เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 - โดนตัดหน้าไปซะแล้ว!

บทที่ 240 - โดนตัดหน้าไปซะแล้ว!

บทที่ 240 - โดนตัดหน้าไปซะแล้ว!


บทที่ 240 - โดนตัดหน้าไปซะแล้ว!

หลังจากออกจากสถานีตำรวจอำเภอ หลี่จื้อหย่วนและจั่วหลานยังไม่ทันได้ดื่มน้ำสักอึก ก็รีบขับรถมุ่งหน้าไปที่ตัวเมืองชิงหยวนทันที!

ซึ่งก็คือบ้านอีกหลังหนึ่งของเถาหงและหยางจิ่งหมิง ที่เถาหงพูดถึงนั่นเอง!

และบ้านหลังนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่หลักประกันที่หยางจิ่งหมิงมอบให้เธอเท่านั้น แต่มันยังเป็นสถานที่ซุกซ่อนเงินสินบนอีกด้วย!

แต่ทว่า ด้วยความที่ทั้งสองคนคบหากันแบบลับๆ และไม่ค่อยได้กลับไปที่เมืองบ่อยนัก จึงแทบจะไม่มีใครในอำเภอซาเหอรู้เรื่องบ้านหลังนี้เลย

ส่วนเรื่องลูก โดยส่วนใหญ่ก็จะฝากให้พี่เลี้ยงเป็นคนดูแล

และพี่เลี้ยงคนนี้ ก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน แต่เป็นญาติสนิทของครอบครัวหยางจิ่งหมิงนั่นเอง

มองดูภาพเงาสะท้อนนอกหน้าต่างรถที่กำลังเคลื่อนตัวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว ในหัวของหลี่จื้อหย่วนก็เอาแต่ครุ่นคิดถึงปัญหาข้อหนึ่ง

ก่อนหน้านี้ บันทึกการสอบสวนและแฟ้มคดีของหยางจิ่งหมิง ก็ถูกโยนไว้ที่เบาะหลัง โดยไม่ได้ส่งคืนให้ถังฟางจิ้ง

คดีและบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่การสอบสวนหยางจิ่งหมิงที่ไม่มีความคืบหน้า แต่รวมถึงต้วนหาวและพวกจากเหมืองอวี๋ซี ตลอดจนอู๋เปียวและพวกจากจิ่วห่าวคอนโดด้วย แต่ละคนล้วนเป็นพวกปากแข็งทั้งนั้น

เรื่องนี้ทำให้เขาเริ่มสงสัยในความสามารถและประสิทธิภาพการทำงานของถังฟางจิ้งและเนี่ยเฟิงเข้าให้แล้ว...

ตอนนั้นเอง จั่วหลานที่กำลังขับรถอยู่ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติของหลี่จื้อหย่วน

"ผู้กำกับหลี่ คุณมีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ? ฉันรู้สึกว่าตั้งแต่คุณออกจากสถานีรับรองมา อารมณ์ของคุณก็ดูแปลกๆ ไปนะคะ?"

เมื่อได้ยินคำถามของจั่วหลาน หลี่จื้อหย่วนจึงค่อยๆ ดึงสติกลับมา

"ไม่มีอะไรหรอก หวังว่ามันคงจะเป็นแค่ความคิดฟุ้งซ่านของผมไปเองแหละนะ"

"..." จั่วหลานเม้มริมฝีปาก "ผู้กำกับหลี่คะ ถึงคุณจะเก่งกาจ ฉลาดเป็นกรดขนาดไหน สามารถหาช่องโหว่และจัดการหยางจิ่งหมิงที่พวกผู้กองถังจัดการไม่ได้ภายในเวลาอันสั้น แต่คุณก็อย่ามาดูถูกสัญชาตญาณของผู้หญิงเราสิคะ?"

"หืม?"

"ตอนแรกฉันก็แค่เดาๆ เอา แต่พอออกมาจากห้องสอบสวน คุณก็ไม่ยอมให้ฉันเอาบันทึกการสอบสวนกับแฟ้มคดีไปให้พวกผู้กองถัง แถมยังไม่ยอมให้พวกเขาดูเลยแม้แต่แวบเดียว ตอนนั้นแหละ ฉันถึงรู้ว่ามันมีปัญหาแน่ๆ"

หลี่จื้อหย่วนเลิกคิ้วขึ้น ดูไม่ออกเลยแฮะ ว่าผู้หญิงคนนี้จะฉลาดไม่เบา!

ไอ้ซิกเซนส์อะไรนั่น เขาแทบจะหัวเราะเหอะๆ เลยทีเดียว

"สหายจั่วหลาน ถ้างั้นคุณช่วยบอกหน่อยสิ ว่าคุณพบปัญหาอะไร?"

"เรื่องนี้มันง่ายนิดเดียวเอง อย่างแรกเลย ในคดีของหยางจิ่งหมิง พวกผู้กองถังคงไม่ได้ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่แน่ๆ ไม่อย่างนั้นมันก็คงไม่หยุดนิ่งไม่มีความคืบหน้าแบบนี้หรอก"

"หืม?" หลี่จื้อหย่วนพยายามสะกดกลั้นความประหลาดใจเอาไว้ คิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "แล้วไงต่อ?"

จั่วหลานเอียงคอ เหลือบมองท่านผู้กำกับหลี่แวบหนึ่ง "พอพวกเราออกมาจากสถานีรับรองปุ๊บ โทรศัพท์ของผู้กองถังก็โทรมาพอดี มันไม่บังเอิญไปหน่อยเหรอคะ?"

"แล้วก็ที่คุณเรียกคนจากกองปราบฯ มาแทน ฉันก็เดาว่ามันต้องมีปัญหาอะไรแน่ๆ แต่แน่นอนว่า ฉันก็หวังว่าสิ่งที่ตัวเองเดา มันจะผิดไปนะ..."

เมื่อฟังจบ หลี่จื้อหย่วนก็ไม่ได้พูดอะไร สายตาจับจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้าอย่างเงียบๆ

พูดตามตรง เขาก็หวังให้การคาดเดาของตัวเองผิดไปเหมือนกัน แต่บางครั้ง ผลลัพธ์มันก็มักจะไม่เป็นไปตามที่ใจคิดเสมอ

มันเหมือนกับว่าจู่ๆ คุณก็พบว่า สหายร่วมรบที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่มาด้วยกัน ไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่กลับกลายเป็น... ความรู้สึกแบบนี้เนี่ย แม่งโคตรจะทรมานใจเลยโว้ย!

"จั่วหลาน น้ำในซาเหอมันขุ่นคลั่กเกินไปแล้ว ตอนนี้คุณเสียใจไหมที่ย้ายมาอยู่ที่นี่?"

"ไม่เลยค่ะ!" จั่วหลานส่ายหน้าอย่างแน่วแน่โดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย "ฉันกลับมองว่าชีวิตแบบนี้มันดูมีเป้าหมายมากกว่าไอ้ชีวิตการทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็น ที่มีแต่ความจืดชืดไปวันๆ ซะอีก ฉันไม่ชอบแบบนั้นหรอกนะ"

"ถึงตอนนี้มันจะดูอันตรายไปสักหน่อย แต่ฉันก็ยังได้ใช้ความสามารถที่มี ช่วยเหลือคนธรรมดาทั่วไปได้ และที่สำคัญ การได้ติดตามผู้กำกับหลี่ มันทำให้ฉันได้เห็นว่า ตำรวจที่ดีและมีคุณสมบัติครบถ้วนที่แท้จริงน่ะ มันเป็นยังไง!"

หืม?

หลี่จื้อหย่วนที่กำลังทำหน้าขรึมอยู่ พอได้ยินคำพูดพวกนี้ของจั่วหลาน เขาก็ลูบปลายจมูกตัวเองโดยสัญชาตญาณ

ที่แท้ การมีแฟนคลับตัวยง มันก็เป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง...

อะแฮ่มๆ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว กลับมาเข้าเรื่องกันต่อดีกว่า!

"สหายจั่วหลาน วันหลังอย่าพูดอะไรแบบนี้อีกนะ พวกเรามาคุยเรื่องคดีกันต่อดีกว่า"

จั่วหลานอดไม่ได้ที่จะเม้มปากกลั้นยิ้ม แล้วดึงบทสนทนากลับมาเข้าเรื่องเดิม

ความจริงในใจเธอก็รู้ดีว่า สิ่งที่ท่านผู้กำกับหลี่ทำลงไปในช่วงหลายวันมานี้ มันไปกระตุกหนวดเสือของใครหลายๆ คนเข้าให้แล้ว!

โดยเฉพาะเรื่องที่หยางจิ่งหมิงสารภาพออกมา มันจะต้องสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในวงการข้าราชการอำเภอซาเหออย่างแน่นอน

พวกภูตผีปีศาจที่ซ่อนตัวอยู่ลึกลงไป ก็จะค่อยๆ โผล่หัวออกมาทีละตัวสองตัว

ระหว่างที่คุยกัน รถก็ค่อยๆ แล่นลงจากทางด่วนพอดี

เมื่อเข้าสู่ตัวเมือง มองดูตึกสูงระฟ้าที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง หลี่จื้อหย่วนก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย อารมณ์ในใจก็ไม่มีความตื่นเต้นใดๆ ทั้งสิ้น

ครั้งก่อน ที่เขามายังตัวเมืองชิงหยวน ก็เพื่อจะส่งตัวเซวียถงโจวกับกู้เสี่ยวอ้ายออกไปให้ปลอดภัย โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น

และในครั้งนี้ เขาก็เดินทางมาที่นี่อย่างเงียบเชียบเหมือนเดิม

จั่วหลานขับรถซอกแซกฝ่าการจราจรที่ติดขัดไปได้สิบกว่านาที ก็มาถึงหน้าประตูหมู่บ้านจัดสรรสุดหรูแห่งหนึ่ง

"ผู้กำกับหลี่ ที่นี่แหละค่ะคือหมู่บ้านเทียนสี่ที่เถาหงพูดถึง พวกเราจะเข้าไปยังไงดีคะ?"

หลี่จื้อหย่วนมองออกไปสำรวจภายนอกรถ ถ้าคิดจากเงินเดือนปกติของหยางจิ่งหมิง เกรงว่าต่อให้ทำงานเก็บเงินสักสามสิบห้าสิบปี ก็คงซื้อบ้านที่นี่ไม่ได้หรอก

มองในอีกมุมหนึ่ง มันก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ดีเลยว่า ในช่วงเวลาแค่ไม่กี่ปีมานี้ เขาหาเงินสกปรกมาได้มากขนาดไหน!

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลี่จื้อหย่วนก็คิดแผนออกอย่างรวดเร็ว

"จั่วหลาน ขับรถเข้าไปเถอะ แสดงตัวกับ รปภ. ตรงประตูไปเลย พยายามอย่าให้เสียเวลา"

"ได้ค่ะ" จั่วหลานพยักหน้ารับ แล้วรีบขับรถตรงไปที่ประตูหมู่บ้านทันที

หลังจากแสดงตัวว่าเป็นตำรวจ ทั้งสองคนก็ผ่านเข้าไปในหมู่บ้านได้อย่างราบรื่น

เมื่อตามข้อมูลที่เถาหงให้มา ในที่สุดพวกเขาก็หาตึกหลังนั้นเจอ

พอลงจากรถ จั่วหลานก็แหงนหน้ามองตึกสูงสิบกว่าชั้น "ผู้กำกับหลี่ ที่นี่แหละค่ะ ชั้นสาม"

หลี่จื้อหย่วนพยักหน้า "ไปกันเถอะ หหวังว่าสิ่งที่เราเดาไว้ มันจะผิดไปนะ"

ไม่นาน ทั้งสองคนก็เข้าไปในลิฟต์

ในขณะที่ลิฟต์ค่อยๆ เลื่อนขึ้นไป อารมณ์ของหลี่จื้อหย่วนก็เริ่มระมัดระวังและเคร่งขรึมขึ้นเรื่อยๆ

ผ่านไปเพียงครู่เดียว เสียงสัญญาณเตือนก็ดังขึ้นพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก หลี่จื้อหย่วนกับจั่วหลานก้าวเดินออกมา

"ผู้กำกับหลี่ บ้านของเถาหงอยู่ห้อง 302 ห้องทางซ้ายมือค่ะ!"

เมื่อได้ยินจั่วหลานพูดแบบนั้น หลี่จื้อหย่วนก็เพียงแค่พยักหน้ารับ โดยไม่ได้พูดอะไร แต่คิ้วของเขากลับขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ในใจเขาก็เกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาบางๆ...

วินาทีต่อมา

เมื่อทั้งสองคนเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง 302 สีหน้าของพวกเขาก็เปลี่ยนไปพร้อมกัน!

ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกเปิดอ้าซ่า แถมยังเห็นได้ชัดเลยว่า ข้าวของเครื่องใช้บริเวณหน้าประตู ถูกรื้อค้นจนกระจัดกระจายเละเทะไปหมด!

"ผู้กำกับหลี่ ดูเหมือนว่า... พวกเราจะมาช้าไปก้าวหนึ่งแล้วล่ะค่ะ"

ตอนนี้ท่านผู้กำกับหลี่ไม่เพียงแต่จะมีสีหน้าที่ย่ำแย่ แต่ในใจของเขายังมีกองเพลิงที่กำลังลุกโชนอย่างรุนแรง

ไม่คิดเลยว่า สุดท้ายแล้ว สิ่งที่พวกเขาคาดเดาเอาไว้ มันจะกลายเป็นความจริงจนได้!

"ไป! เข้าไปดูข้างในกัน หวังว่าพวกมันจะยังหาของที่เถาหงซ่อนไว้ไม่เจอนะ!"

ถึงแม้จั่วหลานจะรู้สึกว่าโอกาสที่จะเป็นแบบนั้นมันน้อยมากๆ แต่เธอก็ไม่ได้แย้งอะไรท่านผู้กำกับหลี่

มีความหวัง มันก็ยังดีกว่าไม่มีความหวังเลยนี่นา...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 240 - โดนตัดหน้าไปซะแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว