เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 60 จริงด้วยแฮะ ข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง

ตอนที่ 60 จริงด้วยแฮะ ข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง

ตอนที่ 60 จริงด้วยแฮะ ข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง


ตอนที่ 60 จริงด้วยแฮะ ข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง

 

มือคว้าหมับไปที่ต้นอ่อนที่เพิ่งจะงอกออกมา แล้วออกแรงดึงปั๊บ!

ผลที่ได้คือ...

มันหลุดออกมาเลย!

ทันใดนั้น ข้อมูลที่แสดงขึ้นตรงหน้าเฉิงเหล่ยระบุว่า "ที่ดินว่างพร้อมเพาะปลูก"

จริงด้วยแฮะ! ข้อสันนิษฐานของเขาถูกต้องเป๊ะ!

เฉิงเหล่ยรีบไปเอาเมล็ดพันธุ์มาปลูกใหม่ด้วยความดีใจทันที

สำหรับการดึงต้นอ่อนทิ้งในครั้งนี้ เฉิงเหล่ยรู้ดีว่าเขาต้องเสียเงินฟรีๆ ไป 100 หยวน แต่ถ้าครั้งต่อไปเขาสุ่มปลูกได้มะเขือเทศล่ะก็ บอกเลยว่ากำไรเละ!

ถ้าได้ถั่วฝักยาว เขาก็ยังกำไรมหาศาลอยู่ดี หรือถ้าได้ฟักทอง ก็ยังถือว่าได้กำไรนิดหน่อย แต่ถ้ายังได้แตงกวาเหมือนเดิม... เออ อันนั้นขาดทุนซ้ำซ้อน

สิ่งที่เฉิงเหล่ยขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ นอกจากเงินแล้วก็คือ "เวลา" นั่นเอง

แตงกวาต้นหนึ่งตั้งแต่เริ่มงอกจนสุกต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ซึ่งเขาต้องนั่งรอเวลาขนาดนั้น มันเป็นอะไรที่ทรมานใจเฉิงเหล่ยมาก เพราะตอนนี้แตงกวามันไม่ทำเงินแล้ว มีแค่มะเขือเทศและผักระดับสูงเท่านั้นที่จะทำเงินให้เขาได้มากที่สุด เมื่อมองย้อนกลับมา การดึงต้นอ่อนแตงกวาทิ้งอาจจะดูเหมือนขาดทุนในตอนแรก แต่ถ้ามันช่วยให้เขาปลูกผักระดับสูงขึ้นมาได้ มันก็คุ้มค่าที่จะเสี่ยง

อีกอย่าง ตอนนี้ฟาร์มเลเวล 3 แล้ว เฉิงเหล่ยไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะซวยปลูกได้แต่แตงกวาตลอดไป

และที่สำคัญ มะเขือเทศที่ตอนแรกทำเงินได้แค่เล็กน้อย ตอนนี้โรงแรมซิงไห่ต้องการมากแถมยังให้ราคาสูงปรี๊ด เขามีเงินทุนมากพอที่จะยอมเสี่ยงดึงต้นอ่อนแตงกวาทิ้งแล้วล่ะ

ช่างหัวมันเถอะ! เพื่อเงิน... ลุยแม่งเลย!

เมื่อพบวิธีใหม่ เฉิงเหล่ยก็กลับมามีความหวังกับพื้นที่มิติเกมอีกครั้ง

วินาทีที่เมล็ดนิรนามงอกออกมา มันก็คือวินาทีแห่งการลุ้นรางวัล ก่อนหน้านี้เพราะติดข้อจำกัดด้านความคิดและกำลังทรัพย์ เฉิงเหล่ยเลยทำได้แค่รออย่างโง่ๆ อย่างน้อยสองชั่วโมงครึ่งถึงจะเปิดรางวัลรอบต่อไปได้

ถ้าช่วงไหนเขายุ่งจนลืม หรือเห็นว่าเป็นผักระดับต่ำแล้วขี้เกียจเก็บ เขาก็ต้องรอไปอีกหลายชั่วโมงกว่าจะเริ่มใหม่ได้

แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว! เมื่อเขารู้วิธีนี้ เขาใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงก็รู้ผลรางวัลได้หนึ่งรอบ ถ้าเห็นว่าอันไหนทำเงินก็เก็บไว้ อันไหนไม่ทำเงินก็แค่ถอนทิ้ง!

จริงๆ ด้วย... คนเรามันต้องรู้จักคิด รู้จักลองทำอะไรใหม่ๆ หลังจากออกจากมิติเกม เฉิงเหล่ยก็อยู่ในอาการตื่นเต้นไม่หาย ก่อนหน้านี้เขายังกังวลอยู่เลยว่าจำนวนมะเขือเทศจะไม่พอส่ง แต่พอมีวิธีนี้ เรื่องมะเขือเทศก็น่าจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป

ต่อให้การปลูกผักระดับสูงจะใช้เวลานานกว่าปกติ แต่เขามีที่ดินตั้ง 3 แปลง เขาสามารถหาทางส่งมะเขือเทศให้ได้วันละ 200 ชั่งขึ้นไปได้อย่างแน่นอน เพราะเปอร์เซ็นต์ที่มะเขือเทศ (ผักเลเวล 1) จะงอกออกมาก็ยังถือว่าสูงอยู่

รอไปอีกครึ่งชั่วโมง เฉิงเหล่ยก็มุดเข้ามิติเกมอีกรอบ พอพบว่าบนที่ดินทั้ง 3 แปลงเป็นมะเขือเทศทั้งหมด เฉิงเหล่ยก็ดีใจสุดขีด วิธีนี้มันเวิร์กจริงๆ!

ตอนนี้เรียกได้ว่ามะเขือเทศคือผักที่ทำเงินให้เขาได้มากที่สุด ใช้เวลาน้อยที่สุด แต่ได้เงินมากที่สุด... ใครจะไม่ชอบล่ะจริงไหม? ส่วนฟักทองกับถั่วฝักยาว เฉิงเหล่ยยังติดกับดักทางความคิดเรื่องการตั้งราคาถูกแบบตอนเริ่มแรกอยู่ ทำให้กำไรที่ได้จากพวกมันยังน้อยกว่ามะเขือเทศ

จริงด้วย! พรุ่งนี้ตอนที่เขาปรับราคามะเขือเทศให้สูงขึ้น ผักพวกนี้ก็ต้องปรับราคาขึ้นเป็นเท่าตัวด้วย จะมัวแต่หาเงินน้อยๆ อยู่ทำไม ไม่งั้นจะมีไอ้ระบบนี้ไว้ทำพระแสงอะไรล่ะ

ออกจากมิติมาก็เกือบจะบ่ายโมงแล้ว ตอนที่เฉิงเหล่ยกำลังปิดประตูร้าน เขาเห็นป้าเสิ่นร้านข้างๆ กำลังนั่งสัปหงก ดูท่าจะทนง่วงไม่ไหวเหมือนกัน ก็แหม อากาศร้อนจัดขนาดนี้ อย่าว่าแต่คนเลย แม้แต่หมายังง่วงนอน

ตอนเดินผ่านร้านผักของพี่จาง เฉิงเหล่ยแอบเหล่มองเข้าไปข้างใน เห็นพี่จางอยู่คนเดียวในห้องแอร์ นอนฟุบหลับอยู่บนโต๊ะ ไม่เห็นเมียเขา คาดว่าน่าจะไปนอนพักเหมือนกัน

ความทรงจำที่เฉิงเหล่ยมีต่อเมียพี่จาง คือช่วงที่เขาเริ่มเปิดร้านใหม่ๆ แล้วทั้งสองร้านแวะเวียนมาทักทายกัน

เธอหน้าตาดูเรียบร้อยอ่อนหวาน พูดจาสุภาพละมุนละไม แต่เฉิงเหล่ยก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดีว่า ทำไมพวกเขาถึงต้องทิ้งอาชีพเดิมมาเปิดร้านแข่งกับเขาด้วยนะ? เฉิงเหล่ยไม่ได้จมปลักอยู่กับความคิดนั้นนาน พอเขากลับถึงที่พัก จัดการมื้อเที่ยงแบบลวกๆ เสร็จก็นอนแผ่หลับบนเตียงทันที

เขานอนยาวไปจนถึงบ่ายสามโมงกว่าๆ ถึงจะค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา พอตื่นมาปุ๊บ เฉิงเหล่ยก็มุดเข้ามิติเกมปั๊บ เก็บมะเขือเทศที่สุกแล้วและหว่านเมล็ดนิรนามชุดใหม่ลงไป เพียงเวลาแค่ไม่กี่นาที มะเขือเทศในคลังมิติของเขาก็พุ่งขึ้นไปเป็น 260 ชั่ง (130 กก.) ทว่าสิ่งที่ต้องแลกมาคือเมล็ดนิรนามเหลืออยู่แค่ 200 เมล็ดเท่านั้น

ลำพังแค่ที่ดิน 3 แปลงก็กินเมล็ดพันธุ์เร็วอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้เฉิงเหล่ยเรียนรู้วิธี "ถอนต้นอ่อน" อัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ก็ยิ่งพุ่งทะยานเร็วขึ้นไปอีก หว่านเมล็ดเสร็จ เฉิงเหล่ยก็ออกจากมิติมาโผล่ในห้องน้ำพอดี

พอดีเลย... เพิ่งตื่นนอนยังไม่ได้ล้างหน้า จะได้ล้างหน้าในห้องน้ำเลย ไม่ต้องเดินไปเดินมาให้เสียเวลา

นี่นับว่าเป็น "สวัสดิการ" อย่างหนึ่งล่ะมั้ง... การเคลื่อนย้ายในพริบตาแบบมีจุดหมายชัดเจน

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ เฉิงเหล่ยก็เดินไปที่ร้านผักด้วยความกระปรี้กระเปร่า เมื่อกุมความลับของวิธีใหม่ไว้ได้ และเห็นว่าผักที่ต้องการค่อยๆ เพิ่มจำนวนขึ้น มีหรือที่เขาจะอารมณ์ไม่ดี พอถึงร้าน เห็นว่าเวลายังไม่ครบครึ่งชั่วโมง เฉิงเหล่ยเลยยังไม่เข้ามิติ แต่เขาเดินไปทักทายป้าเสิ่นด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ ป้าเสิ่นที่เมื่อตอนเที่ยงเพิ่งจะเดินมาโชว์เหนือใส่ พอเห็นเฉิงเหล่ยเดินมาทักทายแถมยังยิ้มระรื่นผิดปกติ ป้าแกก็เริ่มสงสัยทันที

ไอ้หนุ่มนี่มันไปเจอเรื่องดีอะไรมานะ? ทำไมมันดูอารมณ์ดีจัง

เฉิงเหล่ยไม่ได้อธิบายอะไรให้ป้าแกฟัง เขานั่งลงบนม้านั่งตัวเล็ก นั่งรอเวลาให้ผ่านไปอย่างใจเย็น

เขาหยิบมือถือขึ้นมาไถหน้าฟีดวีแชทดูว่าช่วงนี้มีข่าวคราวอะไรบ้าง

ปกติเฉิงเหล่ยไม่ค่อยชอบเล่นฟีดวีแชทเท่าไหร่ เพราะเขาไม่ค่อยชอบโพสต์อะไร

แถมเหตุผลสำคัญอีกอย่างคือ ทันทีที่เขาโพสต์อะไรลงไป บรรดาสาวๆ มากหน้าหลายตาจะพากันมากดไลก์กดคอมเมนต์ชมความหล่อของเขากันถล่มทลาย

ลองนึกภาพถ้าคนหน้าตาธรรมดาๆ โพสต์สิ ความรู้สึกมันเหมือนนักเขียนโนเนมที่นั่งเขียนนิยายแบบออฟไลน์คนเดียวเงียบๆ... อย่างเช่นตอนนี้...

เฉิงเหล่ยเคยกลัดกลุ้มกับเรื่องนี้มาก เขาเลยไม่ค่อยโพสต์อะไรลงไปอีก และเมื่อก่อนมักจะมีสาวๆ ทักแชทส่วนตัวมาคุยกับเขาบ่อยมาก ส่วนใหญ่เป็นน้องๆ วัยใส แต่เฉิงเหล่ยไม่ใช่เจ้าของ "บ่อปลา" (พวกเจ้าชู้เก็บสาวไว้ในสต็อก) เขาเลยไม่ค่อยตอบแชทพวกเธอ นานๆ เข้าคนพวกนั้นก็เริ่มหายหน้าไปเอง

ไถฟีดวีแชทดูชีวิตประจำวันของเพื่อนสาวและพวกโฆษณาไปสักพัก พอเห็นว่าเวลาใกล้ครบแล้ว เขาก็เข้ามิติเกมอีกครั้ง

รอบนี้ระบบใจป้ำมาก บนที่ดินสีแดง (ที่ดินเกรดดี) มีผักเลเวล 2 อย่างฟักทองโผล่มาเลย! ส่วนที่ดินสีเหลืองอีก 2 แปลง อันหนึ่งเป็นมะเขือเทศ อีกอันเป็นแตงกวา พอเห็นแตงกวา เฉิงเหล่ยไม่พูดพร่ำทำเพลง ดึงทิ้งทันที! แล้วหว่านเมล็ดใหม่ลงไป ง่ายๆ ดิบๆ และใจป้ำ! คำสามคำนี้สามารถอธิบายภาพลักษณ์ของเฉิงเหล่ยในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี

หลังจากถอนต้นอ่อนแตงกวาทิ้ง เฉิงเหล่ยมองฟักทองกับมะเขือเทศด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความปลาบปลื้ม

ขณะที่จ้องมองฟักทองอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า อีกวันสองวันเขาจะต้องกลับบ้านเกิดไปหาพ่อแม่ และหาโอกาสกินขนมฟักทองฝีมือแม่ด้วย

วันที่ 30 มิถุนายน ตรงกับวันเสาร์พอดี ซึ่งเป็นวันหยุดของพวกมนุษย์เงินเดือน เฉิงเหล่ยเลยตัดสินใจว่าวันนั้นเขาจะ "ปิดร้านพักร้อน" 1 วัน แน่นอนว่าก่อนจะหยุดไปพักผ่อน เขาต้องเตรียมมะเขือเทศส่งให้โรงแรมซิงไห่ล่วงหน้าไว้ให้มากหน่อย เหลือเวลาอีก 2 วัน เฉิงเหล่ยคำนวณดูแล้ว ด้วยวิธีใหม่ที่เขาเพิ่งคิดออก ปริมาณมะเขือเทศที่เขาสะสมไว้ต้องพุ่งพรวดพราดแน่นอน!

จบตอน 60

จบบทที่ ตอนที่ 60 จริงด้วยแฮะ ข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้อง

คัดลอกลิงก์แล้ว