เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 บัญชีที่ชดใช้ไม่จบสิ้น แผนการสุดป่วนของสวรรค์

บทที่ 14 บัญชีที่ชดใช้ไม่จบสิ้น แผนการสุดป่วนของสวรรค์

บทที่ 14 บัญชีที่ชดใช้ไม่จบสิ้น แผนการสุดป่วนของสวรรค์


สวรรค์

ตำหนักหลิงเซียว

ไท่ป๋ายจินซิงเพิ่งกลับมา ก็เห็นฮ่าวเทียนยืนอยู่กลางตำหนัก

บนพื้นเกลื่อนกลาดไปด้วยรายงานด่วนนับสิบฉบับ

กองพลังน้ำสวรรค์ กองดวงดาว กองอัสนี และกองลาดตระเวนสวรรค์เบื้องล่าง แทบทั้งหมดล้วนกำลังส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

ส่วนฮ่าวเทียนเมื่อฟังรายงานของไท่ป๋ายจินซิงเกี่ยวกับการเดินทางไปเกาะจินโอวจบลง สีหน้าก็ยิ่งทวีความเย็นเยียบ

จนกระทั่งได้ยินว่าจ้าวเสวียนให้เขาไปที่เกาะจินโอวด้วยตนเอง ในที่สุดฮ่าวเทียนก็ไม่อาจสะกดกลั้นโทสะไว้ได้อีก

"สามหาว!"

"จ้าวเสวียนผู้นั้นนับเป็นตัวอันใด ถึงกับกล้าให้ข้าไปเชิญด้วยตนเอง?"

ภายในตำหนักหลิงเซียว เหล่าขุนนางเซียนต่างก้มหน้าต่ำลงไปอีก

ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากทัดทาน

การทัดทานในเวลานี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการพุ่งชนปลายทวน

ไท่ป๋ายจินซิงก็มิได้เอ่ยสิ่งใด เพียงแต่นำหยกสื่อสารที่จ้าวเสวียนมอบให้ถวายขึ้นไป

ฮ่าวเทียนปรายตามองอย่างเย็นชา

"นี่คือสิ่งใด?"

"จ้าวเสวียนให้กระหม่อมนำมาถวายฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ"

"เขากล่าวว่า นี่คือบัญชีที่สวรรค์ติดค้างศิษย์นิกายเจี๋ยตลอดหลายปีที่ผ่านมา"

แววตาของฮ่าวเทียนหม่นทะมึนลง

"บัญชีงั้นหรือ?"

เขายกมือขึ้นคว้าหยกสื่อสารมา กวาดสัมผัสเทวะผ่าน

วินาทีต่อมา สีหน้าของฮ่าวเทียนก็พลันเปลี่ยนไป

ภายในหยกสื่อสารบันทึกไว้อย่างละเอียดยิบ

ปีใด ศิษย์นิกายเจี๋ยชิงเซียวจื่อพิทักษ์ตาน้ำสมุทรแห่งที่สามแห่งตงไห่ ต้านทานคลื่นเผ่าเหยาแทนกองพลังน้ำสวรรค์ จนรากฐานเต๋าได้รับบาดเจ็บ สวรรค์บันทึกความดีความชอบระดับหนึ่ง ทว่าของประทานจริงกลับเป็นเพียงโอสถวิเศษระดับต่ำสามเม็ด

ปีใด ศิษย์นิกายเจี๋ยนักพรตซื่อซงลาดตระเวนเขตดวงดาวเป่ยเฉิน พบว่าจุดเชื่อมต่อดวงดาวคลาดเคลื่อน ซ่อมแซมเพียงลำพังถึงสามสิบหกวัน ทว่าความดีความชอบกลับถูกขุนนางเซียนกองดวงดาวรับไป

ปีใด ศิษย์นิกายเจี๋ยอวี๋ฮว่าช่วยเหลือกองอัสนีจับกุมผู้บำเพ็ญเพียรสายมาร ภายหลังผู้เหลือรอดจากสำนักมารมาแก้แค้น ศิษย์รับใช้สองคนใต้สังกัดของอวี๋ฮว่าตกตาย ทว่ากองอัสนีกลับไม่สนใจไยดี

ปีใด ศิษย์นิกายเจี๋ยหลิงหยาเซียนช่วยสวรรค์ไกล่เกลี่ยการประลองเวทของผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรโพ้นทะเล จนถูกทั้งสองฝ่ายผูกใจเจ็บ ภายหลังสวรรค์ถอนคนกลับ ทิ้งให้หลิงหยาเซียนต้องตามล้างตามเช็ดเพียงลำพัง

ปีใด...

แต่ละรายการ

แต่ละเรื่องราว

มิใช่เรื่องราวใหญ่โตสะเทือนฟ้า

ทว่าทุกข้อล้วนทิ่มแทงใจคน

เพราะมันชัดเจนจนเกินไป

ชัดเจนถึงช่วงเวลา

ชัดเจนถึงชื่อบุคคล

ชัดเจนถึงขั้นว่าขุนนางเซียนสวรรค์กองใดเป็นผู้รับช่วงต่อ

ชัดเจนไปจนถึงท้ายที่สุดผู้ใดรับความดีความชอบไป และผู้ใดต้องเป็นแพะรับบาป

ยิ่งฮ่าวเทียนอ่าน สีหน้าก็ยิ่งอัปลักษณ์

เขาย่อมไม่อาจล่วงรู้รายละเอียดปลีกย่อยเหล่านี้

ทว่าสวรรค์กว้างใหญ่ปานนี้ เขาคือเทียนตี้ ย่อมไม่อาจจับตาดูการปูนบำเหน็จลงโทษของศิษย์ทุกคนที่เข้ามาช่วยเหลือได้

แต่การที่ไม่รู้ ก็มิได้หมายความว่าเรื่องราวเหล่านี้ไม่มีอยู่จริง

ยามนี้เมื่อจ้าวเสวียนนำมันมากางแผ่ออก ก็เท่ากับฉีกกระชากเปลือกนอกอันสวยหรูของสวรรค์ออกไปส่วนหนึ่ง

ไท่ป๋ายจินซิงกระซิบเสียงเบา

"ฝ่าบาท จ้าวเสวียนยังกล่าวอีกว่า เรื่องของชิงเซียวจื่อ หากสวรรค์ไม่ให้คำอธิบาย นิกายเจี๋ยจะมาทวงคืนด้วยตนเองพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่าวเทียนกำหยกสื่อสารแน่นโดยพลัน

กรอบ!

หยกสื่อสารปรากฏรอยร้าว

"เขาข่มขู่ข้าหรือ?"

ไท่ป๋ายจินซิงเอ่ยเสียงต่ำ

"ฝ่าบาท ปัญหาในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องที่จ้าวเสวียนข่มขู่พ่ะย่ะค่ะ"

"แต่เป็นเรื่องที่บัญชีเหล่านี้ ไม่อาจปล่อยให้แพร่งพรายออกไปได้"

ฮ่าวเทียนมองเขาอย่างเย็นเยียบ

ไท่ป๋ายจินซิงจำใจกัดฟันกล่าวต่อ

"หากแพร่งพรายออกไป ภายหน้าสวรรค์คิดจะขอยืมคนจากนิกายเจี๋ย คงยากยิ่งแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"มิใช่แค่นิกายเจี๋ย"

"ผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรอื่นๆ ก็ย่อมต้องคิด ว่าการทำงานให้สวรรค์ สุดท้ายแล้วจะต้องลงเอยด้วยสภาพเช่นนี้หรือไม่"

ฮ่าวเทียนนิ่งเงียบไม่เอ่ยปาก

บรรยากาศภายในตำหนักหนักอึ้ง

ผ่านไปเนิ่นนาน จู่ๆ ฮ่าวเทียนก็เอ่ยขึ้น

"คนของกองพลังน้ำสวรรค์เล่า?"

ไท่ป๋ายจินซิงรีบตอบรับ

"รออยู่ด้านนอกตำหนักแล้วพ่ะย่ะค่ะ"

"ให้พวกเขาเข้ามา"

ไม่นาน ขุนนางเซียนกองพลังน้ำสวรรค์หลายคนก็ถูกพาตัวเข้ามาในตำหนัก ผู้ที่นำหน้ามาคือเสวียนลั่ง หลังจากทุกคนเข้ามาก็คุกเข่าลง

"ฝ่าบาท"

ฮ่าวเทียนโยนหยกสื่อสารที่แตกร้าวไปตรงหน้าเขา

"เรื่องของชิงเซียวจื่อ ผู้ใดให้พวกเจ้าไปจับคน?"

"ฝ่าบาท กระหม่อมเพียงแค่อยากพาเขากลับไปสอบปากคำที่กองพลังน้ำสวรรค์พ่ะย่ะค่ะ"

"สอบปากคำ?"

ฮ่าวเทียนแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา

"พาทหารสวรรค์ไปจับศิษย์นิกายเจี๋ยถึงหน้าเกาะจินโอว เรียกว่าสอบปากคำอย่างนั้นหรือ?"

"แล้วเรื่องนี้ พวกเจ้าเคยรายงานข้าบ้างหรือไม่?"

หน้าผากของขุนพลเสวียนลั่งผุดหยาดเหงื่อ

"กระหม่อมใจร้อนไปชั่วขณะ"

"ตาน้ำสมุทรเกิดเรื่อง ขุนนางเซียนเจ็ดคนตกตาย กองพลังน้ำสวรรค์จำเป็นต้องตรวจสอบสาเหตุให้กระจ่างพ่ะย่ะค่ะ"

ฮ่าวเทียนจ้องมองเขาเขม็ง

"เช่นนั้นผังค่ายกลตกลงแล้วมีปัญหาหรือไม่?"

ขุนพลเสวียนลั่งอ้าปากค้าง

ไม่กล้าเอ่ย

ฮ่าวเทียนเข้าใจแล้ว

"ไอ้โง่!"

ขุนพลเสวียนลั่งรีบโขกศีรษะทันที

"ขอฝ่าบาทโปรดอภัยด้วย!"

ฮ่าวเทียนโกรธจนนิ้วมือสั่นเทา

นิกายเจี๋ยเพิ่งจะถอนคน กองพลังน้ำสวรรค์ก็โยนความผิด

โยนความผิดก็ช่างเถอะ แต่ยังถูกจ้าวเสวียนจับจุดอ่อนได้คาหนังคาเขาอีก

นี่มันเท่ากับยื่นด้ามดาบใส่มือนิกายเจี๋ย ส่วนนิกายเจี๋ยก็สามารถหันปลายดาบชี้เป้ามายังสวรรค์ได้ทุกเมื่อ!

ฮ่าวเทียนสูดลมหายใจเข้าลึก

"ถ่ายทอดคำสั่ง"

"เสวียนลั่งจัดการเรื่องราวไม่เหมาะสม ลงโทษให้ไปเฝ้าพิทักษ์ตาน้ำสมุทรแห่งที่สามแห่งตงไห่เป็นเวลาหนึ่งพันปี"

"ขุนนางเซียนกองพลังน้ำสวรรค์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ตรวจสอบอย่างเข้มงวด"

ขุนพลเสวียนลั่งใบหน้าซีดเผือด

"ฝ่าบาท!"

ฮ่าวเทียนไม่แม้แต่จะมองเขา

"ลากตัวออกไป"

ทหารสวรรค์ก้าวเข้ามา ลากตัวเสวียนลั่งออกไปจากตำหนักหลิงเซียว

เสียงของเสวียนลั่งดังห่างออกไปเรื่อยๆ

เหล่าขุนนางเซียนภายในตำหนักล้วนหนาวสั่นในใจ

พวกเขารู้ดี ว่าที่ฮ่าวเทียนทำเช่นนี้ ก็เพื่อให้คำอธิบายแก่นิกายเจี๋ย

ทว่าคำอธิบายนี้ ฮ่าวเทียนกลับต้องให้อย่างกล้ำกลืนฝืนทน

เพราะมิใช่สิ่งที่เขาสมัครใจจะมอบให้

ทว่าเป็นสิ่งที่จำต้องมอบให้อย่างไม่มีทางเลือก

ไท่ป๋ายจินซิงเอ่ยเสียงต่ำ

"ฝ่าบาท แล้วทางเกาะจินโอวเล่าพ่ะย่ะค่ะ..."

ฮ่าวเทียนนิ่งเงียบ

ไปเกาะจินโอวด้วยตนเองหรือ?

เขาไม่อยากไป

เขาคือเทียนตี้

ให้เขาไปเชิญศิษย์นิกายเจี๋ยด้วยตนเอง หากเรื่องแพร่งพรายออกไป จะเอาหน้าไปไว้ที่ใด?

แต่หากไม่ไป รอยรั่วทางฝั่งสวรรค์ก็ยังคงจะขยายวงกว้างต่อไป

ฮ่าวเทียนหลับตาลง ผ่านไปหลายอึดใจจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง

"ระดมคนมาอีก"

"ประคองสถานการณ์ไปก่อนสามวัน"

"ข้าไม่เชื่อหรอกว่า หากขาดศิษย์นิกายเจี๋ยไป สวรรค์จะขับเคลื่อนต่อไปไม่ได้จริงๆ"

ไท่ป๋ายจินซิงริมฝีปากขยับ ทว่าท้ายที่สุดก็ทำเพียงก้มหน้าลง

"พ่ะย่ะค่ะ"

……

วันที่หนึ่ง

สวรรค์ฝืนระดมขุนพลเทวะกองอัสนีไปสะกดตาน้ำสมุทรที่ตงไห่

ขุนพลเทวะกองอัสนีต่อสู้เก่งกาจสมคำร่ำลือ

พอสาดซัดวิชาอัสนีลงไป คลื่นเผ่าเหยาก็ถูกผ่าสลายไปเป็นวงกว้างในทันที

ทว่าตาน้ำสมุทรมิใช่เผ่าเหยา

การสะกดสมุทรมิได้พึ่งพียงแค่การต่อสู้อย่างเดียว

ในขณะที่ขุนพลเทวะกองอัสนีสาดกระจุยคลื่นเผ่าเหยาไปพร้อมกันนั้น ก็ทำให้ตาน้ำสมุทรที่เดิมทีก็ไม่มั่นคงอยู่แล้ว ปั่นป่วนวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม

เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งวัน กระแสปราณวิญญาณแห่งตาน้ำสมุทรแห่งที่สามก็ปะทุรุนแรงขึ้นถึงสามเท่า

วังมังกรตงไห่รีบถวายฎีการายงานตลอดทั้งคืน

กล่าวว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เกาะทะเลสิบกว่าแห่งในละแวกนั้นจะต้องถูกพัดจมลงสู่ก้นบึ้งทะเลเป็นแน่

วันที่สอง

กองดวงดาวส่งขุนนางเซียนไปซ่อมแซมจุดเชื่อมต่อของเขตดวงดาวเป่ยเฉิน

ความสามารถในการคำนวณทำนายของขุนนางเซียนเหล่านั้นนับว่าไม่เลวเลย ทว่าพวกเขากลับไม่คุ้นเคยกับเส้นทางค่ายกลที่ศิษย์นิกายเจี๋ยทิ้งไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หลังจากฝืนซ่อมแซมไปแล้ว จุดเชื่อมต่อเจ็ดแห่งมั่นคงขึ้นสามแห่ง ทว่ากลับพังพินาศไปถึงสี่แห่ง

ในจำนวนนั้น มีดวงดาวขนาดเล็กดวงหนึ่งเบี่ยงออกนอกเส้นทาง พุ่งชนเข้ากับภูเขาเซียนโพ้นทะเลแห่งหนึ่ง

เจ้าของภูเขาเซียนผู้นั้นเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรระดับต้าหลัว โกรธเกรี้ยวจนบุกทะลวงขึ้นมาถึงนอกสวรรค์ ปิดกั้นประตูสวรรค์ทิศใต้ด่าทออยู่เป็นเวลาครึ่งค่อนวัน

ส่วนสวรรค์ที่เป็นฝ่ายผิด ก็ทำได้เพียงจำใจยอมรับฟัง

วันที่สาม

ผู้บำเพ็ญเพียรสายมารเบื้องล่างก่อความวุ่นวาย

สวรรค์ส่งทหารสวรรค์ไปล้อมปราบ

ไม่เพียงแต่จะสังหารผู้บำเพ็ญเพียรสายมารไม่สิ้นซาก ซ้ำร้ายการเคลื่อนไหวของทหารสวรรค์ที่ใหญ่โตเกินไป ยังไปปลุกรังเผ่าเหยาในละแวกใกล้เคียงให้ตื่นตัวอีกด้วย

พอเผ่าเหยากับสายมารรวมหัวกัน สถานการณ์ก็ยิ่งบานปลาย

เดิมทีเรื่องที่ศิษย์นิกายเจี๋ยเพียงสามคนสามารถจัดการได้อย่างเงียบๆ สวรรค์กลับส่งทหารสวรรค์ไปถึงสามพันนาย ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นศึกขนาดย่อม

ข่าวคราวแต่ละเรื่องถูกส่งกลับมายังเกาะจินโอว

กุยหลิงเซิ่งหมู่เมื่อได้ฟังก็ตบโต๊ะด้วยความชอบใจ

"พวกไร้ค่า!"

"ช่างเป็นฝูงตัวไร้ค่าโดยแท้!"

"เมื่อก่อนข้าดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าสวรรค์จะใช้การไม่ได้ถึงเพียงนี้"

จ้าวกงหมิงเองก็ถึงกับพูดไม่ออกอยู่บ้าง

"ส่งกองอัสนีไปสะกดตาน้ำสมุทร ช่างคิดออกมาได้นะ"

จินหลิงเซิ่งหมู่เอ่ยเสียงเย็น

"มิใช่ว่าคิดอะไรไม่ออกหรอก แต่เป็นเพราะไม่มีคนให้ใช้แล้วต่างหาก"

อู๋ตางเซิ่งหมู่เอ่ยเสียงแผ่ว

"เมื่อก่อนมีคนทำให้พวกเขา พวกเขาย่อมไม่จำเป็นต้องทำเป็น"

คำพูดประโยคนี้ทำให้ผู้คนต่างก็นิ่งเงียบไปชั่วขณะ

นั่นสินะ

เมื่อก่อนมีคนทำให้พวกเขา

ศิษย์นิกายเจี๋ยคอยเฝ้าตาน้ำสมุทร ลาดตระเวนเขตดวงดาว จับกุมผู้บำเพ็ญเพียรสายมาร และไกล่เกลี่ยผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรให้พวกเขา

เมื่อเวลาผ่านไปนานวันเข้า สวรรค์ก็ลืมเลือนไปแล้วว่าควรจะต้องทำอย่างไร

กุยหลิงเซิ่งหมู่หันไปมองจ้าวเสวียน

"ศิษย์พี่ใหญ่ สามวันแล้ว"

"ฮ่าวเทียนยังไม่มาอีก"

จ้าวเสวียนพลิกดูหยกสื่อสารในมือ โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

"เขากำลังรอ"

"รออะไรหรือ?"

"รอให้สวรรค์อุดรอยรั่วด้วยตนเอง"

กุยหลิงเซิ่งหมู่หัวเราะเยาะ

"แล้วอุดรอยรั่วได้แล้วหรือยัง?"

"ยัง"

"แล้วเขายังจะรออีก?"

ในที่สุดจ้าวเสวียนก็เงยหน้าขึ้น

"เพราะเขาคือเทียนตี้"

"เทียนตี้ย่อมต้องรักษาหน้า"

จ้าวกงหมิงเอ่ยถาม

"แล้วพวกเราเล่า?"

"รอ"

จบบทที่ บทที่ 14 บัญชีที่ชดใช้ไม่จบสิ้น แผนการสุดป่วนของสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว