เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 517 ขอยืมเนื้อ

บทที่ 517 ขอยืมเนื้อ

บทที่ 517 ขอยืมเนื้อ


ความยินดีปรีดาหรือความโศกเศร้าเสียใจในบ้านของฉินหวยหรู ล้วนไม่เกี่ยวกับเหออวี่จู้ทั้งสิ้น เขาเองก็ไม่อยากจะไปใส่ใจด้วยซ้ำ หมุนตัวกลับไปทำอาหารของตัวเองต่อดีกว่า

ตอนนี้เหออวี่จู้ไม่ต้องมาคอยพะวงว่าจะมีใครไปฟ้องร้องแล้ว จะกินอะไรก็ไม่ต้องมุบมิบแอบซ่อนอีกต่อไป สามารถหิ้วของอร่อย ๆ กลับบ้านได้ทุกวี่ทุกวัน

อย่างวันนี้ก็ตุ๋นซี่โครงหมูกับทำหมูสามชั้นน้ำแดง กลิ่นหอมฉุยโชยทะลุหน้าต่างออกไปข้างนอก

ส่วนกลิ่นหอมพวกนี้จะไปเรียกเสียงด่าทอสาปแช่งจากใครบ้าง เหออวี่จู้ก็ไม่สนหรอก ยังไงพวกนั้นก็ไม่มีปัญญามาด่าต่อหน้าเขาอยู่แล้ว

ที่บ้านของฉินหวยหรู เสียงร้องไห้ก็ยังคงดังระงมไม่หยุด จนป้างเกิงเริ่มจะทนไม่ไหว "ย่าครับ แม่ครับ เลิกร้องไห้กันได้แล้ว ผมหิวจนไส้จะกิ่วอยู่แล้วเนี่ย รีบไปทำกับข้าวให้ผมกินเถอะ"

เจี่ยจางซื่อยกมือขึ้นปาดน้ำตา แล้วหันไปสั่งฉินหวยหรู "มัวยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ รีบไปทำของอร่อย ๆ ให้หลานฉันกินสิ วันนี้ป้างเกิงกลับมาทั้งที แกต้องทำ..."

พอได้กลิ่นหอมที่ลอยมาจากบ้านเหออวี่จู้ เจี่ยจางซื่อก็สั่งต่อทันที "ทำซี่โครงหมูตุ๋นกับหมูสามชั้นน้ำแดงมาให้กินหน่อยสิ ดูสภาพหลานฉันสิ ไปอยู่ชนบทมาตั้งนาน คงอดอยากปากแห้งมาน่าดู"

ฉินหวยหรูสูดกลิ่นหอมจากบ้านเหออวี่จู้เข้าปอด ในใจก็ลอบด่าทออย่างเคียดแค้น แอบตัดพ้อพวกผู้บริหารระดับสูงว่าทำไมถึงไม่จับเหออวี่จู้เข้าคุกไปซะ วัน ๆ เอาแต่กินหรูอยู่สบาย เงินพวกนี้ต้องได้มาอย่างไม่ถูกต้องแน่ ๆ

จู่ ๆ สีหน้าของฉินหวยหรูก็เปลี่ยนไป "ป้างเกิง พอแม่เจอหน้าลูก แม่ก็มัวแต่ดีใจจนลืมไปซื้อเนื้อเลย วันนี้บ้านเรากินหมั่นโถวแป้งข้าวโพดไปก่อนนะลูก ไว้แม่เงินเดือนออกเมื่อไหร่ ค่อยไปซื้อของอร่อย ๆ มาให้กิน ดีไหมลูก"

สีหน้าของป้างเกิงเจื่อนลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ป้างเกิงในตอนนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่คอยเอาแต่ใจร้องงอแงจะกินของอร่อย ๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว หลายปีมานี้ เพื่อให้เขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในชนบท ทางบ้านก็ส่งเงินไปให้ไม่ใช่น้อย ๆ

พอได้กลับมาคราวนี้ ที่บ้านก็ต้องเสียเงินไปอีกตั้งเท่าไหร่ เขาเองก็เกรงใจ ไม่กล้าจะเรียกร้องอะไรจากฉินหวยหรูอีกแล้ว

แต่เจี่ยจางซื่อไม่ยอมหรอก ไม่ใช่แค่ป้างเกิงที่ต้องได้กิน หล่อนเองก็อยากกินของอร่อย ๆ เหมือนกัน นานแค่ไหนแล้วที่หล่อนไม่ได้ใช้ข้ออ้างเรื่องป้างเกิง บีบให้ฉินหวยหรูไปหาของอร่อย ๆ มาให้กิน ตอนนี้ป้างเกิงกลับมาแล้ว โอกาสทองของหล่อนก็มาถึงแล้ว จะปล่อยให้หลุดมือไปได้ยังไง

ถ้าปล่อยฉินหวยหรูไปในครั้งนี้ แล้วครั้งหน้าจะทำยังไงล่ะ?

"ฉินหวยหรู แกเป็นแม่ประสาอะไรฮะ ป้างเกิงอุตส่าห์ไปตกระกำลำบากมาตั้งนาน วันแรกที่กลับมาถึงบ้าน แกจะให้ลูกกินแค่หมั่นโถวแป้งข้าวโพดเนี่ยนะ มันใช้ได้ที่ไหน ขนาดตาเฒ่าเหยียนขี้งก ตอนที่เหยียนเจี่ยควงกลับมา เขายังทำกับข้าวดี ๆ ตั้งสองอย่างเลี้ยงต้อนรับเลย"

จากที่ตอนแรกรู้สึกเฉย ๆ พอได้ยินแบบนั้น ป้างเกิงก็เริ่มรู้สึกน้อยใจขึ้นมาทันที คนขี้งกอย่างเหยียนปู้กุ้ยยังรู้จัดทำของอร่อยให้เหยียนเจี่ยควงกินเลย แล้วทำไมบ้านเขาถึงไม่ทำให้กินบ้างล่ะ?

ฉินหวยหรูมองสบตาเจี่ยจางซื่อกับป้างเกิง น้ำตาก็พานจะไหล "สถานการณ์บ้านเราเป็นยังไง พวกแม่ไม่รู้เหรอจ๊ะ การที่ป้างเกิงกลับมาได้ ก็เพราะฉันไปขอยืมเงินจากลุงใหญ่มา ตอนนี้ฉันไม่มีเงินติดตัวเลยสักเฟินเดียว แม่จ๊ะ แม่เอาเงินบำนาญของแม่มาให้ฉันยืมก่อนได้ไหมจ๊ะ ไว้เงินเดือนออกเมื่อไหร่ ฉันจะรีบเอามาคืนให้เลย ดีไหมจ๊ะ"

เจี่ยจางซื่อถลึงตาใส่ฉินหวยหรูอย่างดุดัน "เงินก้อนนั้นฉันเก็บไว้เป็นค่าสินสอดให้ป้างเกิง ห้ามใครแตะต้องเด็ดขาด แกไม่มีเงิน แล้วทำไมไม่รู้จักไปหน้าด้านขอยืมคนอื่นเอาล่ะยะ"

ฉินหวยหรูจะไม่เคยคิดเรื่องไปขอยืมคนอื่นได้ยังไง หล่อนคิดสิ แต่มันจะมีใครหน้าไหนยอมให้หล่อนยืมล่ะ บ้านเหออวี่จู้ทำของอร่อย ๆ หล่อนก็ทำได้แค่ดมกลิ่น ยิ่งถ้าวันไหนลมแรง ๆ นะ แม้แต่กลิ่นก็ยังไม่ได้ดมเลย

ที่เจี่ยจางซื่อสั่งให้หล่อนไปทำซี่โครงหมูตุ๋นกับหมูสามชั้นน้ำแดง ก็กะจะให้หล่อนไปบากหน้าขอยืมจากบ้านเหออวี่จู้ไม่ใช่หรือไง

ถึงจะรู้เต็มอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ฉินหวยหรูก็ต้องลองเสี่ยงดูสักตั้ง ที่อุตส่าห์ยอมเหนื่อยยากมาทั้งชีวิต ก็เพื่อหวังให้ลูกชายมาเลี้ยงดูยามแก่ไม่ใช่เหรอ ตอนนี้ลูกชายก็โตจนใกล้จะหางานทำ แต่งงานมีครอบครัวแล้ว หล่อนจะมายอมแพ้เอาดื้อ ๆ กลางคันได้ยังไง

ฉินหวยหรูลากสังขารอันหนักอึ้งเดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปทางบ้านของเหออวี่จู้ พอไปถึงหน้าประตู หล่อนก็ต้องชะงักเท้า

"พ่อคะ ซี่โครงหมูตุ๋นฝีมือพ่ออร่อยมากเลย พรุ่งนี้ทำอีกได้ไหมคะ"

หร่านชิวเยี่ยพูดขึ้น "กินซี่โครงหมูตุ๋นเยอะ ๆ เดี๋ยวก็ร้อนในหรอก พรุ่งนี้ต้องกินผักให้หมด ห้ามมีเนื้อเด็ดขาด หนูดูสารรูปตัวเองสิ อ้วนเป็นหมูแล้วเนี่ย"

"แม่รังแกหนู หนูอ้วนตรงไหน..."

พอได้ยินบทสนทนาที่ลอยมาจากบ้านของเหออวี่จู้ ฉินหวยหรูก็รู้สึกว้าวุ่นใจไปหมด ก่อนแต่งงาน หล่อนเคยวาดฝันไว้ว่าชีวิตหลังแต่งงานจะต้องเป็นแบบนี้ นึกว่าพอได้แต่งเข้าเมือง มีสามีเป็นถึงช่างฝีมือชื่อดังของโรงงานรีดเหล็ก ชีวิตในวันข้างหน้าก็คงจะสุขสบายสมบูรณ์แบบ ได้กินเนื้อจนเบื่อไปเลย

ใครจะไปนึกว่า หล่อนจะได้เสวยสุขอยู่แค่ไม่กี่วัน

ฉินหวยหรูส่ายหน้า สลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป แล้วหมุนตัวเดินไปที่บ้านของอี้จงไห่แทน

ที่บ้านของอี้จงไห่ ป้าใหญ่กับเสี่ยวหวยฮวากำลังโซ้ยข้าวกันอย่างเอร็ดอร่อย มีเพียงอี้จงไห่ที่นั่งแทะหมั่นโถวด้วยสีหน้าครุ่นคิด

ป้าใหญ่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นจากปากของเสี่ยวหวยฮวาหมดแล้ว แต่หล่อนก็ไม่ได้สนใจ และไม่อยากจะเข้าไปยุ่งด้วย "หวยฮวา รีบกินข้าวสิลูก กินเสร็จจะได้ไปทำการบ้าน"

เสี่ยวหวยฮวาคีบกับข้าวใส่ชามให้ป้าใหญ่ แล้วบอกว่า "คุณย่าใหญ่ก็ทานเยอะ ๆ นะคะ การบ้านหนูทำเสร็จตั้งนานแล้วล่ะค่ะ เดี๋ยวค่อยกลับไปทบทวนบทเรียนเอาก็ได้"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

"ลุงใหญ่อยู่บ้านไหมคะ"

ฉินหวยหรูตั้งใจจะผลักประตูเข้าไปเลย แต่ประตูบ้านอี้จงไห่ถูกเสี่ยวหวยฮวาลงกลอนจากข้างในไว้ ทำให้ผลักไม่เข้า หล่อนก็เลยต้องจำใจเคาะประตูแทน

พอได้ยินเสียงนั้น ป้าใหญ่กับเสี่ยวหวยฮวาก็มองหน้ากันอย่างรู้ทัน แล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวกันต่อไป เสี่ยวหวยฮวาแอบไปดูลาดเลาที่บ้านมาแล้ว พอรู้ว่าป้างเกิงกลับมา ที่บ้านก็ไม่ได้เตรียมการต้อนรับอะไรเลย ฉินหวยหรูที่รักป้างเกิงปานแก้วตาดวงใจ มีหรือจะยอมให้ลูกชายสุดที่รักต้องมากัดหมั่นโถวแป้งข้าวโพดกินกับผักดอง

เพราะงั้น คืนนี้หล่อนก็ต้องหาทางทำของอร่อย ๆ มาประเคนให้ป้างเกิงแน่ ๆ

ตอนที่ป้าใหญ่ทำกับข้าว หล่อนก็จงใจปิดหน้าต่างบ้านจนมิดชิด เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมลอยเล็ดลอดออกไปข้างนอก โชคดีที่อี้จงไห่มัวแต่เหม่อลอย ก็เลยไม่ได้เอะใจถึงเรื่องนี้

อี้จงไห่วางหมั่นโถวในมือลง ลุกขึ้นไปเปิดประตูให้ฉินหวยหรู "หวยหรู มีธุระอะไรหรือเปล่า"

ฉินหวยหรูชะโงกหน้ามองผ่านอี้จงไห่เข้าไปดูบนโต๊ะอาหาร พอเห็นว่ากับข้าวบนโต๊ะเหลือไม่กี่อย่าง แถมเนื้อในจานก็โดนกวาดซะเรียบวุธ หล่อนก็แอบเจ็บใจอยู่ลึก ๆ มัวแต่ไปนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่ที่บ้าน ดันลืมแวะมาดูลาดเลาที่บ้านอี้จงไห่ก่อนซะสนิทเลย

"ลุงใหญ่คะ ฉันอยากจะทำของอร่อย ๆ ให้ป้างเกิงกินสักหน่อย แต่ที่บ้านไม่มีอะไรเลย ฉัน..."

อี้จงไห่เกือบจะยื่นมือไปจับมือฉินหวยหรูตามความเคยชิน แต่หล่อนชักมือหลบซะก่อน หล่อนจะกล้ามาจับมือถือแขนกับอี้จงไห่ต่อหน้าลูกสาวตัวเองที่โตเป็นสาวแล้วได้ยังไงล่ะ

พอเห็นสายตาของฉินหวยหรู อี้จงไห่ก็รู้ตัวว่าทำแบบนั้นไม่ได้ จึงได้แต่พูดด้วยน้ำเสียงผิดหวัง "ป้าใหญ่ของเธอเพิ่งจะซื้อเนื้อมานิดหน่อย ถ้าเธอไม่รังเกียจ ก็ยกกลับไปกินที่บ้านเถอะ"

บนโต๊ะอาหาร ป้าใหญ่กับเสี่ยวหวยฮวากินข้าวกันเสร็จพอดี ทั้งคู่วางตะเกียบลง อี้จงไห่เดินไปที่โต๊ะ หวังจะยกจานกับข้าวไปให้ฉินหวยหรู โดยไม่ได้สังเกตเลยว่าในจานนั้นแทบจะไม่เหลือเนื้ออยู่เลยสักชิ้น

ฉินหวยหรูมองจานกับข้าวด้วยสายตารังเกียจ แล้วพูดขึ้น "ลุงใหญ่คะ ป้างเกิงโดนพวกนั้นซ้อมจนช้ำไปหมดทั้งตัว ฉันอยากจะได้เนื้อไปทำกับข้าวบำรุงร่างกายให้แกน่ะค่ะ"

อี้จงไห่ถึงได้ก้มลงไปมองที่จานกับข้าว แล้วก็พบว่ามันมีแต่ผักกะหล่ำ แทบจะหาเศษเนื้อไม่เจอเลย

ป้าใหญ่พูดขึ้นมาว่า "ฉันกะว่าป้างเกิงกลับมาทั้งที หวยหรูคงจะต้องซื้อของดี ๆ มาเตรียมไว้เพียบแน่ ๆ ป้างเกิงไม่ได้กินของอร่อยมาตั้งนาน ฉันก็เลยไม่ได้เรียกหวยฮวาให้ไปกินด้วย เนื้อที่บ้านเราซื้อมาแค่นั้น ก็เลยให้หวยฮวากินไปหมดแล้วล่ะ"

คำตอบนี้ทำเอาอี้จงไห่ขัดใจสุด ๆ เขายังไม่ได้กินเลยนะ พวกหล่อนฟาดกันเรียบได้ยังไง แต่ถึงจะไม่พอใจ เขาก็ทำอะไรไม่ได้ คนนึงก็เมียตัวเอง อีกคนก็ลูกสาวฉินหวยหรู ขืนไปล่วงเกินเข้าก็คงไม่เป็นผลดีแน่

แล้วฉินหวยหรูจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากแอบด่าลูกสาวตัวเองในใจว่าไม่รู้จักความ ว่าไม่ยอมเหลือเนื้อไว้ให้พี่ชายกินบ้าง แต่หล่อนก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ความเป็นแม่และลูกสะใภ้แสนดีเอาไว้ จะให้มาพังทลายลงต่อหน้าอี้จงไห่ไม่ได้เด็ดขาด

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 517 ขอยืมเนื้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว