เจ้าเข้าใจผิดแล้ว"
หลินฝานเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ข้าเพียงแค่อยากจะถามว่า..."
"พวกเจ้าแค่อยากจะสังหารพวกข้าเฉยๆ หรือว่าต้องการดวงใจแห่งโลกธาตุกันแน่?"
หลินฝานชี้ไปทางดวงใจแห่งโลกธาตุ
ทุกคนต่างชะงักงันไป
เมื่อหันกลับไปมอง...
ดวงใจแห่งโลกธาตุก็ยังอยู่ที่เดิมมิใช่หรือ?
ยิ่งไปกว่านั้น ค่ายกลแจ้งเตือนภัยที่ 'ตัวเอง' แอบวางเอาไว้อย่างลับๆ ก็ยังคงทำงานอยู่
"แสร้งทำตัวลึกลับ!"
"ไอ้หนู เจ้าเลิกถ่วงเวลาได้แล้ว!"
"..."
"แต่ว่า ที่ข้าพูดเป็นความจริงนะ" หลินฝานถอนหายใจ "ยุคสมัยนี้ พอพูดความจริง ทำไมถึงไม่มีใครเชื่อกันเลยนะ?"
คนอื่นอาจจะมองไม่ออก...
แต่กระจกส่องสวรรค์ กับพี่สาวอู๋ มีหรือจะดูไม่ออก?
"หากพวกเจ้าคิดจะลงมือกับพวกข้าล่ะก็ ดวงใจแห่งโลกธาตุ คงได้ถูกคนเชิดหนีไปแล้ว"
หลินฝานดีดนิ้วคราหนึ่ง
พลังเซียนอันบริสุทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานออกไป
ไม่มีพลังโจมตีใดๆ และไม่มี 'ความประหลาด' อันใดแอบแฝงอยู่ทั้งสิ้น
ดังนั้น จึงไม่มีผู้ใดสงสัยและคิดจะขัดขวาง
และท่ามกลางสายตาของฝูงชน พลังเซียนสายนี้ก็แหวกอากาศ พุ่งเข้าใส่ดวงใจแห่งโลกธาตุที่ลอยล่องอยู่บริเวณใกล้เคียงและเป็นที่จับตามองของทุกคนอย่างแม่นยำ...
พลังเซียนทะลวงผ่านไป!
ดวงใจแห่งโลกธาตุมลายหายไปในพริบตา!
"อะไรนะ?!"
"บัดซบ!!!"
"ใครกัน?!"
เพียงชั่วพริบตาเดียว ทุกคนต่างหน้าถอดสี
มารดามันเถอะ คนตั้งมากมายคอยเฝ้าระวังป้องกันอย่างแน่นหนา
สุดท้ายกลับยังมีคนสามารถฉกฉวยดวงใจแห่งโลกธาตุไปได้ ภายใต้สายตาของทุกคนเนี่ยนะ?!
"เจ้ารู้อะไรมา?!"
พวกมันต่างเบิกตาโพลง บีบคั้นไต่ถามหลินฝานทันที
"คนอยู่ที่ไหน แล้วดวงใจแห่งโลกธาตุอยู่ที่ใด?!"
"ก็แค่มีคนใช้วิชาลับตบตาทุกคน แล้วขโมยดวงใจแห่งโลกธาตุไปก็เท่านั้นเอง"
"ส่วนคนที่ว่าอยู่ที่ใดน่ะหรือ..."
หลินฝานชี้ปลายนิ้วไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
ตู้ม!
ทุกคนต่างพุ่งตัวออกไปอย่างเกรี้ยวกราด ทั้งหมดล้วนใช้การโจมตีวงกว้าง การผนึกกำลังกันในระลอกนี้ แทบจะสามารถบดขยี้โลกธาตุขนาดเล็กใบหนึ่งให้แหลกสลายได้เลยทีเดียว!