- หน้าแรก
- ให้ข้าเป็นประมุขนิกาย งั้นข้าก็จะขอรับเฉพาะตัวเอกเท่านั้น!
- บทที่ 429: ร่วมมือ! แก่นแท้แห่งโลกและรากฐานแห่งวิถีสวรรค์ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 429: ร่วมมือ! แก่นแท้แห่งโลกและรากฐานแห่งวิถีสวรรค์ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 429: ร่วมมือ! แก่นแท้แห่งโลกและรากฐานแห่งวิถีสวรรค์ (ส่วนที่ 3) (ฟรี)
บทที่ 429: ร่วมมือ! แก่นแท้แห่งโลกและรากฐานแห่งวิถีสวรรค์ (ส่วนที่ 3)
ในที่สุดก็มีเสียงดังลอดออกมา
ทว่าในเวลาเดียวกัน หลุมดำและผู้ที่ถูกหลุมดำกลืนกิน กลับอันตรธานหายไปในชั่วพริบตา
"คนหายไปไหนแล้ว?!"
"เจ้า... ยังไม่ไปอีกหรือ?!"
ทั้งสองต่างสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของหลินฝาน "เจ้าหลอกลวงพวกข้า?!"
"..."
หลินฝานปรากฏตัวพร้อมกับผายมือออก "ก็พอๆ กันนั่นแหละ ก่อนหน้านี้พวกเจ้าก็หลอกข้ามิใช่หรือ? ถึงขั้นแกล้งเป็นศพเชียวนะ?"
เขาถึงกับพูดไม่ออก
ทีพวกเจ้าแกล้งตายหลอกข้าได้ แล้วข้าจะใช้วิชาแปลงกายพลิกแพลงกับวิชา 72 แปลงมาหลอกพวกเจ้าบ้างไม่ได้หรือไร?
เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเจ๊ากันไปแล้วแท้ๆ แต่กลับทำตัวราวกับว่าข้าไปหลอกลวงความรู้สึกพวกเจ้าเสียอย่างนั้น
ถุย!
อันที่จริง...
ร่างต้นของเขาไม่เคยจากไปไหน และไม่ได้แยกออกจากร่างจำแลงเลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่จำแลงกายเป็นฝุ่นธุลีเม็ดหนึ่ง ตอนที่เข้ามาในอุโมงค์ใต้ดิน ก็ปลิวไปตกลงตรงมุมมืดแล้ว
แค่ฝุ่นธุลีเม็ดเดียว ย่อมไม่มีผู้ใดมาใส่ใจ
หลังจากนั้น ก็คือการจัดฉากหลอกล่อสารพัด จนกระทั่งสบโอกาสลงมือใช้หมัดหลุมดำจัดการไปได้ 1 คน
ส่วนเรื่องหนีงั้นหรือ...
ล้อเล่นหรือไร
นี่คือช่วงเวลาและโอกาสที่ใกล้เคียงกับการคว้าแก่นแท้แห่งโลกมาไว้ในมือมากที่สุดแล้ว หากพลาดครานี้ไป คงแทบไม่มีโอกาสอีกเป็นแน่
ต่อให้ต้องถอดใจ ก็ไม่ใช่ตอนนี้
"ส่วนที่พวกเจ้าถามว่าเขาหายไปไหนนั้น ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกัน"
"บอกได้เพียงว่า ข้ายอมรับผิดที่ทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง"
หลินฝานผายมือ
อีกฝ่ายตายแล้วหรือ?
เขาไม่รู้
แต่โอกาสรอดชีวิตยังมีสูงยิ่ง
แม้แรงดูดและแรงฉีกกระชากของหมัดหลุมดำจะทรงพลังมาก ทว่าคงไม่อาจจัดการยอดฝีมือระดับนี้ได้ง่ายๆ อีกฝ่ายเป็นถึงเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 7 ย่อมไม่มีทางถูกแรงดูดสังหารเอาดื้อๆ แน่
ทว่าหลังจากถูกหลุมดำกลืนกินแล้วจะไปโผล่ที่ใดนั้น...
หลินฝานไม่รู้จริงๆ
ก็เขาไม่เคยถูกกลืนเข้าไปนี่นา!
ทางฝั่งโลกเองก็ยังวิจัยไม่ออกเลยว่าข้างในหลุมดำมันมีอะไรอยู่~
หวังเถิงผู้คิดค้นวิชาหมัดหลุมดำนี้ขึ้นมาก็ยังไม่รู้กระจ่างเช่นกัน
ทว่า...
นี่คือสุดยอดวิชาขั้นเทพสำหรับการเนรเทศศัตรูอย่างแท้จริง
ขอเพียงกลืนกินเข้าไปได้ ก็สามารถโยนอีกฝ่ายไปทิ้งไว้ในสถานที่ที่ไม่มีใครรู้จักได้ในชั่วพริบตา
แต่มันก็อาจจะเป็นการ 'ทิ้งขยะไม่เป็นที่' จริงๆ นั่นแหละ คำพูดนี้เขาไม่ได้พูดจาส่งเดชหรือแค่อยากจะโอ้อวดแต่อย่างใด
เพราะหากว่าปลายทางของหลุมดำคือรอยแยกมิติที่เปิดออกแบบสุ่ม... เช่นนั้น ผู้ที่ถูกหลุมดำกลืนเข้าไป ก็มีโอกาสสูงที่จะถูก 'โยนข้ามไป' โดยตรง
และสำหรับมิติและโลกที่รอยแยกมิตินั้นตั้งอยู่...
นี่มันก็คือขยะดีๆ นี่เองมิใช่หรือ?
......
"ดี ดี ดี ไอ้หนู เจ้ารอนรหาที่ตาย!"
2 คนที่เหลือบันดาลโทสะ ลงมือหมายจะสังหารหลินฝานในทันที
พละกำลังของพวกเขานั้นแข็งแกร่งมาก
ทั้ง 2 ล้วนเป็นเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9
มีพลังรบเหนือชั้นกว่ายอดฝีมือทั่วไปมากนัก
แต่หลินฝานก็หาได้เกรงกลัวไม่ ตัวเขาเอง ใช่ยอดฝีมือธรรมดาทั่วไปซะที่ไหนเล่า?
การต่อสู้ปะทุขึ้นในชั่วพริบตา!
ทว่าทั้ง 3 กลับรู้ใจกันเป็นอย่างดีและยั้งมือไว้อย่างมาก แม้จะต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทว่ากลับไม่มีคลื่นพลังรั่วไหลออกมาแม้แต่น้อย
และผลของการทำเช่นนี้ก็คือ แรง 'สะท้อนกลับ' ของการต่อสู้จะยิ่งรุนแรงขึ้น ทั้งยังต้องการพละกำลังและการควบคุมที่สูงยิ่งขึ้นไปอีก
พวกเขาถึงขั้นไม่ยอมใช้วิชาอาคมที่สร้างแรงสั่นสะเทือนใหญ่โต ดูไปแล้วกลับคล้ายกับยอดฝีมือในยุทธภพ 3 คนกำลังประลองยุทธ์กันบนหลังคาวังหลวงเสียมากกว่า
อีกฝ่ายทั้ง 2 เปี่ยมไปด้วยจิตสังหาร แทบอยากจะสับหลินฝานให้ตายตกไปเดี๋ยวนั้น
อีกทั้งในฐานะเซียนพเนจร พละกำลังของพวกเขาเหนือล้ำกว่ายอดฝีมือทั่วไปมาก ตามหลักแล้ว การสังหารหลินฝานย่อมต้องเป็นเรื่องง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ
ทว่าหลังจากประมือกัน พวกเขากลับพบว่าตนเองคิดผิดถนัด!
เจ้าหนูตรงหน้านี้ไม่เพียงแต่ลื่นไหลเป็นปลาไหล ทว่ายังแข็งแกร่งจนน่ากลัว!
พวกเขาทดลองใช้ทุกวิถีทาง ทั้งกายเนื้อ จิตวิญญาณ วิชาลับ...
ถึงขั้นรุม 2 ต่อ 1
ผลลัพธ์คือ ทุกสิ่งล้วนไร้ผลเมื่ออยู่ต่อหน้าหลินฝาน
มิหนำซ้ำ ความแข็งแกร่งทางกายเนื้อของหลินฝานยังเหนือกว่าพวกเขาเสียอีก
ความแข็งแกร่งของจิตวิญญาณก็มีแต่จะเหนือกว่าไม่มีด้อยกว่า พวกเขาร่วมมือกันโจมตีทางจิตวิญญาณ ไม่เพียงแต่ถูกหลินฝานปัดป้องไว้ได้ทั้งหมด แต่การสวนกลับเพียงครั้งเดียว ยังทำเอาจิตวิญญาณของพวกเขาทั้ง 2 สั่นสะท้าน ปวดร้าวแสนสาหัสจนแทบจะเหลือกตาค้าง
ปะทะด้วยกายเนื้อหรือ?
ผลคือถูกหลินฝานทุบตีจนปวดร้าวไปทั้งร่าง
"บัดซบ"
"ตกลงแล้วเจ้าเป็นใครกันแน่?"
"พละกำลังเช่นเจ้า ย่อมไม่ใช่คนไร้ชื่อเสียงเรียงนามเป็นแน่!"
ทั้ง 2 ทั้งโกรธแค้นและตื่นตระหนก ภายในใจเริ่มเกิดความคิดที่จะถอยหนี
จะให้พวกเขายอมแพ้เรื่องแก่นแท้แห่งโลกไปเช่นนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ แต่สามารถล่าถอยไปก่อน ไปเรียกคนมาเพิ่ม แล้วค่อยหาทางลงมือใหม่!
หลินฝาน "..."
อันที่จริง หลินฝานรู้สึกฉงนอยู่บ้าง
เพราะว่า 2 คนนี้ค่อนข้างอ่อนแอเกินไป
ตามหลักแล้ว พลังรบของเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 6 ก็ก้าวข้ามขอบเขตของคำว่า 'ยอดฝีมือ' ไปแล้ว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ในสถานการณ์ปกติ เซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 6 ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรระดับที่ 9 ส่วนใหญ่ถึงจะถูก
2 คนนี้เป็นถึงเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ตามหลักแล้ว ควรจะมีพลังรบเทียบเท่าเซียนระดับสูงสุด หรือแม้กระทั่งเซียนแท้จริงด้วยซ้ำ ซึ่งสูงกว่าถึง 1 ระดับขั้นใหญ่เชียวนะ!
และด้วยเหตุนี้เอง ก่อนหน้านี้หลินฝานจึงเลือกที่จะหลบเลี่ยงความแหลมคม ลอบโจมตีจัดการไป 1 คนก่อนแล้วค่อยประมือกับพวกเขา
ทว่าหลังจากได้ประมือกันแล้ว เขากลับพบว่า...
2 คนนี้ก็มีดีแค่นี้เองงั้นหรือ?
พลังรบน่าจะพอๆ กับกู้ซิงเหลียนตอนที่ประมือกับเขาเมื่อคราวก่อนเลย
แต่นี่มันไม่ถูกต้องสิ!
กู้ซิงเหลียนสามารถใช้มือเปล่าจัดการเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ได้งั้นหรือ?
ในฐานะพระแม่หมื่นบุปผา นางย่อมมีพละกำลังแข็งแกร่ง หลินฝานไม่ได้รู้สึกว่ามันยากที่จะเข้าใจ และสามารถยอมรับได้
แต่พวกเจ้า 2 คนที่เป็นถึงเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 จะอ่อนแอเกินไปหน่อยหรือไม่?
ตอนนั้นกู้ซิงเหลียนยังบอกเองเลยว่า นางออมมือไว้หลายส่วนเชียวนะ!
ดังนั้น...
2 คนนี้แม้จะเป็นเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ทว่าพละกำลังกลับด้อยกว่ากู้ซิงเหลียนงั้นหรือ???
กำลังซ่อนเร้นพละกำลังอยู่งั้นหรือ?
หรือว่ามีแผนการร้ายอันใด?
หลินฝานใจกระตุก ระแวดระวังตัวขึ้นมาในทันที
"ไม่ได้การ เวลาจวนตัวแล้ว จำต้องรีบสู้รีบจบ จะยืดเยื้อต่อไปไม่ได้อีก"
"ช่างปะไรว่าพวกเขาทั้ง 2 กำลังซ่อนเร้นพละกำลัง หรือเป็น 'ร่างจำแลง' 'ร่างแยก' ของใคร หรือมีแผนการร้ายอันใด?"
"จัดการฆ่าทิ้งให้หมดก่อนค่อยว่ากัน!"
หลินฝานตัดสินใจเด็ดขาด
ยามนี้ ไม่มีเวลามามัวพะวงสิ่งใดอีกแล้ว
ใครจะไปรู้ว่าหลินจื่อเซียวต้องใช้เวลาในการเก็บเกี่ยวรากฐานแห่งวิถีสวรรค์นานเท่าใด?
ต้องจัดการปัญหาตรงหน้าให้เสร็จสิ้นเสียก่อน!
"แกล้งเป็นศพงั้นหรือ? เช่นนั้นข้าจะทำให้พวกเจ้ากลายเป็นศพจริงๆ เสียเลย!"
วูบ...
ดวงตาทั้ง 2 ของหลินฝานเปล่งประกายแสงสีแดง
เทพต่างสวรรค์ถูกใช้งานในชั่วพริบตา!
ในขณะเดียวกัน มือขวาก็สาดแสง 7 สีประกายวับวาว เข้าปะทะกับอีกคน!
ทั้ง 2 ฝ่ายย่อมมีการป้องกันตัวอยู่แล้ว
ล้วนเป็นถึงเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ผ่านโลกมามาก
ไม่ว่าจะเป็นวิชาลวงตา หรือวิชาลับพิสดารพันลึกใดๆ พวกเขาก็เห็นจนชินชา ทั้งยังมีวิธีป้องกันตัวในแบบฉบับของตนเอง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก ยังคงประมือกันตามปกติ
มิใช่ว่าพวกเขาประมาท ทว่าพวกเขามีความมั่นใจ!
อีกทั้งลูกไม้ทำนองนี้ก็เคยเห็นมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว
ทว่า...
ท้ายที่สุดพวกเขาก็ประเมินหลินฝานต่ำเกินไป และประเมิน 'สูตรสำเร็จตัวเอก' เหล่านั้นต่ำเกินไปเช่นกัน
วูบ!
เซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ที่สบตากับหลินฝานพลันรู้สึกสมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ก่อนจะกลับเป็นปกติ
เมื่อเห็นหลินฝานเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้าย เขาก็ไม่แม้แต่จะคิด รีบใช้วิชาสังหารที่แข็งแกร่งที่สุดของตนโจมตีไปทางซ้ายทันที!
ส่วนผู้ที่ถูก "นวดสวรรค์แห่งรัก" โจมตีเข้าใส่ พลันร่างกายกระตุกเกร็งไปทั้งร่าง...
สบายจนแทบเหาะขึ้นสวรรค์
สีหน้าเหม่อลอยไร้สติ
โชคดีที่สติสัมปชัญญะยังค่อนข้างแจ่มใส
ด้วยความแข็งแกร่งทางจิตวิญญาณของเขา ยังพอจะฝืนทนรับไว้ได้
ทว่าในเวลาเช่นนี้... การมีสติแจ่มใสกลับยิ่งอันตรายถึงชีวิต
มารดามันเถอะ! ข้ากำลังต่อสู้เอาเป็นเอาตายกับผู้อื่นอยู่นะ!
อีกฝ่ายยังเป็นบุรุษอีกด้วย!
พวกเรากำลังสู้กันถึงตาย!
ผลคือจู่ๆ ก็รู้สึกฟินจนลอยขึ้นสวรรค์ไปเลยเนี่ยนะ???
หยุดก็หยุดไม่ได้?!
เขาขบกรามแน่น ฝืนทนต่อความรู้สึกเบาหวิวราวกับจะบรรลุเป็นเซียนที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง แล้วลงมือต่อไป...
เรื่องราวทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา
เขาไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น ทว่ารู้เพียงว่าตนต้องสังหารหลินฝานให้จงได้!
แต่จู่ๆ...
สหายรักทางฝั่งขวากลับพุ่งทะยานเข้ามาสังหารเขาเสียอย่างนั้น!
เขาไร้ซึ่งการป้องกันตัว ทั้งยังตัวสั่นเทา อ่อนระทวย และรู้สึกเบาหวิวราวกับจะบรรลุเป็นเซียน...
"ท่านทำบ้าอันใด?!"
ยังไม่ทันที่เขาจะคิดให้ตก
ตู้ม!!!
สหายรักของตนก็ซัดหมัดเข้าที่บั้นเอวเขาอย่างจัง ซ้ำยังใช้วิชาลับสังหารที่ทรงพลังที่สุดอีกด้วย กายเนื้อของเขาแทบจะระเบิดออกในชั่วพริบตา
"หืม?!"
อีกฝ่ายสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "เหตุใดจึงเป็นท่านไปได้?!"
ในเสี้ยววินาทีนั้น ทั้ง 2 ต่างก็งุนงงไปตามๆ กัน
ทว่าหลินฝานไม่เปิดโอกาสให้พวกเขารอดตัว ผู้ที่เฝ้ารอจังหวะมาเนิ่นนานพุ่งทะยานเข้าใส่ สังหารทั้ง 2 ลงในชั่วพริบตา แม้แต่ดวงจิตวิญญาณก็ถูกบดขยี้จนแหลกสลาย
"สำเร็จ!"
หลินฝานถอนหายใจด้วยความโล่งอก ขณะใช้แจกันวิถีสวรรค์กลืนกินพลังต้นกำเนิดของพวกเขา ทว่าก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "เพียงแต่ 2 คนนี้ก็ดูไม่เหมือนร่างแยกหรือร่างจำแลงเลยนี่นา"
"ทั้งยังไม่พบว่ามีแผนการร้ายอื่นใดแอบแฝงอยู่ด้วย"
"หรือว่า..."
"นี่คือพละกำลังที่แท้จริงของพวกเขากันแน่?"
"..."
หลินฝานกะพริบตาปริบๆ "เซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ที่อ่อนแอถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"หรือว่าระดับโลกของพวกเขาค่อนข้างต่ำ ช่องว่างระหว่างระดับขั้นจึงได้ห่างชั้นกันมากถึงเพียงนี้?"
"อืม..."
"คงจะเป็นเช่นนั้นกระมัง"
"อย่างไรเสีย ข้าก็ไม่มีทางเชื่อหรอกว่าเซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 ของดินแดนเซียนอู่จะอ่อนแอถึงเพียงนี้"
เขารู้สึกว่าข้อสันนิษฐานของตนไร้ซึ่งข้อกังขา
เซียนพเนจรผ่านด่านเคราะห์ครั้งที่ 9 เชียวนะ!
ด่านเคราะห์เซียนพเนจรแต่ละครั้งล้วนอันตรายถึงชีวิต ผู้ที่สามารถผ่านด่านเคราะห์มาได้ถึง 9 ครั้ง จะอ่อนแอเช่นนี้ได้อย่างไร?
อีกทั้งด่านเคราะห์เซียนพเนจรทั้ง 12 ครั้ง ทุกก้าวล้วนเปรียบดั่งการปีนป่ายขึ้นสวรรค์ ทุกครั้งที่ยกระดับขึ้น พละกำลังย่อมแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ดังนั้น...
ย่อมต้องเป็นเพราะระดับโลกของพวกเขาต่ำเกินไป พละกำลังจึงได้อ่อนแอถึงเพียงนี้เป็นแน่!
อืม ไม่มีอะไรผิดปกติ
เรื่องนี้ก็โทษหลินฝานที่คิดเป็นตุเป็นตะไปเองไม่ได้
ท้ายที่สุด เขารู้สึกว่า 2 คนนี้อ่อนแอจริงๆ ประเมินดูแล้ว พลังรบก็คงเทียบเท่ากับตอนที่ตนอยู่ระดับที่ 9 ขั้น 4 หรือขั้น 5 หลังจากที่ใช้พลังบำเพ็ญร่วมกับศิษย์แล้วนั่นแหละ...
ส่วนตอนนี้น่ะหรือ?
หากให้เขาต่อสู้อย่างเต็มกำลัง ไม่ต้องพึ่งพาพลังบำเพ็ญของศิษย์เลยด้วยซ้ำ ตัวเขาเพียงคนเดียวก็สามารถอัดพวกมันจนแหลกเละได้แล้ว
เป็นเพราะยามนี้ไม่เหมาะที่จะทำเรื่องเอิกเกริก จึงต้องใช้เทพต่างสวรรค์กับนวดสวรรค์แห่งรัก มิเช่นนั้น 2 คนนี้ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้ 'ลิ้มรส' 2 กระบวนท่านี้ด้วยซ้ำ
"หลินฝาน"
จู่ๆ พี่สาวอู๋ก็เอ่ยเตือนขึ้น "ม่านพลังของโลกเริ่มสลายไปแล้ว"
"?!"
สีหน้าของหลินฝานเคร่งเครียดขึ้นมา "พวกนางทำสำเร็จแล้วงั้นหรือ?"
ฟุ่บ!
เขาคว้ามือไปที่แก่นแท้แห่งโลก ทว่าในจังหวะที่ห่างเพียงเสี้ยวเส้นผม กลับชะงักมือไว้อย่างกะทันหัน
"ไม่สามารถเก็บลงในถุงเก็บของได้ หากถือไว้ในมือก็สะดุดตาเกินไป"
"หากว่าข้าดูดซับมันเข้าไปในแจกันวิถีสวรรค์ล่ะ จะเป็นเช่นไร?"