- หน้าแรก
- วิวัฒน์ไร้ขอบเขต
- ตอนที่ 1747 จะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว
ตอนที่ 1747 จะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว
ตอนที่ 1747 จะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว
หลิงอวิ้นจ้องมองใบหน้าของฮู่เตียนด้วยสีหน้าเหม่อลอย เธอถูกความงดงามนั้นทำให้ตื่นตะลึง
แม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงเหมือนกัน ก็ยังอดไม่ได้ที่จะใจเต้นตึกตัก
หลิงอวิ้นยกมือขึ้นผลักเฟิ่งเอ๋อร์ที่ขวางอยู่ตรงหน้าออกไป แล้วอธิบายว่า
"ท่านเข้าใจผิดแล้ว พวกเราไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น"
รองหัวหน้าอัศวินจ้องมองฮู่เตียน ภายในใจต้องยอมรับเลยว่ามนุษย์ครึ่งสัตว์อสูรตรงหน้านี้งดงามเกินไปจริงๆ ยากที่จะละสายตาไปได้
ฮู่เตียนเงยหน้าพิจารณาหลิงอวิ้น จากข่าวที่ได้มาจากด่านศุลกากร คนเหล่านี้ตรงหน้าน่าจะมาจากอาณาจักรฉีเอ่อร์ตัวเต๋อลี่
เธอกล่าวอย่างเย็นชาว่า
"หวังว่าเธอจะให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลกับฉันได้นะ"
หลิงอวิ้นได้ยินดังนั้นจึงหันหน้าไปสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"แบกคนมานี่"
รองหัวหน้าอัศวินส่งสายตาให้สัญญาณ อัศวินสองคนจึงเดินไปหาสืออ้าวที่หมดสติอยู่ และแบกเขามาตรงหน้าหลิงอวิ้น
เขามีเลือดไหลทะลักออกจากปากและจมูก แขนข้างหนึ่งบิดเบี้ยวผิดทิศทางข้อต่อ
หลิงอวิ้นอธิบายว่า
"เป็นเขาที่ตั้งตนทำตามอำเภอใจไปยุ่งกับต้นไม้นั่น ฉันเคยห้ามแล้ว"
"เขาเป็นลูกน้องของเธอเหรอ?"
ฮู่เตียนถามด้วยสายตาเรียบเฉย
"อืม"
หลิงอวิ้นพยักหน้า
ฮู่เตียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แล้วกล่าวอย่างเฉยเมย
"เขาเป็นลูกน้องของเธอ เธอบอกว่าเคยห้ามแล้ว แต่เขาก็ยังไปลงมือกับต้นเฟิ่ง เธอลองฟังดูสิว่าคำพูดนี้มันสมเหตุสมผลไหม?"
ในฐานะลูกน้องแต่ไม่ฟังคำสั่งเจ้านาย ไม่ว่าจะฟังยังไงก็ไม่สมเหตุสมผล
"..."
หลิงอวิ้นอ้าปากเผยริมฝีปากสีชมพู คำพูดนี้ฟังดูไม่สมเหตุสมผลจริงๆ
ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ไม่ว่ายังไง การทำผิดกฎหมายก็เป็นเรื่องจริง จะจ่ายค่าปรับ หรือจะจ่ายค่าปรับแล้วค่อยไปติดคุกล่ะ?"
"..."
หลิงอวิ้นแทบจะพลิกตาขาว แต่เมื่อนึกถึงฐานะของตัวเอง เธอก็ฝืนทนเอาไว้
"ปรับเท่าไหร่?"
เธอถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
ฮู่เตียนชูนิ้วขึ้นมาสามนิ้ว แล้วกล่าวอย่างราบเรียบ
"สามแสนทมิฬ หรือผลึกอสูรระดับเจ็ด 3 ก้อน"
หางตาของหลิงอวิ้นกระตุก ยามนี้เธออยากจะกระทืบสืออ้าวที่อยู่ตรงหน้าให้ตายคาเท้าจริงๆ
"ให้เธอไป"
เธอยกมือส่งสัญญาณ
เฟิ่งเอ๋อร์ขมวดคิ้วจ้องมองฮู่เตียน แต่ก็ยังหยิบผลึกอสูรส่งให้หญิงสาวผู้มีหางจิ้งจอก
ฮู่เตียนเก็บผลึกสัตว์อสูร นัยน์ตาสีแดงกุหลาบกวาดตามองเฟิ่งเอ๋อร์แวบหนึ่ง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"กลิ่นอายบนตัวของเธอ ฉันไม่ชอบเอาเสียเลย"
สีหน้าของเฟิ่งเอ๋อร์แข็งค้างไปเล็กน้อย รูม่านตาหดเกร็ง
เธอก้าวถอยหลังไปสองก้าว ฐานะถูกจับได้แล้วงั้นเหรอ?
หลิงอวิ้นเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าควรจะถามฐานะของหญิงสาวหางจิ้งจอก จึงเอ่ยถามเสียงเย็น
"ท่านยังไม่ได้บอกฐานะของตัวเองเลยนะ"
หางจิ้งจอกด้านหลังฮู่เตียนแกว่งไกวเบาๆ เธอตอบปัดๆ ไปว่า
"ฉันเป็นผู้ดูแลเมืองการค้าซานไห่"
หลิงอวิ้นเพิ่งนึกขึ้นได้ หลิงเซียงเคยพูดถึงผู้หญิงคนนี้ตรงหน้า โดยใช้คำว่าโฉมสะคราญไร้เปรียบมาบรรยาย
ฮู่เตียนกล่าวเสียงเย็นชา
"เมืองเต่าทมิฬยินดีต้อนรับผู้เป็นมิตรทุกคน หวังว่าพวกเธอจะปฏิบัติตามกฎหมายและกฎระเบียบของที่นี่"
"นี่เป็นแค่อุบัติเหตุ จะไม่มีครั้งที่สองอีกแล้ว"
หลิงอวิ้นรับประกัน
เธอมาเที่ยว ไม่ได้มาผูกใจเจ็บ ยิ่งไปกว่านั้น กษัตริย์แห่งอาณาจักรซีฮว๋าก็เคยกล่าวไว้ว่า เมืองเต่าทมิฬไม่ใช่สถานที่ที่จะไปตอแยได้ตามอำเภอใจ
ฮู่เตียนมองเธอแวบหนึ่ง แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ายวน
"งั้นก็ขอให้เที่ยวในเมืองเต่าทมิฬอย่างมีความสุขนะ"
เดิมทีเธอตั้งใจจะไปดูพื้นที่ที่กำลังขยายใหม่ ไม่คิดว่าตอนที่เดินผ่านต้นเฟิ่ง จะบังเอิญเจอคนกำลังหักกิ่งต้นเฟิ่งอย่างอุกอาจ
"ตกลง..."
หลิงอวิ้นมองด้วยสายตาแปลกๆ เธอมองผู้หญิงที่สวยเกินพอดีคนนี้ไม่ออกเลยจริงๆ
เธอหันไปมองสืออ้าว แล้วถามว่า
"แล้วเขา ท่านยังจะจับกุมตัวอีกไหม?"
"ไม่ล่ะ พวกเธอพาไปเถอะ จำไว้ว่าต้องเช็ดเลือดบนพื้นให้สะอาดด้วย"
ฮู่เตียนโบกมือ
เห็นได้ชัดว่าสืออ้าวได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก เขาเป็นจอมเวท ร่างกายบอบบางกว่าอัศวินมาก การถูกอสูรระดับแปดโจมตีแล้วไม่ตายก็นับว่าโชคดีมากแล้ว
การจับคนแบบนี้เข้าคุก มีแต่จะสิ้นเปลืองยาในการรักษาเปล่าๆ
"ได้"
หลิงอวิ้นขยับริมฝีปากตอบรับ
เธอมองส่งหญิงสาวหางจิ้งจอกเดินจากไป ทรวดทรงที่พลิ้วไหวทำให้เธอในฐานะผู้หญิงยังรู้สึกละอายใจ
เฟิ่งเอ๋อร์ยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้าหลิงอวิ้น
"องค์หญิง ดึงสติกลับมาหน่อยเพคะ เธอไปแล้ว"
"อืม"
หลิงอวิ้นได้สติกลับมา
เธอหันไปมองสืออ้าวที่ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ก่อนจะออกคำสั่ง
"ส่งเขากลับไปที่เรือ อย่าปล่อยให้เขาตาย รอให้ฉันกลับไปจัดการลงโทษ"
"พะย่ะค่ะ"
รองหัวหน้าอัศวินพยักหน้า
เขาจัดให้อัศวินคุมตัวสืออ้าวกลับไป และยาเวทรักษากบาดแผลให้เขาหนึ่งขวดเพื่อยื้อชีวิตเอาไว้ ในระยะเวลาสั้นๆ เขาคงยังไม่ตาย
หลิงอวิ้นปรับอารมณ์ใหม่ แล้วเดินยืดอกเชิดหน้ามุ่งไปยังโรงแรมเต่าทมิฬ
แววตาของเฟิ่งเอ๋อร์เปล่งประกาย เธอแสร้งทำเป็นพูดอย่างไม่พอใจ
"องค์หญิงเพคะ ด้วยฐานะของพระองค์ ไม่เห็นจำเป็นต้องกลัวเธอเลย"
"ใครบอกว่าฉันกลัวล่ะ?"
หลิงอวิ้นถลึงตาใส่เด็กสาว
"ไม่ใช่เพคะ หม่อมฉันพูดผิดไปเอง"
เฟิ่งเอ๋อร์รีบยอมรับผิด เธอรู้ดีว่าหลิงอวิ้นเป็นคนรักหน้าตามากที่สุด
หลิงอวิ้นทำหน้าจริงจังแล้วพูดว่า
"ฉันไม่ได้กลัวเธอ พูดตามความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้เป็นความผิดของพวกเราจริงๆ"
"เพคะ"
เฟิ่งเอ๋อร์รีบพยักหน้า
"ท่านพ่อยังต้องการร่วมมือกับเมืองเต่าทมิฬ และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นการร่วมมือระยะยาว พวกเราจำเป็นต้องจัดซื้อเสบียงจากที่นี่"
หลิงอวิ้นส่ายหน้า แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสว่า
"เพื่อเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ ไม่มีความจำเป็นต้องแตกหักกันหรอก"
เฟิ่งเอ๋อร์ก้มหน้าลง และกล่าวด้วยความละอายในความต่ำต้อยของตนเอง
"หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ เป็นองค์หญิงที่ทรงมองการณ์ไกล"
"เธอยังเด็ก นึกไม่ถึงเรื่องระดับนี้ก็เป็นเรื่องปกติ"
หลิงอวิ้นโบกมือทำตัวเหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมามาก
"..."
เฟิ่งเอ๋อร์ลอบนินทาในใจ อายุจริงๆ ของตัวเองสามารถเป็นย่าของเธอได้แล้ว ยังจะมาบอกว่าอายุน้อยอีก
พวกเธอเดินผ่านถนนมาหลายสาย จนมาถึงหน้าโรงแรมเต่าทมิฬ เมื่อเห็นป้ายชื่อเหนือประตู ก็รู้ว่าไม่ได้มาผิดที่
ตึก ตึก ตึก
หลิงอวิ้นเดินเข้าไปในล็อบบี้อย่างกระตือรือร้น และจองห้องสุดหรูที่หน้าเคาน์เตอร์หนึ่งห้อง ส่วนรองหัวหน้าอัศวินและคนอื่นๆ ก็จองห้องพักธรรมดา
หลังจากลงทะเบียนข้อมูลเสร็จเรียบร้อย ทุกคนก็เดินตามพนักงานไปยังลิฟต์ขนส่ง
"ว้าว วิเศษจังเลย"
จอมเวทที่ติดตามมาด้วยอุทานเบาๆ และเอื้อมมือไปลูบไล้ห้องโดยสารของลิฟต์ขนส่ง
ไม่กี่นาทีต่อมา หลิงอวิ้นก็เข้าพักในห้องหรู
เธอยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจกเคลือบ สามารถมองลงมาเห็นเมืองการค้ากว่าครึ่ง
"วิวดีจริงๆ"
เธอถอนหายใจด้วยความชื่นชม
ห้องนี้มีสี่ห้องนอน แต่มีเพียงเธอและเฟิ่งเอ๋อร์สองคนเท่านั้นที่พักอยู่
เฟิ่งเอ๋อร์ถามขึ้นว่า
"องค์หญิง จะทรงพักผ่อน หรือจะเสด็จออกไปเดินเล่นเพคะ?"
เมื่อครู่นี้ในห้อง เธอพยายามติดต่อผู้คุมกฏสีน้ำเงิน แต่ก็ยังติดต่อไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงอยากออกไปเดินเล่น เผื่อจะได้เจอเบาะแสอะไรบ้างโดยไม่คาดคิด
หลิงอวิ้นหันกลับมาส่งยิ้มงดงามดั่งดอกไม้พลางกล่าว
"ออกไปเดินเล่นกันเถอะ จะไปดูหนัง ดูละครเวที เล่นบิลเลียด แล้วก็ตีแบดมินตัน..."
"ได้เพคะ งั้นพวกเราไปเที่ยวกัน"
เฟิ่งเอ๋อร์พยักหน้า
ทั้งสองจัดแจงของเล็กน้อย วางห่อสัมภาระเล็กใหญ่ทั้งหมดไว้ในห้อง แล้วจึงหันหลังเดินออกจากห้อง
ด้านนอกประตู รองหัวหน้าอัศวินและคนอื่นๆ รออยู่ก่อนแล้ว เมื่อเห็นหลิงอวิ้นออกมา จึงรีบเดินตามไป
ทุกคนลงมาข้างล่างและเดินเล่นไปตามถนนโดยใช้สัญชาตญาณ กว่าจะไปถึงโรงภาพยนตร์ บนตัวของเหล่าอัศวินและจอมเวทก็เต็มไปด้วยถุงช้อปปิ้งพะรุงพะรัง
"..."
รองหัวหน้าอัศวินมองดูข้าวของพะรุงพะรังพวกนั้น หางตาก็อดกระตุกไม่ได้ ถ้ายังซื้อต่อไป เขาเองก็คงต้องช่วยหิ้วของด้วยแล้วล่ะ
"โรงภาพยนตร์!"
ดวงตาของหลิงอวิ้นเปล่งประกาย เธอจับมือเฟิ่งเอ๋อร์แล้ววิ่งเข้าไปอย่างตื่นเต้น
เมื่อรองหัวหน้าอัศวินเห็นเช่นนั้น กลับถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก