- หน้าแรก
- ไอ้หื่นเจ้าเล่ห์ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน
- บทที่ 300 การเสียสละ (2)
บทที่ 300 การเสียสละ (2)
บทที่ 300 การเสียสละ (2)
ทุกครั้งที่ร่างของมันกระแทกลงบนพื้น
แรงสั่นสะเทือนก็ส่งผ่านขึ้นมาตามขาของพวกนาง จนแทบเสียการทรงตัว
ศีรษะทรงพีระมิดของอัครสาวกสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ของเหลวสีดำสาดกระเซ็นไปทั่วทุกทิศ ขณะที่มันใช้แขนตะกุยพื้นและลากร่างตัวเองไปข้างหน้า
แต่แม้จะอยู่ในสภาพสิ้นหวังเช่นนั้น มันก็ยังไม่ยอมหยุดไล่ตามพวกนาง
สายตาของมันยังคงจับจ้องอยู่ที่เยว่หลาน
ด้วยความยึดติดที่ไม่มีวันสั่นคลอน
"อีกนิดเดียว... ไปต่อ!"
ชายชรากัดฟันแน่นพลางตะโกนออกมา
พลังของเขาแทบจะหมดสิ้นแล้ว แต่เขาไม่ยอมชะลอแม้แต่น้อย
ในที่สุด...ท่ามกลางการไล่ล่าอันสิ้นหวังนั้น
พวกนางก็มองเห็นทางออกอยู่ไกล ๆ แต่พวกนางยังไม่อาจผ่อนคลายได้
เพราะด้านหลังของพวกนาง ยังคงได้ยินทั้งเสียงร้องอันสิ้นหวังของอัครสาวก
และเสียงสั่นสะเทือนกึกก้องจากการที่มันไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ
สุ่ยรั่วแทบจะร้องไห้ออกมา เมื่อเหลียวกลับไปแล้วเห็นอัครสาวกกำลังคลานไล่ตามพวกนางมาด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ
เสียงสะอื้นของมันทั้งน่าสยดสยอง แหบต่ำ และดังต่อเนื่องไม่หยุด
"ท่านแม่!"
นางกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก
"จะหันกลับไปทำไม?! รีบวิ่งสิ!"
เจี้ยนหรูอี้ตะโกนใส่นางจากด้านข้างทันที
ไม่นานนัก น้ำสีดำก็ค่อย ๆ เอ่อล้นท่วมอุโมงค์
สูงขึ้นมาจนถึงระดับหัวเข่าของพวกนาง
หนวดที่บิดตัวไปมาค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาจากผืนน้ำนั้น
แต่เยว่หลานก็แช่แข็งพวกมันได้ในทันที
มอบช่วงเวลาอันสั้นให้ทุกคนได้วิ่งต่อไป
แต่แล้ว...หนึ่งในนั้นกลับเล็ดรอดผ่านน้ำแข็งมาได้
มันพุ่งทะยานออกมา ราวกับลำน้ำสายเล็กที่ถูกอัดด้วยแรงดันสูงตรงเข้าหาเยว่หลาน
เยว่หลานเบิกตากว้าง
และแล้ว…
ฉึก!!
โลหิตสาดกระเซ็นเต็มใบหน้าของเยว่หลาน
แต่นั่น...ไม่ใช่เลือดของนาง
"เจ้า...!"
"ฮะ ๆ... ปล่อยหน้าที่ป้องกันไว้ให้ข้าเถอะ อย่างไรเสีย... นี่ก็เป็นหน้าที่ของข้า"
สุ่ยรั่วยิ้มอย่างเจ็บปวด
ไม่รู้ว่านางมาปรากฏตัวข้างกายเยว่หลานตั้งแต่เมื่อไร
แต่นางใช้ร่างของตัวเองรับการโจมตีที่ซ่อนอยู่เอาไว้ให้อีกครั้ง
กระแสน้ำสีดำแทงทะลุแขนของนาง
และเพราะนางรับการโจมตีแทน มันจึงพลาดจากเยว่หลานไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด
ขณะที่เยว่หลานกำลังจะเอ่ยบางอย่าง สุ่ยรั่วก็ผลักนางไปข้างหน้าอย่างกะทันหัน
"รีบวิ่ง! บาดแผลแค่นี้... ไม่เป็นไรหรอก!"
สุ่ยรั่วคว้าแขนเยว่หลาน ก่อนดึงนางวิ่งต่อไปพร้อมกันเพื่อหลบหนี
เยว่หลานมองเลือดที่ไหลออกมาจากแขนของสุ่ยรั่ว
นางกัดฟันแน่น
จากนั้นก็พยักหน้า แล้วออกวิ่งต่อไป
ในที่สุด...หลังจากเวลาซึ่งยาวนานราวกับชั่วนิรันดร์สำหรับพวกนาง
ท่ามกลางแรงสั่นสะเทือนที่ไม่หยุดยั้งและเสียงร้องของสัตว์ประหลาดที่ดังไล่ตามมาจากด้านหลัง
พวกนางก็มาถึงทางออกเสียที
จากตรงนี้...พวกนางสามารถมองเห็นท้องฟ้าได้แล้ว
"อีกนิดเดียว! พวกเราใกล้ถึงแล้ว!"
เยว่หลานตะโกนออกมา
และแล้วพวกนางทุกคนก็หลบหนีออกมาได้สำเร็จ
เมื่อกระโจนพ้นทางออกของคุกผนึก
"พ...พวกเราออกมาได้แล้ว!!"
สุ่ยรั่วเงยหน้ามองท้องฟ้า สูดลมหายใจอันสดชื่นเข้าเต็มปอดพร้อมกับน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตา
หลังจากผ่านมานานแสนนาน ในที่สุดนางก็ได้มองเห็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ความมืดเสียที
เยว่หลานเหลือบมองสภาพอันโชกเลือดของสุ่ยรั่ว
ก่อนจะสังเกตเห็นว่าผิวอันซีดเซียวของนาง
กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีม่วง
ราวกับว่าพิษกำลังแพร่กระจายไปทั่วร่างกาย
"สุ่ย…."
ตูมมมมม!!
ซ่าาา!!
พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของพวกนางพลันสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
เศษหินและน้ำสีดำกระเด็นกระจายออกไปรอบด้าน
ร่างมหึมาของอัครสาวกพุ่งกระแทกเข้ากับปากอุโมงค์ด้านหลังพวกนางอย่างจัง
แรงปะทะทำให้หินโดยรอบแตกร้าว ขณะที่มันพยายามฝืนพุ่งออกมาจากภายใน
ในเวลาเดียวกันค่ายกลที่ปกคลุมวิหารโดยรอบก็พลันส่องสว่างขึ้น
ลวดลายโบราณแผ่กระจายไปทั่วพื้นดิน ก่อเกิดเป็นแผนผังค่ายกลที่เปล่งประกาย ก่อนที่ม่านพลังโปร่งแสงจะผุดขึ้น ปิดผนึกทางเข้าเอาไว้
ตูมมมมมม!!
อัครสาวก พร้อมด้วยคลื่นน้ำมหาศาลที่ท่วมเต็มทั้งอุโมงค์ พุ่งเข้ากระแทกม่านพลังอย่างรุนแรง
พื้นพิภพสั่นสะเทือนจากแรงปะทะนั้น
กร๊อบ...!
แต่...
ม่านคุ้มกันของค่ายกล กลับเกิดรอยร้าวขึ้นเล็กน้อยผ่านช่องร้าวเพียงเล็ก ๆ นั้น
แขนมหึมาของอัครสาวกกลับฝืนทะลุออกมา
พร้อมเอื้อมตรงไปหาเยว่หลานที่เพิ่งหันกลับไปมอง
[...ได้โปรด...!]
ดวงตาสีทองของเยว่หลานเบิกกว้าง
แต่แล้ว…
"...!"
เยว่หลานพลันรู้สึกว่ามีใครบางคนผลักนางอย่างแรง
ร่างของนางถูกผลักออกไปจากวิถีการโจมตี
ในจังหวะเดียวกับที่มือยักษ์กวาดผ่านไป
นางรีบหันกลับไปมอง
เป็นสุ่ยรั่ว
"สุ่ยรั่ว!!"
"อึกก!"
สุ่ยรั่วกัดฟันแน่น
ขณะที่มือมหึมาของอัครสาวกกำลังบีบรัดร่างของนางเอาไว้
แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมา ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่าง
ขณะเดียวกัน พิษประหลาดที่กำลังแพร่กระจายอยู่ภายในร่างของนางก็พลันกำเริบอย่างรุนแรง
ทำให้ปราณภายในร่างปั่นป่วนจนควบคุมไม่ได้
จากนั้น...เงาสองสายก็พุ่งออกไปพร้อมกัน
เจี้ยนหรูอี้และหลิวเยี่ยนเยว่ชูกระบี่ที่ชักออกมาแล้วขึ้นสูง
ก่อนจะฟันลงใส่แขนของอัครสาวกด้วยกระบวนท่าที่ทรงพลังที่สุดของพวกนาง
เคร้ง!
เคร้ง!
ต่างจากก่อนหน้านี้ที่พวกนางยังสามารถฟันมันจนเกิดบาดแผลได้
เวลานี้...เนื้อสีม่วงของมันกลับแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า
คมกระบี่ทั้งสองถูกสะท้อนกลับ โดยไม่อาจทิ้งรอยแม้แต่น้อย
ชายชราซึ่งเห็นสถานการณ์อันคับขัน ก็พยายามจะเข้าช่วยเช่นกัน
แต่แล้ว...ร่างโปร่งแสงของเขากลับกะพริบวูบไหวอย่างรุนแรง
ก่อนจะร่วงหล่นลงจากอากาศ
"ไม่...ใช่ตอนนี้!!"
ชายชรากัดฟันแน่นด้วยความคับข้องใจ เมื่อสัมผัสได้ว่าดวงวิญญาณของตนกำลังอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ
อัครสาวกไม่สนใจคนอื่นเลยแม้แต่น้อย
มืออีกข้างของมันพุ่งเข้าหาเยว่หลานด้วยความเร็วอันน่าสะพรึงกลัว
เห็นได้ชัดแล้วว่า...
เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนั้นแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้อีก
เยว่หลานรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบพลันเชื่องช้าลง
นางทำได้เพียงมองดูมือยักษ์นั้นเอื้อมเข้าหาตัวเอง
แต่ในตอนนั้นเอง…
"...เฮ้ย เจ้ากับข้ายังไม่จบ"
เสียงของบุรุษผู้คุ้นเคยดังก้องขึ้น ด้านหลังศีรษะทรงพีระมิดของอัครสาวก
หลี่เฟิงปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน
สภาพของเขาดูน่าเวทนา แขนข้างหนึ่งหายไป
ใบหน้าครึ่งซีกฉีกขาดและอาบไปด้วยเลือด
แต่แขนข้างที่ยังเหลืออยู่กลับปูดนูนไปด้วยกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่ง ขณะที่เขาใช้มันรัดรอบศีรษะทรงพีระมิดศีรษะหนึ่ง แล้วออกแรงกระชากมันไปด้านหลัง
[..อึก..! ]
มือของอัครสาวกที่กำลังเอื้อมหาเยว่หลาน
เฉียดผ่านตัวนางไปเพียงเล็กน้อย
"อ๊ากกก!!"
หลี่เฟิงกัดฟันแน่น พลางฝืนรั้งสัตว์ประหลาดเอาไว้ ขณะที่มันดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งเพื่อเอื้อมไปข้างหน้า
จากนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเยว่หลานตะโกนขึ้น
"หลี่เฟิง!"
เขาหันดวงตาที่เหลืออยู่เพียงข้างเดียวไปมองนาง
เมื่อเห็นใบหน้าอันเย็นชาและห่างเหินนั้น บัดนี้เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ด้วยเหตุผลบางอย่าง
เขากลับรู้สึกว่าท่าทางเช่นนี้ของนางงดงามกว่าความเฉยเมยอันเย็นชาที่เป็นปกติเสียอีก
ราวกับว่าในที่สุด...
นางก็ยอมปล่อยวางภาระอันหนักอึ้งที่แบกไว้มาโดยตลอด
"...ดูเหมือนว่าครั้งนี้ ข้าคงต้องลาก่อนแล้ว ศิษย์พี่"
หลี่เฟิงส่งยิ้มสดใสเล็ก ๆ ให้นาง
ทั้งที่ใบหน้าของเขาเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดและความเจ็บปวด
"ม...ไม่!!"
เยว่หลานตะโกนออกมา พลางก้าวไปข้างหน้า
แต่เจี้ยนหรูอี้และหลิวเยี่ยนเยว่รีบเข้ารั้งตัวนางไว้
"ปล่อยข้า! พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน?!"
เยว่หลานหันไปตวาดพวกนางด้วยความโกรธ
แต่แล้ว...
นางก็ชะงักงัน
เมื่อเห็นว่าดวงตาของเจี้ยนหรูอี้เอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
"...ทำไม..."
และในจังหวะนั้นเอง
ค่ายกลก็ส่องสว่างขึ้นอีกครั้งอย่างเจิดจ้า...
ฮัมมมม...
พลังผนึกอันทรงพลังพลันปะทุออกมา
พยายามกักขังสัตว์ประหลาดอมตะตนนั้นอีกครั้ง
ร่างมหึมาของอัครสาวกค่อย ๆ ถูกลากถอยกลับไปทางปากทางเข้าพร้อมกับหลี่เฟิงและสุ่ยรั่ว
หลี่เฟิงสบตากับเยว่หลานเป็นครั้งสุดท้าย
ความทรงจำหลายอย่างพลันฉายวาบขึ้นมาในห้วงความคิดของเยว่หลาน
ท่าทางหน้าด้านของเขา
รอยยิ้มแปลก ๆ ที่ดูไร้กังวลของเขา
'ฮะ ๆ ศิษย์พี่ ข้าอยากเห็นท่านก้าวขึ้นไปแทนข้า! เพราะฉะนั้น ท่านต้องพยายามให้มากนะ!'
บัดนี้...
รอยยิ้มอ่อนโยนแบบเดียวกันนั้น
ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าที่เปื้อนเลือดของเขา
มันทั้งอ่อนโยน...และแฝงความรู้สึกขอโทษอยู่เล็กน้อย
ราวกับว่าเขาเพียงกำลังกล่าวคำอำลา
หลังเสร็จสิ้นการฝึกฝนอันยาวนานในแต่ละวัน
"หลี่เฟิง!!"
เยว่หลานกรีดร้องสุดเสียง
พร้อมยื่นมือออกไป
แต่...
ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว
ปังงงง!!
ทางเข้าปิดลงอย่างรุนแรง พร้อมเสียงกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปทั่วผืนแผ่นดิน…
และความเงียบงันก็เข้าปกคลุมทุกสิ่ง