- หน้าแรก
- มหายุคแห่งเจ้านครต่างโลก สุ่มบัฟวันละหนึ่งอย่าง
- บทที่ 252 โกง! ต้องโกงแน่ๆ!
บทที่ 252 โกง! ต้องโกงแน่ๆ!
บทที่ 252 โกง! ต้องโกงแน่ๆ!
นี่คือความคิดของเจ้านครประเทศอิงฮวาส่วนใหญ่
การได้อยู่รุ่นเดียวกับอวิ๋นเกอ ช่างโชคร้ายมาแปดชั่วโคตร
เรื่องการพัฒนาตนเองเป็นปัญหาก็ช่างเถอะ แถมบางครั้งบางคราวยังต้องโดนอวิ๋นเกอแวะมาปล้นสะดมอยู่บ่อยๆ
พวกเขาเหลือทนแล้วจริงๆ
หากกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ตัดสินว่าเป็นการโกง พวกเขาจะต้องร้องขอให้อวิ๋นเกอถอนตัวจากรุ่นนี้ให้ได้!
ส่วนเรื่องที่จะมาใหม่ในรุ่นหน้าหรือ?
นั่นมันเกี่ยวอะไรกับพวกเขาล่ะ?
ขอแค่ไม่ต้องอยู่รุ่นเดียวกันกับตนเองก็พอแล้ว
ราชวงศ์ฉินมีคำกล่าวเอาไว้ไม่ใช่หรือว่า 'สหายพรตตายแต่ข้าผู้ยากไร้ไม่ตาย'
แต่ว่าในเวลานี้เจ้านครบางส่วนที่ย้ายออกจากเขตไปแล้ว หลังจากได้รับข่าวนี้ก็ถึงกับหน้าเหวอไปตามๆ กัน
พวกเขาย้ายเขตเพื่อหลบหนีอวิ๋นเกอโดยเฉพาะ แต่ตอนนี้เจ้ากลับมาบอกข้าว่า เขาอาจจะกลับมาใหม่ในปีหน้างั้นหรือ?
แล้วที่ข้าย้ายออกไปมันไม่สูญเปล่าหรอกหรือวะ?!
ขอให้กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์คุ้มครอง อวิ๋นเกอต้องไม่ได้โกงสิ
ถึงแม้ว่าแต้มขนาดนี้มันจะดูพิลึกพิลั่นไปหน่อยก็เถอะ
แต่ในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์มีเรื่องแปลกประหลาดมากมาย เผื่อว่ามันจะเป็นไอเทมเพิ่มผลลัพธ์แต้มอะไรเทือกนั้นก็ได้นี่นา ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
อืม สมเหตุสมผล!
เพื่อที่จะโน้มน้าวตนเอง พวกเขาก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจไปไม่น้อยเลยทีเดียว
แต่ไม่ว่าคนเหล่านี้จะคิดเช่นไร ความเป็นจริงก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงไปตามเจตนารมณ์ของพวกเขาได้
กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ก็ให้คำตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
[ประกาศกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์: การตรวจสอบตนเองเสร็จสิ้น แหล่งที่มาของแต้มทั้งหมดในครั้งนี้สอดคล้องกับกฎของสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์ ไม่มีพฤติกรรมการโกงใดๆ ทั้งสิ้น และกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ก็ไม่มีบั๊ก ขอให้เจ้านครทุกท่านพยายามด้วยตนเอง และค้นหาปัญหาจากตัวของพวกท่านเอง]
"……" ×N
กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์หมายความว่าอย่างไรกัน?
นี่มันไม่ได้หมายความว่า อ่อนหัดก็ยอมรับมาเถอะ ไม่เห็นต้องไปอิจฉาคนอื่นเลย ไม่ใช่หรือ?
เจ้ากฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ผู้ดูซื่อตรงเอ๋ย เจ้าถึงกับรู้จักประชดประชันคนอื่นแล้วหรือ!
เดิมทีอวิ๋นเกอยังรู้สึกประหม่าอยู่เล็กน้อย แต่หลังจากเห็นประกาศนี้ เขาก็โล่งใจอย่างเต็มที่
แม้ว่าในทางทฤษฎีแล้ว การเพิ่มผลลัพธ์ร้อยเท่าของเขามันจะดูเหมือนการโกงจริงๆ ก็เถอะ
แต่ปัญหาก็คือ นี่มันเป็นผลจากพรสวรรค์ของเขานี่นา
และพรสวรรค์ ในสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์นั้น ถือเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล ถูกต้องตามกฎหมาย และถูกต้องตามข้อบังคับ
ต่อให้พรสวรรค์ของเจ้าจะหลุดโลกแค่ไหน นั่นก็ไม่นับว่าเป็นการโกง
"ข้าไม่ยอม! กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ต้องเข้าข้างเขาแน่ๆ!"
"ใช่แล้ว! ข้าจะร้องเรียน!"
ช่องสนทนาโลกในเวลานี้ยังคงกัดไม่ปล่อย
จะให้พวกเขายอมรับว่าตนเองอ่อนหัดงั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไรกัน?
ดังนั้น นี่ต้องเป็นอวิ๋นเกอที่โกงแน่ๆ แต่กฎเกณฑ์แห่งสวรรค์ไม่เพียงแต่ไม่เปิดโปงเขา กลับยังปกป้องเขาอีก!
ความคิดเช่นนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
ก็แล้วประกาศอย่างเป็นทางการของกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์มันจะทำไมล่ะ?
ตราบใดที่มันไม่เหมือนกับที่พวกเขาคาดเดาเอาไว้ นั่นก็แปลว่าต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างแน่นอน
เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์แล้วจะทำอะไรก็ได้หรือ?
โอ้ ก็มีกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์แค่หนึ่งเดียวนี่นะ
ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร... ซะที่ไหนล่ะ
นี่มันต้องโกงแน่ๆ!!!
เมื่ออวิ๋นเกอเห็นฉากนี้ เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพิมพ์ข้อความส่งออกไปประโยคหนึ่ง
อวิ๋นเกอ: "กุยช่ายสับรากบัว!"
จากนั้นเขาก็ดำน้ำซุ่มเงียบหายไปเลย
กำลังยุ่งอยู่นะ ใครจะมีเวลามาเล่นตลกกับพวกเจ้ากัน
"? เขาหมายความว่ายังไงน่ะ?"
"ข้าดูแล้วเหมือนจะเป็นชื่ออาหารเลย หรือนี่คือเหตุผลที่ทำให้เขาได้แต้มสูงๆ กัน?"
คำพูดนี้ทำให้ช่องสนทนาโลกเงียบไปครู่หนึ่ง
ถ้าหากพวกเขาหาอาหารจานนี้เจอ พวกเขาก็จะได้แต้มสูงลิ่วด้วยงั้นหรือ?
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมอาหารจานเดียวถึงทำให้คนได้แต้มสูงๆ ได้ แต่ที่นี่คือสมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์นี่นา ของแปลกประหลาดอะไรก็มีทั้งนั้นแหละ
สมเหตุสมผล!
จนกระทั่งมีเจ้านครของราชวงศ์ฉินคนหนึ่งโผล่ขึ้นมา
"ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า สิ่งที่เขาพูดมันพ้องเสียงกับประโยคที่ว่า 'อ่อนหัดนักก็ไปฝึกให้เยอะ' ต่างหากเล่า?"
"..."
"บากะ!"
"อาซีบ๋า!"
"เชี่ยต!"
"มาเธอร์ฟักเกอร์!"
อุตส่าห์เมื่อกี้พวกเขาเพิ่งจะคิดอยู่เลยว่าจะไปหาของพรรค์นี้มาจากไหน
ที่แท้ก็กำลังเยาะเย้ยพวกเขากันอยู่งั้นหรือ?!
ด่าคนชั่วคราวช่างสะใจนัก...
[เจ้านครเสี่ยวเฉวียนซื่อหลางใช้คำหยาบคายด่าทอผู้อื่น ระงับการสื่อสารเป็นเวลาหนึ่งวัน]
[เจ้านครสลัวเค่อใช้คำหยาบคายด่าทอผู้อื่น ระงับการสื่อสารเป็นเวลาหนึ่งวัน]
……
การระงับการสื่อสารเป็นหางว่าวที่อยู่ด้านล่าง ทำให้เจ้านครเหล่านี้สงบเสงี่ยมลงไปได้ไม่น้อยในทันที
การที่มีเจ้านครจำนวนมากถูกระงับการสื่อสารในคราวเดียว ถือได้ว่าเป็นการสร้างประวัติศาสตร์เลยก็ว่าได้
สำหรับเรื่องนี้ อวิ๋นเกอก็มีความสุขที่ได้ชมงิ้วฉากนี้
แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
บัฟของวันนี้คืออัตราดรอปสิบเท่า
[อัตราดรอปสิบเท่า]: ไอเทมดรอปที่ได้รับจะได้รับการเพิ่มขึ้นสิบเท่า
และหินแห่งโชคชะตา ก็ถือเป็นไอเทมดรอปชนิดหนึ่งเช่นกัน
ดังนั้นหินแห่งโชคชะตาในตอนนี้ของเขาจึงมีถึงระดับสองแสนแล้ว
แต่ปัญหาก็คือ เขาไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีมูลค่าเท่าใด
ดังนั้นเขาจึงไม่มีวิธีประเมินว่าพรที่ตนเองต้องการขอนั้น จะต้องใช้หินแห่งโชคชะตามากน้อยเพียงใด
ถ้าหากมันเป็นเงินหยวนในชาติก่อน ก็ยังพอคุยกันได้
แต่ถ้ามันเป็นเงินดอลลาร์ซิมบับเวล่ะก็...
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงจงใจไปหาเซียนอวี่หนิงลู่
"มูลค่าของหินแห่งโชคชะตางั้นหรือ?"
เซียนอวี่หนิงลู่คิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็พอจะเดาได้คร่าวๆ ว่าอวิ๋นเกอกำลังถามเรื่องอะไร
"มูลค่าของหินแห่งโชคชะตา ก็คือความไม่แน่นอนของมูลค่ายังไงล่ะ"
อวิ๋นเกอ: "?"
พูดภาษาคนหน่อยได้ไหม?
เซียนอวี่หนิงลู่กางมือออกอย่างจนใจพร้อมกับกล่าวว่า "ข้ารู้ว่าเจ้าอยากจะถามอะไร อยากจะรู้ว่าของที่ตัวเองต้องการ มีมูลค่าประมาณเท่าไหร่ใช่หรือไม่?"
"ใช่ อย่างน้อยๆ จะได้คาดเดาได้ถูกว่าต้องใช้หินแห่งโชคชะตาประมาณกี่ก้อนถึงจะพอ"
ไม่อย่างนั้นถ้าถึงเวลาแล้วขาดหินไปสักสองสามก้อนล่ะก็ คงมีความรู้สึกอยากตายจริงๆ แน่
"เป็นความคิดที่ดี แต่ก็สูญเปล่า" เซียนอวี่หนิงลู่ปฏิเสธความคิดของอวิ๋นเกออย่างไม่ลังเล
"ทำไมล่ะ?"
"พูดแบบนี้ก็แล้วกัน เผ่าเซียนของพวกเราเคยวิจัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายในการขอพรของตำหนักสามลักษมณ์แห่งโชคชะตามาแล้ว"
"แล้วไงต่อ?"
"แล้วไงต่องั้นหรือ? หลังจากนี้คือเนื้อหาที่มีค่าใช้จ่ายน่ะสิ" เซียนอวี่หนิงลู่กล่าวด้วยท่าทางจริงจัง "กรุณาเติมเงินเป็น VIP เพื่อปลดล็อก"
อวิ๋นเกอ: "..."
การเติมเงิน VIP มันเป็นประเพณีที่เลวทรามนะ! มีอะไรให้พวกเจ้าตั้งเยอะแยะ ดันมาเรียนรู้เรื่องพรรค์นี้นี่นะ?
วัฒนธรรมของเผ่ามนุษย์เนี่ย บางครั้งก็หลอกลวงคนอื่นจริงๆ
"เติมเงินยังไง?"
"ง่ายๆ บอกข้ามาว่าคนที่ไปพูดกับผู้นำเผ่าของพวกเราไม่ใช่เจ้าจริงๆ ใช่ไหม?"
"...ข้าไม่มีช่องทางการติดต่อของผู้นำเผ่าของพวกเจ้าจริงๆ นะ"
อวิ๋นเกอทำหน้าจนใจ นี่เจ้าไม่เชื่อจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย?
"เอาเถอะ ล้อเล่นน่ะ" เซียนอวี่หนิงลู่กระแอมไอเบาๆ แล้วกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก "เจ้ารู้จักหินเสริมแกร่งพรสวรรค์หรือไม่?"
"แน่นอน"
ของสิ่งนี้อวิ๋นเกอเคยใช้มาก่อน
จะให้พูดยังไงดี มันแพงเอาเรื่อง แถมยังใช้แต้มระดับตำนานซื้ออีกต่างหาก
จนป่านนี้เขาก็ยังซื้อก้อนที่สองไม่ไหวเลย
"เคยมีคนขอพรเอาหินเสริมแกร่งพรสวรรค์จากตำหนักสามลักษมณ์แห่งโชคชะตามาก่อน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาใช้จ่ายไปเท่าไหร่?"
"อืม... แสนนึงล่ะมั้ง?" อวิ๋นเกอคาดเดาอย่างไม่แน่ใจ
เขามีผลตอบแทนร้อยเท่า ตอนนี้มีสองแสนก้อน
นั่นหมายความว่า หากหารด้วยหนึ่งร้อย รายได้ที่แท้จริงของเขาก็ควรจะอยู่ที่สองพันหินแห่งโชคชะตา
และตอนนี้คนปั๊มมอนสเตอร์ของเขาก็คือหงเจี้ยอี
แถมวันนี้ยังมีบัฟอัตราดรอปสิบเท่าโผล่มาอีก
ด้วยความเร็วในการฟาร์มมอนสเตอร์ของวีรชนระดับนิรันดร์ บวกกับบัฟอัตราดรอป
ใช้เวลาไปวันกว่าๆ ก็เพิ่งจะได้แค่สองพัน หินแห่งโชคชะตาหนึ่งแสนก้อนถือว่าแพงมากจริงๆ
"ไม่หรอก ห้าร้อย" เซียนอวี่หนิงลู่กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
"เท่าไหร่นะ?!"
หินแห่งโชคชะตาห้าร้อยก้อนก็ขอพรได้หินเสริมแกร่งพรสวรรค์มาก้อนหนึ่งแล้ว แล้วแต้มระดับตำนานที่เขาใช้ไปก่อนหน้านี้มันคืออะไรกัน?
นับว่าเขารวยและทำตัวป๋าไปงั้นหรือ?
นี่ไม่ได้พูดตกคำว่า 'หมื่น' ไปใช่ไหม?
"ใช่ ห้าร้อยก้อน น้อยมากใช่ไหมล่ะ?"
"นั่นมันเรียกว่าลดราคาจนกระดูกหักเลยไม่ใช่หรือไง?"
นี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องน้อยหรือมากแล้ว
นั่นมันเก็บค่าธรรมเนียมแค่พอเป็นพิธีชัดๆ
"แต่ว่าเผ่าเซียนของพวกเราก็มีเจ้านครคนหนึ่งที่ขอพรเอาหินเสริมแกร่งพรสวรรค์มาเหมือนกัน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเขาใช้ไปเท่าไหร่?"