เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 437: พวกเดียวกันหรือ?! มหาสงครามครึ่งปี! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 437: พวกเดียวกันหรือ?! มหาสงครามครึ่งปี! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 437: พวกเดียวกันหรือ?! มหาสงครามครึ่งปี! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)


บทที่ 437: พวกเดียวกันหรือ?! มหาสงครามครึ่งปี! (ส่วนที่ 3)

"ฝีมือมีเพียงเท่านี้เองรึ"

"เพียงลำพังพวกเจ้า ก็กล้ามาแย่งชิงหัวใจแห่งโลกกับข้าผู้นี้งั้นรึ?"

"ช่างเป็นเรื่องตลกขบขันที่สุดในใต้หล้า!"

"ยังมีใครอีก?!"

สายตาของท่านกวาดมองผู้คนทั้งหมด ดุดันเป็นพิเศษ จิตสังหารเอ่อล้นออกมาโดยปราศจากการปิดบังแม้แต่น้อย

"ไม่เลว"

"ยังมีใครอีก?!"

ราชันสามมงกุฎก็ก้าวตามออกไป ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับจอมมารอู๋จี๋

ตูม!!!

กลิ่นอายพลังอันน่าครั่นคร้ามของทั้งสองระเบิดออกมาอย่างเต็มกำลัง

น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

แม้ราชันสามมงกุฎจะรู้สึกขัดหูขัดตาจอมมารอู๋จี๋ ทว่าในใจของท่านกระจ่างแจ้งดีว่า ในยามนี้จะเกิดศึกสายเลือดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นเรื่องราวจะยิ่งบานปลาย

และวิธีที่ดีที่สุดก็คือการจับมือกับจอมมารอู๋จี๋ ข่มขวัญพวกมันให้ถอยร่นไปก่อน แล้วค่อยตีฝ่าวงล้อมออกไปค่อยว่ากันใหม่

มิเช่นนั้น...

มีแต่จะยิ่งยุ่งยากมากขึ้น

หนำซ้ำยังมีโอกาสสูงที่จะต้องมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี่

"..."

"พวกเจ้าแข็งแกร่งมากจริงๆ"

"แต่เพียงเท่านี้ คิดจะข่มขวัญให้พวกข้าถอยหนีงั้นรึ?"

"หากไม่มีหัวใจแห่งโลก อย่าว่าแต่พวกเจ้าทั้ง 2 คนเลย ต่อให้มีเพียงใครคนใดคนหนึ่งอยู่ที่นี่ พวกข้าก็คงเป็นฝ่ายหลีกทางให้เพราะกลัวว่าจะหนีไม่ทันเสียด้วยซ้ำ น่าเสียดาย ที่มีหัวใจแห่งโลกอยู่... หึหึ"

"หากไม่ส่งมอบหัวใจแห่งโลกออกมา พวกเจ้าก็อย่าหวังว่าจะได้รอดชีวิตออกไปจากที่นี่!"

"ใช่แล้ว พวกเจ้าเก่งกาจก็จริง แต่พวกเจ้าคิดว่าจะสามารถสังหารพวกข้าทั้งหมดได้ก่อนที่พลังเซียนในร่างจะเหือดแห้งไปงั้นรึ?!"

"หากฆ่าไม่หมด ถึงเวลานั้นคนที่ต้องตาย ก็คือพวกเจ้านั่นแหละ"

"พูดเรื่องตลกอันใดกัน สังหารพวกข้าทั้งหมดรึ? แค่พวกข้าไม่ร่วมมือกันรุมสังหารพวกเขาทั้งสอง พวกเขาก็ควรจะกราบไหว้ฟ้าดินและจุดธูปบูชาชุดใหญ่แล้วกระมัง?"

หนึ่งในนั้นแค่นเสียงเย็นชา ก่อนจะกล่าวว่า "ไม่ว่าจะเป็นจอมมารอู๋จี๋ หรือราชันสามมงกุฎ พวกเจ้าก็ลองดูเถิด"

"หากพวกเจ้าคนใดคนหนึ่งกล้าลงมือในรูปแบบใดก็ตาม เพื่อจัดการกับใครคนใดคนหนึ่งในหมู่พวกข้า พวกข้าทั้งหมดก็จะร่วมมือกัน ทุ่มเทสุดกำลังเพื่อสังหารพวกเจ้าทั้ง 2 ทันที!"

