เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430: คนหนึ่งมี 800 เล่ห์เหลี่ยม! อวดเก่งนักระวังจะสิ้นชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 430: คนหนึ่งมี 800 เล่ห์เหลี่ยม! อวดเก่งนักระวังจะสิ้นชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

บทที่ 430: คนหนึ่งมี 800 เล่ห์เหลี่ยม! อวดเก่งนักระวังจะสิ้นชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)


บทที่ 430: คนหนึ่งมี 800 เล่ห์เหลี่ยม! อวดเก่งนักระวังจะสิ้นชีพ (ส่วนที่ 3)

กู้ซิงเหลียนบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง และขบคิดถึงแผนการขั้นต่อไป

ในฐานะผู้เป็นถึงประมุขดินแดนศักดิ์สิทธิ์หมื่นบุปผา นางย่อมมิใช่คนโง่เขลา เพียงไม่นานก็สรุปได้ว่า "ข้อ 1 ห้ามเปิดเผยเรื่องนี้เด็ดขาด และห้ามให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าพวกเรากับหลินฝานมาจากโลกใบเดียวกัน"

"ข้อ 2 ต้องแสร้งทำเป็น 'บ้าคลั่ง' เหมือนคนอื่นๆ ต่อไป เพื่อตามหาร่องรอยของแก่นแท้โลก"

"ข้อ 3 ตามน้ำไปก่อน หากพวกเขารู้เบาะแส พวกเราก็ต้องตามไป ทว่าข้าจะคอยหาทางลอบก่อกวนอยู่ลับๆ..."

กล่าวโดยสรุปคือ...

เป็นไส้ศึกคอยป่วน!

การประสานงานทั้งในและนอกอาจยากลำบากไปสักหน่อย ทว่าการแฝงตัวเป็นไส้ศึกอยู่ท่ามกลางศัตรู ตราบใดที่ไม่ถูกจับได้ ก็ยังมีช่องโหว่ให้พลิกแพลงได้อยู่บ้าง

ต่อให้ไร้หนทางพลิกแพลงจริงๆ ถอยหลังสักหมื่นก้าว หากวันใดหลินฝานตกอยู่ในอันตราย ตัวนางและท่านอาจารย์ปู่ก็ยังสามารถลุกขึ้นมาจู่โจมจากภายใน ซื้อเวลาให้หลินฝานหลบหนีไปได้

เมื่อคิดได้ดังนี้ กู้ซิงเหลียนจึงเอ่ยปากทันที "ท่านอาจารย์ปู่ พวกเรารีบตามคนอื่นๆ ไปกันเถิด"

"แม้ตอนนี้พวกเราจะไร้เบาะแส ทว่ามียอดฝีมือมากมายปานนี้ ย่อมต้องมีผู้ใช้วิชาพิเศษได้ ขอเพียงตามพวกเขาไป ย่อมไม่ต้องกลัวว่าจะหาแก่นแท้โลกไม่พบ"

สวี่เหวยอีรู้สึกว่ามีเหตุผลยิ่งนัก "ใช่!"

"พวกเรารีบตามไปเร็ว"

"..."

ทั้งสองเร่งความเร็วทันที เตรียมมุ่งหน้าตามกลุ่มใหญ่ไป

...

และในยามนี้ กลุ่มใหญ่ที่พวกนางนึกพะวงถึง ก็ได้มารวมตัวกันแล้ว

เพียงแต่สีหน้าของทุกคนล้วนดูไม่ได้ยิ่งนัก

"คนเล่า?!"

"พวกเราถูกซุ่มโจมตีระหว่างทาง พอสังหารทิ้งถึงเพิ่งรู้ว่าเป็นเพียงร่างจำแลง"

"อะไรนะ? พวกเจ้าก็ด้วยหรือ???"

"พวกเจ้าถูกซุ่มโจมตีกันหมดเลยรึ? พวกเรากลับไม่เจอ ทว่ากลับถูกคนใช้วิชาแปลงกายลอบโจมตี"

"หึ นั่นมิใช่เพราะพวกเจ้าอ่อนแอหรอกหรือ? ข้ามองปราดเดียวก็ทะลวงวิชาแปลงกายของอีกฝ่ายได้แล้ว ยังคิดจะแปลงเป็นก้อนหินมาลอบกัดข้า ช่างน่าขันนัก!"

"เจ้าว่าอย่างไรนะ?!"

"บัดซบ คนตั้งมากมายถูกซุ่มโจมตี ถูกลอบกัด แต่สุดท้ายกลับเป็นร่างจำแลงทั้งหมดเลยงั้นรึ?"

"พวกเราไม่พบพานผู้ใด ทว่าพอสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของการต่อสู้จากที่อื่น ก็รีบรุดไปทันที ท้ายที่สุดกลับไม่เห็นแม้แต่เงาคน"

"???"

"นี่มัน!!!"

"..."

ผู้คนมีจำนวนมาก

มีถึงเกือบ 200 คนแล้ว

ล้วนเป็นยอดฝีมือระดับแนวหน้าของแต่ละโลก ย่อมไม่มีทางเป็นคนโง่งม เพียงเวลาสั้นๆ พวกเขาก็ปะติดปะต่อเรื่องราวคร่าวๆ ได้แล้ว

"หากเป็นเช่นนี้ แสดงว่ามีคนใช้ร่างจำแลงมากมายสวมรอยเป็นผู้อื่น และคอยขัดขวางพวกเรา"

"และบัดนี้ แก่นแท้โลกก็หายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว นั่นย่อมหมายความว่า คนผู้นั้นต้องนำแก่นแท้โลกไปเป็นแน่!!!"

"พวกเราถูกมันหลอกเข้าแล้ว โดยเฉพาะผู้ที่รีบรุดไปหลังพบแรงสั่นสะเทือนของการต่อสู้ ทำให้หลงไปจากเส้นทางเดิม เปิดโอกาสให้มันหลบหนีไปได้!"

"ช่างเป็นแผนการที่แยบยลนัก! น่าเสียดายที่พวกเรายังจับพิรุธได้"

พวกเขาล้วนเดือดดาลยิ่งนัก

เดิมทีคิดว่าแผนการรัดกุมไร้ช่องโหว่ ถึงขั้นยอมซุ่มรอจังหวะอยู่ตรงทางเข้าออก เพื่อไม่ให้ผู้ที่มีฝีมือพอจะชิงแก่นแท้โลกไปได้เกิดความหวาดระแวงเพราะคนเยอะจนไม่กล้าลงมือ

ท้ายที่สุด...

กลับถูกอีกฝ่ายปั่นหัวเสียนี่?!

กู้ซิงเหลียน สวี่เหวยอี ตลอดจนหลินจื่อเซียวและจี้ชูถงต่างแฝงตัวอยู่ในฝูงชน ใบหน้าเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและเดือดดาล กลมกลืนไปกับฝูงชนอย่างแนบเนียน ถึงขั้นร่วมออกความคิดเห็นและวางแผนด้วย

ส่วนหลินจื่อเซียวนั้นก็เป็นคนฉลาด

ในฐานะผู้ข้ามมิติ แผนการพลิกแพลงต่างๆ ย่อมถูกหยิบยกมาใช้อย่างง่ายดาย

ท่ามกลางเสียงก่นด่าของฝูงชน นางเอ่ยขึ้นว่า "ทุกท่าน ทุกท่าน~!"

"เมื่อครู่ มิใช่มีคนกล่าวว่ามองปราดเดียวก็ทะลวงวิชาแปลงกายของอีกฝ่ายได้หรอกหรือ? หากเป็นเช่นนั้น สหายธรรมท่านนี้ย่อมต้องรู้รูปลักษณ์ที่แท้จริงของคนผู้นั้นเป็นแน่?"

"ไม่ทราบว่าเมื่อครู่คือสหายธรรมท่านใดที่เอ่ยปาก?"

"แล้วจะช่วยบอกเล่ารูปลักษณ์ของคนผู้นั้นให้พวกเราฟังได้หรือไม่?"

"มิฉะนั้น จะไม่กลายเป็นว่าปล่อยให้มันหอบแก่นแท้โลกหนีไปได้จริงๆ หรอกหรือ?"

"ขอเพียงบอกพวกเราว่าคนผู้นั้นหน้าตาเป็นเช่นไร พวกเราก็สามารถแบ่งกำลังกันไปไล่ล่ามันได้..."

สิ้นคำกล่าวนี้ แววตาของทุกคนต่างทอประกายวูบวาบ

คน 'กลุ่มหนึ่ง' ในนั้นหันขวับทันที พร้อมตีวงล้อมคนผู้หนึ่งเอาไว้ "เขาเป็นคนพูด!"

ทุกคนต่างพากันหันไปมองคนผู้นั้น

จากนั้น...

ค่อยๆ ก่อตัวเป็นค่ายกลล้อมกรอบ จ้องมองเขาเขม็ง

แม้จะยังไม่ลงมือ ทว่าความหมายนั้นชัดเจนยิ่ง จุดประสงค์ก็กระจ่างแจ้ง

เจ้าหนุ่ม หากรู้ตัวก็จง 'วาด' หน้าตาของคนผู้นั้นออกมาซะ มิฉะนั้น ก็ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เถิด~

ไม่มีผู้ใดเป็นคนโง่

และในยามนี้ที่ดูเหมือนพวกเขากำลังร่วมมือกัน แท้จริงแล้วล้วนซ่อนดาบไว้ในรอยยิ้ม ต่างคนต่างมีแผนร้ายในใจ

นอกจากคนจากโลกเดียวกันแล้ว ผู้คนที่เหลือล้วนเป็นคู่แข่ง เป็นศัตรู

นี่เป็นเพราะแก่นแท้โลก 'หนีรอด' ไปได้แล้ว มิฉะนั้น พวกเขาคงเปิดฉากตะลุมบอนกันไปตั้งนานแล้ว

ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกเขาย่อมต้องดิ้นรนเพื่อผลประโยชน์ของตนเองเท่านั้น

เจ้าหนุ่ม รู้หน้าตาที่แท้จริงของคนผู้นั้นแล้วกลับไม่ยอมปริปากรึ?

หึ!

คอยดูเถิดว่าพวกข้าจะรุมทึ้งเจ้าหรือไม่!

ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขากลับสามัคคีกันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ทว่ากลับไปตกระกำลำบากอยู่ที่ผู้บำเพ็ญเพียรที่เพิ่งจะโอ้อวดว่าตนมองปราดเดียวก็ทะลวงวิชาแปลงกายของหลินฝานได้

...

"แม่นางผู้นั้น... เกรงว่ามิอาจเก็บไว้ได้"

สวี่เหวยอีส่งเสียงผ่านสัมผัสเทวะบอกกู้ซิงเหลียนอย่างระมัดระวัง "นางเยือกเย็นเกินไป เอ่ยเพียงไม่กี่คำก็จับจุดสำคัญได้ หากมีนางอยู่ คู่แข่งของเราจะยิ่งรับมือยากขึ้นมาก"

กู้ซิงเหลียน "..."

นางครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนตอบกลับ "ท่านอาจารย์ปู่ ข้ากลับมีความเห็นต่างออกไป"

"สตรีผู้นี้ดูเหมือนกำลังออกความเห็น ทว่าข้ากลับรู้สึกว่านางกำลังลอบผลักดัน..."

เดิมทีคิดจะบอกว่าลอบผลักดันหลินฝาน แต่พลันนึกขึ้นได้ว่าเรื่องนี้ยังไม่ได้บอกสวี่เหวยอี จึงรีบเปลี่ยนคำพูดทันควัน "ลอบถ่วงเวลาไปได้ไม่น้อยเลย"

"หมายความว่าอย่างไร?"

"ความหมายของข้าคือ นางดูเหมือนฉลาดหลักแหลม แต่แท้จริงแล้วกลับกำลังถ่วงเวลาอยู่อย่างสิ้นเชิง"

"ดูเหมือนคำพูดประโยคเดียวก็แทงถูกจุดสำคัญ แต่ในความเป็นจริง การที่ทุกคนไปข่มขู่ผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้น ย่อมต้องเสียเวลาไปบ้าง"

"นี่มิใช่การถ่วงเวลาหรอกหรือ?"

"อีกประการหนึ่ง สิ่งที่คนผู้นั้นวาดออกมา จะเป็นของจริงหรือ? หากเปลี่ยนเป็นท่าน ท่านจะยอมวาดของจริงด้วยความเต็มใจหรือ?"

สวี่เหวยอีแสดงท่าทีปฏิเสธทันที "นั่นย่อมเป็นไปไม่ได้"

กู้ซิงเหลียนหรี่ตาสองข้างลงเล็กน้อย "นั่นล่ะ ท่านไม่ทำ ข้าไม่ทำ คนผู้นั้นก็ย่อมไม่ทำเช่นกัน ดังนั้น ภาพวาดนั่นจึงไร้ประโยชน์ในการอ้างอิงโดยสิ้นเชิง นี่เป็นการเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์แท้ๆ"

"ซ้ำร้ายท้ายที่สุดยังไม่มีผู้ใดพิสูจน์ได้ว่าเป็นของจริงหรือปลอม ต่อให้มีผู้ที่สามารถทะลวงวิชาแปลงกายของเจ้านั่นได้อีก ก็ย่อมไม่มีทางกระโดดออกมายอมรับ ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ก็จะได้เพียงภาพวาดจอมปลอมใบหนึ่งเท่านั้น"

"ไม่กลัวว่าจะมีคนใช้วิชาค้นวิญญาณหรือ?" สวี่เหวยอีแย้ง

กู้ซิงเหลียนนึกขำ "วิชาค้นวิญญาณมีเพียงคนเดียวที่กระทำได้ หากมีการค้นวิญญาณจริง คำพูดของคนผู้นั้น จะเชื่อถือได้หรือ?"

สวี่เหวยอี "เอ่อ"

"เป็นข้าที่คิดไม่รอบคอบเอง"

น่าสนใจ~!

น่าสนใจจริงๆ!

กู้ซิงเหลียนลอบจับจ้องหลินจื่อเซียว ในใจเกิดความคิดมากมาย

"หากมิใช่เพราะข้ามั่นใจแล้วว่าเป็นหลินฝานที่ลงมือสำเร็จ เกรงว่าคงคิดว่าเป็นสหายร่วมทีมของพวกเจ้าที่ชิงไปได้"

"มิฉะนั้น ไฉนจึงใช้วิธีที่ดูเหมือนช่วยเหลือทุกคน ทว่าแท้จริงแล้วกลับเป็นการขุดหลุมฝังคนส่วนใหญ่ในที่นี้เล่า?"

"ทว่า ก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง สหายร่วมทีมของพวกนางอาจพบร่องรอยของหลินฝาน และกำลังไล่ล่าอยู่ตลอดทาง จึงใช้วิธีนี้เพื่อถ่วงเวลา?"

"หากเป็นเช่นนี้..."

"บางทีการลอบสะกดรอยตามสองคนนี้ อาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้องที่สุด"

ยามนี้ ผู้คนในที่แห่งนี้ ล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนับร้อยพัน

ทุกคนต่างกำลัง 'ประลองปัญญา' กันอยู่

และกู้ซิงเหลียนก็เชื่อว่า คนส่วนใหญ่ในที่นี้ย่อมไม่เชื่อภาพวาดของคนผู้นั้น ทว่าพวกเขาก็ยังดึงดันจะให้อีกฝ่ายวาดออกมา

เผื่อฟลุคเล่า?!

ยอมฆ่าผิดตัว ดีกว่าปล่อยคนร้ายลอยนวล!

อีกฝ่ายจนใจยิ่งนัก รู้ดีว่าหากไม่วาดย่อมไม่อาจไปจากที่นี่ได้ ส่วนวาดเสร็จแล้ว...

มารดามันเถอะ

วาดไปก่อนค่อยว่ากัน

ยามนี้เขาเสียใจอย่างสุดซึ้ง อยู่ดีไม่ว่าดี จะไปโอ้อวดหาพระแสงอันใด?!

แม้ตนจะมองทะลุได้จริงๆ ทว่าแสร้งหูหนวกตาบอด ซุ่มรวยเงียบๆ มันไม่ดีตรงไหน?

พอโอ้อวดไป...

นี่ไม่เท่ากับหาเรื่องตายหรอกหรือ?

เขาใช้พลังเซียนควบแน่นเป็นรูปร่างหน้าตาของชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง แน่นอนว่ามิใช่หน้าตาของหลินฝาน

เขาย่อมไม่มีทางวาดของจริงออกมา

ไม่ว่าตนจะรอดชีวิตไปได้หรือไม่ ก็ไม่มีทางวาดของจริงเด็ดขาด!

"ที่แท้ก็คนผู้นี้นี่เอง?!"

มีคนกระจ่างแจ้งในทันที

"บัดซบ รู้อยู่แล้วเชียวว่าเจ้านี่ดูไม่เหมือนคนดี ที่แท้ก็เป็นมัน!"

อีกคนเอ่ยปาก

ผู้วาดภาพ "???!"

บัดซบ?

ข้าวาดมั่วๆ ส่งเดชแท้ๆ ไฉนถึงมีคนรู้จักไม่ใช่น้อยๆ เล่า?

ไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว...

ตูม!

ยอดฝีมือรอบด้านอย่างน้อยนับสิบคนก็ลงมือ หากมิใช่ยอดคนก็เป็นเซียนพเนจร แม้เขาจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าและพยายามปัดป้องสุดกำลัง ทว่าก็ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย เพียงชั่วพริบตาก็ตกตายอย่างอนาถ!

เมื่อสังหารทิ้งแล้ว หนึ่งในผู้ที่ลงมือยังกล่าวอีกว่า "เจ้าเด็กนี่จิตใจล้ำลึก ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาด!"

"ใช่ๆๆ เออ ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน!"

"จริงด้วย ข้าก็มีธุระสำคัญเช่นกัน"

"ไปล่ะ!"

"..."

ชั่วพริบตา แทบทุกคนต่างแสดงตัวว่ามีธุระและขอตัวลาไปก่อน

ทว่าทิศทางที่พวกเขาจากไป กลับคล้ายคลึงกันเป็นส่วนใหญ่

โดยพื้นฐานแล้วล้วนมุ่งหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

และทิศทางนั้น...

ก็คือทิศทางที่มีร่องรอย 'เร่งรีบ' ทิ้งเอาไว้นั่นเอง

"!"

กู้ซิงเหลียนขมวดคิ้ว "สมแล้วที่แต่ละคนมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวนับร้อยพัน"

"เจ้าพวกนี้ แท้จริงแล้วส่วนใหญ่ล้วนพบร่องรอยนั้น ทว่ากลับไม่มีผู้ใดปริปาก"

"ส่วน 'จิตรกร' ผู้นั้น กลับตายอย่างอยุติธรรม ถูกสตรีผู้นั้นลากตัวออกมาโดดๆ แล้วถูกหลุมพรางฝังกลบจนตาย ซ้ำยังช่วยถ่วงเวลาไปได้อีกเล็กน้อย ส่วนคนอื่นๆ ก็รู้ดีว่าจิตรกรนั่นไม่มีความสำคัญ ภาพวาดของเขาย่อมต้องเป็นของปลอม ทว่าพวกเขาก็ยังดึงดันจะบีบบังคับให้อีกฝ่ายวาดออกมา จากนั้นค่อยสังหารทิ้ง"

"การทำเช่นนี้ ก็เท่ากับกำจัดคู่แข่งแฝงไปได้หนึ่งคน ทั้งคู่แข่งผู้นี้ยังเป็นผู้ที่ล่วงรู้ตัวตนของคนที่นำแก่นแท้โลกไปอีกด้วย"

"ทว่าการตายของ 'จิตรกร' ผู้นั้น ก็ต้องโทษที่เขาดึงดันจะโอ้อวด ทำราวกับตนเองเก่งกาจหนักหนา บางทีเขาคงคิดว่ายังอยู่บนโลกของตนเองกระมัง? ในโลกเดิมของเขา เขาอาจจะเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุด โอ้อวดจนเคยตัว ทว่าในที่แห่งนี้... การโอ้อวดนั้นอันตรายถึงชีวิต ไม่มีผู้ใดรู้เลยว่าภัยจะออกจากปากเมื่อใด และทำให้ตายตกไปอย่างง่ายดาย"

"ดังนั้น..."

"ห้ามทำตัวโดดเด่นสุ่มสี่สุ่มห้าเด็ดขาด"

"ส่วนตอนนี้..."

"ตามไปก่อนค่อยว่ากัน"

กู้ซิงเหลียนไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงตามน้ำไป ร่วมไล่ล่าตามร่องรอยที่หลงเหลืออยู่นั้น

อย่างไรเสีย ตอนนี้นางก็ไม่รู้ว่าหลินฝานอยู่ในสภาพใด ทั้งยังติดต่อไม่ได้ แทนที่จะเอาแต่คิดว่าตนเองจะทำอะไรได้บ้าง สู้แฝงตัวอยู่ในฝูงชนเพื่อรอคอยโอกาสจะดีกว่า

"เพียงแต่..."

สายตาของนางมักจะตกลงบนร่างของหลินจื่อเซียวและจี้ชูถงอยู่บ่อยครั้ง "สองคนนี้..."

"ต้องมีปัญหาเป็นแน่!"

"..."

...

"ระวังตัวหน่อย"

บริเวณกลางฝูงชน

หลินจื่อเซียวสีหน้าไม่เปลี่ยน ส่งเสียงผ่านสัมผัสเทวะบอกจี้ชูถง "เราสองคนถูกจับตาดูแล้ว"

"?!"

จี้ชูถงตกใจ "หรือว่ายังมีคนต้องการรากฐานแห่งเต๋าฟ้าอีก?"

"ไม่น่าจะใช่ ทว่าถูกจับตาดูแล้วจริงๆ เอาเป็นว่า ระวังตัวไว้ก่อนเป็นดี"

"หากเรื่องราวสุดวิสัย พวกเราก็หาโอกาสปลีกตัว ส่วนสหายบ้านเกิดผู้นั้น... ก็คงต้องปล่อยให้เขาเอาตัวรอดเองแล้ว อย่างไรเสีย ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับเขา ก็ยังไม่ถึงขั้นต้องยอมแลกชีวิตเพื่อเขา"

จี้ชูถงตอบกลับ "เจ้าว่าอย่างไรก็ว่าตามนั้น ข้าเชื่อฟังเจ้า"

"ดี"

หลินจื่อเซียวพยักหน้า "พวกเราตามไปดูสถานการณ์ก่อน เอาเป็นว่า เตรียมพร้อมถอยหนีตลอดเวลา"

จบบทที่ บทที่ 430: คนหนึ่งมี 800 เล่ห์เหลี่ยม! อวดเก่งนักระวังจะสิ้นชีพ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว