เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1735 ดูน่ากินไปหมดเลย

ตอนที่ 1735 ดูน่ากินไปหมดเลย

ตอนที่ 1735 ดูน่ากินไปหมดเลย


"ฟู่ ฟู่ ฟู่"

บนท้องฟ้า บนหลังของผึ้งงานระดับเจ็ด พวกซิไป๋ฉีนั่งเรียงแถวกันอยู่

ซิไป๋ฉีทอดสายตามองไปไกล เห็นกำแพงเมืองสูงตระหง่าน จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสว่า

"ใกล้จะถึงแล้ว ข้างหน้าก็คือเมืองการค้าซานไห่"

ไห่เซ่อเฟินมองไปแต่ไกล ถอนหายใจรำพึงออกมาว่า

"ใหญ่โตมากเลย ใหญ่กว่าเมืองศักดิ์สิทธิ์ซะอีก"

"แน่นอนว่าต้องใหญ่กว่าเมืองศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้วสิ"

ซิไป๋ฉีกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

ผึ้งงานระดับเจ็ดลดระดับความสูงลง ร่อนลงสู่บริเวณจัตุรัสกลางเมืองการค้าซานไห่

บนหลังผึ้งงาน ซิไป๋ฉีมองเห็นต้นไม้ที่เพิ่มขึ้นมาในเมือง จึงเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า

"เอ๊ะ มีต้นไม้สีชมพูเพิ่มมาต้นหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ?"

อวิ๋นอวิ๋นได้ยินดังนั้นก็มองตามไป เห็นต้นเฟิ่งที่คุ้นเคย ก็เข้าใจกระจ่างแจ้งทันที เอ่ยว่า

"นี่คือต้นที่มู่เหลียงขุดกลับมาจากข้างนอกเมืองศักดิ์สิทธิ์น่ะ"

"ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"

ซิไป๋ฉีถามกลับไปโดยสัญชาตญาณ

"ก็วันนั้นที่เธออยู่เป็นเพื่อนท่านอาจารย์ที่บ้าน ฉันพามู่เหลียงออกไปเดินเล่นไงล่ะ"

อวิ๋นอวิ๋นอธิบาย

"อย่างนี้นี่เอง"

ซิไป๋ฉีนึกย้อนกลับไป ก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

ผึ้งงานบินวนบนท้องฟ้าหนึ่งรอบ ก่อนจะร่อนลงจอดไม่ไกลจากต้นเฟิ่งมากนัก

"พวกเธอมาถึงช้าเกินไปแล้วนะ"

เสียงนุ่มละมุนของมู่เหลียงดังแว่วมา

เขากำลังเตรียมตัวจะไปเมืองเล็กใต้ทะเลกับฮู่เตียนและลี่เยว่ ก็พอดีมาเจอพวกซิไป๋ฉีเดินทางมาถึง

ซิไป๋ฉีเอ่ยด้วยความประหลาดใจว่า

"มู่เหลียง พวกนายมาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"

"เมื่อสิบนาทีที่แล้ว"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

เขามองไปทางอวิ๋นอวิ๋นและสองพี่น้องไห่เซ่อเฟิน บนใบหน้าของพวกเธอประดับด้วยรอยยิ้มหวาน พยักหน้าทักทายเขา

ซิไป๋ฉีถามอย่างน่ารักไร้เดียงสาว่า

"แล้วตอนนี้พวกนายกำลังจะไปไหนกันล่ะ?"

"เตรียมจะไปดูเมืองเล็กใต้ทะเลสักหน่อย"

มู่เหลียงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

"เมืองเล็กใต้ทะเล พวกเราขอไปด้วยได้ไหม?"

ดวงตาสีทองของซิไป๋ฉีเปล่งประกาย

ตั้งแต่เมืองเล็กใต้ทะเลเริ่มก่อสร้าง เธอก็ยังไม่เคยไปดูเลย

ฮู่เตียนยิ้มยั่วยวนพลางกล่าวว่า

"พวกเธอไม่ได้จะมาเดินเล่นหรอกเหรอ?"

ซิไป๋ฉีกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานใสว่า

"ไปเมืองเล็กใต้ทะเลก่อน ไปเสร็จแล้วค่อยกลับมาเดินเล่นก็ยังได้"

"ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ"

มู่เหลียงยิ้มกริ่มแล้วกล่าว

เขาพาสาวๆ บินขึ้นฟ้า บินทะลุผ่านเมืองการค้าซานไห่และป้อมซานไห่ ก่อนจะร่อนลงจอดบนด่านศุลกากรในแนวดิ่ง

อวิ๋นอวิ๋นและสองพี่น้องไห่เซ่อเฟินเงียบกริบตลอดทาง ดวงตาสวยเอาแต่มองสำรวจรอบด้าน ปากเล็กๆ อ้าค้างอยู่ตลอดเวลา

ด้านหลังด่านศุลกากรคือสถานีรถไฟด่านศุลกากร รถไฟจอดเทียบชานชาลาอยู่ พนักงานกำลังทำการตรวจสอบก่อนออกเดินทาง

"ท่านเจ้าเมือง"

เว่ยกังเดินเข้ามาต้อนรับ ยกมือขึ้นทำความเคารพอย่างนอบน้อม

"อืม ต้าอ้านล่ะ?"

มู่เหลียงถาม

เว่ยกังอธิบายว่า

"ท่านหัวหน้ายังยุ่งอยู่ที่ป้อมซานไห่ครับ ต้องการให้เรียกเธอมาไหมครับ?"

"ไม่ต้องหรอก"

มู่เหลียงโบกมือ

เขานึกอะไรขึ้นมาได้ จึงถามต่อว่า

"ช่วงนี้มีใครเข้ามาในเมืองบ้างไหม?"

เว่ยกังกล่าวอย่างนอบน้อมว่า

"มีพวกโจรสลัดมากลุ่มหนึ่งครับ"

ซิไป๋ฉีถามด้วยความประหลาดใจว่า

"โจรสลัดไม่ได้ก่อเรื่องเหรอ?"

เว่ยกังหัวเราะเบาๆ พลางกล่าวว่า

“ถูกจับขังคุกไปหมดแล้วครับ”

"เอาเถอะ"

ซิไป๋ฉีเบะปาก

"นายไปทำงานเถอะ"

มู่เหลียงพูดพลางก้าวเท้าเดินเข้าไปในรถไฟ

เว่ยกังยกมือขึ้นวันทยหัตถ์ มองส่งพวกลี่เยว่เดินเข้าไปในรถไฟ

วืด

ผ่านไปไม่นาน รถไฟก็เริ่มออกตัว มุ่งหน้าไปยังทิศทางของเมืองเล็กใต้ทะเล

ภายในตู้โดยสาร อวิ๋นอวิ๋นและสองพี่น้องไห่เซ่อเฟินมีใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ เกาะหน้าต่างตู้โดยสารเพื่อดูทิวทัศน์ด้านนอก

"ขยับแล้ว นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?"

อวิ๋นอวิ๋นอุทานด้วยความตกตะลึง

"มหัศจรรย์จัง ทำได้ยังไงกัน?"

ไห่เซ่อเฟินตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก

"หลักการทำงานฉันก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน"

ซิไป๋ฉียักไหล่

ความเร็วเริ่มต้นของรถไฟไม่ได้เร็วนัก หลังจากแล่นออกจากสถานีรถไฟด่านศุลกากร ก็ลอดผ่านถ้ำหินใต้ลานด่านศุลกากร เข้าสู่อุโมงค์ผลึก

ครืน ครืน ครืน

รถไฟแล่นไปตามรางรถไฟลงสู่เบื้องล่าง รางรถไฟที่ลาดเอียงทอดลึกลงไปในน้ำทะเล ทิวทัศน์นอกหน้าต่างถูกแทนที่ด้วยน้ำทะเล แสงสะท้อนผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับงดงามยิ่งนัก

"ว้าว ลงทะเลไปแล้วจริงๆ ด้วย!"

ไห่เฟินนีร้องอุทานออกมา

ลี่เยว่ก็มองออกไปนอกหน้าต่างเช่นกัน ม่านพลังผลึกสกัดกั้นน้ำทะเลเอาไว้ด้านนอก ยังพอมองเห็นแสงสว่างที่ส่องลอดลงมาจากผิวน้ำทะเลได้ลางๆ

เมื่อรถไฟเคลื่อนตัวลึกลงไปใต้ทะเลเรื่อยๆ แสงสว่างก็ยิ่งลดน้อยลง ด้วงโคมไฟภายในตู้โดยสารจึงเปล่งแสงสว่างออกมา

บนม่านพลังผลึก ก็มีด้วงโคมไฟเปล่งแสงสว่างอยู่เช่นกัน

"สวยจังเลย"

ดวงตาสวยของอวิ๋นอวิ๋นเป็นประกายวิบวับ

แสงสว่างของด้วงโคมไฟ ดึงดูดฝูงปลาในทะเลให้เข้ามาใกล้ พวกมันว่ายวนเวียนอยู่ข้างๆ ม่านพลังผลึก

"ปลาเยอะแยะเลย"

ไห่เซ่อเฟินอ้าปากสีชมพู ลมหายใจที่พ่นออกมาทิ้งคราบฝ้าไว้บนหน้าต่างผลึก

ไห่เฟินนีพึมพำว่า

"ดูน่ากินไปหมดเลย"

พอมู่เหลียงและคนอื่นๆ ได้ยินก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ทำเอาคนฟังหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก

รถไฟยังคงแล่นลงสู่เบื้องล่างต่อไป เมื่อไปถึงเมืองเล็กใต้ทะเล เวลาก็ผ่านไปแล้วสองชั่วโมง

แม้ระยะทางเป็นเส้นตรงจะห่างกันเพียงสิบกว่ากิโลเมตร แต่การนั่งรถไฟกลับต้องใช้เวลาถึงสองชั่วโมง ซึ่งนี่เกี่ยวข้องกับความลาดเอียงของรางรถไฟ เพื่อความปลอดภัย รถไฟจึงวิ่งได้เฉพาะเส้นทางที่ลาดชันลงอย่างช้าๆ เท่านั้น

รถไฟแล่นเข้าสู่เมืองเล็กใต้ทะเลอย่างราบรื่น และจอดเทียบท่าภายในสถานีรถไฟ

ประตูตู้โดยสารเปิดออก พวกมู่เหลียงเดินลงจากรถไฟ พนักงานกำลังรอคอยอยู่บนชานชาลา

"ท่านเจ้าเมือง ท่านฮู่เตียน"

พนักงานโค้งคำนับอย่างพร้อมเพรียงและนอบน้อม

"อืม"

มู่เหลียงพยักหน้าเรียบๆ

เขายืนนิ่ง กวาดสายตามองสำรวจสภาพแวดล้อมของสถานีรถไฟ เห็นได้ชัดว่างานตกแต่งของสถานีรถไฟเสร็จสมบูรณ์เป็นอันดับแรก ป้ายบอกทางภายในสถานี รูปปั้นประดับ โปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ และสิ่งอื่นๆ ล้วนถูกติดตั้งไว้หมดแล้ว

มู่เหลียงเดินลงจากชานชาลา โดยมีกลุ่มพนักงานคอยเดินตามคุ้มกัน ลอดผ่านช่องทางออก และเข้าสู่โถงผู้โดยสารขาเข้าจากประตูเล็กด้านข้าง

โถงผู้โดยสารขาเข้ามีขนาดใหญ่มาก มีที่นั่งจัดเรียงเป็นแถวๆ บริเวณทางเข้าคือช่องจุดตรวจความปลอดภัย มีพนักงานกำลังทำความสะอาดพื้นอยู่

มู่เหลียงพยักหน้าช้าๆ พลางกล่าวว่า

"ตกแต่งได้ไม่เลวเลย"

"ฉันคอยคุมงานอยู่ทั้งคน ไม่แย่หรอกน่า"

ฮู่เตียนกล่าวด้วยน้ำเสียงยั่วยวน

"อืม ออกไปดูข้างนอกกันเถอะ"

มู่เหลียงหลุดขำออกมา ก่อนจะก้าวเดินไปทางทางออก

พวกลี่เยว่รีบเดินตามไป พนักงานต่างมองส่งพวกเขาจากไปด้วยความนอบน้อม

ตึก ตึก ตึก

ทุกคนเดินอยู่บนถนนของเมืองเล็กใต้ทะเล รอบด้านเต็มไปด้วยคนงานก่อสร้างที่กำลังทำงานตกแต่งอาคารบ้านเรือน

ไห่เซ่อเฟินร้องอุทานว่า

"ที่นี่ก็สวยมากเลย แถมยังมีปลาตัวใหญ่อีกเพียบ"

ด้านนอกม่านผลึก มีปลาตัวใหญ่ขนาดเกินสิบเมตรอยู่สิบกว่าตัว พวกมันถูกดึงดูดมาด้วยแสงสว่างที่แผ่ออกมาจากกิ่งก้านและใบของต้นไม้แห่งชีวิต

เนื่องจากมีเต่าทมิฬอยู่ พวกมันจึงไม่กล้าโจมตีม่านผลึก ทำได้เพียงว่ายวนเวียนอยู่ด้านนอกม่านพลัง เพื่อดูดซับขันธ์แห่งชีวิตที่เอ่อล้นออกมาจากต้นไม้แห่งชีวิต

"พวกมันจะไม่โจมตีเข้ามาใช่ไหม?"

อวิ๋นอวิ๋นเอ่ยถามด้วยความกังวล

"ไม่หรอก มีเต่าทมิฬน้อยกับมังกรทะเลอยู่ทั้งตัว"

มู่เหลียงกล่าวเสียงเรียบ

อวิ๋นอวิ๋นกะพริบตาปริบๆ พลางกล่าวว่า

"มังกรทะเลเหรอ?"

"ก็เป็นสัตว์เลี้ยงของมู่เหลียงอีกนั่นแหละ"

ลี่เยว่อธิบายอย่างไม่ใส่ใจนัก

"มันมาแล้ว"

มู่เหลียงพูดพลางมองออกไปนอกม่านพลังผลึก

ซ่า ซ่า ซ่า

มังกรทะเลร่างยักษ์ว่ายเข้ามา ว่ายวนเวียนอยู่ด้านนอกม่านผลึก เพื่อข่มขวัญสัตว์อสูรมารทางทะเลเหล่านั้น

พวกอวิ๋นอวิ๋นร้องอุทานด้วยความประหลาดใจอีกครั้ง จ้องมองตาไม่กะพริบ

มังกรทะเลอยู่ระดับเก้าแล้ว รับหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของด่านศุลกากร ท่าเรือ และเมืองเล็กใต้ทะเล

เมืองเล็กใต้ทะเลยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง จึงไม่มีอะไรให้เดินดูมากนัก การมาครั้งนี้ก็เพื่อตรวจตราความคืบหน้าของงาน

ทุกคนอยู่ที่เมืองเล็กใต้ทะเลนานกว่าสองชั่วโมง หลังจากแก้ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ไปบ้างแล้ว จึงกลับไปขึ้นรถไฟกลับมายังสถานีรถไฟด่านศุลกากร

จบบทที่ ตอนที่ 1735 ดูน่ากินไปหมดเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว