เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 204 เจ้านครเขตเก่าแห่งเขตดาวหลานซิง

บทที่ 204 เจ้านครเขตเก่าแห่งเขตดาวหลานซิง

บทที่ 204 เจ้านครเขตเก่าแห่งเขตดาวหลานซิง


แน่นอนว่า พลังรบโดยรวมของดินแดนย่อมไม่หยุดอยู่แค่ระดับของดินแดน แต่ยังรวมถึงระดับคุณภาพของวีรชน และจำนวนของหน่วยทหารด้วย

แต่สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ก็คือ ระดับของดินแดนมีผลต่อพลังรบอย่างมากจริงๆ

จุดที่เข้าใจง่ายที่สุดก็คือการข่มระดับ

ข้าเลเวลสามสิบ เจ้าเลเวลยี่สิบ นั่นก็คือการต่อสู้โดยกดข่มกันถึงสิบเลเวลแล้ว

ทันทีที่ปะทะกัน พ่อบ้านจ้าวก็พบความผิดปกติ

อำนาจการยิงของฝั่งตรงข้ามนั้นดุดันเกินไปหน่อย

แต่สิ่งที่พวกมันใช้ล้วนเป็นเรือรบจิปาถะสารพัดรูปแบบ เห็นได้ชัดว่าเป็นแค่กองกำลังผสมที่จับแพะชนแกะมารวมกัน

ทว่ากองเรือตระกูลอวิ๋นของมันล้วนเป็นกองเรือที่มีการจัดตั้งอย่างเป็นระบบ

แต่นี่กลับสู้กองกำลังผสมกลุ่มหนึ่งไม่ได้งั้นหรือ?

หรือว่าระดับเฉลี่ยของฝั่งตรงข้ามจะอยู่เหนือกว่าพวกมัน?

เป็นไปไม่ได้กระมัง?

ตระกูลอวิ๋นของพวกมันถึงอย่างไรก็เป็นตระกูลใหญ่ จะเป็นไปได้อย่างไรที่ความเร็วในการพัฒนาจะสู้พวกบ้านนอกคอกนาไม่ได้?

หรือจะบอกว่าทรัพยากรที่ได้จากคุณลักษณะระดับเขตนั้นอุดมสมบูรณ์ถึงเพียงนี้?

เจ้านครธรรมดาเหล่านี้ถึงกับมีความเร็วในการพัฒนาทัดเทียมกับตระกูลใหญ่ได้ หากพวกมันได้รับมาล่ะก็...

"เพิ่มการโจมตี! เริ่มแผนสำรองได้"

เดิมทีมันไม่คิดจะใช้แผนการนี้ แต่หลังจากเห็นความมั่งคั่งของเขต 9999 แล้ว มันก็เกิดความโลภขึ้นมา

ต่อให้ความดีความชอบจะน้อยลงหน่อย ก็ต้องยึดเขต 9999 มาให้ได้!

อวิ๋นเกอสังเกตเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่ากองเรือตระกูลอวิ๋นได้แบ่งกำลังส่วนเล็กๆ ออกไป

"นั่นกำลังทำอะไร? เตรียมจะหนีแล้วหรือ?" อวิ๋นเกอกวาดตามองสถานการณ์ในสนามรบ

แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะเป็นฝ่ายได้เปรียบ แต่สถานการณ์ของตระกูลอวิ๋นเมื่อดูจากภายนอกก็ยังถือว่าพอรับมือได้อยู่

นี่ก็เริ่มเตรียมจะหนีแล้วหรือ?

มองการณ์ไกลขนาดนี้เชียว?

"ไม่รู้สิ อาจจะมีแผนสำรองอะไรอยู่ก็ได้ ระวังไว้ก่อนดีกว่า" เทียนสื่อหย่าเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก

เดิมทีนางพุ่งไปที่แนวหน้าแล้ว

แต่พุ่งไปแล้ว ศัตรูกลับไม่ยอมสู้กับนางเลย

นางพุ่งไปทางไหน ศัตรูก็ไม่ไปทางนั้น

ทุกครั้งจึงทำได้แค่คว้าน้ำเหลว

วุ่นวายอยู่ตั้งนานกลับตบตายได้แค่ทหารเลวไม่กี่คน ช่างน่าเบื่อจริงๆ

นางจึงตัดสินใจยอมแพ้ไปเสียเลย

เจ้าพวกนี้ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะไม่ปะทะกับนาง ถ้างั้นสู้กลับมาสังเกตสถานการณ์ดีกว่า

จะได้ไม่ต้องให้ตาเฒ่าเอาแต่บ่นว่านางมีแต่ความกล้าแต่ไร้แผนการ

รอนางร่ำเรียนจนกลายเป็นปรมาจารย์ค่ายกลเทวะเมื่อใด รับรองว่าจะทำให้ตาเฒ่าตกตะลึงจนอ้าปากค้างไปเลย!

อืม... การจัดวางกำลังของจูเก่อชิงหมิงเหล่านี้มีไว้เพื่อสิ่งใดกันนะ?

ทำไมต้องจัดคนมาไว้ตรงนี้ด้วย?

ตรงนี้จะเว้นว่างไว้ทำไม?

เอ๊ะ นี่...

ดูไม่ออกเลย

ดูเหมือนนางจะไม่เอาไหนเรื่องนี้จริงๆ

นี่เป็นปัญหาใหญ่ทีเดียว

"อวิ๋นเกอ" อิ๋งเยว่ชิงเดินมาข้างกายอวิ๋นเกอกะทันหันพลางกล่าว "พวกเราต้องระวังตัวแล้ว ในเขตเก่าแต่ละแห่ง คนของตระกูลอวิ๋นกำลังลงมือ แม้ว่าคนเก่าคนแก่ของราชวงศ์ฉินจะคอยดึงรั้งไว้ แต่ก็ย่อมมีปลาที่เล็ดลอดแหมาได้อยู่ดี"

"ได้ เข้าใจแล้ว"

หมายความว่าฝั่งตรงข้ามเตรียมจะเรียกคนมาเสริมแล้วงั้นหรือ?

...

เขตฉิน

จิ๋นซีฮ่องเต้ส่งเหมิงเถียนนำทัพไปยังชายแดน ทันทีที่ตระกูลอวิ๋นกล้าส่งคนจากที่นี่ลงไปยังเขตใหม่ พวกเขาก็จะบุกสังหารเข้าไปถึงเขตหลักของตระกูลอวิ๋นให้ได้ในพริบตา

เมื่อมีสิ่งนี้เป็นเครื่องข่มขู่ ตระกูลอวิ๋นก็ไม่กล้าใช้คนจากที่นี่จริงๆ

เขตฮั่น

หลิวปังให้หานซิ่นนำทหารหน่วยกล้าตายไปลาดตระเวนยังเขตซิงไห่ เตรียมพร้อมลงมือได้ทุกเมื่อ

หากตระกูลอวิ๋นกล้าส่งคนจากที่นี่ไป พวกมันก็จะได้ลิ้มลองความรู้สึกของการถูกลอบตีฐานที่มั่นอย่างแน่นอน

"ลูกหลานที่ไม่เอาไหนพวกนั้นเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?" หลิวปังหันไปมองเซียวเหอที่อยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยถาม

"สู่ฮั่นและเป่ยเว่ยหยุดการปะทะกันชั่วคราว ตอนนี้หันมาร่วมมือกันรับศึกนอก กำลังป้องกันตระกูลอวิ๋น ส่วนตงอู๋..."

เซียวเหอพูดไปได้ครึ่งหนึ่งก็พูดไม่ออก

ไอ้พวกน่าขายหน้าพวกนั้น มันน่าขายหน้าจริงๆ!

"ชิ ไอ้พวกหนูขี้ขลาด! เฉาเชายังนับว่าข้าประเมินเขาสูงไปหน่อย ถึงอย่างไรก็เป็นลูกหลานโชคร้ายของตระกูลหลิวข้าที่ไม่เอาไหนเอง แต่ซุนเฉวียนผู้นี้มันช่าง... วันหลังค่อยไปหาองค์จิ๋นซีฮ่องเต้ให้ลบชื่อมันทิ้งไปเลยดีกว่า!"

หลิวปังยังต้องยอมรับในตัวเด็กเหลือขอของตระกูลซุนผู้นี้

ทั้งที่บิดาและพี่ชายของเขาก็นับว่าเป็นวีรบุรุษอยู่เหมือนกัน ไฉนถึงได้คลอดตัวพรรค์นี้ออกมาได้นะ?

เจ้าเขตที่เกิดจากพวกอันธพาลปลายแถวอย่างเขายังรู้จักคำว่าหยุดสงครามกลางเมือง แล้วร่วมมือกันรับศึกนอก

แต่แกสิช่างดีเลิศประเสริฐศรี เวลาป่านนี้แล้วยังจ้องจะ... จ้องจะเอาอะไรนะ?

"คงไม่ใช่ว่าเขายังจ้องแต่จะเอาแคว้นจิงโจวตรงนั้นอยู่อีกหรอกนะ?"

"เอ่อ... ขอรับ"

"ข้า... ต้องลบชื่อทิ้งให้ได้!!! ขายหน้าจนรับไม่ไหวแล้ว"

...

เขตสู่ฮั่น

"พี่ใหญ่ ทางฝั่งจิงโจวไม่ต้องวางกำลังป้องกันจริงๆ หรือ? ไอ้พวกหนูขี้ขลาดแห่งเขตอู๋ยังคงจ้องตาเป็นมันอยู่นะ"

"ไม่เป็นไร ต่อหน้าเรื่องคอขาดบาดตาย ข้าเชื่อว่าซุนจ้งโหมวจะรู้ว่าควรเลือกเช่นไร ขนาดเฉาเมิ่งเต๋อยังยอมทิ้งสถานการณ์อันได้เปรียบถอนทัพกลับไป หากเขายังดูไม่ออกอีก ก็ไม่คู่ควรมาเป็นคู่ปรับของข้าแล้ว"

หลิวเป้ยโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

"รายงาน—! เรียนนายท่าน ตงอู๋เคลื่อนทัพเรือห้าแสนนาย ตอนนี้กำลังตั้งค่ายอยู่ที่ชายแดนจิงโจวแล้ว!"

หลิวเป้ย: "..."

จางเฟย: "..."

จูเก่อเลี่ยง: "..."

เอาเถอะ พวกเขาประเมินซุนเฉวียนสูงเกินไปจริงๆ

"ไม่ต้องไปสนใจ จ้องตระกูลอวิ๋นไว้ให้ดี! จิงโจวจะเสียก็เสียไป"

"ขอรับ!"

...

เขตเว่ย

"น่าเสียดายจริงๆ สถานการณ์กำลังได้เปรียบแท้ๆ แต่กลับต้องถอนทัพ" กัวเจียมองไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ด้วยความทอดถอนใจเล็กน้อย

"องค์จิ๋นซีฮ่องเต้ถึงกับออกหน้าเป็นแบบอย่างแล้ว พวกเราจะอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลยก็คงไม่ได้ ความได้เปรียบหายไปก็ช่างมันเถอะ อย่างมากก็แค่สู้กันใหม่" เฉาเชากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ

การกระทำของพวกเขาในครั้งนี้ เท่ากับเป็นการล่วงเกินหลิวปังแห่งเขตฮั่นไปจนถึงที่สุดแล้ว

หากยังล่วงเกินจิ๋นซีฮ่องเต้ไปอีกคนล่ะก็ เช่นนั้นคงไม่ต้องใช้ชีวิตอยู่ในเขตดาวหลานซิงแล้วล่ะ

เพราะฉะนั้น ต้องวางท่าทีให้ถูกต้องชัดเจน

ก็มีแต่ไอ้โง่ซุนเฉวียนนั่นแหละที่มองสถานการณ์ไม่ออก

โอ้ ไม่สิ ต้องบอกว่าฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่องต่างหาก

เชื่อว่าโจวอวี๋ต้องเคยตักเตือนเขามาแล้วแน่ๆ แต่ความเป็นจริงก็อธิบายปัญหาได้ชัดเจนแล้ว

ไอ้หมอนี่มันหัวดื้อไม่ฟังคำคน

สมแล้วที่เป็นซุนจ้งโหมวผู้มีวาทกรรม 'มีบุตรสมควรให้เป็นดั่งซุนจ้งโหมว' ซุนจ้งโหมวผู้เอาทหารนับแสนไปทิ้งชีวิตที่เหอเฝยนั่นแหละ

นายท่านที่ไม่ยอมฟังคำทัดทาน ย่อมไม่ใช่เจ้านายผู้ชาญฉลาด

ไม่รู้ว่าจะสามารถซื้อตัวโจวอวี๋ข้ามฝั่งมาได้หรือไม่

นิสัยชอบฉกคนของเฉาเชากำเริบอีกแล้ว...

...

หลี่ซื่อหมินแห่งเขตถัง

จ้าวควงอิ้นแห่งเขตซ่ง

จูหยวนจางแห่งเขตหมิง

เจ้านครผู้มีชื่อเสียงตามเขตใหญ่ต่างๆ ในเขตดาวหลานซิงล้วนเริ่มลงมือกันหมดแล้ว

โดยมีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือดึงรั้งตระกูลอวิ๋นเอาไว้ ไม่ให้พวกมันไปสนับสนุนที่เขตใหม่ได้

อย่างน้อยจากที่ดูในตอนนี้ เขตดาวหลานซิงในเขตใหม่ยังคงได้เปรียบอยู่

ในบรรดาคนเหล่านี้ มีไม่น้อยที่รู้แผนการของจิ๋นซีฮ่องเต้ หรือแม้แต่ตัวพวกเขาเองก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการนี้ด้วยซ้ำ

ดังนั้นพวกเขาจึงเฝ้ารอคอย หากอวิ๋นเกอสามารถยืนหยัดต้านทานไว้ได้ ไม่แน่ว่าอาจจะรวมเขตดาวหลานซิงในเขตใหม่ให้เป็นหนึ่งเดียวได้จริงๆ

ขอเพียงเขตใหม่ถูกรวมเป็นหนึ่งเดียว แผนการของพวกเขาก็แทบจะเรียกได้ว่าสำเร็จไปกว่าครึ่งแล้ว

เจ้านครไม่น้อยก็กำลังทอดถอนใจ จิ๋นซีฮ่องเต้ไปหาคนใหม่ผู้นี้มาจากที่ใดกัน ช่างดุดันเสียจริง

ทว่าการลบประวัติความเป็นมาของเขาทิ้งไปทั้งหมด นี่กลับกลายเป็นการทิ้งช่องโหว่เอาไว้เสียได้

จิ๋นซีฮ่องเต้: หืม? ข้าไม่ได้ทำเสียหน่อย! เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?

...

สมรภูมิเขต 9999

อวิ๋นเกอยังไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในเขตเก่า เขากำลังมองดูวังน้ำวนในที่ไกลออกไปพลางจมอยู่ในห้วงความคิด

นั่นเห็นได้ชัดว่าเป็นประตูเคลื่อนย้ายประเภทหนึ่ง

เพียงแต่ไม่รู้ว่าพวกมันไปตามหาคนเก่าคนแก่จากเขตไหนมา

เจ้านครเขตเก่าเมื่อมายังเขตใหม่ เลเวลจะถูกกดข่มไว้อย่างถาวร

นั่นก็หมายความว่า ค่าประสบการณ์ที่สูญเสียไปจะหายวับไปอย่างสิ้นเชิง ทำได้เพียงเก็บเลเวลใหม่เท่านั้น

แต่ถึงแม้จะไม่มีความได้เปรียบเรื่องเลเวล ทว่าคุณภาพและปริมาณของไอเทม... โอ้ จำนวนก็อาจจะไม่มากไปกว่าอวิ๋นเกอก็เป็นได้

ทว่าในด้านคุณภาพก็ยังไม่อาจปฏิเสธได้ การสั่งสมของเจ้านครเขตเก่าไม่ใช่สิ่งที่เจ้านครเขตใหม่จะเทียบติดได้จริงๆ

อวิ๋นเกอจะยืนดูอยู่เฉยๆ เช่นนี้หรือ?

แน่นอนว่าไม่!

แม้ว่าศัตรูจะปกป้องประตูเคลื่อนย้ายเอาไว้อย่างดี แต่มันจะมีประโยชน์อันใดเล่า?

จบบทที่ บทที่ 204 เจ้านครเขตเก่าแห่งเขตดาวหลานซิง

คัดลอกลิงก์แล้ว