เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 305 พี่สาวสุ่ยรั่ว

บทที่ 305 พี่สาวสุ่ยรั่ว

บทที่ 305 พี่สาวสุ่ยรั่ว


ทันใดนั้น แผ่นหลังของนางก็แอ่นขึ้นอย่างรวดเร็ว เมื่อสัมผัสได้ถึง...

...ลิ้นอันอบอุ่นที่สอดล้ำเข้ามาภายใน?

สวบ...

“ฮ่าา~?... ดะ..เดี๋ยวก่อน! นี่มันไม่ใช่การบำเพ็ญคู่... อื้อ~”

สุ่ยรั่วเริ่มบิดกายไปมา ขณะที่ความรู้สึกประหลาดสายหนึ่งไหลบ่าจากเบื้องล่าง แผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง

นางยกมือทั้งสองขึ้นอย่างอ่อนแรง วางลงบนศีรษะของหลี่เฟิง แต่เขากลับไม่ขยับแม้แต่น้อย...

มั่นคงดุจนักรบผู้ไม่มีวันสั่นคลอน ขณะประคองร่างของนางไว้แน่น ไม่ปล่อยให้นางหลบหนี

“อ๊าา~... มัน... รู้สึก... แปลกจัง~”

ริมฝีปากเล็กของสุ่ยรั่วเผยอออก สูดหายใจหอบเบา ๆ

ดวงตาสีฟ้าอันงดงามเริ่มเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใส

นางเอียงศีรษะไปมาซ้ายขวา ขณะที่ความรู้สึกอันท่วมท้นนั้น ดูราวกับกำลังกลบความเจ็บปวดที่เคยทรมานนางก่อนหน้านี้ไปพร้อมกัน

ไม่นานนัก หลังจากความตกใจในช่วงแรกผ่านพ้นไป

นางกลับเริ่มรู้สึกว่า...

...มันช่างสบายอย่างน่าประหลาด

จนอดเบิกตากว้างด้วยความตะลึงไม่ได้

'มะ..มันเกิดอะไรขึ้นกัน...?'

นางย่อมรู้เรื่องระหว่างบุรุษและสตรีอยู่บ้าง แต่เช่นเดียวกับศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนัก นางทุ่มเทให้กับการบำเพ็ญเพียรมาโดยตลอดและไม่เคยสนใจความสุขทางโลกอันเป็นเรื่องของร่างกายมนุษย์

คำสอนของสำนักเน้นย้ำอยู่เสมอว่า การมัวเมาในกิเลสของร่างมนุษย์จะมีแต่ทำให้การบำเพ็ญเพียรล่าช้าและทำให้รากฐานอ่อนแอลง... ซึ่งประวัติศาสตร์ก็พิสูจน์มาแล้วว่ามันเป็นความจริง

เว้นเสียแต่ว่าจะฝึกวิชาบำเพ็ญคู่ มิฉะนั้นศิษย์ส่วนใหญ่ของสำนักแทบจะไม่แตะต้องร่างกายมนุษย์ของตนเองเลย

เมื่อเวลาผ่านไป หลายคนจึงมองว่าความสุขทางโลกเป็นอุปสรรคบนเส้นทางสู่ความเป็นอมตะ

แน่นอน...

ข้อยกเว้นเพียงหนึ่งเดียวก็คือหลี่เฟิง เพราะร่างพิเศษของเขา รวมถึงวิชาบำเพ็ญคู่ระดับเซียนของเขาในตอนนี้

“อ๊าา~... ฮ่าา~...”

ท่ามกลางเสียงครางที่ค่อย ๆ ไพเราะขึ้นเรื่อย ๆ ของนาง หลี่เฟิงซึ่งตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองจนพอใจ และทำให้ร่างของนางชุ่มไปทั่วแล้ว จึงค่อย ๆ ผละตัวออกอย่างช้า ๆ

สีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

'...หากบนโลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าน้ำทิพย์ของเซียน สิ่งนี้ก็คงนับได้ว่าเป็นหนึ่งในนั้น' เขาคิดในใจ

จากนั้นความคิดใหม่ก็ผุดขึ้นมา

'หรือว่าควรให้เยว่หลานฝึกวิชาของสำนักวารีหลั่งไหลดี?'

