- หน้าแรก
- บำเพ็ญเซียนมาร้อยปี กว่าระบบโกงจะมาก็เกือบตายแล้ว
- บทที่ 10 ทะลวงสร้างรากฐาน _ตอนปลาย_
บทที่ 10 ทะลวงสร้างรากฐาน _ตอนปลาย_
บทที่ 10 ทะลวงสร้างรากฐาน _ตอนปลาย_
บทที่ 10 ทะลวงสร้างรากฐาน 【ตอนปลาย】
แก่นแท้ปราณกลายเป็นของเหลว นี่คือลางบอกเหตุว่าใกล้จะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จขั้นสูงแล้ว
เจียงเฉิงเสวียนไม่กล้าผ่อนคลายเลยแม้แต่น้อย
รีบทุ่มเทจิตสำนึกทั้งหมด บีบอัดแก่นแท้ปราณสถานะก๊าซที่ยังไม่ได้แปรเปลี่ยนเหล่านั้นทีละน้อยอย่างรวดเร็ว
อย่างช้าๆ จำนวนแก่นแท้ปราณสถานะของเหลวภายในร่างกายของเจียงเฉิงเสวียนก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
รอจนกระทั่งเจียงเฉิงเสวียนแปรเปลี่ยนแก่นแท้ปราณสถานะก๊าซทั้งหมดภายในร่างกายให้กลายเป็นแก่นแท้ปราณสถานะของเหลวโดยสมบูรณ์ ลมหายใจขุมหนึ่งที่ก้าวข้ามขอบเขตฝึกปราณอย่างสมบูรณ์ พลันปะทุออกมาจากร่างของเจียงเฉิงเสวียน
พลังปราณฟ้าดินแต่ละขุม ยิ่งเริ่มแห่แหนมารวมตัวกันยังถ้ำบำเพ็ญแห่งนี้ของเจียงเฉิงเสวียน
สิ่งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าก็คือ เจียงเฉิงเสวียนซึ่งเดิมทีมีรูปลักษณ์ของคนอายุสี่สิบห้าสิบปี เริ่มกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง
ชั่วพริบตา รูปลักษณ์ของเจียงเฉิงเสวียน ก็กลายเป็นชายหนุ่มอายุยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปีไปแล้ว
อายุขัยยิ่งเพิ่มขึ้นประมาณร้อยปีในพริบตาเดียว
นี่คือการผลัดเปลี่ยนที่มาจากระดับชั้นแห่งพลังชีวิต
ขอบเขตสร้างรากฐานและขอบเขตฝึกปราณ เปรียบเสมือนความต่างระหว่างผู้ใหญ่และเด็กอายุสี่ถึงห้าขวบ
นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนแปลงทางอายุขัยเท่านั้น ทว่าตั้งแต่แก่นแท้ปราณไปจนถึงจิตสัมผัส ล้วนมีการเปลี่ยนแปลงในระดับแก่นแท้
โลกภายนอก
เมื่อพลังปราณฟ้าดินโดยรอบเริ่มพากันมารวมตัวยังถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียนอย่างรวดเร็ว บรรดาผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานจากนิกายต่างๆ ที่ตั้งตระหง่านอยู่ในย่านการค้าเฉียนหยาง สายตาต่างก็หดเกร็งขึ้นมาโดยพร้อมเพรียง
นี่คือ?
มีคนกำลังพยายามทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน!
ผู้ที่ตอบสนองเป็นคนแรก ก็คือผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานที่รับผิดชอบจัดการพื้นที่ถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียน
คนผู้นี้มีนามว่าเซวียเทียนหยาง เป็นผู้ตรวจการของนิกายเฉียนหยาง
เมื่อห้าปีก่อนถูกส่งมายังที่แห่งนี้เพื่อรับผิดชอบจัดการธุระกิจถ้ำบำเพ็ญ
ยามนี้เซวียเทียนหยางเห็นความเปลี่ยนแปลงทางฝั่งถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียน เมื่ออาศัยประสบการณ์ก็สามารถตัดสินได้ในทันทีว่า โอกาสที่อีกฝ่ายจะบรรลุขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จนั้นเกรงว่าจะอยู่เหนือเก้าส่วนขึ้นไป
เซวียเทียนหยางไม่กล้าชักช้า รีบตามหาผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตฝึกปราณที่รับผิดชอบให้เจียงเฉิงเสวียนเช่าถ้ำบำเพ็ญในตอนแรกมาในทันที จากนั้นก็เริ่มสอบถามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
นึกไม่ถึงเลยว่าคนผู้นี้ยังเป็นนักเขียนยันต์ระดับหนึ่งขั้นสูงอีกด้วย
ภายในใจของเซวียเทียนหยางประหลาดใจเล็กน้อย แต่เพียงพลิกความคิดก็โยนเรื่องเหล่านี้ทิ้งไว้ด้านหลังศีรษะชั่วคราว ส่วนร่างของเซวียเทียนหยางนั้นก็ปรากฏขึ้นที่ด้านนอกถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียนอย่างรวดเร็ว
และหลังจากที่เซวียเทียนหยางปรากฏตัวอยู่ด้านนอกถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียนได้ไม่นานนัก ที่ห่างไกลออกไปไม่มากก็มีแสงเคลื่อนย้ายพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วอีกหลายสาย
ทั้งหมดมีห้าคน เป็นชายสามหญิงสอง
พวกเขาประกอบไปด้วย ผู้อาวุโสกู่เชียนซานจากนิกายเซียนใหญ่แห่งตำหนักม่วงฉางเทียนจง, ผู้อาวุโสว่านตงไหลจากนิกายเซียนใหญ่แห่งตำหนักม่วงหลิวอวิ๋นพ่าย, ผู้อาวุโสเยี่ยเฟยเฉินจากตระกูลเซียนแห่งตำหนักม่วงสกุลเยี่ย, ผู้อาวุโสชิวอีส่วยจากนิกายเซียนใหญ่แห่งตำหนักม่วงลั่วเสียเหมิน, และผู้อาวุโสเสิ่นหรูเยียนจากตระกูลเซียนแห่งตำหนักม่วงสกุลเสิ่น
ทั้งห้าคนล้วนอยู่ในขอบเขตสร้างรากฐานทั้งหมด
ในหมู่พวกเขา กู่เชียนซานจากฉางเทียนจงและว่านตงไหลจากหลิวอวิ๋นพ่ายล้วนมีรูปลักษณ์เป็นชายวัยกลางคน
เยี่ยเฟยเฉินจากตระกูลเซียนสกุลเยี่ยมีรูปลักษณ์เป็นชายชราวัยหกสิบ
ชิวอีส่วยจากลั่วเสียเหมินและเสิ่นหรูเยียนจากตระกูลเซียนสกุลเสิ่นที่เหลือ ล้วนเป็นสตรีรูปโฉมงดงามวัยยี่สิบห้าถึงยี่สิบหกปี
ในยามนี้ทั้งห้าคนต่างก็มองไปยังถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียน
เพียงได้ยินกู่เชียนซานจากฉางเทียนจงอดไม่ได้ที่จะกล่าวขึ้นว่า "ความผันผวนของพลังปราณรุนแรงถึงเพียงนี้ หากคาดเดาไม่ผิด สหายผู้ฝึกตนภายในถ้ำบำเพ็ญ เกรงว่าคงจะใช้วิธีสร้างรากฐานด้วยตนเอง ไม่ใช่การทะลวงขอบเขตด้วยโอสถสร้างรากฐานเป็นแน่"
เป็นที่ทราบกันดีว่า หากผู้บำเพ็ญเพียรใช้วิธีทะลวงขอบเขตด้วยโอสถสร้างรากฐาน เนื่องจากตัวโอสถสร้างรากฐานนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังปราณอย่างมหาศาล หลังจากกินเข้าไป ร่างกายก็จะดูดซับพลังปราณที่อยู่ในโอสถสร้างรากฐานเป็นอันดับแรก
อย่างน้อยความเคลื่อนไหว ก็จะไม่มีทางยิ่งใหญ่เช่นในยามนี้อย่างเด็ดขาด
"สหายผู้ฝึกตนท่านนี้ช่างมีความกล้าหาญยิ่งนัก ข้าน้อยเลื่อมใสยิ่งนัก"
ชิวอีส่วยแห่งลั่วเสียเหมินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากยิ้มๆ
เมื่อได้ยินคำกล่าวของชิวอีส่วย ว่านตงไหลแห่งหลิวอวิ๋นพ่ายที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาในทันที
"เป็นอันใดไป? ชิวเซียนจื่อเริ่มแสดงไมตรีต่อสหายผู้ฝึกตนในถ้ำบำเพ็ญแล้วหรือ? ท่านอย่าลืมเสียว่า ลั่วเสียเหมินของพวกเจ้า ส่วนใหญ่รับแต่ศิษย์หญิงเป็นหลัก"
นัยน์ตางามของชิวอีส่วยตวัดมองว่านตงไหลค้อนๆ วงหนึ่ง หัวเราะคิกคักพลางกล่าวว่า
"เป็นอันใดไปสหายผู้ฝึกตนว่าน หรือว่าท่านคิดว่าสิ่งที่ข้าน้อยพึ่งกล่าวไปนั้นไม่ถูกต้อง? ลั่วเสียเหมินของพวกเรารับศิษย์หญิงเป็นหลักนั้นเป็นเรื่องจริง แต่สหายผู้ฝึกตนที่กล้าสร้างรากฐานด้วยตนเองเช่นสหายผู้ฝึกตนท่านนี้ ลั่วเสียเหมินของพวกเราก็ปรารถนาอย่างยิ่งเช่นกัน"
เห็นได้อย่างชัดเจน
หกคนที่ปรากฏตัวอยู่ที่นี่ในเวลานี้ รวมไปถึงเซวียเทียนหยางจากนิกายเฉียนหยางด้วย แท้จริงแล้วล้วนมาเพื่อเจียงเฉิงเสวียนทั้งสิ้น
จุดประสงค์ ย่อมเป็นไปเพื่อการชักชวนอย่างแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้ว หากนิกายและตระกูลต้องการแข็งแกร่งขึ้น จะพึ่งพาเพียงแค่คนของตนเองย่อมไม่ได้
การเปิดรับศิษย์จากภายนอก และการชักชวนผู้มีความสามารถ ล้วนเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้บำเพ็ญเพียรที่ทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานภายในย่านการค้าเฉียนหยางโดยตรง และยังสร้างรากฐานด้วยตนเองเช่นเจียงเฉิงเสวียนผู้นี้ ยิ่งเป็นเป้าหมายที่บรรดานิกายใหญ่และตระกูลเซียนต่างก็ปรารถนา
ท้ายที่สุดแล้ว การกล้าสร้างรากฐานภายในย่านการค้า ก็เป็นการบ่งบอกว่าอีกฝ่ายไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีมาร ที่มาที่ไปย่อมไม่มีปัญหาใหญ่อันใด
ส่วนการสร้างรากฐานด้วยตนเอง ก็เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าจิตแห่งเต๋าและศักยภาพของอีกฝ่าย ล้วนเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยอมรับ
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องอื่น เพียงแค่กล่าวถึงระดับความหนาแน่นของแก่นแท้ปราณ ผู้บำเพ็ญเพียรที่สร้างรากฐานด้วยตนเองย่อมแข็งแกร่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรที่กินโอสถสร้างรากฐานอย่างน้อยสองถึงสามเท่าขึ้นไป
ดังนั้นในหนึ่งเค่อนี้ แม้แต่เซวียเทียนหยาง ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานที่มาจากนิกายเฉียนหยาง ก็ยังใส่ใจเรื่องการชักชวนเจียงเฉิงเสวียนเป็นพิเศษเช่นกัน
เพียงเห็นเซวียเทียนหยางกวาดสายตามองทั้งห้าคนที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้นแวบหนึ่ง แล้วแย้มยิ้มบางๆ พลางกล่าวว่า
"ทุกท่าน ในเมื่อจุดประสงค์ที่ทุกคนมาที่นี่ล้วนเป็นเพราะสหายผู้ฝึกตนที่อยู่ภายในถ้ำบำเพ็ญผู้นั้น เช่นนั้นอีกอีกเดี๋ยวพวกเราก็ต่างคนต่างใช้วิธีการ ต่างคนต่างใช้ความสามารถของตนเองดีหรือไม่? ไม่ว่าท้ายที่สุดแล้วสหายผู้ฝึกตนผู้นั้นจะเลือกที่ใด ระหว่างสหายผู้ฝึกตนเช่นพวกเรา ก็จงอย่าได้ทำลายความปรองดองกันเลย"
เมื่อได้ยินคำกล่าวเหล่านี้ของเซวียเทียนหยาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ใดที่อยู่ในสถานที่แห่งนั้น ท้ายที่สุดต่างก็พยักหน้า
ในเวลานี้
ภายในถ้ำบำเพ็ญของเจียงเฉิงเสวียน
เจียงเฉิงเสวียนสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของตนเอง บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาในที่สุด
ขอบเขตสร้างรากฐาน ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว
และในเวลาเดียวกัน ภายในโลกแห่งจิตสำนึกของเจียงเฉิงเสวียน ก็มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นมาในทันใด
【ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับผู้ถือครอง บรรลุการทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานสำเร็จขั้นสูง ได้รับอาวุธล้ำค่าระดับสองขั้นกลางกระบี่บินจื่อเหยียน】
ในทันใดนั้น กระบี่บินที่ทั่วทั้งเล่มเป็นม่วง และมีเปลวเพลิงม่วงพันเกี่ยวอยู่รอบๆ จางๆ เล่มหนึ่ง ก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเจียงเฉิงเสวียนในทันที
เมื่อมองดูกระบี่บินระดับสองขั้นกลางเล่มนี้ ภายในใจของเจียงเฉิงเสวียนก็บังเกิดความประหลาดใจขึ้นมาในทันที
เจียงเฉิงเสวียนคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าเมื่อตนเองทะลวงขอบเขตสร้างรากฐาน ระบบจะมอบสิทธิพิเศษเช่นนี้ให้ด้วย
ช่างใส่ใจเกินไปแล้ว
เจียงเฉิงเสวียนพึ่งจะคิดอยู่เลยว่า ยามนี้ตนเองทะลวงขอบเขตสร้างรากฐานแล้ว จะไปหาอาวุธล้ำค่า เคล็ดวิชาบำเพ็ญ และเคล็ดวิชาที่คู่ควรได้อย่างไร
นึกไม่ถึงเลยว่าระบบจะช่วยเจียงเฉิงเสวียนแก้ไขปัญหาที่ยากลำบากข้อหนึ่งไปโดยตรง
อาวุธล้ำค่าระดับสองขั้นกลางหนึ่งชิ้น อีกทั้งยังเป็นอาวุธล้ำค่าประเภทกระบี่บินอีกด้วย
ภายหลังเพียงแค่รอให้เจียงเฉิงเสวียนเสริมรากฐานขอบเขตพลังให้มั่นคงอย่างสมบูรณ์ และฝึกฝนเคล็ดวิชาบำเพ็ญขั้นเริ่มต้นของขอบเขตสร้างรากฐาน เช่นนั้นต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตสร้างรากฐานขั้นกลาง เจียงเฉิงเสวียนก็มีความสามารถที่จะต่อกรกับอีกฝ่ายได้เล็กน้อย
ส่วนเรื่องที่จะได้รับเคล็ดวิชาบำเพ็ญและเคล็ดวิชาของขอบเขตสร้างรากฐานมาได้อย่างไรต่อไปนั้น...
สายตาของเจียงเฉิงเสวียนอดไม่ได้ที่จะมองออกไปยังด้านนอกถ้ำบำเพ็ญของตนเอง
เกรงว่าคงจะต้องฝากความหวังไว้ที่คนทั้งหกเสียแล้ว
สำหรับคนทั้งหกที่ปรากฏตัวอยู่ด้านนอกถ้ำบำเพ็ญของตนเองนั้น เจียงเฉิงเสวียนค้นพบมาตั้งนานแล้ว
อีกทั้งที่มาที่ไปของคนทั้งหกนี้ ภายในใจของเจียงเฉิงเสวียนก็กระจ่างชัดเป็นอย่างยิ่ง
ปัญหาเพียงข้อเดียว ก็คือเรื่องที่ว่าจะเลือกที่ใดเท่านั้น