เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 211 นับจากนี้ไป เฉินผิงก็คือพระเอก

บทที่ 211 นับจากนี้ไป เฉินผิงก็คือพระเอก

บทที่ 211 นับจากนี้ไป เฉินผิงก็คือพระเอก


"พวกนาย วันนี้มีเรื่องสนุกมาเล่าให้ฟัง"

"เรื่องสนุกอะไรเหรอ?"

"รู้เรื่องที่เฉินผิงโดนหาว่าปั่นโหวตใช่ไหม"

"รู้สิ เมื่อคืนสื่อตั้งเยอะพากันตั้งข้อสงสัยว่าเฉินผิงปั่นโหวตไม่ใช่เหรอ ทำไมจู่ๆ ถึงเงียบหายไปเลยล่ะ?"

"หึ นี่แหละเรื่องสนุก สื่อพวกนั้นคงรับเงินใต้โต๊ะจากค่ายต้นสังกัดมาไม่น้อย กะจะเล่นงานเฉินผิงให้จมดิน ใครจะไปคิดล่ะว่าจู่ๆ จะมีแฟนคลับเด็กประถมโผล่มาเป็นกองทัพ จัดการฟาดสื่อพวกนี้จนหมอบกระแตไปเลย"

"แฟนคลับเด็กประถมเนี่ยนะ?"

"ใช่"

"แฟนคลับเด็กประถมจะไปทำอะไรได้"

"ทำได้เยอะเลยล่ะ จะบอกให้นะ คะแนนโหวตล้านห้าของเฉินผิง ส่วนใหญ่ก็มาจากเด็กประถมพวกนี้นี่แหละ ผลคือสื่อกลับหาว่าเขาปั่นโหวต เล่นเอาเด็กพวกนี้โมโหควันออกหู ตอนนั้นเด็กประถมหลายพันคนถึงกับกระหน่ำโทรไปป่วนสถานีโทรทัศน์หูหนานเลยทีเดียว"

"สถานีโทรทัศน์หูหนานไม่ประสาทแดกไปเลยเหรอ"

"จะเหลือเหรอ เท่านั้นยังไม่พอนะ หลังจากนั้นพวกเขายังรวมตัวกันไปบุกถล่มบอร์ดของเว็บไซต์ซินล่าง จนช่องคอมเมนต์พังพินาศไปเลย"

"เชี่ย พลังรบโคตรน่ากลัว"

"ที่เด็ดกว่านั้นคือ เด็กพวกนี้ยังไปร้องเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกเป็นพรวน ไม่ว่าจะเป็นกรมสื่อมวลชนและสิ่งพิมพ์ สำนักงานบริหารสื่อสารมวลชนฯ... หนักสุดคือบุกไปศูนย์รับเรื่องร้องเรียนนู่นเลย"

"ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน... พรืด..."

"อย่าขำไป นี่เรื่องจริง เด็กหลายสิบคนบุกไปศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเอาพวกระดับหัวหน้าตกอกตกใจกันหมด พอซักถามไปมา ปรากฏว่ามาเพราะเรื่องของเฉินผิง ด้วยเหตุนี้ หน่วยงานหลายสิบแห่งเลยร่วมมือกันคืนความยุติธรรมให้เฉินผิงยังไงล่ะ"

"แม่เจ้าโว้ย..."

เรื่องราวฉากนี้ ทำเอาชาวเน็ตที่ได้รับรู้ถึงกับอ้าปากค้างไปตามกัน

วงการบันเทิงนี่มันบันเทิงสมชื่อเสียจริง

ทว่า

เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น

"เฮ้ย พวก นายรู้เรื่องหลังจากนั้นเปล่า?"

"หลังจากนั้นยังมีเรื่องอะไรอีกเหรอ?"

"มีสิ"

"เรื่องอะไรล่ะ?"

"หลังจากนั้น เพื่อเป็นการตอบแทนเด็กพวกนี้ เฉินผิงก็เลยร้องเพลงให้พวกเขาฟังเป็นพิเศษเพลงนึง"

"ปัดโธ่ แค่ร้องเพลงมันมีอะไรน่าตื่นเต้นเหรอ?"

"เรื่องนี้นายคงไม่รู้ล่ะสิ มาๆ จะเล่าภูมิหลังของเฉินผิงให้ฟังอีกเรื่อง เฉินผิงไม่ได้เป็นแค่นักแสดงนะ แต่ยังเป็นนักแต่งเพลงชื่อดังด้วย เพลงของนักร้องหญิงระดับตัวแม่หลายคน เขาก็เป็นคนเขียนเนื้อให้ทั้งนั้น"

"เรื่องนั้นรู้แล้ว สื่อเคยตีแผ่มาแล้ว หรือว่าเฉินผิงแต่งเพลงใหม่อีกเพลง?"

"ไม่ใช่แค่แต่งนะ เขาร้องเองด้วย"

"หมายความว่าครั้งนี้เฉินผิงเหมาทั้งแต่งเนื้อร้องและทำนองเองหมดเลยสิ"

"ถูกต้อง"

"แล้วเพลงล่ะ เป็นไงบ้าง?"

"ลองไปฟังดูสิ ตอนนี้ทะยานขึ้นอันดับหนึ่งบนชาร์ตไปเรียบร้อยแล้ว"

"เชี่ย โคตรสุดยอด"

ผู้คนจำนวนมากต่างพากันเข้าไปตามเว็บไซต์เพลงยักษ์ใหญ่

พอกดเข้าไปดู

ก็เป็นไปตามคาดจริงๆ

เพลงที่รั้งอันดับหนึ่งมีชื่อว่า 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ซึ่งทั้งเนื้อร้อง ทำนอง และขับร้อง ล้วนเป็นผลงานของเฉินผิงทั้งสิ้น

"ถ้อยแถลงยุวชนจีน..."

กดทดลองฟัง

เนื่องจากเพลงนี้ไม่ได้ถูกบันทึกเสียงในห้องอัด

แต่เป็นการร้องสดผ่านโทรศัพท์มือถือ

ดังนั้น

นอกจากเสียงร้องสดแล้ว ภายในเพลงยังมีคำพูดของเฉินผิงก่อนที่จะเริ่มร้องแทรกอยู่ด้วย

[ความจริงลุงร้องเพลงไม่ค่อยเก่งหรอกนะ ลุงถนัดการแสดงมากกว่า แต่ในเมื่อทุกคนชอบฟังลุงร้องเพลง งั้นลุงจะร้องให้ฟังเป็นพิเศษสักเพลง ร้องเพลงที่เป็นของพวกหนูโดยเฉพาะ...]

นี่คือเสียงของเฉินผิง

จากนั้นก็เป็นเสียงร้องสดเพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ของเขา

ยุวชนเรืองปัญญา ชาติก็รุ่งเรือง

ยุวชนมั่งคั่ง ชาติก็มั่งคั่ง

ยุวชนแข็งแกร่ง ชาติก็เกรียงไกร

ยุวชนเป็นอิสระ ชาติก็เป็นอิสระ

แม้ท่อนแรกจะเป็นเพียงบทพูด แต่พอได้ฟังบทพูดเช่นนี้ ชาวเน็ตทั้งหลายกลับรู้สึกฮึกเหิมเลือดเดือดพล่านขึ้นมาในพริบตา

ทั้งเนื้อร้อง ทั้งน้ำเสียง ช่างปลุกเร้าอารมณ์ให้ฮึกเหิมเหลือเกิน

วินาทีถัดมา

เมื่อเฉินผิงร้องถึงท่อนที่ว่า 'ยุวชนมีพลังแห่งความองอาจ...' ชาวเน็ตนับไม่ถ้วนก็ลุกพรวดขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียง

"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยมมากกับคำว่ายุวชนมีพลังแห่งความองอาจ"

"ทรงพลังสุดๆ ไปเลย"

"ทำนองว่าดีแล้ว เนื้อเพลงยิ่งดีกว่า"

"เมื่อก่อน ฉันเองก็เคยเป็นยุวชนคนนั้นเหมือนกัน"

"ตอนนี้เข้าใจแล้ว ว่าทำไมแฟนคลับเด็กประถมของเฉินผิงถึงได้เดือดขนาดนั้น"

"แหงสิ อย่าว่าแต่เด็กประถมเลย ต่อให้เป็นชายฉกรรจ์วัยสี่สิบอย่างฉัน พอได้ฟังเพลงนี้ก็ยังตื้นตันจนน้ำตาคลอเบ้าเหมือนกัน"

"อ๊าก เพลงนี้โคตรทรงพลัง ฉันชอบมาก"

"สะใจ โคตรสะใจเลย ฉันรู้อยู่แล้วเชียวว่าเฉินผิงคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือ"

"แน่นอนสิ คนที่แต่งเนื้อเพลงได้ ฝีมือแต่งทำนองย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว"

"พอได้มาฟังตอนนี้ ขอยอมรับจากใจจริงเลย"

ท่วงทำนองของเพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ช่างปลุกเร้าจิตใจผู้คนได้อย่างล้นเหลือ

ส่วนเนื้อเพลง ก็ยิ่งทำให้จิตใจคนฟังยากจะสงบลงได้เป็นเวลานาน

ยุวชน

คำคำนี้มีความหมายกว้างไกลนัก

มันไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เด็กนักเรียนประถมเหล่านั้น

แต่มันเป็นตัวแทนของความมุ่งมาดปรารถนา เป็นพลังขับเคลื่อน และเป็นความใฝ่ฝัน

……

...

"น้องชาย นายนี่มันร้ายกาจจริงๆ"

"พี่มีอะไรเหรอ?"

"ยังจะมาถามอีก เพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนของนาย มันสุดยอดมากเลยรู้ไหม"

"อ้อ ความจริงเสียงผมก็งั้นแหละ ร้องไม่ค่อยดีเท่าไหร่หรอก"

"นั่นไม่สำคัญหรอก ประเด็นคือ นายสามารถถ่ายทอดความฮึกเหิมของยุวชนออกมาได้ต่างหาก"

แม้ว่าเพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนจะเป็นเพียงเพลงที่เฉินผิงร้องให้พวกเด็กฟังตามความรู้สึกในตอนนั้น

ทว่าทันทีที่เพลงถูกปล่อยออกมา

เพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดของวันนั้นในชั่วพริบตา

เรื่องครองแชมป์อันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงนั้นคงไม่ต้องพูดถึง

ทันทีที่เพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนปรากฏขึ้น แทบทุกคลิปวิดีโอในแพลตฟอร์มไคว่โต่วก็ถูกเพลงนี้ยึดครองพื้นที่ไปจนหมดสิ้น

ในบรรดาคลิปเหล่านั้น ย่อมมีคนจำนวนมากที่เกาะกระแสเพื่อหวังยอดวิว

แต่ส่วนใหญ่แล้ว

เป็นการแชร์ต่อด้วยความสมัครใจจากคนที่ได้ฟังเพลงนี้ต่างหาก

หลัวมั่นต่อสายตรงหาเฉินผิงเป็นคนแรก

แน่นอนว่า

คนที่โทรหาเฉินผิงไม่ได้มีแค่หลัวมั่นคนเดียว

ยังมีจินซา โจวเจี๋ยหลุน หลินอี้เหลียน...

นอกจากนี้

ยังมีเหล่านักแสดงที่เคยร่วมงานกับเฉินผิงอีกมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นหูเกอ หยางมี่ อาจารย์เฉินเต้าหมิ่น อาจารย์เหอจงหัว...

หากยืมคำพูดของพวกเขามากล่าวก็คือ

เพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ของเฉินผิง เรียกได้ว่าเป็นการจุดประกายความฝันของพวกเขาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

"แม่ฮะ ได้ยินไหม นี่ไงเพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนที่คุณลุงเฉินผิงร้อง"

"แม่ฮะ ออกทีวีแล้วด้วย"

"แม่ฮะ รู้ไหมว่าเพลงนี้คุณลุงเฉินผิงตั้งใจร้องให้พวกเราเป็นพิเศษเลยนะ"

"แม่..."

เมื่อได้เห็นว่าสถานีโทรทัศน์ต่างก็พากันเปิดเพลงนี้

เด็กประถมนับไม่ถ้วนที่เคยเข้าร่วมสมรภูมิรบก่อนหน้านี้ต่างก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความตื้นตันใจ

แม้ว่าหลังจากจบศึกครั้งก่อน เด็กส่วนใหญ่จะโดนผู้ปกครองดุเตือนกันไประลอกใหญ่

แต่ ณ วินาทีนี้ อย่าว่าแต่โดนพ่อแม่ด่าเลย ต่อให้พ่อแม่เอาไม้เรียวมาฟาดสักทีสองที พวกเขาก็ยังรู้สึกว่าคุ้มค่ามหาศาล

"เรื่องนี้..."

"ลูกเอ๊ย ความจริงเมื่อหลายวันก่อนพ่อกับแม่ก็ไม่ค่อยรู้ความจริงเท่าไหร่"

"แต่วันหลังถ้าลูกอยากจะทำอะไร ก็มาบอกพ่อกับแม่ได้นะ ขอเพียงแค่มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง พ่อกับแม่ก็พร้อมจะสนับสนุนลูกอย่างไม่มีเงื่อนไขแน่นอน"

เมื่อมองดูลูกของตนเองที่กำลังตื่นเต้นดีใจอย่างล้นเหลืออยู่ตรงหน้า

คนเป็นพ่อเป็นแม่ต่างก็หลั่งน้ำตาออกมาเช่นกัน

พวกเขารู้ดีว่า

ประสบการณ์ในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นสำหรับตัวเด็กหรือสำหรับพวกเขาเอง จะตราตรึงอยู่ในใจไปชั่วชีวิต

และเพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนเพลงนี้

อาจจะเป็นสิ่งที่พลิกผันชีวิตของพวกเขาไปตั้งแต่วันนี้เลยก็เป็นได้

……

...

"ไอ้หนุ่มนี่ ร้ายไม่เบาเลยนะ"

เฉิงเลี่ยงแห่งแพลตฟอร์มวิดีโอชี่เอ๋อฟังเพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ไปพลาง ตบมือฉาดใหญ่ไปพลาง

จากเหตุการณ์ที่เฉินผิงโดนหาว่าปั่นโหวตเมื่อหลายวันก่อน เขาเตรียมแผนพีอาร์แก้ข่าวให้เฉินผิงไว้เรียบร้อยแล้ว

ยังไงเสีย เฉินผิงก็เคยถ่ายทำผลงานร่วมกับชี่เอ๋อมาแล้วหลายเรื่อง

แถมยังมีซีรีส์ 'คนขุดสุสาน' ที่ยังไม่ออนแอร์อีกเรื่องด้วย

ไม่ว่าจะเป็นในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจหรือเหตุผลอื่นใด ชี่เอ๋อย่อมมีความจำเป็นต้องช่วยพีอาร์แก้ข่าวให้เฉินผิง

ทว่าทางฝั่งเฉิงเลี่ยงเพิ่งจะเตรียมตัวเสร็จ คิดไม่ถึงเลยว่าสื่อทั้งหลายก่อนหน้านี้จะพากันยอมจำนนแต่โดยดีเสียแล้ว

และในขณะที่เฉิงเลี่ยงกำลังทึ่งกับความไร้เทียมทานของแฟนคลับเด็กประถมของเฉินผิงอยู่นั้นเอง

บทเพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเหนือความคาดหมาย

ทันทีที่เพลงนี้ถูกปล่อยออกมา ก็เจิดจรัสโดดเด่น สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งประเทศ

ไม่ได้มีเพียงชาวเน็ตนับไม่ถ้วนที่พากันร้องเพลงนี้เท่านั้น

แต่โลกอินเทอร์เน็ตทั้งใบ

หรือแม้กระทั่งสถานีโทรทัศน์

รวมไปถึงสื่อสาธารณะบางแห่ง ต่างก็พากันแชร์ต่ออย่างล้นหลาม

"เสี่ยวหลิว เตรียมตัวหน่อย"

"เราจะทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับเฉินผิงสักตอน"

เฉิงเลี่ยงกลอกตาไปมา ในหัวก็ปิ๊งไอเดียหนึ่งขึ้นมาได้

สกู๊ปพิเศษนี้

ด้านหนึ่งแน่นอนว่าเป็นเพราะกระแสความฮอตของเฉินผิง

อีกด้านหนึ่ง เฉิงเลี่ยงตั้งใจจะใช้วิธีการแบบใหม่ในการตีความตัวตนของเฉินผิง

ยกตัวอย่างเช่น

การใช้บิ๊กดาต้า

ใช่แล้ว

ชี่เอ๋อไม่ได้เป็นสื่อบันเทิงล้วนเสียทีเดียว

แต่ด้วยความที่มีเครือข่ายใหญ่โตและมีฐานข้อมูลมหาศาล พวกเขาจึงมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าสื่อบันเทิงแบบดั้งเดิมมาก

เหตุใดก่อนหน้านี้สื่อดั้งเดิมทั้งหลายถึงได้ตั้งข้อสงสัยว่าเฉินผิงปั่นโหวตล่ะ

นั่นเป็นเพราะพวกเขาใช้กรอบความคิดแบบเดิมมาตัดสิน

เพราะพวกเขารู้สึกว่าระดับของเฉินผิงยังเทียบหูเกอหรือเฉินคุนไม่ได้

ดังนั้น พวกเขาจึงทึกทักเอาเองว่าเฉินผิงต้องปั่นโหวตแน่

แต่หากวิเคราะห์ผ่านบิ๊กดาต้า คุณจะรู้เลยว่า แม้ระดับของเฉินผิงอาจจะยังไม่ถึงจุดสูงสุด

แต่กลุ่มคนที่เขาแผ่อิทธิพลไปถึงนั้น กลับครอบคลุมในทุกแวดวง

ด้วยเหตุนี้

พวกเขาจึงเริ่มวิเคราะห์จากผลงานเรื่องแรกของเฉินผิงอย่าง 'สยบฟ้าพิชิตปฐพี'

ในซีรีส์สยบฟ้าพิชิตปฐพี เฉินผิงรับบทเป็นเพียงตัวละครเล็กๆ บทหนึ่ง นั่นคือเฉาเสี่ยวซู่

แม้บทเฉาเสี่ยวซู่จะมีแอร์ไทม์ไม่มากนัก แต่มันก็เป็นครั้งแรกที่ดึงดูดความสนใจจากคนกลุ่มหนึ่งให้หันมามองเฉินผิงได้

จากนั้นก็เป็นผลงานเรื่อง 'ฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี' ที่เฉินผิงร่วมแสดง

แม้เฉินผิงจะไม่ได้เป็นนักแสดงนำ แต่เป็นเพียงนักแสดงสมทบ

แต่บทหานซิ่นที่เขารับบทในฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี กลับเป็นบทบาทแรกที่ทำให้มหาชนเริ่มคุ้นหน้าคุ้นตา

และเป็นเพราะบทหานซิ่นที่เขาแสดงนี่เอง ที่ช่วยกู้เรตติ้งของฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพีไม่ให้พังพินาศ

อันที่จริง ในตอนนั้นเฉินผิงก็เป็นที่รู้จักของคนไม่น้อยแล้ว

แต่ด้วยความที่ไม่ได้เป็นนักแสดงนำ ทุกคนจึงยังไม่ได้จดจำเขาเป็นพิเศษ

ต่อมาเฉินผิงก็ได้เข้าร่วมรายการ 'นักแสดงเข้าประจำที่' ฉากเปิดหน้ากากในตอนนั้น ทำให้เฉินผิงกลายเป็นประเด็นร้อนแรงขึ้นมาทันที

ตามมาด้วย กระบี่เย้ยยุทธจักร ตำนานหลินผิงจือ ฉันคืออวี๋ฮวนสุ่ย และผ่าทะลุฟ้า รักทะลุมิติ

แน่นอนว่า

รวมถึงผลงานที่เฉินผิงไปเป็นนักแสดงรับเชิญในเรื่อง 'ยาจกซู ไม้เท้าประกาศิต' ของลุงซิงด้วย

และยังมีรายการวาไรตี้ที่เข้าถึงกลุ่มผู้ชมได้กว้างกว่าอย่าง 'การแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีน'

รวมถึงรายการ 'เสียงสวรรค์ประทาน' ที่เฉินผิงไปร่วมแจม

จวบจนกระทั่งผลงานล่าสุดอย่าง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน'

สถานะของเฉินผิงพัฒนาจากนักแสดง สู่นักแต่งเนื้อเพลง จนกลายมาเป็นผู้ที่เหมาทั้งแต่งเนื้อร้อง ทำนอง และขับร้องเองในปัจจุบัน

จากการวิเคราะห์ฐานข้อมูล

ฐานผู้ชมที่เฉินผิงครอบคลุมได้นั้นกว้างขวางมาก

ตั้งแต่เด็กประถม เด็กมัธยม ไปจนถึงนักศึกษามหาวิทยาลัย

ตั้งแต่กลุ่มชาวเน็ต กลุ่มคนในชีวิตจริง ไปจนถึงวัยกลางคนที่ชื่นชอบอวี๋ฮวนสุ่ย

รวมไปถึงกลุ่มผู้ปกครองนักเรียน กลุ่มคนรักเสียงเพลง... และอื่นๆ อีกมากมาย

หากพิจารณาเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ระดับของเฉินผิงย่อมไม่อาจก้าวขึ้นไปได้

แต่ทว่า

หากนำกลุ่มคนเหล่านี้มารวมเข้าด้วยกันทั้งหมด

ระดับของเฉินผิง ก็ใช่ว่าจะด้อยไปกว่าดาราระดับตัวท็อปเหล่านั้นสักเท่าไหร่

แน่นอนว่า

สกู๊ปพิเศษของชี่เอ๋อที่กล่าวถึงเฉินผิงนั้นได้ทิ้งท้ายเอาไว้ว่า

ความจริงแล้ว หากมองข้ามเรื่องตัวเลขเหล่านี้ไป พวกเราก็ยังคงชื่นชอบศิลปินอย่างเฉินผิงอยู่ดี

เขาเป็นดั่งหานซิ่นที่มาจากชนชั้นรากหญ้าในเรื่องฉู่ฮั่นศึกชิงบัลลังก์สะท้านปฐพี

และเป็นดั่งอวี๋ฮวนสุ่ยที่เป็นตัวแทนของใครหลายคนที่เผชิญกับวิกฤตวัยกลางคน

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังเหมือนหลินผิงจือที่ครอบครองสมบัติล้ำค่า แต่กลับถูกขุมกำลังต่างๆ จ้องจะแย่งชิง

เขาเหมือนเกาเย่าที่เพียงแค่อยากเปิดร้านอาหารและใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในยุคราชวงศ์ฉิน

และยังเหมือนเสนาบดีกรมการปกครองผู้ไร้ชื่อเสียง ที่โด่งดังขึ้นมาได้ด้วยพรสวรรค์ของตนเองเพียงลำพัง

หรือจะกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ

แท้จริงแล้ว เฉินผิงไม่ได้เป็นอะไรเลย

เพลง 'ถ้อยแถลงยุวชนจีน' ที่เขาร้องให้เด็กฟังนั้น ความจริงแล้วก็เป็นการร้องเพื่อเตือนใจตนเองเช่นกัน

สุดท้ายนี้

พวกเราขอใช้บทเพลงที่เฉินผิงขับร้องนี้ มอบเป็นของขวัญให้ทุกคนก็แล้วกัน

[ยุวชนมีพลังแห่งความองอาจ

กายดั่งขุนเขา ยืนหยัดสง่างาม

กล้าท้าทายตะวันและจันทรา...]

……

...

ต้องยอมรับเลยว่า

แม้สกู๊ปพิเศษของชี่เอ๋อในครั้งนี้จะเป็นการเกาะกระแส

แต่ทันทีที่สกู๊ปนี้ถูกเผยแพร่ออกไป มันกลับผลักดันให้ความนิยมของเฉินผิงพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอีกครั้ง

"ไม่คิดเลยว่าเฉินผิงจะผ่านงานแสดงมาเยอะขนาดนี้"

"นั่นสิ พวกนั้นเอาแต่คิดว่าเฉินผิงปั่นโหวต น่าขันชะมัด พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเฉินผิงมีแฟนคลับกลุ่มไหนบ้าง"

"ดูแล้วน้ำตาจะไหลเลย โดยเฉพาะท่อนสุดท้าย ยุวชนมีพลังแห่งความองอาจ มอบให้เด็กๆ และมอบให้ตัวเฉินผิงเองด้วย"

"ขอบคุณเฉินผิง ขอบคุณที่มอบบทเพลงอันแสนปลุกเร้าจิตใจนี้ให้พวกเรา"

"ฉันจะให้ลูกหัดร้องเพลงนี้ แล้วจะบอกเขาด้วยว่า เพลงนี้คุณลุงเฉินผิงเป็นคนเขียน..."

"ฉันก็เหมือนกัน..."

……

...

"ถ้อยแถลงยุวชนจีน เฉินผิงคนนี้มีความสามารถจริงๆ"

ภายในห้องทำงานรองประธาน ชิวหวยโหรวฟังเพลงถ้อยแถลงยุวชนจีนของเฉินผิงพลางพยักหน้าแล้วเอ่ยขึ้น "พี่หวัง พี่คิดยังไงกับเฉินผิงบ้าง?"

"ประธานชิว พวกเราเล็งเห็นถึงศักยภาพของเฉินผิงมาตลอด แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะก้าวหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้"

"ก่อนหน้านี้พวกเราประเมินอิทธิพลของเฉินผิงต่ำเกินไป สกู๊ปของทางชี่เอ๋อถือว่าเตือนสติเราได้ดีทีเดียว ฐานแฟนคลับของเฉินผิงไม่ได้มีแค่ผู้ชมโทรทัศน์ และไม่ได้มีแค่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มีความเป็นไปได้ว่าจะเป็นคนทั้งประเทศเลยต่างหาก"

"ประธานชิว หรือว่าคุณ..."

เมื่อได้ยินคำพูดของชิวหวยโหรว หวังจินฮวาก็ชะงักไปเล็กน้อย

เธอเริ่มเข้าใจจุดประสงค์ของชิวหวยโหรวขึ้นมาบ้างแล้ว

เธอรู้สึกได้ว่าบริษัทมีความตั้งใจจะปั้นเฉินผิงให้ก้าวขึ้นเป็นซูเปอร์สตาร์ที่เหนือกว่าระดับแนวหน้าเสียอีก

ส่วนจะก้าวข้ามระดับแนวหน้าไปจนถึงจุดไหนนั้น...

จากนั้น หวังจินฮวาก็เอ่ยขึ้นว่า "ประธานชิววางใจได้เลยค่ะ หลังจากนี้ผลงานของเฉินผิง ฉันจะคอยสกรีนให้ด้วยตัวเอง"

นับจากนี้เป็นต้นไป

ในสายตาของหวังจินฮวา เฉินผิงก็คือพระเอกตัวจริง

……

...

"เหล่าหลี่ รายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนซีซันล่าสุดของเรา เตรียมตัวไปถึงไหนแล้ว?"

"ทุกอย่างเตรียมพร้อมเสร็จสรรพแล้วครับ รอแค่นักเรียนมาอัดรายการเท่านั้น"

"อืม แล้วแขกรับเชิญรอบนี้มีใครบ้างล่ะ?"

"เหมือนซีซันที่แล้วเลยครับ นอกจากตัวแทนจากโรงเรียนแล้ว เราก็ยังเชิญคนดังมาร่วมด้วยจำนวนหนึ่ง"

"เชิญเฉินผิงมาด้วยหรือเปล่า?"

"หัวหน้าครับ เรื่องนี้พวกเราไม่กล้าหรอกครับ"

ณ ช่องรายการวิทยาศาสตร์และการศึกษาของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี

รายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนซีซันใหม่กำลังอยู่ในขั้นตอนการเตรียมงานอีกครั้ง

ในฐานะแชมป์เก่าของซีซันที่แล้ว เฉินผิงถือเป็นตัวตนระดับตำนานเลยก็ว่าได้

ถึงแม้ผู้จัดรายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนจะชื่นชมในตัวเฉินผิงมากแค่ไหน แต่ชื่นชมไปก็เปล่าประโยชน์

หมอนั่นคนเดียวกวาดเรียบทั้งทีม ไม่สิ กวาดเรียบผู้เข้าแข่งขันทุกคนเลยต่างหาก

เล่นเอารายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนต้องปิดเทปก่อนกำหนดไปตั้งสามตอน

คนแบบนี้ ใครจะกล้าเชิญเขากลับมาอีก

ทว่า

พอพูดถึงเฉินผิง กลับทำให้หัวหน้าสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีรู้สึกไม่อยากยอมแพ้ขึ้นมา "เฉินผิงเป็นคนมีความสามารถ ช่วงนี้ก็กำลังฮอตฮิตติดลมบน ถ้าไม่ดึงเขามาเข้าร่วมรายการการแข่งขันเขียนตามคำบอกอักษรจีนของเรา มันก็น่าเสียดายแย่เลยนะ"

"น่าเสียดายจริงๆ แหละครับ แต่วิทยายุทธ์ของเฉินผิงมันล้ำเลิศเกินไป พวกเราก็เข็ดขยาดกับเขาแล้วเหมือนกัน ขืนหมอนั่นฉายเดี่ยวกวาดนักเรียนทุกคนเรียบวุธไปอีกรอบจะทำยังไงล่ะครับ?"

"นี่ก็เป็นเรื่องน่าปวดหัวอยู่เหมือนกัน"

หัวหน้าสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีนวดขมับตัวเองเบาๆ

แต่ถึงแบบนั้น หนทางแก้ปัญหาย่อมมีมากกว่าอุปสรรคเสมอ

ผ่านไปครู่หนึ่ง หัวหน้าสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวีก็ตาเป็นประกาย "ฉันมีไอเดียแล้วล่ะ"

"หัวหน้าว่ามาเลยครับ"

"เราก็ดึงเฉินผิงมาสิ แต่ไม่ให้เขาลงแข่ง ให้เขามาเป็นกรรมการตัดสินแทน แบบนี้ก็สิ้นเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ?"

"เอ๊ะ ไอเดียนี้เข้าท่าแฮะ"

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 211 นับจากนี้ไป เฉินผิงก็คือพระเอก

คัดลอกลิงก์แล้ว