- หน้าแรก
- อัจฉริยะลูกเขยอันดับหนึ่ง
- 29 - หญิงงามย่อมคู่กับวีรบุรุษ?!
29 - หญิงงามย่อมคู่กับวีรบุรุษ?!
29 - หญิงงามย่อมคู่กับวีรบุรุษ?!
ซู่อู๋โจว จ้องมองไปที่เซี่ยกว่างผิง ซึ่งยืนขวางปกป้องสือเซิ่งก่อนจะเอ่ยถาม
"เซี่ยกว่างผิง เจ้าเลือกที่จะปกป้องเขางั้นหรือ?"
เซี่ยกว่างผิง ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ซู่อู๋โจว เจ้าก่อเรื่องวุ่นวายถึงขนาดนี้ในบ้านคนอื่น คิดจริง ๆ หรือว่าเจ้าสามารถทำอะไรก็ได้ในเมืองหลินอัน?"
ซู่อู๋โจว หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาคมกริบ "ความจริงแล้ว ข้าไม่ถือสาหรอกที่เจ้าส่งคนมาลอบสังหารข้า แต่มีเรื่องหนึ่ง ที่ข้ารับไม่ได้!"
เซี่ยกว่างผิง ปฏิเสธทันที
"ข้าไม่ได้ส่งใครไปลอบฆ่าเจ้า! แล้วเรื่องอะไรที่เจ้ารับไม่ได้?"
ซู่อู๋โจว เหลือบตามองฉินชิงโหมว หญิงสาวผู้มีขนตายาวงดงาม คิ้วเรียวสวย ดวงตากระจ่างใส ขณะนี้นางก็กำลังจ้องมองเขาเช่นกัน
"ฉินชิงโหมวเป็นสตรีงามอันดับหนึ่งของเมืองหลินอัน เรื่องนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้ นับตั้งแต่อดีต หญิงงามผู้เลอโฉมย่อมคู่ควรกับวีรบุรุษ นางได้แต่งงานกับข้า นั่นหมายความว่า ข้าต้องเป็นคุณชายอันดับหนึ่งของเมืองหลินอัน! เพราะแบบนี้ถึงจะเหมาะสม"
"แต่เจ้ากลับได้ชื่อว่าเป็น 'คุณชายอันดับหนึ่ง' ได้อย่างไร?หากคนนอกไม่รู้ เขาจะเข้าใจผิดกันหมด!"
ซู่อู๋โจว กล่าวพร้อมกับจ้องเซี่ยกว่างผิงด้วยความไม่พอใจ
ผู้คนรอบข้างแทบจะพ่นน้ำชาออกมาใส่หน้าซู่อู๋โจว !
เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไม ฉินชิงโหมวถึงต้องแต่งกับเจ้า!?
แค่เรื่องนี้เจ้ากล้าคิดว่าตัวเองเป็นวีรบุรุษ แล้วเรียกตัวเองว่า 'คุณชายอันดับหนึ่ง' อย่างงั้นหรือ? เจ้าไม่รู้จักละอายใจเลยหรือไง!
ฉินชิงโหมว เองก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มขำไปกับคำพูดของซู่อู๋โจว
เจ้าหมอนี่จริงจังกับเรื่องนี้ขนาดนั้นเลยหรือ?
แม้แต่เรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ เขาก็ยังหึงได้?
เซี่ยกว่างผิงมองไปที่ฉินชิงโหมวด้วยสายตาร้อนแรง ร่างอรชรของนาง หน้าอกอวบอิ่ม สะโพกกลมกลึง โค้งเว้าเย้ายวน นี่คือนางในฝันที่เขาอยากครอบครองมาโดยตลอด
เซี่ยกว่างผิงพยายามทำใจให้สงบก่อนจะกล่าวว่า
"ตำแหน่งคุณชายอันดับหนึ่ง เป็นเพียงฉายาที่ผู้อื่นยกให้ข้า ไม่ใช่สิ่งที่ข้าตั้งขึ้นมาเอง"
"เช่นนั้นตั้งแต่วันนี้ไป เจ้าก็ควรเปลี่ยนฉายาซะ" ซู่อู๋โจวกล่าวพลางแค่นเสียงหัวเราะ
"ข้าว่าชื่อ เป็ดป่าอันดับหนึ่ง น่าจะเหมาะกับเจ้า!"
เซี่ยกว่างผิงไม่เข้าใจว่า "เป็ดป่า" หมายถึงอะไร แต่รู้แน่ ๆ ว่ามันต้องเป็นคำด่า เขาหน้าดำคร่ำเครียด ก่อนจะกล่าวเสียงเย็น
"เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า!ตำแหน่งคุณชายอันดับหนึ่งของเมืองหลินอัน ไม่มีทางเป็นของเจ้าแน่!"
ซู่อู๋โจวหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะกล่าว
"ตำแหน่งนี้ข้าไม่สนใจนักหรอก แต่มันน่ารำคาญใจ"
"หากเจ้าไม่อยากเปลี่ยนฉายา เช่นนั้นข้าก็ฆ่าเจ้าซะก็สิ้นเรื่อง ข้าอยากรู้เหมือนกันว่า หลังจากเจ้าไม่มีชีวิตอยู่แล้ว ใครยังจะกล้าเรียกตัวเองว่า 'คุณชายอันดับหนึ่งของเมืองหลินอัน' อีก?"
"ปากของเจ้าชักจะใหญ่เกินไปแล้ว" เซี่ยกว่างผิงจ้องซู่อู๋โจวอย่างเย็นชา
ซู่อู๋โจว เหลือบมองไปที่สือเซิ่งซึ่งยืนอยู่ด้านหลังเซี่ยกว่างผิง แล้วกล่าวขึ้น
"วันนี้อากาศดีจริง ๆ พระอาทิตย์แจ่มใส วันดี ๆ แบบนี้เหมาะแก่การฆ่าคนที่สุด!"
"เมื่อครู่ข้าเพิ่งฆ่าไปสามคน แต่ยังไม่สะใจเลย"
"ว่าไงล่ะ?"
"อย่างไรพวกเจ้าก็อยากฆ่าข้าอยู่แล้ว และข้าเองก็อยากฆ่าพวกเจ้าเหมือนกัน"
"ลองดูกันดีหรือไม่ว่า ดาบของใครจะไวกว่า?"
เซี่ยกว่างผิง ขมวดคิ้วแน่นมองไปที่ซู่อู๋โจว ซึ่งยืนยิ้มอย่างมั่นใจตรงหน้าเขา ในใจของเขาเต็มไปด้วยความระแวง
เจ้าหมอนี่ถึงกับกล้าอาละวาดสังหารคนในตระกูลสือพอข้าออกมาก็ยังพยายามยั่วยุให้ข้าสู้กับเขา
มันต้องมีแผนการแน่! หรือว่า... เจ้าหมอนี่แอบซ่อนพลังที่แท้จริงของตนเองเอาไว้?
เป็นไปได้ว่า เขาอาจบรรลุถึงจุดสูงสุดของระดับ "หลังสวรรค์" แล้ว!
ใช่แน่ ๆ! เขาแสร้งอดทนมานาน เพียงเพื่อรอโอกาสที่ตนเองจะแข็งแกร่งพอ แล้วถึงเผยเขี้ยวเล็บออกมา
ถึงแม้ว่าเขาเองก็อยู่ในระดับ "หลังสวรรค์" เช่นกัน แต่เขาไม่คิดจะเสี่ยงสู้ตายกับซู่อู๋โจว
เว้นเสียแต่ว่า... ข้าจะฝึกฝนทักษะต่อสู้ขั้นสูงสำเร็จ
หากข้าฝึกสำเร็จ ข้าจะกลายเป็นผู้ไร้เทียมทานในระดับ "หลังสวรรค์" ทันที
ซู่อู๋โจวยังคงยิ้มพลางกล่าว
"ว่าอย่างไร หากเจ้าจะปกป้องสือเซิ่งเช่นนั้นเรามาสู้กันดีหรือไม่?"
เซี่ยกว่างผิงกล่าวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"ข้าไม่เหมือนเจ้า ที่มาก่อเรื่องวุ่นวายในบ้านคนอื่น ข้าจะไม่สู้กับเจ้า ณ เวลานี้"
ในใจของเขาเยาะหยัน
ข้าไม่ใช่คนโง่หรอก! เจ้ามั่นใจถึงขนาดนี้ ข้าจะสู้กับเจ้าตอนนี้ให้โง่หรือ? คิดว่าข้ามองไม่ออกว่าเจ้าปิดบังพลังของตัวเองอยู่งั้นหรือ?
แกล้งทำเป็นอวดดี แต่จริง ๆ คิดว่าคนอื่นโง่กันหมดหรืออย่างไร?
ซู่อู๋โจวยังคงยิ้มอยู่
เขาไม่สู้กับข้า ดีแล้วล่ะ! ความจริงข้าบุกมาทำลายตระกูลสือ ก็ไม่ได้คิดว่าเซี่ยกว่างผิงจะอยู่ที่นี่
ข้ามีพลังมากพอจะรับมือพวกตระกูลสือแต่หากเซี่ยกว่างผิงเข้ามาร่วมด้วย ข้าอาจเอาไม่อยู่
ที่สำคัญที่สุด ข้ายังต้องปกป้องฉินชิงโหมวนั่นคือสิ่งที่ข้ากังวลที่สุด แต่ไม่เป็นไร… รอให้ข้าหาเงินกับทรัพยากรไว้ดูดซับพลังจากพวกมันก่อน แล้วข้าค่อยกลับมาเก็บกวาดทีหลัง
"หากเจ้าไม่ต้องการสู้ ก็ไสหัวไปซะ!" ซู่อู๋โจวเอ่ยเสียงแข็ง สายตาดุจดาบจ้องมองไปที่สือเซิ่ง
ถึงแม้เซี่ยกว่างผิงจะเกรงใจซู่อู๋โจว แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้สือเซิ่งถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาได้
สือเซิ่งเป็นกำลังสำคัญของตระกูลสือ หากเขาปล่อยให้ถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา นั่นจะทำให้ผู้ที่ภักดีต่อตระกูลเขาหวาดกลัว และสูญเสียความเชื่อมั่น
"ซู่อู๋โจว อย่าคิดว่าข้ากลัวเจ้า! เจ้าต้องการสู้ ข้าก็ให้เจ้าได้อีกหนึ่งสัปดาห์ เจ้ามาสู้กับข้าบนเวทีประลองใหญ่หากเจ้าชนะ ข้าจะให้คำตอบกับเจ้า แต่ถ้าเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน!"
เซี่ยกว่างผิงกล่าวอย่างเด็ดขาด
ในใจของเขาคิดว่า
อีกหนึ่งสัปดาห์ ทักษะต่อสู้ของเขาจะสำเร็จลุล่วง ถึงตอนนั้นเขาจะไร้เทียมทานในระดับ "หลังสวรรค์ขั้นสูงสุด"
ซู่อู๋โจว ได้ยินแล้วก็หัวเราะออกมา
"หืม? เจ้าต้องการเลื่อนออกไปหนึ่งสัปดาห์งั้นหรือ?"
"เจ้าคิดจะเตรียมตัวสินะ? ก็ได้"
"แต่ข้าเป็นคนซื่อตรง ขอเตือนเจ้าหน่อยก็แล้วกันตอนนี้เจ้ายังมีโอกาสชนะข้าอยู่"
"แต่หนึ่งสัปดาห์ต่อจากนี้ ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม!"
ข้าจะไปกลัวอะไร? อีกหนึ่งสัปดาห์ เจ้าอาจจะแข็งแกร่งขึ้นนิดหน่อย แต่ข้าจะก้าวกระโดดไปอีกขั้น!
ด้วยสมบัติที่ข้าได้รับ ข้าจะฝึกฝนทักษะต่อสู้ให้สมบูรณ์ ถึงตอนนั้นเจ้าก็เป็นเพียงแค่เหยื่อของข้าเท่านั้น! เซี่ยกว่างผิงกล่าวพลางแค่นเสียงหัวเราะ
คนรอบข้างต่างมองหน้ากัน
"ขยะไร้ค่าอันดับหนึ่งแห่งหลินอัน กล้าท้าทายคุณชายอันดับหนึ่งงั้นหรือ? เขาคิดจริง ๆ หรือว่าตนเองจะคว้าตำแหน่งนี้มาได้?"
"เซี่ยกว่างผิงเป็นหนึ่งในผู้แข็งแกร่งที่สุดในหลินอัน แม้กระทั่งในรายชื่อยอดฝีมือของเมืองนี้ ก็ยังติดอันดับยี่สิบต้น ๆ"
"หนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้ เจ้ากับข้าจะสู้กัน แต่ตอนนี้เจ้าออกจากตระกูลสือได้แล้ว" เซี่ยกว่างผิงกล่าว
"ไม่ต้องรีบร้อน! ข้าคิดว่าเราควรตกลงเงื่อนไขกันให้ชัดก่อน ไม่เช่นนั้นหากพวกเจ้าพ่ายแพ้ แล้วคิดจะเบี้ยวขึ้นมาจะทำอย่างไร?" ซู่อู๋โจวกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
"เจ้าต้องการอะไร?" สือเซิ่งถามเสียงแข็ง แม้จะรู้สึกอับอายที่ต้องยอมจำนนต่อซู่อู๋โจว
ซู่อู๋โจว กวาดตามองรอบ ๆบ้านของตระกูลสือ
"ที่นี่เป็นบ้านที่ดูสงบ ร่มรื่น เหมาะกับบุรุษผู้สง่างามเช่นข้า"
"ข้าเป็นคนใจกว้าง ไม่ถือสาเรื่องที่ผ่านมา"
"ขอให้พวกเจ้ามอบบ้านแห่งนี้ให้ข้าเป็นค่าชดเชย แล้วข้าจะถือว่าปัญหาของพวกเจ้าจบลง"
สิ้นคำกล่าวของซู่อู๋โจวคนตระกูลสือ ต่างโกรธจนแทบระเบิดออกมา
เจ้านี่มันกดขี่กันเกินไปแล้ว!
นี่มันหมายความว่าอย่างไร? เจ้าคิดจะยึดบ้านของพวกเราเลยหรือ!?"
"ข้าตกลง!" เซี่ยกว่างผิงกล่าวเสียงดัง
"ท่านพี่! นี่คือบ้านของบรรพบุรุษพวกเรา หากเราสูญเสียมัน พวกเราจะต้องอับอายไปตลอดกาล!" สือเซิ่ง รีบกล่าวค้าน
"หรือเจ้าคิดว่าข้าไม่มีทางชนะ?" เซี่ยกว่างผิงมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
สือเซิ่งได้แต่กลืนคำพูดกลับลงไป
"ฉินชิงโหมว ได้รับบาดเจ็บในบ้านของพวกเจ้า ก่อนจะพูดถึงค่าชดเชย เจ้าก็ควรจ่ายค่ารักษาเบื้องต้นก่อน" ซู่อู๋โจว กล่าว
"เจ้าอยากได้เท่าไหร่?" สือเซิ่งถามด้วยสีหน้าดำคร่ำเครียด
"อาการของนางหนักมาก อย่างน้อยต้องใช้หนึ่งพันตำลึงถึงจะพอสำหรับการรักษา" ซู่อู๋โจวกล่าวหน้าตาย
สือเซิ่งแทบจะพ่นเลือดออกมา
"คุณหนูฉิน ดูเหมือนจะไม่ได้บาดเจ็บหนักขนาดนั้น" สือเซิ่งกล่าวเสียงเย็น
"นั่นเพราะนางเข้มแข็ง! หากเจ้าไม่เชื่อ จะให้นางนอนลงให้เจ้าดูหรือไม่?"
ซู่อู๋โจวหันไปหาฉินชิงโหมวแล้วกระซิบเบา ๆ
"ช่วยแกล้งทำเป็นหมดสติหน่อย"
ใบหน้าของฉินชิงโหมวแดงซ่านแทบระเบิด
เจ้าหมอนี่ พูดอะไรออกมาเนี่ย!?
(โปรดติดตามตอนต่อไป ทุกท่านช่วยสนับสนุนด้วยนะคะ ผิดพลาดประการก็ขออภัยยินดีรับคำติชมค่ะ)