- หน้าแรก
- วงการบันเทิง เริ่มต้นด้วยการลาออก กลับบ้านไปเลี้ยงหมูดีกว่า
- ตอนที่ 137+138(ฟรี)
ตอนที่ 137+138(ฟรี)
ตอนที่ 137+138(ฟรี)
ตอนที่ 137 เย่ว์เซียน: พวกนายเป็นแฟนคลับตัวปลอมกันหมดเลยใช่ไหม?
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เย่ว์เซียนไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเกี่ยวกับอาการสติแตกของโจวเจิ้นหนาน ที่จัดคอนเสิร์ตชนกับงานแจกลายเซ็นของเขา
ในวันแรงงาน (1 พฤษภาคม) เย่ว์เซียนตื่นแต่เช้าตรู่ แล้วก็เดินทางจากหมู่บ้านฉงเข้าสู่ตัวเมืองก้านโจว
เขานัดเจอกินข้าวกับบรรณาธิการฮวาก่อน จากนั้นก็ฟังบรรณาธิการฮวาอธิบายรายละเอียดงานอย่างยิบย่อย
"คุณเย่ว์เซียน คุณไปพักผ่อนก่อนนะครับ งานแจกลายเซ็นของเราจะเริ่มตอนบ่ายโมงตรง......"
หลังจากฟังบรรณาธิการฮวาพูดฉอดๆ อยู่นาน เย่ว์เซียนก็พอจะเข้าใจภาพรวมทั้งหมด
พอเลยเที่ยง ทั้งสองคนก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานแจกลายเซ็น
ยังไม่ทันจะเข้าตัวอาคาร เย่ว์เซียนก็แว่วได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากไกลๆ
เห็นได้ชัดเลยว่า มีแฟนหนังสือมารออยู่ก่อนแล้วเยอะมาก
พอลงจากรถ มองไปรอบๆ ก็เห็นคลื่นฝูงชนมหาศาลล้อมรอบพิพิธภัณฑ์เอาไว้จนแน่นขนัด
ภายใต้การนำทางของบรรณาธิการฮวา เย่ว์เซียนก็เดินเลี่ยงประตูด้านหน้า แล้วเข้าทางประตูหลังแทน
ภายในอาคารออกแบบให้มีเพดานสูงลิ่ว บนโดมกระจกมีโคมไฟระย้าหรูหราห้อยระย้าลงมา ดูอลังการมาก
บรรณาธิการฮวารีบขึ้นไปบนเวทีก่อน เพื่อกล่าวเปิดงาน
"สวัสดีตอนบ่ายครับทุกคน ผมฮวาซิน ผู้รับผิดชอบงานแจกลายเซ็นในครั้งนี้ครับ
วันนี้คนมาเยอะมากเลยนะครับ ทุกคนอยากเจอเย่ว์เซียนกันมากเลยใช่ไหมครับ?......"
แฟนหนังสือหลายคนที่อยู่ด้านล่าง พอได้ยินชื่อของบรรณาธิการฮวา ก็อดไม่ได้ที่จะชะงักไปนิดนึง
บางคนถึงกับหลุดขำออกมา
ฮวาซิน (พ้องเสียงกับคำว่า 花心 ที่แปลว่า เจ้าชู้)!
แม้แต่เย่ว์เซียนที่ยืนหลบอยู่หลังป้ายสแตนดี้เตรียมตัวจะออกไป ก็ยังอดกลั้นขำไม่ได้
ตอนที่เขาได้ยินชื่อเต็มของบรรณาธิการฮวาเป็นครั้งแรก เขาก็แอบคิดเหมือนกันว่าชื่อนี้มันช่างตั้งมาได้ดีจริงๆ
แต่พอได้ยินประโยคต่อมาของบรรณาธิการฮวา ทุกคนก็ยิ่งขำกันเข้าไปใหญ่
นี่มันถามอะไรโง่ๆ เนี่ย?
อุตส่าห์ดั้นด้นเดินทางมาตั้งไกลขนาดนี้ จะให้มาเพื่อเจอหน้าบรรณาธิการฮวาซินหรือไง?
แฟนหนังสือหลายคนถึงกับส่งเสียง "โห่" ออกมาดังลั่น บางคนก็ตะโกนขึ้นมาว่า
"เย่ว์เซียนล่ะ?! เย่ว์เซียนอยู่ไหน?!"
ปฏิกิริยาแบบนี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังไล่ให้พิธีกรอย่างบรรณาธิการฮวารีบๆ ลงจากเวทีไปซะ
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของแฟนหนังสือ บรรณาธิการฮวาก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดัน
พอเห็นว่ามีแฟนหนังสือบางคนถึงกับเงื้อขวดน้ำแร่ในมือขึ้นมา บรรณาธิการฮวาก็ยิ่งใจคอไม่ดี
คงไม่ปาใส่เขาหรอกใช่ไหม?
นี่การเป็นพิธีกรมันเสี่ยงอันตรายถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?
พอคิดแบบนี้ บรรณาธิการฮวาก็รีบเร่งจังหวะการแนะนำตัวให้เร็วขึ้น
"ถ้าอย่างนั้น ลำดับต่อไป ขอเชิญทุกคนพบกับเย่ว์เซียนครับ"
เมื่อสิ้นเสียง เย่ว์เซียนที่ซ่อนตัวอยู่หลังป้ายสแตนดี้ ก็ค่อยๆ ก้าวออกมาเผยตัว
วันนี้เย่ว์เซียนสวมชุดสูทลำลอง รูปร่างที่สูงโปร่งดูดีเข้ากับชุดสูทที่ตัดเย็บอย่างประณีต ดึงดูดสายตาของแฟนหนังสือนับไม่ถ้วนได้ในทันที
และทันทีที่เขาปรากฏตัว แฟนหนังสือทั้งฮอลล์ก็ตื่นเต้นดีใจกันสุดขีด
แฟนหนังสือนับไม่ถ้วนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดถ่ายรูปกันรัวๆ
มีหลายคนที่แบกกล้องเลนส์ซูมตัวเบ้อเริ่มมาด้วย ก็เล็งกล้องไปที่เย่ว์เซียนแล้วกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง
ในขณะเดียวกัน เสียงพูดคุยก็ดังกึกก้องไปทั่ว
"อ๊ากกกกก! นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันได้เห็นตัวจริงของไอ้หมานักเขียน!"
"ฉันแทบจะเป็นลมแล้ว ไม่คิดเลยว่าตัวจริงของหมาเย่ว์จะหล่อกว่าในรูปอีก!"
"ไอ้หมานักเขียนกลับวงการบันเทิงเถอะ! ถ้าเขากลับวงการบันเทิง ฉันจะขอเป็นหัวหน้าแฟนคลับของเขาทันที เอ๊ะ ไม่สิ ตอนนี้ฉันก็เป็นหัวหน้าแฟนคลับของเขาอยู่นี่นา......"
"โอ๊ย เย่ว์เซียนมาแล้ว! หัวใจฉันเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาแล้วเนี่ย!"
เมื่อสัมผัสได้ถึงแสงแฟลชที่สาดส่องเข้ามา เย่ว์เซียนก็รับรู้ได้ถึงความกระตือรือร้นของแฟนหนังสือ
แต่ทว่า พอเขาได้ยินคำเรียกสารพัดรูปแบบ อย่าง "ไอ้หมานักเขียน", "หมาเย่ว์", "เย่ว์วันละตอน ", "เทพแห่งการขุดหลุม" ฯลฯ เย่ว์เซียนก็รู้สึกว่าเส้นเลือดที่ขมับมันเต้นตุบๆ
นี่ใช่แฟนหนังสือของเขาจริงๆ เหรอเนี่ย?!
หรือว่าจะเป็นพวกแอนตี้แฟนที่แฝงตัวมา?!
มุมปากของเย่ว์เซียนกระตุกยิกๆ เขากำลังจะหยิบไมโครโฟนขึ้นมาทักทาย ก็มีเสียงผู้หญิงที่ทรงพลังและดังกังวานทะลุทะลวงแก้วหูดังขึ้นมาว่า
"หมาเย่ว์ นายกินข้าวหรือยัง?! "
สงสัยคงจะตะโกนสุดเสียง เสียงของแฟนหนังสือคนนี้ก็เลยเพี้ยนไปนิดหน่อย
ทำให้ประโยค "นายกินข้าวหรือยัง" ฟังดูคล้ายๆ กับ "นาย, กิน, ขี้, หรือ, ยัง?! "
ตอนแรกเย่ว์เซียนก็ถึงกับอึ้งไปหลายวินาทีกับเสียงตะโกนอันทรงพลังนี้
แต่พอตั้งใจฟังว่าแฟนหนังสือคนนั้นพูดอะไร เขาก็ต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ
อะไรนะ?!
แถมยังถามอีกนะว่า "นายกินขี้หรือยัง!"
เย่ว์เซียนหยิบไมโครโฟนขึ้นมา น้ำเสียงแฝงความปลงตกว่า
"พวกนายทุกคนเป็นแฟนคลับตัวปลอมกันหมดเลยใช่ไหมเนี่ย?!"
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเย่ว์เซียน บรรดาแฟนหนังสือก็หัวเราะกันอย่างบ้าคลั่ง
"พลังเสียงของพี่สาวคนนี้โหดมาก! ฉันรู้สึกเหมือนเธอกำลังด่าเขาอยู่เลย แต่ฉันไม่มีหลักฐาน!"
"ใช่ๆๆ พวกเราคือแฟนคลับตัวปลอม! ดูสิว่าเย่ว์เซียนงงเป็นไก่ตาแตกขนาดไหน!"
"ทำไมฉันรู้สึกเหมือนโดนด่าเลยอะ?!"
"ดูหน้าเย่ว์เซียนสิ! ฮ่าๆๆๆ!"
หลังจากจบเรื่องตลกในช่วงต้น เย่ว์เซียนก็ให้สัญญาณเริ่มงานแจกลายเซ็น
แฟนหนังสือทุกคนเข้าแถวเรียงหน้ากระดานเลื่อนผ่านโต๊ะไปทีละคน แต่ละคนก็มีเวลาจำกัดในการพูดคุย
สามารถขอลายเซ็น ถ่ายรูปคู่ และพูดคุยกับเย่ว์เซียนได้สั้นๆ
คนแรกในคิวเป็นเด็กสาวใส่หมวกเบเรต์ ถักเปียสองข้าง
หน้าเธอแดงก่ำด้วยความตื่นเต้นมาตั้งนานแล้ว เธอเอามือปิดหน้า พยายามกลั้นยิ้มที่มุมปากอย่างสุดความสามารถ
เมื่อเห็นสตาฟฟ์ส่งสัญญาณให้เข้าไปได้ เธอก็รีบพุ่งเข้าไปหาเย่ว์เซียน น้ำเสียงยังคงสั่นเครือด้วยความตื่นเต้น
"หมาเย่ว์... เอ๊ะ ไม่ใช่สิ คุณเย่ว์เซียน! ฉันชอบคุณมากๆ เลยนะคะ!"
เย่ว์เซียนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ก็ได้ยินคำว่า "หมาเย่ว์" ที่หลุดออกมาตอนแรกชัดเจน เขาเลยพยักหน้าตอบรับอย่างเยือกเย็น
หลุดคำว่า "หมาเย่ว์" ออกมาแบบนี้ แสดงว่าตื่นเต้นจริงๆ สินะ
นี่แหละคือเสียงจากใจของแฟนหนังสือคนนี้จริงๆ
เมื่อเห็นแฟนหนังสือคนนี้เลื่อนหนังสือ 'หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว' มาให้ เย่ว์เซียนก็เซ็นชื่อตัวเองลงไปอย่างคล่องแคล่ว
จากนั้นก็พูดประโยคที่ทำให้คนฟังแทบจะสำลักออกมาว่า
"นอกจากคำว่า 'หมาเย่ว์' แล้ว พวกคุณไม่มีฉายาที่มันฟังดูดีกว่านี้เลยเหรอ?!"
พอเจอเย่ว์เซียนตัวเป็นๆ เด็กสาวก็พยักหน้ารัวๆ ด้วยความตื่นเต้น จนตอบกลับไปตามสัญชาตญาณโดยไม่ทันคิด
"ยังมี 'ไอ้หมาจอมตัดจบ' 'หมาเซียน' 'เย่ว์ฮัสกี้' อีกนะคะ..."
พอร่ายยาวออกมาเป็นชุด เด็กสาวถึงเพิ่งจะรู้ตัว เธอเบิกตากว้าง รีบเอามือปิดปากตัวเองทันที
"หมาเย่ว์ เอ๊ะ ไม่ใช่สิ เย่ว์เซียน เมื่อกี้ฉันไม่ได้พูดอะไรเลยนะ!"
หึๆ
เขาได้ยินเต็มสองหูแล้วล่ะ
พอได้ยินฉายาแปลกๆ สารพัดชื่อ เย่ว์เซียนก็รู้สึกว่ามีแค่รูปมีมเดียวเท่านั้นที่จะบรรยายความรู้สึกของเขาในตอนนี้ได้
โกรธนะ แต่ก็ต้องฝืนยิ้มเอาไว้!
ฉันล่ะขอบใจแฟนคลับพวกนี้จริงๆ!
ตอนที่ 138 อยากพูดอะไรกับแฟนหนังสือมากที่สุด?! เย่ว์เซียน: รีบกลับไปอาบน้ำนอนซะเถอะ!
ถึงแม้ว่างานแจกลายเซ็นจะเต็มไปด้วยผู้คนมหาศาล แต่ความจริงแล้ว ความเร็วในการเลื่อนผ่านโต๊ะยาวของแต่ละคนก็ค่อนข้างรวดเร็วทีเดียว
เพื่อเห็นแก่คนที่ต่อคิวอยู่ข้างหลัง แฟนหนังสือส่วนใหญ่ก็มีมารยาท ไม่ใช้เวลาของเย่ว์เซียนนานจนเกินไป
แฟนหนังสือบางคนก็ตื่นเต้นดีใจที่ได้ถ่ายรูปคู่กับเย่ว์เซียน แฟนหนังสือบางคนก็ขอจับมือกับเย่ว์เซียนด้วยความตื่นเต้น และก็ยังมีแฟนหนังสือบางคนที่ไม่เพียงแต่ขอลายเซ็นธรรมดา แต่ยังขอเขียนข้อความถึงตัวผู้รับด้วย
แน่นอนว่า ส่วนที่สนุกที่สุดก็คือการประลองฝีปากระหว่างเย่ว์เซียนกับแฟนหนังสือ
อย่างเช่น มีแฟนหนังสือคนหนึ่งเข้ามาถามอย่างจริงจังว่า
"ทำยังไงถึงจะต้มซุปไม่ใส่เนื้อ แต่กลับมีกลิ่นหอมของเนื้อได้ล่ะครับ?"
ตอนแรกก็นึกว่าเป็นคำถามปกติ แต่เย่ว์เซียนกลับตอบกลับไปแบบไม่ต้องคิดว่า
"ใส่นิ้วลงไปสิ"
????
ใส่นิ้วลงไป?!
บ้าบอคอแตก ใส่นิ้วลงไปเนี่ยนะ!
แฟนหนังสือคนนั้นถึงกับหน้าชาไปเลย!
ไม่น่าถามคำถามนี้เลยจริงๆ!
ผ่านไปอีกสักพัก ก็มีแฟนหนังสือร่างอวบคนหนึ่ง ลูบเหนียงของตัวเองแล้วถามด้วยความกังวลว่า
"เย่ว์เซียน หน้าฉันอ้วนอะ กินอะไรถึงจะหน้าเรียวได้?"
เย่ว์เซียนเงยหน้าขึ้นมองแฟนหนังสือที่อ้วนจนมองไม่เห็นคอคนนี้ แล้วก็หลุดมาแค่สองคำสั้นๆ
"ใช้มีดฝานสิ (มีดฝาน มักใช้เรียกบะหมี่ฝาน)"
ใช้มีดฝานสิ?!
แฟนหนังสือคนนั้นถึงกับอึ้งไปเลย พอตั้งสติได้ ก็จ้องเย่ว์เซียนเขม็งเหมือนเห็นผี
นายเห็นฉันเป็นมันฝรั่งหรือไง?!
เอามีดฝานปุ๊บก็เรียบปั๊บเลยเหรอ?!
บ่นในใจไปหนึ่งยก แฟนหนังสือคนนี้ก็ยังไม่ยอมแพ้ ถามต่อว่า
"เย่ว์เซียน คุณมีอะไรอยากจะบอกกับแฟนหนังสือพวกเรามากที่สุดไหมคะ?!"
พอคำถามนี้ถูกถามออกไป ความอยากรู้อยากเห็นของแฟนหนังสือก็พุ่งกระฉูดทันที
เย่ว์เซียนจะพูดอะไรนะ?!
จะพูดจนแฟนหนังสือซึ้งจนน้ำตาไหลเลยไหม?!
หรือว่าจะต้องมีเรียงความยาวเหยียดที่ทำให้ซาบซึ้งใจแน่ๆ?!
ภายใต้สายตาที่จับจ้องของทุกคน ก็เห็นเย่ว์เซียนบิดขี้เกียจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเนือยๆ
"สิ่งที่ผมอยากจะพูดในตอนนี้ก็คือ ถ้าทุกคนเหนื่อยแล้ว ก็รีบกลับไปอาบน้ำนอนซะเถอะ"
เซ็นมาตั้งนานแล้ว มือเขาแทบจะหักอยู่แล้วเนี่ย!
คำพูดที่หักมุมแบบกู่ไม่กลับนี้ ทำเอาแฟนหนังสือนับไม่ถ้วนถึงกับแทบจะล้มทั้งยืน
รีบกลับไปอาบน้ำนอน?!
ให้ตายเถอะ!
นี่มันใช่สิ่งที่ควรจะพูดกับแฟนหนังสือเหรอ?!
นี่มันเป็นเสียงบ่นในใจของหมอนี่ชัดๆ!
แถมยังเอาคำว่าหวังดีต่อแฟนหนังสือมาบังหน้าอีก ไอ้หมานักเขียนนี่มันเจ้าเล่ห์จริงๆ!
ในเวลานี้ แฟนหนังสือที่อยู่ใกล้ๆ โต๊ะแจกลายเซ็น ก็พากันตะโกนขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกัน
"ฉันไม่เหนื่อย"
พอสิ้นเสียง แฟนหนังสือก็เริ่มซุบซิบกัน
"ไอ้หมานักเขียนต้องเป็นฝ่ายเหนื่อยแน่ๆ!"
"หมอนี่ต้องสงสารมือตัวเองแน่ๆ ฉันจะไม่ยอมให้เขาได้พักหรอก!"
"หมาเซียนจงใจบอกว่าดึกแล้ว เขาเซ็นจนเหนื่อยแล้วล่ะสิ!"
"ไม่น่าไปหวังอะไรจากเขาเลย! เสียแรงที่ฉันอุตส่าห์เปิดกล้องอัดวิดีโอไว้!"