- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นเทพเจ้าที่สร้างอารยธรรมเซียน
- บทที่ 90 - ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง
บทที่ 90 - ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง
บทที่ 90 - ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง
บทที่ 90 - ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง
เรื่องโอละพ่อได้จบลงท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของฝูงเพียงพอนเหลือง
ราชาลิงจี๋จี๋ในร่างสีเหลืองทอง กลมกลืนอยู่ในวงล้อมของฝูงเพียงพอนเหลืองได้อย่างแนบเนียน ไร้ซึ่งความขัดเขินใดๆ
มีเพียงพอนเหลืองหลายตัวถึงขั้นผูกมิตรเป็นพี่น้องกับราชาลิงจี๋จี๋ตรงนั้นเลย ขาดก็แต่กรีดเลือดสาบานเท่านั้น
ราชาลิงจี๋จี๋จับพลัดจับผลูจนได้ฉายา "ผู้กล้าหาญ" มาครอบครอง
ส่วนสามพี่น้องแห่งขุนเขาหวงเฟิงก็สมปรารถนา ได้สร้างชื่อเสียงให้โด่งดังระบือไกล
เรียกได้ว่าชื่นมื่นกันทุกฝ่าย
ผู้เดียวที่ต้องกลุ้มใจก็คือหวงเอ้อร์
ไม่ได้เป็นเจ้าบ้านย่อมไม่รู้ว่าข้าวของราคาแพงเพียงใด
สหายร่วมเผ่าพันธุ์นับร้อยกินดื่มกันอย่างบ้าคลั่งเช่นนี้ ต้องมีฐานะมั่งคั่งปานใดถึงจะรับมือไหว
โดยเฉพาะสุรานี่ ปกติพวกคนกันเองดื่มยังไม่ค่อยจะคล่องคอเลย แต่วันนี้กลับเปิดให้ดื่มกันแบบไม่อั้น
ถึงแม้ราชาลิงจี๋จี๋จะประกาศกร้าวว่ามันจะเป็นเจ้ามือเองทั้งหมด
ทว่าหวงเอ้อร์รู้ซึ้งถึงนิสัยใจคอของลิงดี ยามปกติที่ไม่ได้ดื่มสุรายังคิดเล็กคิดน้อย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนที่ดื่มสุราจนเมามายแล้วเลย
"ไม่ได้การแล้ว ขืนเป็นเช่นนี้ต่อไป คงไม่ได้อยู่เป็นสุขแน่!"
ตกดึกคืนนั้น!
"เจ้าตั้งใจจะให้ทุกคนพักอยู่ที่นี่กี่วันหรือ? จะเลี้ยงดูปูเสื่อให้กินดีอยู่ดีเช่นนี้ไปทุกวันเลยกระนั้นหรือ?"
หวงเซิ่งหนานหัวเราะร่วน "ไฉนเล่า? นึกเสียดายขึ้นมาแล้วหรือ? นี่มันไม่สมกับเป็นเจ้าเลยนะ! เมื่อก่อนเจ้าไม่ใช่พวกชอบทำตัวใจกว้างทั้งที่ยากจนหรอกหรือ?"
"ข้าเป็นเช่นนั้นตั้งแต่เมื่อใด? ข้าไปทำตัวใจกว้างทั้งที่ยากจนตอนไหนกัน!"
"พวกนั้นไม่ใช่สหายร่วมเป็นร่วมตายของเจ้าหรอกหรือ? ถึงขั้นยอมสละหัวให้กันได้ แล้วไฉนแค่เลี้ยงข้าวมื้อสองมื้อถึงได้นึกเสียดายขึ้นมาเล่า?"
"นี่... ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น!"
"แล้วหมายความว่าเช่นไร?" หวงเซิ่งหนานกลอกตาบน "อีกอย่าง ของกินของดื่มทั้งหมด ล้วนเป็นของท่านอาจารย์ มีส่วนใดที่เป็นของเจ้าบ้าง? เจ้าจะไปนึกเสียดายแทนผู้ใด?"
"ข้านึกเสียดายแทนท่านอาจารย์ต่างหาก!"
"ท่านอาจารย์ร้องขอให้เจ้านึกเสียดายแทนหรือ?"
หวงเอ้อร์อ้าปากค้าง ทว่ากลับเถียงไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ
เมื่อก่อนมีแต่ภรรยาที่คอยบ่นด่า รังเกียจที่ตนเอาแต่วิ่งวุ่นอยู่ข้างนอก ไม่ยอมทำประโยชน์อันใดเป็นชิ้นเป็นอัน
ทว่าบัดนี้กลับตาลปัตรกันไปหมด
นี่มันเรื่องอันใดกันเนี่ย!
จู่ๆ หวงเอ้อร์ก็นึกถึงคำพูดของหวงซานขึ้นมาได้: ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว
มันเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ สินะ!
หวงเซิ่งหนานปรายตามองหวงเอ้อร์แวบหนึ่ง "รีบเข้านอนเสียเถิด พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้จะได้มีแรงทำงาน!"
"ทำงานอันใด?"
"ถึงพรุ่งนี้เจ้าก็จะรู้เอง!"
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ฝูงเพียงพอนเหลืองก็ทยอยงัวเงียตื่นขึ้นมา
จากนั้นความทรงจำก็ค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา ทีละหยด ทีละหยด จนในที่สุดก็จำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ทั้งหมด
"โอ๊ย อิ่มจังเลย นี่เป็นมื้อที่อร่อยที่สุดในชีวิตข้าเลยล่ะ"
"เนื้อย่างนี่หอมจริงๆ อร่อยกว่าเนื้อดิบตั้งเยอะ"
"สุราก็รสชาติดี อยากดื่มอีกจัง"
ราชาลิงจี๋จี๋เองก็พลิกตัวลุกขึ้นนั่ง
ข้าคือผู้ใด? ข้าอยู่ที่ใด? ข้ากำลังทำสิ่งใดอยู่?
เมื่อเห็นเพียงพอนเหลืองรอบๆ กำลังจ้องเขม็งมาที่ตน
ราชาลิงจี๋จี๋ก็เบิกตากว้าง ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนก่ายหน้าผากอีกครั้ง
ไฉนถึงฝันเรื่องเดิมอีกแล้ว! สรุปว่าข้าตื่นหรือยังเนี่ย!
ทันใดนั้น ราชาลิงจี๋จี๋ก็นึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานตนเองตะโกนท้าดวลกับฝูงเพียงพอนเหลือง ซ้ำยังถามว่ามองอันใดอีก
ดูเหมือนว่าจะไม่โดนซ้อมแฮะ
แขนขายังอยู่ครบ หัวก็ยังอยู่ดี
อืม ต้องเป็นความฝันแน่ๆ!
ในเวลานั้น เพียงพอนเหลืองตัวหนึ่งก็เอ่ยถามขึ้น "พี่หวงเอ้อร์ไปไหนแล้วล่ะ?"
เพียงพอนเหลืองตัวอื่นๆ ก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้
พวกตนเดินทางมาเพื่อเป็นกำลังเสริม ทว่ามาถึงครบหนึ่งวันเต็มแล้ว ก็ยังไม่รู้เลยว่าจะต้องไปอัดผู้ใด
หากเป็นตระกูลอื่น ป่านนี้คงลุยจบแล้วแยกย้ายกันกลับบ้านไปนานแล้ว
"ใช่ๆๆ รีบไปหาพี่หวงเอ้อร์กันเถิด"
ราชาลิงจี๋จี๋แอบลืมตาขึ้นมาข้างหนึ่ง
เมื่อพบว่าไม่มีเพียงพอนเหลืองอยู่ฝั่งนี้ ก็ค่อยๆ หลับตาลง แล้วสลับไปลืมตาอีกข้างหนึ่ง
ฝั่งนี้ก็ไม่มีเช่นกัน!
ราชาลิงจี๋จี๋จึงเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจแฮกๆ ราวกับคนจมน้ำ
"แม่ร่วงเอ๊ย ขวัญหนีดีฝ่อหมดเลย!"
"ไม่ได้การแล้ว ข้าต้องไปกราบไหว้ท่านเทพเจ้าที่สักหน่อย ขอให้ท่านคุ้มครองข้าด้วยเถิด"
ราชาลิงจี๋จี๋สะบัดหัวไล่ความมึนงง ก่อนจะวิ่งฉิวไปยังศาลเทพเจ้าที่อย่างคุ้นเคย
ที่เรือนรูปเปลือกไข่หน้าประตูศาล ลูกเม่นน้อยผู้ขยันขันแข็งได้เปิดเพิงนั่งประจำที่ รอคอยคนไข้มาเยือนแล้ว
"เฮ้ เจ้ามาตรวจโรคหรือ?"
"ข้าไม่ได้ป่วยเสียหน่อย!"
"อ้อ เช่นนั้นเจ้ามาดูดวงหรือ?"
"ข้าไม่ได้... ถุย! ไอ้เปี๊ยก เจ้าแช่งข้าหรือ!"
"แต่ว่าหว่างคิ้วเจ้าหมองคล้ำ โชคชะตาดูไม่ค่อยดีนะ ซ้ำยังอาจมีเคราะห์เลือดตกยางออกอีกด้วย มิสู้เจ้าลองนั่งลง ให้ข้าตรวจดูสักหน่อย แล้วช่วยแก้เคล็ดให้ดีหรือไม่?"
"ผู้ใดต้องการให้เจ้าช่วย! ข้ารอดตายมาได้ย่อมต้องมีโชคลาภตามมา ถึงคราวที่ข้าจะดวงดีแล้วต่างหาก!"
ราชาลิงจี๋จี๋เหลือบมองศาลเทพเจ้าที่ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะยืดอกเชิดหน้า เดินทอดน่องด้วยท่าทีโอหัง
เดินไปได้สองก้าว ก็หันกลับมาแยกเขี้ยวใส่ลูกเม่นน้อย
"หากวันนี้ข้าผ่านพ้นไปได้อย่างราบรื่น ปลอดภัยไร้กังวลล่ะก็ ข้าจะมาพังเพิงเจ้าแน่! บังอาจมาแช่งข้า~~~"
เฮอะ ข้ามาถึงศาลเทพเจ้าที่แล้ว ยังจะมีผู้ใดทำอันใดข้าได้อีก?
"ท่านเทพเจ้าที่ ข้ามากราบไหว้โขกศีรษะให้ท่านแล้วขอรับ"
เยว่ชวนหัวเราะเบาๆ "เจ้าลิงตัวนี้ ไม่อยู่บนยอดเขาของตัวเองให้ดี ออกมาเพ่นพ่านอันใดข้างนอกเนี่ย?"
ราชาลิงจี๋จี๋ยิ้มเจื่อนๆ
เรื่องนี้พูดไปก็อับอายขายหน้านัก
"ท่านเทพเจ้าที่ขอรับ ข้าตั้งใจมากราบไหว้โขกศีรษะให้ท่านโดยเฉพาะเลยนะขอรับ! ข้าขอร้องให้ท่านช่วยคุ้มครองข้าให้มากหน่อย ไม่ขอลาภยศสรรเสริญอันใด ขอเพียงให้ราบรื่น ปลอดภัยแคล้วคลาดก็พอแล้ว"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น จินฉานที่อยู่ข้างๆ เยว่ชวนก็กลอกตาบนใส่
กล้าพูดจาเช่นนี้ต่อหน้านายท่าน ชาตินี้เจ้าอย่าหวังว่าจะร่ำรวยเลย
เยว่ชวนหัวเราะเบาๆ "ตกลง! ต่อไปข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง!"
"จริงหรือขอรับ?" ราชาลิงจี๋จี๋แทบไม่อยากจะเชื่อ วันนี้ท่านเทพเจ้าที่ช่างพูดง่ายเสียจริง
"เดี๋ยวก่อน ข้ายังหวังว่าจะได้ครอบครองยอดเขาเพิ่มขึ้น มีลูกหลานลิงเพิ่มขึ้น บนเขามีผลไม้เจริญงอกงามมากขึ้น... และทางที่ดี ท่านเทพเจ้าที่โปรดประทานแผ่นอิฐทองแดงให้ข้าเพิ่มอีกสักสองสามก้อนด้วยเถิดขอรับ"
"ได้! ได้! ได้! ไม่มีปัญหา!"
ราชาลิงจี๋จี๋ปีติยินดีอย่างยิ่ง รีบโขกศีรษะรัวๆ เป็นชุด พร้อมพร่ำขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทว่าในเวลานั้นเอง เยว่ชวนก็พลันเอ่ยถามขึ้น "เมื่อวานเจ้าบอกว่า ภายหน้าสุราที่ใช้ดื่มที่นี่ เจ้าจะเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด เป็นความจริงหรือไม่?"
ราชาลิงจี๋จี๋รีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน "ไม่ๆๆ! ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง จะเอามาเป็นจริงเป็นจังได้อย่างไรเล่าขอรับ"
เยว่ชวนส่งเสียง "อ้อ" รับคำหนึ่ง "ข้าก็แค่พูดไปอย่างนั้นเองเหมือนกัน"
ขณะที่ราชาลิงจี๋จี๋กำลังอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง ฝูงเพียงพอนเหลืองก็ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้
ลูกเม่นน้อยเห็นดังนั้นก็ตกใจจนตัวสั่น รีบยกแขนกอดขาขดตัวเป็นลูกหนามทรงกลมทันที
ทว่าเพียงพอนเหลืองกลับไม่ได้สนใจมันเลย
"ได้ยินมาว่าพี่หวงเอ้อร์มักจะมากราบไหว้ที่ศาลแห่งนี้ตั้งแต่เช้าตรู่ ไม่รู้ว่าตอนนี้ยังอยู่หรือไม่"
"พี่หวงเอ้อร์ไม่อยู่ แต่สหายจี๋จี๋อยู่นะ"
"สหายจี๋จี๋ เจ้าก็มาหาพี่หวงเอ้อร์เหมือนกันหรือ?"
ราชาลิงจี๋จี๋รำพึงในใจ: เหตุใดข้าไปที่ใดก็ต้องเจอพวกเจ้าสามพี่น้องตลอดเลยเนี่ย
มันทำได้เพียงยิ้มแหยๆ พร้อมกับพยักหน้ารับ "ใช่ๆๆ ข้าก็มากำลังตามหาพี่หวงเอ้อร์อยู่เหมือนกัน"
"ประเสริฐยิ่ง เช่นนั้นพวกเราไปตามหาด้วยกันเถิด"
จากนั้น ฝูงเพียงพอนเหลืองก็เห็นราชาลิงจี๋จี๋กำลังคุกเข่าอยู่
"เจ้านั่งคุกเข่าทำสิ่งใดอยู่หรือ?"
"อ้อ ข้ากำลังกราบไหว้ท่านเทพเจ้าที่น่ะ... พี่หวงเอ้อร์ก็มากราบไหว้ทุกวัน หากไม่ใช่เพราะข้าอยู่ไกล ข้าก็อยากจะมากราบไหว้ทุกวันเหมือนกัน"
พอเพียงพอนเหลืองได้ยินเช่นนั้น
ไม่ได้การล่ะ! พี่หวงเอ้อร์มากราบไหว้ทุกวัน พวกเราก็ต้องกราบไหว้สักหน่อยแล้ว
"พี่น้องทั้งหลาย ในเมื่อมาถึงที่แล้ว ก็กราบไหว้สักหน่อยก่อนไปเถิด"
"อ๊า สหายจี๋จี๋ ข้าว่าพวกเราช่างมีวาสนาต่อกันนัก มาเถิด พวกเรามากราบไหว้ด้วยกัน"
"ใช่ๆๆ สหายจี๋จี๋ ประเดี๋ยวพวกเรามากราบไหว้ด้วยกันเถิด"
"ข้าด้วย ข้าด้วย"
ฝูงเพียงพอนเหลืองเรียงคิวกันเข้าไปกราบไหว้ และทุกตัวจะต้องดึงราชาลิงจี๋จี๋ไปกราบไหว้พร้อมกันด้วย
ในสายตาของพวกมัน ลิงตัวนี้ช่างกล้าหาญยิ่งนัก กล้าถลึงตาใส่พี่น้องร้อยกว่าตัวของพวกมัน
ไอดอลทำอะไร ข้าก็จะทำตาม นั่นเรียกว่าการกระชับความสัมพันธ์กับไอดอลให้แน่นแฟ้นขึ้น ไม่แน่ว่าภายหน้าข้าอาจจะกล้าหาญขึ้นมาบ้างก็ได้
อีกอย่าง การได้กราบไหว้ร่วมกับราชาลิงจี๋จี๋ ต่อให้ไม่ใช่พี่น้อง ก็เหมือนเป็นพี่น้องกันแล้ว!
น่าสงสารราชาลิงจี๋จี๋ เมื่อครู่เพิ่งจะโขกศีรษะรัวๆ ไปชุดใหญ่
ยามนี้ยังต้องมาถูกฝูงเพียงพอนเหลืองดึงตัวไปโขกศีรษะเรียงตัวอีก
แถมเพียงพอนเหลืองพวกนี้ยังกระตือรือร้นเป็นพิเศษ โขกครั้งเดียวยังไม่พอ ต้องโขกถึงเจ็ดแปดครั้งดังกึกๆ ถึงจะพอใจ
ราชาลิงจี๋จี๋ก็ต้องจำยอมทำตาม!
ที่สำคัญที่สุดคือ ราชาลิงจี๋จี๋รู้ดีว่า ตนเองขอสิ่งใดก็ไม่สมหวัง การโขกศีรษะเหล่านี้ ล้วนเป็นการโขกศีรษะสูญเปล่าทั้งสิ้น
ฝูงเพียงพอนเหลืองรู้สึกว่าพวกตนได้ก้าวตามรอยพี่หวงเอ้อร์เข้าไปอีกก้าวหนึ่ง ทุกตัวต่างเดินออกมาด้วยความอิ่มเอมใจ
"สหายจี๋จี๋ ไปเถิด พวกเราไปตามหาพี่หวงเอ้อร์ด้วยกัน"
ราชาลิงจี๋จี๋ทำได้เพียงฝืนใจเดินตามไป
ขณะที่เดินผ่านเรือนรูปเปลือกไข่ ลูกเม่นน้อยก็กระซิบเสียงแผ่ว "เห็นหรือไม่ ข้าบอกแล้วว่าหว่างคิ้วหมองคล้ำ"
ราชาลิงจี๋จี๋สบถด่าอย่างหัวเสีย "ฝุ่นเกาะเต็มหน้าขนาดนี้ จะไม่คล้ำได้อย่างไร?"
"มันมีเคราะห์เลือดตกยางออกจริงๆ นะนั่น"
ราชาลิงจี๋จี๋ยกมือขึ้นลูบหน้าผาก รู้สึกเปียกๆ เหนียวๆ บัดซบ ถลอกจนเลือดออกจริงๆ ด้วย!
ไอ้เปี๊ยกนี่ มีวิชาไม่เบาเลยแฮะ!
กำลังจะทรุดตัวลงนั่งหน้าเรือนรูปเปลือกไข่เพื่อให้มันช่วยแก้เคล็ด ทว่าฝูงเพียงพอนเหลืองกลับดึงตัวมันให้เดินหน้าต่อไป
"ตามหาพี่หวงเอ้อร์สำคัญกว่านะ"
"ใช่แล้วๆ ตามหาพี่หวงเอ้อร์ให้พบ ลองถามเขาดูว่า พวกเราจะต้องไปอัดผู้ใด!"
"ไปๆๆ รีบไปเถิด ไปหาที่อื่นกันต่อ!"
ราชาลิงจี๋จี๋: ข้าแค่อยากจะกลับบ้าน~~~~
(จบแล้ว)