"เรื่องตลก!"

จอมมารอู๋จี๋หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "เพียงแค่มดปลวกอย่างพวกเจ้า ก็กล้ามาข่มขู่ข้าผู้นี้งั้นรึ?"

"ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!"

"งั้นรึ?" อีกฝ่ายหัวเราะเช่นกัน "พวกข้าอาจไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าจริงๆ ต่อให้เอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่จนหมด ก็เกรงว่าจะไม่อาจขวางทางพวกเจ้าได้ ทว่า..."

"หรือพวกเจ้าคิดว่าพวกข้าเป็นไอ้โง่ ที่เอาแต่ดันทุรังปะทะแตกหัก โดยไม่รู้จักแม้กระทั่งการถ่วงเวลางั้นรึ?"

สิ้นเสียง คนผู้นั้นก็ยกมือขึ้นอย่างฉับพลัน

ฟุ่บ!

แสงสีแดงสายหนึ่งพุ่งทะยานจากฝ่ามือของท่านขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อนจะระเบิดออกเสียงดังสนั่น

ตูม!

ราวกับดอกไม้ไฟขนาดมหึมาสุดขีดระเบิดขึ้นบนความสูงนับหมื่นลี้

จากนั้น...

ตัวอักษรสีแดงเพลิงขนาดใหญ่หลายตัว ก็ปรากฏขึ้นจนแทบจะบดบังท้องฟ้า

"หัวใจแห่งโลกอยู่ที่นี่!"

"..."

"?!"

จอมมารอู๋จี๋และราชันสามมงกุฎสบตากัน พลันรู้สึกหนังศีรษะชาหนึบ สัมผัสได้ถึงลางร้ายอย่างรุนแรง

มารดามันเถอะ!

ความเคลื่อนไหวใหญ่โตปานนี้ จะดึงดูดผู้คนมามากมายเพียงใดกัน?

"จะมัวชักช้าต่อไปไม่ได้แล้ว"

"หากยังรั้งรอต่อไป อย่าว่าแต่ราชันสามมงกุฎหรือราชันหกมงกุฎเลย ต่อให้พวกข้าเป็นถึงราชันสิบมงกุฎ ก็เกรงว่าจะต้องมาฝังกระดูกไว้ที่นี่"

"ตีฝ่าออกไป!"

ใบหน้าของราชันสามมงกุฎเขียวคล้ำ

จอมมารอู๋จี๋เองก็ทั้งตระหนกและเดือดดาล

นอกเหนือจากความอึดอัดใจแล้ว ยังรู้สึกเจ็บปวดอย่างยิ่ง

ที่สำคัญที่สุดคือ ท่านคำนวณพลาดไปแล้ว

เดิมทีคิดว่าอาศัยชื่อเสียงและพลังฝีมือของพวกท่านทั้ง 2 เชือดไก่ให้ลิงดูสักรอบ แล้วค่อยใช้กำลังข่มขวัญ พวกมันก็คงจะเกิดความหวาดกลัว และยอมเปิดทางให้พวกท่านได้จากไปชั่วคราว

แต่นึกไม่ถึงเลยว่า สุนัขรับใช้พวกนี้จะแข็งกร้าวถึงเพียงนี้

ทั้งยังยอมสู้ถวายหัวเพื่อหัวใจแห่งโลกได้ถึงขั้นนี้

และจนกระทั่งวินาทีนี้เอง จอมมารอู๋จี๋ถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า ท่านประเมินตนเองสูงส่งเกินไป

เพียงแต่...

สิ่งที่ประเมินสูงไปนั้นมิใช่พลังฝีมือ ทว่าเป็นแรงกดดันที่ท่านคิดว่าจะสร้างให้ผู้อื่นต่างหาก

เดิมทีคิดว่าชื่อเสียงของตนมากพอที่จะทำให้พวกมันส่วนใหญ่ล่าถอยไปเอง ต่อให้ไม่ถูกข่มขวัญจนหนีเตลิด อย่างน้อยก็น่าจะลังเลบ้างสิ?!

ผลปรากฏว่า...

ลังเลกับผีสิ!

พวกมันกลับพุ่งเข้าปะทะแตกหักกับท่านหน้าตาเฉย

นี่มันกะเอาชีวิตกันชัดๆ!

อึดอัดโว้ย!

ท่านขบกรามแน่น รู้สึกหงุดหงิดเป็นอย่างมาก ทว่ากลับไร้หนทางสู้ ไม่มีวิธีอื่นใดอีกแล้ว นอกจาก...

ฆ่า!

ต้องหาทาง สังหารเบิกทางไปสู่รุ่งอรุณให้จงได้

ในยามนี้ ไม่ว่าจะมีความคิดหรืออุบายใด ล้วนเปล่าประโยชน์

มีเพียงต้องอาศัยพลังฝีมือที่แท้จริงตีฝ่าออกไปเท่านั้น

หากตีฝ่าออกไปไม่ได้...

ผลลัพธ์ย่อมเป็นที่รู้กัน

......

ทั้งสองพุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นอย่างสุดกำลังในทันที ไร้ซึ่งความลังเลหรือความคิดอื่นใดอีกต่อไป

มีเพียงการเข่นฆ่าเท่านั้น จึงจะมีโอกาสรักษาชีวิตน้อยๆ ของตนเอาไว้ได้

โยนหัวใจแห่งโลกทิ้งไปงั้นรึ?

จอมมารอู๋จี๋เองก็เคยคิดเช่นนี้ เพราะถึงอย่างไรชีวิตก็ย่อมสำคัญกว่า ทว่าท่านมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน และกระจ่างแจ้งดีว่า ต่อให้ท่านโยนหัวใจแห่งโลกทิ้งไป จุดจบของท่านก็คงไม่สวยงามนัก

เพราะท่านนั้นแข็งแกร่งเกินไป!

หากท่านโยนหัวใจแห่งโลกทิ้งไป...

ผู้อื่นจะคิดเช่นไร?

จอมมารอู๋จี๋ผู้นี้ต้องคิดเล่นลูกไม้ตั๊กแตนจับจักจั่นนกขมิ้นอยู่ด้านหลัง ปล่อยให้พวกเราต่อสู้แย่งชิงกันเองจนตายตกไป 7 ถึง 8 ส่วน แล้วค่อยฉวยโอกาสลงมือตลบหลังเป็นแน่

ด้วยพลังฝีมือระดับราชันหกมงกุฎผู้ยิ่งใหญ่ เมื่อถึงเวลานั้น ใครเล่าจะต้านทานได้?

หากถึงเวลานั้นจริงๆ ไม่ว่าหัวใจแห่งโลกจะอยู่ในมือใคร ท้ายที่สุดก็ต้องถูกจอมมารอู๋จี๋ผู้นี้สังหารทิ้งอยู่ดี และจอมมารอู๋จี๋ก็ยังคงเป็นผู้ชนะที่แท้จริง

ไม่เพียงแต่จะได้กลายเป็นราชันเจ็ดมงกุฎ ทว่ายังมีโอกาสสูงที่จะได้นำหัวใจแห่งโลกกลับไปด้วย...

ใครเล่าจะยินยอม ใครเล่าจะอยากเห็นสถานการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น?

ย่อมไม่มีใครอยากเห็น!

ดังนั้น...

เมื่อถึงวินาทีนี้ ไม่ว่าจอมมารอู๋จี๋จะยินยอมส่งมอบหัวใจแห่งโลกออกไปหรือไม่ ความจริงแล้วก็ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกัน

พวกมันจะต้องหาทางสังหารท่านให้ตายเสียก่อน แล้วค่อยไปแย่งชิงหัวใจแห่งโลก

มิใช่ปล่อยให้ท่านมีชีวิตรอด แล้วยืนดูพวกมันแย่งชิงหัวใจแห่งโลกกันเอง

ความคิดกระจ่างชัด...

หลังจากเข้าใจสถานการณ์ของตนเองอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว จอมมารอู๋จี๋ก็บ้าคลั่งขึ้นมาทันที

ท่านไม่ยั้งมืออีกต่อไป ไม่สนความสิ้นเปลืองหรือสิ่งใดทั้งสิ้น ทุ่มเทสุดกำลังในความหมายที่แท้จริง

ราชันสามมงกุฎก็เช่นเดียวกัน!

และเมื่อพวกท่านทุ่มเทสุดกำลัง พลังฝีมืออันน่าสะพรึงกลัวที่เป็นของพวกท่านอย่างแท้จริงก็เริ่มเผยให้เห็น!

ผู้คนจำนวนมากถึง 300 ถึง 400 คน

ล้วนเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี!

ทั้งยังร่วมมือกันต่อต้านศัตรู เพียงแค่ลงมือก็เป็นการผสานพลังของคนกลุ่มใหญ่ สาดซัดการโจมตีอันน่าสะพรึงกลัวออกไปเป็นวงกว้าง...

กฎเกณฑ์แห่งเต๋าปลิวว่อนเต็มฟ้า ลวดลายเทวะสารพัดชนิดแทบจะปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดินและผืนฟ้า

ปรากฏการณ์ที่เกิดจากวิชาอาคมต่างๆ ยิ่งน่าตื่นตาตื่นใจ ทำเอาพื้นที่บริเวณนี้สว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน!

และเมื่อเป็นเช่นนี้...

ยอดฝีมือจากต่างโลกที่อยู่ห่างไกลออกไป ต่อให้ไม่อยากสังเกตเห็นก็คงยาก

เห็นได้ชัดว่า...

ศึกในครั้งนี้ จะต้องก่อให้เกิดความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่เป็นแน่!

ไม่รู้เลยว่าจะดึงดูดยอดฝีมือมามากน้อยเพียงใด

และ...

ไม่มีใครล่วงรู้ผลลัพธ์ในบั้นปลาย

ยากจะคาดเดาว่า ท้ายที่สุดแล้วของล้ำค่าจะตกไปอยู่ในมือผู้ใด

"ฆ่า!!!"

จอมมารอู๋จี๋ระเบิดพลัง เค้นสรรพกำลังทุกวิถีทางออกมาจนถึงขีดสุด แม้จะถูกยอดฝีมือที่มากกว่าตนเองนับ 100 เท่าจ้องเล่นงานและปิดล้อม ทว่าท่วงท่าของท่านก็ยังคงโดดเด่นเหนือผู้คน

ทุกที่ที่เคลื่อนผ่าน แม้จะไม่ถึงขั้นทำให้ผู้คนล้มตายเกลื่อนกลาด แต่ก็ทำเอาทุกคนหน้าถอดสี

แม้จะไม่ถูกสังหารในกระบวนท่าเดียว ทว่าก็ไม่ได้เปรียบแม้แต่น้อย หากไม่หน้าซีดเผือด ก็ต้องได้รับบาดเจ็บในพริบตาที่ปะทะ สัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง!

"แข็งแกร่งยิ่งนัก!"

"นี่คือพลังที่แท้จริงของราชันหกมงกุฎงั้นรึ?"

"ต้านเอาไว้ ต้องต้านเอาไว้ให้ได้!"

"ห้ามประมือกับท่านผู้นั้นตามลำพังเด็ดขาด ทุกครั้งที่ลงมือ ต้องร่วมมือกันโจมตีอย่างน้อย 10 กว่าคน มิเช่นนั้น จะถูกท่านผู้นั้นฉวยโอกาสสังหารเอาได้ง่ายๆ!"

"ต่อให้สะกดข่มท่านผู้นั้นไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พวกเราเพียงแค่ถ่วงเวลาเอาไว้ก็พอ รอจนกว่าคนอื่นๆ จะมาถึง พวกเขาทั้งสองก็ต้องตาย!"

"ถูกต้อง!"

พวกมันเปลี่ยนกลยุทธ์ในทันที...

ทว่าความสูญเสียก็ยังคงหนักหนาอยู่ดี

ชื่อเสียงของคนก็เปรียบดั่งร่มเงาของต้นไม้ใหญ่

และราชันหกมงกุฎ จอมมารอู๋จี๋ ก็มิได้มีดีแค่ชื่อเสียงอันโดดเด่นเท่านั้น พลังฝีมือของท่านคู่ควรกับฉายานี้อย่างแท้จริง สามารถรุกรับอย่างอิสระท่ามกลางวงล้อมสังหารของผู้คนกว่า 100 คน หรือกระทั่งเกือบ 200 คนได้อย่างแท้จริง!

หนำซ้ำยังเข่นฆ่าจนพวกมันล้มตายระเนระนาด

เพียงชั่วเวลาสั้นๆ ก็สามารถสังหารยอดฝีมือและผู้บำเพ็ญระดับเซียนพเนจรไปได้นับ 10 คน

อีกทั้งตัวเลขนี้ ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ทว่า...

การเข่นฆ่าเช่นนี้ กลับมิได้บีบบังคับให้ผู้บำเพ็ญคนอื่นๆ ล่าถอย ในทางกลับกัน มันกลับไปกระตุ้นสัญชาตญาณดิบเถื่อนของพวกมันให้ตื่นขึ้น

จากที่ตั้งรับและถ่วงเวลาในตอนแรก กลับกลายเป็นฝ่ายบุกโจมตี!

ร่วมมือกัน 1 คน 3 คน หรือกระทั่ง 8 ถึง 10 คนยังไม่พอรึ?

เช่นนั้นก็ร่วมมือกันเป็น 10 เป็น 100 คนไปเลย!

บุกก็บุกพร้อมกัน รับก็รับพร้อมกัน!

ไม่เชื่อหรอกว่าจะขวางเจ้าเอาไว้ไม่ได้!

ของวิเศษสารพัดชนิดปลิวว่อนเต็มท้องฟ้า

จอมมารอู๋จี๋คำรามลั่น หยิบอาวุธของตนออกมา

มองปราดเดียว นั่นคือพลองสำริดกระบองหนึ่ง

แต่ในสายตาของหลินฝาน รูปลักษณ์ของมันกลับคล้ายคลึงกับกระบองพลองทองคำราวกับแกะ เพียงแค่สีสันและวัสดุที่ใช้แตกต่างกันเท่านั้น

เมื่อถูกกวัดแกว่งอยู่ในมือของจอมมารอู๋จี๋ มันก็ทรงพลังดุดัน ชวนให้ผู้คนขวัญผวา!

ทุกที่ที่พลองกวาดผ่าน กลับไม่มีศาสตราจักรพรรดิชิ้นใดกล้าเข้าไป 'ต้านทาน' โซ่ตรวนขนาดใหญ่ต่างหวาดกลัวจนหนีแทบไม่ทัน ต่อให้เป็นศาสตราจักรพรรดิที่มีพลังป้องกันสูงล้ำบางชิ้น หลังจากปะทะกันเพียงชั่วครู่ ก็ยังส่งเสียงกรีดร้องออกมาไม่หยุด

พุ่งซ้ายทะลวงขวา!

ดุร้ายบ้าคลั่งไร้ที่สิ้นสุด!

ผลงานของราชันสามมงกุฎและจอมมารอู๋จี๋ ก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก

เพียงแต่...

แม้พวกท่านจะดุดันบ้าคลั่ง ทว่าอีกฝ่ายก็มีคนมากกว่าอยู่ดี ต่อให้พลังฝีมือของพวกท่านจะแข็งแกร่งพอ และเป็นฝ่ายได้เปรียบมาโดยตลอด ทว่าท้ายที่สุดก็ไม่อาจตีฝ่าวงล้อมออกไปได้

และเมื่อเวลาผ่านไป

ยอดฝีมือที่ค้นพบ 'พลุสัญญาณ' ก่อนหน้านี้ รวมไปถึงผู้ที่สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวอันน่าตระหนกของศึกใหญ่ในครั้งนี้แล้วเร่งรุดมา ก็ยิ่งมีจำนวนมากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ...

และแม้ว่าคนเหล่านี้จะไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ทว่าภาพเหตุการณ์และความเคลื่อนไหวตรงหน้า ก็ไม่จำเป็นต้องให้พวกมันทำความเข้าใจหรือล่วงรู้อะไรอีกแล้ว

พวกมันเพียงแค่ต้องรู้ว่า หัวใจแห่งโลกปรากฏขึ้นแล้ว!

อีกทั้งยังอยู่ในมือของจอมมารอู๋จี๋

สิ่งเดียวที่ตนควรทำในตอนนี้ ก็คือการร่วมมือกับคนอื่นๆ สังหารจอมมารอู๋จี๋และราชันสามมงกุฎให้ตายเสียก่อน มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ตนจึงจะมีโอกาส!

ในเมื่อเป็นเช่นนี้...

จะมัวรออันใดอยู่อีก?!

ดังนั้น หลังจากที่พวกมันมาถึง เพียงแค่ครุ่นคิดเล็กน้อย ก็พากันกระโจนเข้าร่วมวงสงคราม

และด้วยเหตุนี้ แม้จอมมารอู๋จี๋กับราชันสามมงกุฎจะเปิดฉากสังหารหมู่ เข่นฆ่าไปทั่วสารทิศ ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ผู้บำเพ็ญที่หลั่งไหลเข้ามาและลงมือต่อพวกท่านทั้ง 2 กลับมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ...

ยิ่งฆ่าก็ยิ่งมาก!

ราวกับเห็นผีก็ไม่ปาน ฆ่าไม่หมด ฆ่าอย่างไรก็ไม่มีวันหมด!

ฆ่าจนพวกท่านทั้ง 2 แทบจะอาเจียนออกมาอยู่แล้ว!!!

และในฐานะราชันหกมงกุฎและราชันสามมงกุฎ อีกทั้งยังเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี พวกท่านย่อมมีของเตรียมไว้มากมาย

อย่างเช่นของวิเศษลับและเม็ดยาต่างๆ ล้วนเตรียมมาเป็นกองพะเนิน

ดังนั้น ความอึดของพวกท่านจึงมีมากพอ

สิ่งนี้ส่งผลโดยตรงให้ศึกใหญ่ครั้งนี้ เมื่อเปิดฉากขึ้นแล้ว ก็ไม่อาจหยุดยั้งได้อีกต่อไป

1 วัน 2 วัน... 10 วัน 30 วัน...

ผู้คนมากมายยิ่งขึ้น ต่างดาหน้าเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย

ฆ่า ฆ่า ฆ่า!

ทั้งสองเข่นฆ่าจนนัยน์ตาแดงก่ำ

กระทั่งฆ่าจนแทบจะอาเจียน!

แต่มารดามันเถอะ ฆ่าอย่างไรก็ไม่หมดสักที!

คนก็ยิ่งมีมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั่วทั้งสนามรบ มีคนทะลุ 500 คนไปแล้ว!

นี่นับเฉพาะคนเป็น

หากนับรวมคนตายเข้าไปด้วย...

ไม่รู้ว่าจะมีมากน้อยเพียงใด!

ทางด้านจอมมารอู๋จี๋และราชันสามมงกุฎก็ได้รับบาดเจ็บอยู่หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจำนวนคนเริ่มมากขึ้น การร่วมมือของคนเหล่านี้ ต่อให้พวกท่านแข็งแกร่งเพียงใด ก็จำต้องรับมืออย่างระมัดระวัง กระทั่งต้องล่าถอยไปสามเช่อ

จากตอนแรกที่พวกท่านเข่นฆ่าอย่างบ้าคลั่ง กดหัวทุกคนเอาไว้

มาถึงตอนนี้ พวกท่านเริ่มสูญเสียความได้เปรียบ และเริ่มได้รับบาดเจ็บ...

จนกระทั่งวินาทีนี้ พวกท่านถูกกดดันจนต้องตั้งรับและหลบหลีก เวลาที่ใช้บุกโจมตีก็น้อยลงไปมาก

เมื่อเป็นเช่นนี้...

จิตใจของพวกท่านก็ยิ่งหนักอึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ

ครึ่งปีต่อมา ทั้งสองต่างได้รับบาดเจ็บสาหัส

และผู้ที่รุมล้อมโจมตี ณ ที่แห่งนี้ ก็มีจำนวนทะลุ 1,000 คนไปแล้ว!

"พวกเรา..."

"ดูเหมือนว่าจะหมดสิ้นหนทางแล้ว"

ราชันสามมงกุฎหัวเราะอย่างขมขื่น เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ 'กองทัพนับพันหมื่น...' ที่แข็งแกร่งปานนี้

ท่านก็เริ่มหมดเรี่ยวแรงที่จะสู้ต่อแล้วจริงๆ

ลึกลงไปใต้ดิน

ร่างแยกทะเลเลือดของหลินฝานร่างหนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิ แสงสีแดงสาดส่องเจิดจ้าไปทั่วร่าง

จบบทที่ บทที่ 437: พวกเดียวกันหรือ?! มหาสงครามครึ่งปี! (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว