เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1751 โรงเรียนอาชีวะฉบับต่างโลก

ตอนที่ 1751 โรงเรียนอาชีวะฉบับต่างโลก

ตอนที่ 1751 โรงเรียนอาชีวะฉบับต่างโลก


ยามค่ำคืน ภายในห้องทำงานของตำหนัก

มู่เหลียงกำลังเขียนตำราเรียนเล่มใหม่

เขาตั้งใจจะเปิดโรงเรียนแห่งใหม่ โดยตั้งชื่อว่า โรงเรียนอาชีวะ เพื่อสอนทักษะวิชาชีพต่างๆ โดยเฉพาะ เช่น งานไม้ งานตีเหล็ก การทำอาหาร และอื่นๆ เพื่อบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลายให้กับเมืองเต่าทมิฬ

ปัจจุบันการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านการอ่านออกเขียนได้และศีลธรรมของเมืองเต่าทมิฬนั้นใช้เวลาหกปี หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่สังคมเพื่อทำงาน

เมื่อ โรงเรียนอาชีวะ สร้างเสร็จ ก็จะมีทางเลือกเพิ่มขึ้น พวกเขาสามารถเรียนต่อในโรงเรียนอาชีวะเพื่อเรียนรู้งานฝีมือ และจะสามารถหางานที่ดีกว่าได้ในเมืองเต่าทมิฬ

ตอนนี้เป็นเวลาดึกสงัด แต่มู่เหลียงกลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย พู่กันในมือจุ่มหมึกและจรดลงบนกระดาษเป็นตัวอักษรทีละตัว

ซึก ซึก ซึก

ปลายปากกาขีดเขียนลงบนหน้ากระดาษ เกิดเป็นเสียงเสียดสีแผ่วเบา

ทันใดนั้น มือของเขาก็ชะงัก และช้อนตาขึ้นมองไปทางเมืองการค้าซานไห่

"จอมเวทมนตร์ดำ..."

เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่ารังเกียจสายหนึ่ง แต่แล้วมันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

มู่เหลียงขมวดคิ้วเล็กน้อย มีจอมเวทมนตร์ดำลอบเข้ามาในเมืองงั้นเหรอ?

"หลิงเอ๋อร์"

น้ำเสียงทุ้มต่ำมีเสน่ห์ของเขาดังขึ้นในห้องหนังสือ

วิ้ง

แสงสีเขียวควบแน่นขึ้น ภูติขันแห่งชีวิตน้อยปรากฏตัวขึ้นข้างกายมู่เหลียง

"ท่านพ่อ มีอะไรหรือเปล่าคะ?"

หลิงเอ๋อร์เอ่ยถามอย่างว่าง่าย

มู่เหลียงถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"เมื่อกี้สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจอมเวทมนตร์ดำหรือเปล่า?"

หลิงเอ๋อร์ตอบอย่างใสซื่อ

"สัมผัสได้ค่ะ หนูก็ไปดูมาเหมือนกัน แต่เจ้าของกลิ่นอายซ่อนตัวเร็วมาก หนูเลยหาไม่เจอ"

"ลูกก็หาไม่เจอเหรอ?"

มู่เหลียงเลิกคิ้วเล็กน้อย จอมเวทมนตร์ดำที่ลอบเข้ามาแล้วสามารถหลบหนีการตามรอยของหลิงเอ๋อร์ได้ ฝีมือย่อมไม่ธรรมดาแน่

หลิงเอ๋อร์เอานิ้วชี้ของมือซ้ายและขวาเขี่ยกันไปมา ก้มหน้าลงและเอ่ย

"ท่านพ่อ หลิงเอ๋อร์ไม่ได้เรื่องเลยใช่ไหมคะ?"

หัวใจของมู่เหลียงอ่อนยวบ เขายกมือขึ้นลูบหัวหลิงเอ๋อร์เพื่อปลอบโยน

"จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง แค่อีกฝ่ายเจ้าเล่ห์เกินไปต่างหาก"

ดวงตากลมโตของหลิงเอ๋อร์เป็นประกาย พยักหน้าแรงๆ

"หนูจะคอยจับตาดูทั้งเมืองไว้ตลอดเลยค่ะ"

"ดีมาก"

มู่เหลียงอมยิ้ม ภูติแห่งชีวิตน้อยช่างน่ารักจริงๆ เขาจะตัดใจตำหนิเธอลงได้อย่างไรกัน

เขายกมือขึ้นรวบรวมขันธ์แห่งชีวิตกลุ่มหนึ่ง แล้วยื่นให้หลิงเอ๋อร์

"ไปเถอะ"

"อี๊ย้า ท่านพ่อดีกับหนูที่สุดเลย"

ดวงตาของหลิงเอ๋อร์เปล่งประกาย โอบกอดขันธ์แห่งชีวิตเอาไว้แล้วหายวับไปจากตรงนั้น

หลังจากเธอจากไป ห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

"จะเป็นใครกันนะ?"

นัยน์ตาสีดำของมู่เหลียงดูลึกล้ำ

เขาลิสต์รายชื่อขึ้นมาในใจ อันดับแรกคือ วิหคเพลิงทมิฬ ผู้ลึกลับ รองลงมาคือผู้คุมกฏสีม่วง และผู้คุมกฏสีฟ้า

แววตาของมู่เหลียงวูบไหว เมื่อนำมารวมกับข้อมูลที่เจียลี่หลู่ให้มา คนเหล่านี้ล้วนมีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น

เขาไม่ได้คิดหาคำตอบให้ลึกซึ้งไปกว่านี้ ดังคำกล่าวที่ว่า ทหารมาขุนพลต้าน น้ำมาดินถม  ทางที่ดีอีกฝ่ายจงอย่าได้โผล่หัวออกมาตลอดชีวิตเลย มิฉะนั้นจะต้องถูกจับได้อย่างแน่นอน มันก็แค่เรื่องของเวลาเท่านั้น

มู่เหลียงส่ายหน้า หยิบพู่กันจุ่มหมึก แล้วลงมือเขียนลงบนกระดาษต่อไป

เขาวาดภาพแบบร่างโครงสร้างสลักเดือยไม้รูปแบบต่างๆ ลงบนกระดาษ พร้อมทั้งเขียนอธิบายข้อดีและคุณสมบัติของโครงสร้างแต่ละแบบ ความรู้เหล่านี้ล้วนถูกบันทึกอยู่ในความทรงจำของเขา

แอ๊ด

ประตูห้องถูกผลักเปิดออกแง้มเป็นช่องเล็กๆ นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลมองเข้ามาในห้อง

"กะไว้แล้วเชียวว่านายยังไม่พักผ่อน"

หลังจากหยู่ฉินหลานเห็นมู่เหลียง เธอก็ผลักประตูเปิดออกให้กว้าง แล้วก้าวเท้าเบาๆ เข้ามาในห้องหนังสือ

มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

"ยังมีงานยังไม่เสร็จน่ะ แล้วก็ไม่ค่อยง่วงด้วย เลยยังไม่นอน"

"แล้วทำไมเธอถึงยังไม่นอนล่ะ?"

เขาเงยหน้าขึ้นมองหยู่ฉินหลาน

"ฉันนอนหลับไปตื่นหนึ่งแล้วต่างหาก"

หยู่ฉินหลานกระชับชุดนอนตัวหลวมของตน แล้วเดินมาหยุดอยู่ข้างกายมู่เหลียง

มือของมู่เหลียงยังคงไม่หยุดนิ่ง เขาแบ่งแยกสมาธิทั้งเขียนไปและคุยไปพร้อมกัน

"แล้วทำไมไม่นอนต่อ?"

หยู่ฉินหลานเอ่ยอย่างสง่างาม

"ฉันมาดูนายน่ะสิ"

มุมปากของมู่เหลียงยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม เอ่ยหยอกล้อ

"เจอหน้ากันทุกวัน ยังไม่เบื่ออีกเหรอ?"

หยู่ฉินหลานกลอกตาอย่างมีเสน่ห์ เอ่ยค้อนๆ ว่า

"นายเองก็เจอฉันทุกวัน จะเบื่อไหมล่ะ?"

"แน่นอนว่าไม่"

มู่เหลียงหัวเราะเบาๆ วางปากกาลงแล้วดึงหญิงสาวเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขน

เขาสูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ ที่ผสมผสานเข้ากับกลิ่นกายเฉพาะตัวของหญิงสาว ช่างชวนให้ลุ่มหลงเสียจริง

"กำลังเขียนอะไรอยู่เหรอ?"

ความสนใจของหยู่ฉินหลานพุ่งเป้าไปที่ตำราเรียนบนโต๊ะ

มู่เหลียงอธิบายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

"ตำราเรียนที่ต้องใช้ในโรงเรียนอาชีวะน่ะ"

"โรงเรียนอาชีวะ?"

แววตาของหยู่ฉินหลานฉายแววสงสัย

มู่เหลียงอธิบาย

"เพิ่งคิดได้เมื่อคืนน่ะสิ ฉันอยากสร้างโรงเรียนที่สอนวิชาชีพต่างๆ เพื่อบ่มเพาะช่างฝีมือในแต่ละสายอาชีพ มันจะส่งผลดีต่อการพัฒนาในระยะยาว"

"เป็นสถานที่สำหรับบ่มเพาะบุคลากรเฉพาะทางนี่เอง"

หลังจากได้ฟัง ดวงตาของหยู่ฉินหลานก็เป็นประกายขึ้นมาทันที เธอเข้าใจถึงผลประโยชน์ของมันอย่างรวดเร็ว

ในอนาคตเมื่อเมืองเต่าทมิฬเปลี่ยนผ่านไปสู่ประเทศเต่าทมิฬ ทุกสาขาอาชีพย่อมต้องเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ขึ้น การขาดแคลนบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทางเทคนิค ย่อมไม่เป็นผลดีต่อการผลักดันการพัฒนาของประเทศเต่าทมิฬ

หยู่ฉินหลานนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถาม

"ถ้าอย่างนั้น โรงเรียนอาชีวะ ก็ต้องรับอาจารย์ผู้สอนกลุ่มใหม่ใช่ไหม?"

"ใช่แล้ว ลองจับตาดูช่างไม้ พ่อครัว จิตรกร แล้วก็ช่างตีเหล็กที่มีฝีมือดีๆ ไว้ได้เลย"

มู่เหลียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส

"ขอแค่พวกเขาอ่านออกเขียนได้ นิสัยใจคอไม่มีปัญหา ก็สามารถไปเป็นอาจารย์ได้หมด"

"ตกลง พรุ่งนี้ฉันจะสั่งให้คนไปคอยสอดส่องดู"

หยู่ฉินหลานพยักหน้ารับคำ

มู่เหลียงกำชับ

"อืม ต้องเตรียมประกาศให้ดีด้วยนะ พวกเด็กโตใกล้จะเรียนจบกันแล้ว พวกเขาจะได้เป็นนักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนอาชีวะ"

หยู่ฉินหลานคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า

"เรื่องนี้ฉันจะมอบหมายให้เยี่ยลี่ยี่เป็นคนจัดการ เธอถนัดเรื่องพวกนี้"

"ได้สิ"

มู่เหลียงเอ่ยด้วยความสงบ

หยู่ฉินหลานถามต่อ

"แล้วจะเก็บค่าเล่าเรียนไหม?"

มู่เหลียงตอบอย่างราบเรียบ

"แน่นอน ยังไงก็ต้องเก็บไว้บ้าง ไม่อย่างนั้นพวกขี้เกียจ จะคิดว่าเป็นการศึกษาเป็นของตาย แล้วก็จะไม่ตั้งใจเรียนกัน"

"มีเหตุผล แต่ค่าเล่าเรียนก็ไม่ควรจะสูงเกินไปนะ ไม่อย่างนั้นพวกเด็กๆ คงเตลิดหนีกันหมด"

หยู่ฉินหลานเสนอแนะ

ความคิดของชาวเมืองส่วนใหญ่ในตอนนี้ มักจะยึดติดกับแนวคิดที่ว่า รีบทำงาน รีบหาเงิน หากค่าเล่าเรียนแพงเกินไป ก็ยิ่งจะทำให้พวกเขาถอดใจ

"งั้นก็อ้างอิงจากรายได้เฉลี่ยของทุกคนเพื่อกำหนดค่าเล่าเรียนก็แล้วกัน"

มู่เหลียงยิ้มบางๆ

หยู่ฉินหลานส่งยิ้มผ่านดวงตาคู่สวย พยักหน้าตอบ

"ให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"

การกำหนดราคาไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินใจได้ง่ายๆ เธอต้องไปทำ การวิจัยตลาด สอบถามเด็กๆ ที่กำลังจะเรียนจบและครอบครัวของพวกเขา เพื่อหากรอบราคาที่เหมาะสม แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเก็บค่าเล่าเรียนเท่าไหร่

"แล้วนายจะสร้างโรงเรียนไว้ที่ไหนล่ะ?"

เธอถามอีกครั้ง

มู่เหลียงเอ่ยอย่างใจเย็น

"วิทยาเขตหลักยังคงสร้างในเมืองหลัก แต่เมืองรองทุกเมืองก็จะมีวิทยาเขตย่อยด้วย"

"อืม ก็ดีเหมือนกัน"

หยู่ฉินหลานพยักหน้าอย่างสง่างาม

เธอจ้องมองมือของตัวเองที่ถูกมู่เหลียงกุมเอาไว้ จู่ๆ ก็แย้มยิ้มงดงามราวกับดอกไม้บานพลางเอ่ยถามว่า "โรงเรียนอาชีวะ มีสอนทำเล็บด้วยไหม?"

"...มันก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้นะ"

มุมปากของมู่เหลียงกระตุกเล็กน้อย

"ฉันล้อเล่นน่า"

หยู่ฉินหลานหัวเราะคิกคัก

"หึ..."

มู่เหลียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็จัดการอุ้มพาดบ่าหญิงสาว แล้วก้าวยาวๆ เดินเข้าไปในห้องพักผ่อนทันที

จบบทที่ ตอนที่ 1751 โรงเรียนอาชีวะฉบับต่างโลก

คัดลอกลิงก์แล้ว