หลี่เฟิงครุ่นคิดถึงเรื่องนี้อย่างจริงจัง พลางเลียริมฝีปากช้า ๆ

แต่แล้ว...

เสียงเรียกแผ่วเบาของสุ่ยรั่วก็ดึงสติของเขากลับมา

“...หลี่เฟิง...”

เมื่อได้ยินเสียงอันอ่อนโยนและชวนใจสั่นนั้น เขาจึงหันกลับไปมองสุ่ยรั่วในที่สุด

แทบจะในทันที...

ร่างกายส่วนล่างของเขาก็ตื่นตัวถึงขีดสุด

เวลานี้ สุ่ยรั่วดูเย้ายวนจนยากจะละสายตา

ดวงตาสีฟ้าที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ...

ใบหน้างดงามที่แดงระเรื่อ...

และหยดเหงื่อบาง ๆ ที่เกาะอยู่บนไหปลาร้า ค่อย ๆ ไหลเลื่อนลงสู่ร่องอกลึกของนางอย่างช้า ๆ

ทรวงอกอันอวบอิ่มซีดขาวของนางดูราวกับจะทะลักออกมาจากอาภรณ์ได้ทุกเมื่อ หลังจากถูกกดรัดจากการดิ้นรนก่อนหน้านี้

ริมฝีปากสีชมพูเล็ก ๆ แยกออกเล็กน้อย ขณะที่นางสูดลมหายใจหอบเบา ๆ

สีหน้าที่เปราะบางนั้น...

งดงามเสียจนทำให้เขาตั้งตัวไม่ทัน

และเมื่อได้เห็นภาพตรงหน้า...

“...หลี่เฟิง?”

เขาไม่ได้ตอบ

แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก

ไม่นานนัก เสื้อผ้าทั้งหมดก็ถูกถอดออกจนหมด

เผยให้เห็นเรือนร่างกำยำ แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาอย่างสมบูรณ์

สุ่ยรั่วหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย เมื่อสายตาตกไปยัง...

...สิ่งมหึมาระหว่างเรียวขาของหลี่เฟิง

นางอดลังเลขึ้นมาไม่ได้

“...นี่ หลี่เฟิง มะ…ไม่อย่างนั้น... พวกเราค่อยทำเรื่องนี้วันหลังดีไหม? ขะ..ข้าคิดว่าข้ายังพอจะทนไหว…”

หลี่เฟิงกลับไม่สนใจความขี้ขลาดของสตรีตรงหน้า

เขาเริ่มจัดตำแหน่งร่างกายของตนเอง แต่แล้วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางเหลือบมองแขนที่หายไปของตัวเอง

ไม่ใช่ว่าแขนที่ขาดสร้างความรำคาญให้เขา

แต่เป็นพลังงานประหลาดที่ยังตกค้างอยู่ต่างหาก ซึ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อถึงเวลาที่จะดื่มด่ำกับความสุข...

เขาอยากให้ตัวเองรับรู้เพียงความสุขนั้นเท่านั้น

เมื่อคิดได้เช่นนั้น

'ระบบ ข้าต้องการอัปเกรดดาวเพิ่ม'

[ติ๊ง!]

[โปรดยืนยันจำนวนดาวที่ต้องการอัปเกรด โฮสต์!]

หลี่เฟิงยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะออกคำสั่ง

'อัปเกรดเพิ่มอีก 28 ดาว'

ตอนนี้เขานับว่าร่ำรวยพอตัว จึงรู้สึกใจกว้างเป็นพิเศษ

อีกทั้งมันก็ไม่ได้ทำให้เขาสูญเสียอะไร เพราะนอกจากความแข็งแกร่งจะเพิ่มขึ้นแล้ว พลังที่เพิ่มขึ้นยังช่วยกดพลังงานประหลาดอันน่ารำคาญนั้นเอาไว้ได้ชั่วคราวอีกด้วย

[ติ๊ง!]

[-2,800 แต้มความชื่นชอบ!]

ทันทีที่การแจ้งเตือนนั้นปรากฏขึ้น หลี่เฟิงก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงภายในพื้นที่ของร่างหลอมดารา

พื้นที่ทั้งหมดราวกับลุกโชนด้วยแสงอันเจิดจ้า ขณะที่ดวงดาวดวงใหม่จำนวนยี่สิบแปดดวงค่อย ๆ ถือกำเนิดขึ้น

ไม่นานนัก...

ดวงดาวทั้งหมดแปดสิบดวงก็ส่องประกายงดงามเจิดจ้าอยู่ภายในห้วงอวกาศอันเวิ้งว้าง

และในขณะเดียวกัน

หลี่เฟิงก็ถอนหายใจยาวอย่างพยายามสะกดกลั้น เมื่อสัมผัสได้ว่าความแข็งแกร่งของตนกำลังพุ่งทะยานขึ้น...

พร้อมกับความปรารถนาที่พลุ่งพล่านยิ่งกว่าเดิม

แต่เขาก็กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้ยังคงควบคุมสติไว้ได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาสุ่ยรั่ว... รวมถึงรักษาตัวเขาเองก่อน

ดวงตาของหลี่เฟิงแดงก่ำจากการพยายามข่มกลั้น ขณะที่เขาขยับเข้าไปใกล้อย่างร้อนใจ ก่อนจะค่อย ๆ วางร่างกายส่วนล่างของตนแนบลงกับทางเข้าซึ่งมีขนาดเล็กของนาง.

ฉึก...

“อื้อ~”

สุ่ยรั่วกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก พร้อมกับหายใจถี่แรง เมื่อสัมผัสได้ว่าภายในร่างของนางกำลังค่อย ๆ ถูกแผ่ขยายด้วยความร้อนที่แผดเผาราวกับเปลวเพลิง

“หะ…หลี่เฟิง... ข้าว่า... มันคง... เข้าไปไม่หมดหรอก...”

แม้แต่ในตอนนี้ นางก็ยังพยายามถ่วงเวลาให้กับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

แต่หลี่เฟิงกลับไม่สนใจนางเลย

จิตใจของเขาแทบถูกความปรารถนากลืนกิน จนเหลือเพียงสองความคิดเท่านั้น

อย่างแรก...

รักษาทั้งตัวเขาและนางให้หาย

อย่างที่สอง...

ปลดปล่อยทุกสิ่งออกมา

ไม่นานนัก

เขาก็ค่อย ๆ ออกแรงดันไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ แต่หนักแน่น

ฉึก...

จากนั้น ร่างกายส่วนล่างของเขาก็ค่อย ๆ จมหายเข้าไปภายในนางทั้งหมด

“อ๊าา~!”

“อื้อ...”

หลี่เฟิงครางต่ำ เมื่อสัมผัสได้ถึงความคับแน่นอันลื่นไหลและแปลกประหลาดที่โอบรัดร่างกายส่วนล่างของเขาเอาไว้

ความสุขที่ได้รับรุนแรงเสียจนเขาแทบสูญเสียการควบคุม และเกือบกลายเป็นสัตว์ร้ายที่ปล่อยตัวตามสัญชาตญาณ

'ข้ารู้อยู่แล้ว... วิชาบำเพ็ญเพียรทำให้ร่างกายของพวกนางแตกต่างจากคนทั่วไปจริง ๆ...'

เขาครางออกมาอีกครั้ง ขณะดื่มด่ำกับความรู้สึกของเนื้อสัมผัสที่บีบรัดและเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว รวมถึงความชุ่มชื้นอันอ่อนโยน สดใหม่ และแปลกประหลาด ที่ราวกับกำลังโอบอุ้มและลูบไล้ทุกส่วนของร่างกายส่วนล่างของเขา

ในขณะเดียวกัน

สุ่ยรั่วกลับรู้สึกราวกับว่าร่างกายของตนกำลังถูกต้มอย่างช้า ๆ จากภายใน เมื่อความร้อนอันแผดเผาจากแรงปรารถนาของเขาหลั่งไหลเข้าสู่ส่วนลึกของนาง

“อ๊าา~... หลี่เฟิง... มัน... ร้อนจัง... อื้อ~”

นางหอบหายใจแรง รู้สึกราวกับกำลังจะขาดอากาศ เพราะความใหญ่โตที่ทำให้ร่างกายของนางถูกแผ่ขยายจนถึงขีดจำกัด

นิ้วมือของนางกำใบไม้สีทองที่กระจายอยู่บนพื้นไว้แน่น ราวกับต้องการยึดเหนี่ยวบางสิ่ง

“ฮ่า... ฮ่า...”

ลมหายใจของหลี่เฟิงยิ่งหนักหน่วงและกระชั้นขึ้น

ความปรารถนาของเขาเริ่มบดบังสติสัมปชัญญะ

เขาลืมไปเสียสนิทว่า การอัปเกรดดาวจำนวนมากในคราวเดียว จะปลดปล่อยพลังหยางมหาศาลออกมาภายในร่างกายของเขา

ถึงกระนั้นเขาก็กัดฟันแน่น บังคับตัวเองให้มีสมาธิ

จากนั้นเขาเริ่มโคจรวิชาบำเพ็ญคู่ ค่อย ๆ ดึงและหลอมรวมพลังหยินแรกกำเนิดของนางอย่างช้า ๆ

แทบจะในทันที…

ฮัมมม...

แรงกดดันอันทรงพลังก็ปะทุออกมาจากร่างของหลี่เฟิง

เมื่อพลังหยินแรกกำเนิดของสุ่ยรั่วผสานเข้ากับพลังจากดวงดาวที่เพิ่งอัปเกรดใหม่ ระดับพลังของเขาก็ทะลวงผ่านขีดจำกัดในคราวเดียว...

พุ่งตรงสู่จุดสูงสุดของขั้นหลอมปราณระดับเก้า

สุ่ยรั่วสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันยิ่งใหญ่และสง่างามที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา จนอดเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่ได้

นางกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ก่อนจะฝืนเอ่ยออกมา

ทว่าน้ำเสียงของนางกลับแผ่วเบา สั่นไหว และชวนให้ใจสั่นโดยไม่รู้ตัว

“ขะ…ขอแสดงความยินดี... อื้อ~... ที่เจ้าทะลวงขั้นสำเร็จ...”

ทันทีที่ถ้อยคำอันอ่อนหวานปนลมหอบนั้นหลุดออกจากริมฝีปากของนาง

บางสิ่งภายในตัวหลี่เฟิงก็ขาดสะบั้นลง

หลี่เฟิงค่อย ๆ กำต้นขาอวบอิ่มของนางไว้แน่น

นิ้วมือของเขาจมลึกลงไปในเนื้ออ่อนนุ่มที่ยืดหยุ่น ก่อนจะยกเรียวขาของนางขึ้นสูง แล้วพาดไว้บนหัวไหล่อันกว้างของตน ทำให้เรือนร่างของนางเอียงไปด้านข้างเล็กน้อย

สุ่ยรั่วสูดหายใจเฮือกด้วยความตกใจจากการเปลี่ยนท่าทางกะทันหัน

ใบหน้างดงามของนางแดงก่ำยิ่งกว่าเดิม...

เพราะท่าทางอันน่าอับอายนี้ ทำให้นางเปิดเผยเรือนร่างอย่างหมดสิ้น ทั้งเปราะบาง ทั้งไร้ทางหลีกหนี และตกอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาโดยสมบูรณ์

จากนั้นเขาก็กระชับมือที่ยึดต้นขาซึ่งยกขึ้นไว้แน่น นิ้วทั้งห้าจิกลงบนเนื้ออ่อนนุ่มนั้นอย่างมั่นคง ประคองร่างของนางให้อยู่ในตำแหน่งที่เขาต้องการ

แล้วเขาก็เริ่มขยับสะโพก

ไม่นานนัก

เสียงอันวาบหวามจากการเคลื่อนไหวของทั้งสองก็ดังแทรกผ่านเสียงใบไม้สีทองที่พลิ้วไหว

แปะ...

แปะ...

แปะ...

“อื้อ~ อ๊ะ...~ อืมม~”

สุ่ยรั่วยกมือทั้งสองขึ้นปิดใบหน้า พยายามซ่อนความเขินอายของตนไว้อย่างไร้ผล เพราะแม้จะพยายามกลั้นเพียงใด เสียงครางที่แผ่วสั่นก็ยังคงเล็ดลอดออกมาระหว่างปลายนิ้วที่สั่นเทา

เรือนร่างอันอวบอิ่มของนางกระตุกขึ้นตามแรงเคลื่อนไหวแต่ละครั้ง ขณะที่ทรวงอกของนางสั่นไหวไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวอันต่อเนื่องของหลี่เฟิง

แล้วในเวลานั้นเอง

โดยที่สุ่ยรั่วไม่ทันรู้ตัว...

ทรวงอกข้างหนึ่งอันขาวผ่องและอวบอิ่มของนาง ก็หลุดพ้นออกมาจากอาภรณ์ที่ยุ่งเหยิง

เนินอกอันอ่อนนุ่มสั่นไหวไปตามแรงกระแทกแต่ละครั้ง ขณะที่ปุ่มสีชมพูเล็ก ๆ ซึ่งแข็งตัวและตั้งชันอยู่แล้ว ยังคงชูเด่นอยู่กลางอากาศอย่างน่าอาย

ภาพตรงหน้าทำให้ความร้อนอีกระลอกพลุ่งพล่านขึ้นภายในร่างของหลี่เฟิง

ลมหายใจของเขาหนักหน่วงยิ่งขึ้น...

ดิบเถื่อนยิ่งขึ้น

ดวงตาของเขาฉายแววหิวกระหายอย่างไม่ปิดบัง ขณะมองภาพอันยั่วยวนตรงหน้า และในที่สุด...

เขาก็ไม่อาจข่มกลั้นตัวเองได้อีกต่อไป

จังหวะการเคลื่อนไหวของเขาเริ่มเร็วขึ้น

หนักขึ้น

และลึกขึ้น

ทุกการเคลื่อนไหวส่งแรงไปจนสุด ทำให้สัมผัสถึงส่วนที่บอบบางที่สุดภายในร่างของนาง

ฝ่ามือของเขาทิ้งรอยแดงเป็นรูปนิ้วมือเอาไว้บนต้นขาอันเรียบเนียนไร้ที่ติของสุ่ยรั่ว จากแรงที่เขาจับนางไว้แน่น

“ฮ่า! อ๊าา!”

เสียงครางที่ถูกกลั้นไว้ของสุ่ยรั่วค่อย ๆ สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง….

“อะ..เอ๊ะ?”

นางเพิ่งสังเกตเห็นว่าทรวงอกข้างหนึ่งของตนหลุดออกมาจากอาภรณ์ และกำลังสั่นไหวอย่างน่าอาย

นางรีบยกมือขึ้นพยายามปิดมันไว้ด้วยความตกใจ

แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใดก็ไม่สำเร็จ

เพราะทุกครั้งที่หลี่เฟิงเคลื่อนไหว แขนของนางก็สั่นจนเลื่อนหลุดออกอย่างไร้เรี่ยวแรง

เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะและลนลานของสุ่ยรั่ว หลี่เฟิงก็ไม่อาจยับยั้งตัวเองได้อีก

สะโพกของเขาเริ่มเคลื่อนไหวเร็วขึ้นกว่าเดิม

แปะ!

แปะ!

แปะ!

“อ๊ะ! ฮ่า~ ชะ-ช้ากว่านี้... ได้โปรด~”

ไม่นานนัก หลี่เฟิงก็มาถึงขีดจำกัด

พร้อมกับการเคลื่อนไหวครั้งสุดท้าย...

เขาปล่อยให้ร่างกายหยุดนิ่งอยู่ในท่านั้น

จากนั้นพลังของวิชาบำเพ็ญคู่ก็ถูกกระตุ้นขึ้นในทันที

ไม่นาน พลังเยียวยาอันบริสุทธิ์ก็เริ่มไหลออกมาจากจุดที่ร่างของทั้งสองเชื่อมต่อกัน ก่อนจะโคจรผ่านร่างกายของทั้งคู่

“อ๊าา~”

สุ่ยรั่วครางออกมาอีกครั้ง เมื่อพลังอันอบอุ่นนั้นเริ่มชำระล้างร่างกายของนางจากภายใน

ความเจ็บปวดทั่วร่างหายไปด้วยความรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์

แทนที่ด้วยความอบอุ่นและความสบายที่แผ่ซ่านไปทั่ว จนจิตใจของนางแทบว่างเปล่า

“อื้อ...”

หลี่เฟิงเองก็ครางเบา ๆ เช่นกัน เมื่อแสงอ่อนโยนสายหนึ่งห่อหุ้มแขนซ้ายที่ขาดหายของเขา

อย่างช้า ๆ

รูปร่างของมือเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะที่กระดูกและเนื้อหนังค่อย ๆ ฟื้นฟูตัวเอง

ทั้งสองต่างจมอยู่ในความรู้สึกนั้นอย่างสมบูรณ์

ไม่นาน แสงสว่างก็ค่อย ๆ จางหายไป

และแขนของหลี่เฟิงก็กลับคืนสู่สภาพสมบูรณ์ดังเดิม

สุ่ยรั่วซึ่งนอนอยู่ใต้ร่างของเขาเอง ก็ได้สติกลับมาในที่สุด

“...มะ..เมื่อกี้... มันคืออะไรกัน?”

นางหายใจหอบเบา ๆ หลังผ่านประสบการณ์ที่ทำให้จิตใจสั่นสะเทือนอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

จากนั้นนางก็ก้มมองมือตัวเอง

เส้นสีดำอันน่าสะพรึงกลัวที่เคยปรากฏอยู่...

บัดนี้ได้หายไปจนหมดสิ้น

“หลี่เฟิง... วิชาของเจ้าช่างน่าอัศจรรย์จริง ๆ!”

แม้ร่างกายของนางจะยังไวต่อความรู้สึกและสั่นไหวอยู่ แต่นางก็เผยรอยยิ้มสดใส พลางเงยหน้ามองเขา...

ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหยุดชะงัก

เวลานี้...

ดวงตาของหลี่เฟิงแดงก่ำ

เต็มไปด้วยแรงปรารถนาอันดิบเถื่อน ราวกับต้องการจะกลืนกินทุกสิ่งตรงหน้า

ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความหิวกระหายนั้น

สุ่ยรั่วพลันรู้สึกว่าตัวเองทั้งเล็กลง...

และอ่อนแอลงอย่างประหลาด

“ดะ..เดี๋ยว หลี่เฟิง เจ้าเป็นอะ…อื้อ!”

แต่ก่อนที่นางจะพูดจบ

หลี่เฟิงก็ก้มตัวลง...

ประกบริมฝีปากของนางไว้ทันที

จ๊วบ...

ลิ้นของเขาสอดลึกเข้าไปในโพรงปากของนาง ราวกับบุรุษที่กำลังกระหายน้ำจนแทบสิ้นใจ และเพิ่งได้พบโอเอซิสกลางทะเลทราย

“อื้อ~! อื้อ...~”

ในตอนแรกสุ่ยรั่วพยายามขัดขืน

แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด...

ร่างกายของนางกลับค่อย ๆ อ่อนระทวยลง

ราวกับถูกพลังอันบริสุทธิ์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ภายในหล่อเลี้ยงเอาไว้ พร้อมกับถูกความรู้สึกสุขสมที่ค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นกลืนกินทีละน้อย

จ๊วบ...

โดยที่ไม่ทันรู้ตัว

ดวงตาของนางก็เริ่มพร่ามัวและเลื่อนลอย

แขนทั้งสองค่อย ๆ ยกขึ้นโอบรอบศีรษะของหลี่เฟิง ดึงเขาเข้ามาใกล้ยิ่งกว่าเดิม ขณะที่นางเริ่มตอบรับจุมพิตของเขาอย่างแผ่วเบา

ไม่นานนัก หลี่เฟิงก็เริ่มขยับสะโพกอีกครั้ง

เขาเคลื่อนไหวด้วยแรงปรารถนาที่ปะทุขึ้นมาใหม่อย่างไม่รู้จักพอ...

ราวกับจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความเสน่หา จนลืมเลือนทุกสิ่งรอบตัว

แปะ...!

แปะ...!

แปะ...!

จบบทที่ บทที่ 305 พี่สาวสุ่ยรั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว