เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 82 แก๊งสี่คนของไช่สวี่คุนถึงกับมึน! นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น?!(ฟรี)

ตอนที่ 82 แก๊งสี่คนของไช่สวี่คุนถึงกับมึน! นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น?!(ฟรี)

ตอนที่ 82 แก๊งสี่คนของไช่สวี่คุนถึงกับมึน! นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น?!(ฟรี)


ตอนที่ 82 แก๊งสี่คนของไช่สวี่คุนถึงกับมึน! นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น?!

ในขณะเดียวกัน นักเรียนมัธยมปลายหลายคนก็เริ่มนึกย้อนกลับไป

ตอนแรกเย่ว์เซียนก็อยู่ในวงการบันเทิงดีๆ อยู่แล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงย้ายมาอยู่วงการวรรณกรรมได้ล่ะ?!

นั่นก็เพราะยัยเปียนเซียวกับพรรคพวกสร้างเรื่องไงล่ะ

ถ้าไม่ใช่เพราะพวกนั้นหาเรื่อง เย่ว์เซียนจะโดนบีบให้ออกจากวงการเหรอ?!

ถ้าเย่ว์เซียนยังอยู่ในวงการบันเทิง ข้อสอบเกาเข่าปีนี้มันจะยากมหาหินขนาดนี้ไหม?!

อ้าวเฮ้ย!

ที่แท้ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็คือยัยเปียนเซียวกับแก๊งสี่คนนี่เอง!

ยิ่งคิดก็ยิ่งแค้น นักเรียนมัธยมปลายทั้งหลายก็รู้สึกเหมือนได้เบาะแสสำคัญ และได้ค้นพบความจริงของเรื่องราวทั้งหมดแล้ว!

ทุกอย่างมันเป็นความผิดของยัยเปียนเซียวกับพรรคพวกนี่แหละ!

ไม่นานนัก เวยป๋อของเปียนเซียวกับคนอื่นๆ ก็ถูกถล่มจนเละเทะ

ตอนที่เปียนเซียวได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากเวยป๋อดังรัวๆ เธอก็แอบดีใจขึ้นมานิดๆ

นี่ซีรีส์เว็บที่เธอเพิ่งถ่ายจบได้ออนแอร์แล้วเหรอ?

ชาวเน็ตได้เห็นฝีมือการแสดงของเธอ แล้วก็กลับมาเป็นแฟนคลับของเธออีกครั้งแล้วใช่ไหม?

ถ้าเธอสามารถใช้โอกาสนี้สร้างกระแสได้ หนทางสู่ความโด่งดังก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว!

พอคิดแบบนี้ เปียนเซียวก็เผลอยิ้มออกมา แล้วรีบเปิดเวยป๋อขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

แต่พอสายตาไปสะดุดกับคอมเมนต์ของชาวเน็ต รอยยิ้มของเธอก็แข็งค้างไปเลย

"ยัยเปียนเซียว นังงูพิษ! เป็นเพราะเธอคนเดียวที่ทำให้เย่ว์เซียนออกจากวงการ [อ้วก]!"

"เธอรีบไปขอร้องให้เย่ว์เซียนกลับมาวงการบันเทิงเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นฉันจะตามด่าเธอไปตลอดชีวิตเลย!"

"ถ้าไม่สามารถเชิญเย่ว์เซียนกลับมาวงการบันเทิงได้ล่ะก็ ซีรีส์ที่เธอเล่นฉันจะไม่มีวันดู สินค้าที่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ฉันก็จะไม่มีวันซื้อ! [ฮึ่มซ้าย][ฮึ่มขวา]"

"ยัยตัวการเปียนเซียว! รีบไปอ้อนวอนให้เย่ว์เซียนกลับมาซะ! [หน้าหมา]"

ในตอนนี้ ไม่ใช่แค่เปียนเซียวเท่านั้น แต่เวยป๋อของไช่สวี่คุน, ฮั่วเฉินยวี่ และตู้ฉุน ก็ถูกกองทัพนักเรียนมัธยมปลายบุกถล่มเหมือนกัน

ในตอนนั้น ไช่สวี่คุนเพิ่งจะแสดงคอนเสิร์ตงานจ้างงานหนึ่งจบ ซึ่งเป็นงานที่พอจะช่วยพยุงค่าใช้จ่ายในสตูดิโอไปได้บ้าง

พอรับโทรศัพท์คืนมาแล้วล็อกอินเข้าเวยป๋อ เขาก็กะว่าจะได้เห็นดอกไม้ เสียงปรบมือ และคำชมเชยเยินยอจากแฟนคลับ

แต่ใครจะคิด พอมองไปทางไหนก็เจอแต่คำพูดประชดประชันถากถางจากคนที่ไม่ใช่แฟนคลับ

"ร้องเพลงภาษาอังกฤษแท้ๆ ยังจะกล้าบอกว่าได้รางวัลเพลงภาษาจีนอีก หน้าหนาจริงๆ นะเนี่ย!"

"รีบไปเชิญเย่ว์เซียนกลับเข้าวงการบันเทิงเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าไม่ไปเชิญเขามาล่ะก็ ฉันจะตามรังควานนายไม่เลิกแน่!"

"ถ้าการขอโทษมันใช้ได้ผล แล้วเราจะมีตำรวจไว้ทำไม? ต้องไปเชิญเย่ว์เซียนกลับเข้าวงการบันเทิงให้ได้สิถึงจะได้ผล!"

"คำเตือน! นายถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของฉันแล้วนะ ถ้าอยากจะออกมาล่ะก็ ต้องไปเชิญเย่ว์เซียนกลับเข้าวงการบันเทิงให้ได้ก่อน!"

เมื่อเห็นว่าคอมเมนต์ทุกอันต่างก็พาดพิงถึงเย่ว์เซียน มุมปากของไช่สวี่คุนก็กระตุกยิกๆ

ทำไมถึงเป็นเย่ว์เซียนอีกล่ะ?!

นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น!

ทำไมชีวิตเขาถึงสลัดเย่ว์เซียนไม่หลุดเลยเนี่ย?

ทางด้านฮั่วเฉินยวี่ ที่กำลังรับจ้างเป็นนักร้องตามงานอีเวนต์ต่างๆ ก็กำลังไลฟ์สดพูดคุยกับแฟนๆ อยู่พอดี

เขากำลังจะเอ่ยปากทักทายแฟนคลับ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ เขาก็ต้องอึ้งกับคอมเมนต์ที่หลั่งไหลเข้ามาเต็มหน้าจอ

"ทุกครั้งที่ร้องเพลงเหมือนหมาหอนผีหลอกเลย?! มีแต่พวกแฟนคลับหน้ามืดตามัวเท่านั้นแหละที่อวยนาย!"

"ไอ้ผีบ้าเอ๊ย! ถ้านายสามารถเชิญเย่ว์เซียนกลับมาได้ ฉันจะไม่ถือสาเรื่องที่นายแกล้งทำตัวเป็นอัจฉริยะทางดนตรีที่เป็นออทิสติก ไม่รู้ประสีประสาโลกภายนอก ตอนที่เพิ่งเดบิวต์อีกต่อไปเลย!"

"รีบไปเชิญเย่ว์เซียนกลับมาเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นต่อไปนี้ฉันจะตามด่านายทุกวันเลย ว่านายชอบทำตัวลึกลับซับซ้อน ดัดจริตเสแสร้ง ทำตัวเหมือนผีเข้าทรงเต้นรำ..."

"แงๆๆๆ! เป็นเพราะนายคนเดียวนั่นแหละที่ไปแหย่เย่ว์เซียนจนเขาโมโห ตอนนี้เขาก็เลยมาสร้างความเดือดร้อนให้พวกเรา ทำไมพวกเราถึงซวยขนาดนี้......"

.

เมื่อเห็นคอมเมนต์ด่าทอตัวเองเต็มหน้าจอ ฮั่วเฉินยวี่ก็รู้สึกว่าแป้งที่พอกหน้าไว้แทบจะกลบความโกรธของเขาไม่อยู่แล้ว

เขาอุตส่าห์ขอโทษไปตั้งนานแล้ว ประกาศตัวว่าจะเป็นคนใหม่แล้วด้วย

ทำไมจู่ๆ ถึงโดนด่าฟรีๆ อีกล่ะเนี่ย?!

ส่วนนักแสดงอย่างตู้ฉุน เขากลัวว่าหัวใจดวงน้อยๆ ของตัวเองจะรับคำวิจารณ์ของชาวเน็ตไม่ไหว ก็เลยชิงปิดช่องคอมเมนต์ไปตั้งแต่เนิ่นๆ แล้ว

ในตอนนี้ ในใจของทั้งสี่คนเหลือเพียงคำถามเดียว

ชาตินี้พวกเขาจะไม่มีวันหนีพ้นจากคำสาปของชื่อเย่ว์เซียนเลยใช่ไหมเนี่ย?!

หลังจากที่นักเรียนมัธยมปลายนับไม่ถ้วนได้กระหน่ำด่าดาราทั้งสี่คนที่ทำให้เย่ว์เซียนต้องออกจากวงการไปอย่างเมามันแล้ว หลายคนก็เริ่มดึงสติกลับมาได้

ก็ดาราทั้งสี่คนนั้นตกต่ำจนกลายเป็นแค่คนชายขอบในวงการบันเทิงไปแล้วนี่นา จะมีอิทธิพลอะไรไปเปลี่ยนใจเย่ว์เซียนได้ล่ะ?!

หลายคนจึงเบนเข็มกลับไปพึ่งพารายการ 'มาทำฟาร์มกันเถอะ' อีกครั้ง

ก็รายการนี้นี่แหละที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเย่ว์เซียนแบบตัวต่อตัวเลยนี่นา

ถ้าเราไปบอกทีมงานรายการ แล้วให้ทีมงานรายการไปบอกเย่ว์เซียนอีกที มันก็เท่ากับว่าเราได้บอกเย่ว์เซียนทางอ้อมแล้วไม่ใช่เหรอ?

พอคิดแบบนี้ ดวงตาของนักเรียนมัธยมปลายหลายคนก็เป็นประกายขึ้นมา

และคราวนี้ ก็ถึงคิวของทีมงานรายการ 'มาทำฟาร์มกันเถอะ' ที่ต้องมายืนงงในดงลมหนาวบ้างแล้วล่ะ

ตอนนั้นผู้กำกับเพิ่งจะสั่งภารกิจใหม่ให้ดารารับเชิญทั้งหกคนไปหมาดๆ

ผู้กำกับกำลังนึกภาพว่า ภารกิจวันนี้จะต้องดันยอดวิวให้พุ่งกระฉูดติดเทรนด์ฮิตอย่างแน่นอน

พอดาราระดับท็อปของวงการทั้งหกคนมารวมตัวกัน ความหล่อความสวยนี่มันทะลุจอเลยนะ

ดูซาอี้กับเสี่ยวเย่ว์เย่ว์สิ หน้าด้านหน้าทนกันซะไม่มี!

นี่มันทุ่มเทเพื่อเรตติ้งของรายการสุดๆ ไปเลย ผู้กำกับถึงกับจินตนาการภาพพาดหัวข่าวของวันพรุ่งนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

แล้วดูมี่มี่กับเร่อปา สองสาวสวยนี่สิ

แค่เสื้อผ้าหน้าผมก็ล้ำนำเทรนด์แฟชั่นไปไกลแล้ว การันตีความปังแน่นอน!

แถมยังมีเชาเยว่ น้องน้อยผู้นำโชคอีก

รับรองว่าจะต้องทำให้เกิดกระแสอิจฉาริษยา "ใต้ต้นเลมอนมีผลเลมอน ใต้ต้นเลมอนมีฉันและเธอ" ขึ้นมาอีกระลอกแน่ๆ

ในขณะที่ผู้กำกับกำลังหันกลับไปดูที่หน้าจอไลฟ์สดอย่างอารมณ์ดี เพื่อดูว่ายอดผู้ชมออนไลน์จะพุ่งทำสถิติใหม่หรือเปล่า เขาก็ต้องยืนอึ้งไปเลย

ยอดผู้ชมออนไลน์มันพุ่งสูงกว่าก่อนหน้านี้เยอะมากจริงๆ ทะลุสามแสนคนไปแล้ว!

แต่ทำไมคอมเมนต์มันถึงได้ดูแปลกๆ ไปล่ะ?

"เร่อปา เร่อปา ฉันรักเธอ รีบไปกล่อมให้เย่ว์เซียนมาเล่นซีรีส์ทีเถอะ! ฉันขอเป็นแกนนำสนับสนุนเลย!"

"โจวเซิง สนใจจะชวนเย่ว์เซียนมาร้องเพลงด้วยกันไหม?! ถึงเขาจะร้องเพลงเพี้ยน แต่ฉันว่ายังพอมีทางรอดนะ..."

"บอสหยาง รีบดึงตัวเย่ว์เซียนมาเข้าสังกัดเถอะ! [คุกเข่าขอร้อง] ถ้าเย่ว์เซียนมาเล่นซีรีส์ของบอสหยาง รับรองว่าเรตติ้งกระฉูดแน่นอน!"

"น้องเชาเยว่ เธอลองจับคู่กับเย่ว์เซียนตั้งเป็นวงดูสิ รับรองว่าปังกว่าใครเพื่อนแน่ๆ!"

"เสี่ยวเย่ว์เย่ว์ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ลองชวนเย่ว์เซียนไปเล่นตลกดูไหม?! [แนะนำ]"

"ขอร้องล่ะ ช่วยเกลี้ยกล่อมให้เย่ว์เซียนกลับวงการบันเทิงทีเถอะ! อย่าปล่อยให้เขามาสร้างความเดือดร้อนให้พวกเราเหล่าเด็กม.ปลายอีกเลย [เศร้า]"

มองดูข้อความที่วิ่งเร็วปรื๊ดๆ จนอ่านแทบไม่ทัน ผู้กำกับก็พอจะจับใจความสำคัญได้แล้ว

นี่มันกำลังเรียกร้องให้เย่ว์เซียนเปลี่ยนอาชีพชัดๆ!

นี่มันเกิดอะไรขึ้นเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วเนี่ย?!

ตกลงว่ารายการของเขากลายเป็นแค่โทรโข่งถ่ายทอดคำพูดไปแล้วใช่ไหมเนี่ย?

ผู้กำกับรู้สึกอย่างสุดซึ้งเลยว่า ก่อนจะตั้งชื่อรายการ เขาควรจะไปหาซินแสดูดวงสักหน่อย!

ไม่งั้นทำไมรายการ 'มาทำฟาร์มกันเถอะ' ถึงได้ทำตัวเหมือนเป็นลูกจ้างให้เย่ว์เซียนอยู่ทุกวันแบบนี้ล่ะ?!

ในขณะที่ผู้กำกับกำลังคับแค้นใจอยู่นั้น สายตาของเขาก็ดันไปสะดุดกับคอมเมนต์นึงเข้าพอดี

"ผู้กำกับล่ะ? ฉันเห็นผู้กำกับวันๆ เอาแต่นั่งว่างๆ ไม่ทำอะไรเลย?! ทำไมไม่รีบเซ็นสัญญาเอาตัวเย่ว์เซียนไปอยู่วงการบันเทิงซะล่ะ...

......

ผู้กำกับถึงกับยืนงงในดงลมหนาวเลยทีเดียว

ใครว่างไม่ทำอะไรวะ?!

เขางานยุ่งจะตายอยู่แล้วรู้ไหม?!

ส่วนเรื่องจะดึงตัวเย่ว์เซียนมาเซ็นสัญญา?!

เหอะๆ

ผู้กำกับนึกถึงประโยคนึงขึ้นมาได้ ซึ่งมันตรงกับสถานการณ์ตอนนี้มาก

ความฝันกับความเพ้อฝัน มันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่แค่นิดเดียวเองนะ

จบบทที่ ตอนที่ 82 แก๊งสี่คนของไช่สวี่คุนถึงกับมึน! นั่งอยู่บ้านเฉยๆ งานก็เข้าซะงั้น?!(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว